“ระดับก่อตั้งิญญาถึงมีสิทธิ หวังว่าจะไม่เป็อะไรนะ”
ตอนนี้พลังิญญาของตงฟางเป็เพียงระดับััิญญาต่ำกว่าข้อกำหนดการขึ้นชั้น 2 หนึ่งระดับ ร่างกายของเขาไม่สามารถใช้พลังิญญาต้านทานพลังในชั้นที่ 2 ได้อย่างแน่นอน
ตงฟางจึงหวังว่าพลังจิตเลเวล 3 จะช่วยเขาขึ้นไปได้ เพราะมันมีพลังทำลายไม่ต่างจากระดับก่อตั้งิญญาขั้น 9 เพียงแต่รูปแบบการใช้งานต่างกัน
สิ่งที่พลังจิตเลเวล 3 ทำไม่ได้ในตอนนี้คือ นำพลังมาคลุมร่างกายของตัวเอง ตงฟางทำได้เพียงใช้พลังจิตจับยกสิ่งของ หรือกระตุ้นการทำงานของกระบวนการบางอย่างภายในร่างกาย แม้เขาจะลองเลียนแบบด้วยการนำพลังจิตมาคลุมร่างใช้งานด้วยวิธีการไม่ต่างจากพลังิญญา มันกลับให้ผลต่างกัน ดังนั้นเขาจึงหวังว่าหากกางม่านพลังจิต จะต่อต้านพลังในชั้น 2ไม่ให้เขาถูกพลังโจมตี
หากเขาไม่สามารถขึ้นไปได้ เส้นทางเดินของเขาในการเป็ผู้ใช้พลังจิตจะยากมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเขาติดคอขวดในตอนนี้ จำเป็ต้องได้ทักษะฝึกพิษหรือไม่ก็ทักษะมารมาครอง ถ้าเขาไม่ได้ทั้งสองจำเป็ต้องมุ่งเน้นการใช้พลังจิตเสาะแสวงหาทักษะพิษจากวิธีอื่น
“ดูไอ้บ้านั่นสิ จากชุดที่ใหม่แบบนั้นดูท่าจะเป็พวกมาใหม่”
“ฮ่าๆ เจอพวกไม่เจียมตัวอีกแล้ว ปล่อยมันไปเดี๋ยวก็กลับลงมาเอง”
ศิษย์ในชั้น 1มองตงฟางด้วยความรู้สึกยิ้มเยาะ พวกเขาเห็นหลายคนพยายามขึ้นไปบนชั้น 2โดยไม่ประมาณตนเอง ตงฟางเป็หนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน แต่ทันใดนั้นทุกคนกลับย่นคิ้วเมื่อการก้าวเท้าขึ้นบันไดของตงฟางไม่มีแรงต้านเลยสักนิดเดียว
“เป็ไปได้ยังไงกัน ทำไมมันถึงก้าวขาขึ้นไปได้”
“ระดับััิญญาขั้น 1ไม่น่าจะต้านทานได้หนิ”
“อย่าพึ่งใ มันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น มาพนันกันไหมว่ามันจะเดินทางขึ้นไปชั้นสองได้หรือเปล่า”
“เอาด้วยๆ”
กลุ่มศิษย์ทั่วไปในชั้นหนึ่งเริ่มพนันกันเกี่ยวกับการก้าวเดินของตงฟาง ทันใดนั้นพวกเขาต้องเบิกตากว้างเมื่อตงฟางก้าวเดินขึ้นไปจนถึงชั้นที่ 2 โดยไม่แสดงท่าทางเหน็ดเหนื่อยจากการถูกพลังิญญาของค่ายกลในตึกทักษะโจมตีเลยสักนิดเดียว
“แกขึ้นมาทำไม ลงไป ที่นี่เป็พื้นที่ของศิษย์สายนอก”
เสียงทักทายแรกบนชั้นสองทำให้ตงฟางมองจ้องต้นเสียง จนพบเข้ากับศิษย์สายนอกคนหนึ่งมองจ้องเขาด้วยแววตาไม่เป็มิตร
“รุ่นพี่ เราอยู่กันแบบครอบครัว น้องคนนี้แค่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้น หวังว่ารุ่นพี่จะให้น้องได้เดินดูสักเล็กน้อย ถ้าพอใจแล้วจะกลับลงไปในทันที”
“ลงไปซะ แม้แกจะขึ้นมาได้ แต่แก่ยังเป็ศิษย์ทั่วไป พวกเราศิษย์สายนอกไม่ยอมใช้งานชั้นสองร่วมกันกับแก ลงไปซะ”
ตงฟางมองจ้องชายตรงหน้า จากรูปร่างท่าทางและอาวุธด้านหลัง เขาจึงรู้ได้ว่ามันจะต้องเป็ผู้ใช้ดาบ
“นานะรุ่นพี่ ไหนๆก็ขึ้นมาแล้วขอดูสักหน่อยก็แล้วกัน คนกันเอง เราก็ครอบครัวเดียวกัน”
“ใครเป็ครอบครัวเดียวกันกับแก”
“ก็รุ่นพี่ที่พาเที่ยวสถาบันเมื่อวานไง เขาบอกว่าเราเป็ครอบครัวเดียวกัน”
“ลงไปซะ”
ตงฟางทำเพียงแค่ฉีกยิ้มกว้างแล้วเดินจากไป ข้างในพื้นที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ต่อยตี แม้จะเป็เพียงแค่การยื่นมือเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่ายก็ไม่ได้ เขาจึงไม่สนใจอีก
สาเหตุที่เขาต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าการหาเื่กับศิษย์สายนอกคือจุดประสงค์หลักของเขาเช่นกัน
การเปลี่ยนสถานะศิษย์จำเป็ต้องท้าศิษย์สายนอกเพื่อสู้กัน ด้วยการที่ศิษย์สายนอกสามารถปฎิเสธการต่อสู้ได้ ตงฟางจึงคิดหาวิธีเอาไว้มากมายเพื่อทำให้ศิษย์สายนอกสู้กับเขา หนึ่งในวิธีที่เขาคิดเอาไว้ในแผนก็คือ ยั่วยุอีกฝ่ายให้เกิดความโกรธ
สองเท้าหยุดลงตรงมุมของโต๊ะหนังสือไร้ผู้คน ภายในชั้น 2เต็มไปด้วยพื้นที่โล่งเป็อย่างมาก น่าจะเป็เพราะศิษย์สายนอกหลักๆพากันออกเดินทางจากหุบเขาเข้าสู่พื้นที่ล่า จึงมีเวลาน้อยในการค้นหาความรู้ในสถานที่แห่งนี้
ไม่เพียงเท่านั้นจากความคิดของตงฟาง ศิษย์สายนอกหรือศิษย์ที่สูงขึ้นไป คงไม่จำเป็ที่พวกเขาจะต้องอ่านหนังสือทั้งหมด พวกเขาเพียงแค่มุ่งเน้นไปยังทักษะหลักของพวกเขาเท่านั้น จึงทำให้หนังสือจำนวนมากบนชั้น 2ดูใหม่ จากการเปิดอ่านไม่กี่สิบครั้ง
“อยู่ไหนนะ”
ตงฟางหลับตาจากนั้นก็เริ่มใช้พลังจิตััไปรอบๆ เพื่อค้นหาหนังสือทักษะที่เขา้า
โดยการกวาดผ่านพลังจิตของเขาเข้าสำรวจหนังสือทุกเล่มนี้เองนั้น มันไม่ใช่การเปิดใช้งานมุมมองเพื่อจับภาพมุมกว้าง สิ่งที่เขาเห็นไม่ได้เป็ภาพ พวกมันล้วนเป็พลังงานที่ก่อตัวกันขึ้นมาหลังจากัักับพลังจิตของเขา คล้ายกับการใช้งานเรดาร์สแกนวัตถุ
ซึ่งมันเป็หนึ่งในความสามารถของตาทิพย์ แม้จะไม่สามารถมองเห็นสีสัน แต่เขาสามารถเห็นในมุมมองที่ไม่สามารถมองเห็นได้ แล้วมันยังมีจุดอ่อนด้วยเช่นเดียวกัน จุดอ่อนที่ว่ามาคือการที่เขาต้องหยุดอยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
“เจอแล้ว”
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ สองเท้ารีบก้าวเดินไปยังหนังสือเล่มที่เขา้า ทันใดนั้นรุ่นพี่ผู้ที่เข้ามาขัดขวางตอนขึ้นบันไดได้ยื่นมือไปยังหนังสือเล่มที่ตงฟาง้า เขารู้ได้ในทันทีเลยว่ามันกำลังจะก่อกวนเขาไม่ให้ได้รับทักษะที่เขาอยากจะฝึก ทว่าตงฟางกลับไม่ยอมเช่นเดียวกัน เขาได้ใช้งานพลังจิตดึงหนังสือเล่มที่้าเข้ามาไว้ในมือจนทำให้รุ่นพี่มองหน้าเขาด้วยความโกรธ
“แกทำผิดกฎ”
“กฎอะไร เห็นๆอยู่ว่าหนังสือมันหล่นใส่มือผม รุ่นพี่มั่วหรือเปล่า อีกอย่างนะ มันมีหนังสือเหลืออีกตั้ง 3 ชั้น ทำไมรุ่นพี่ไม่ไปดูชั้นอื่นล่ะ”
“แก!”
“จุ๊ๆ ที่นี่ไม่ให้เสียงดัง”
ตงฟางใช้นิ้วชี้แกะขี้มูกแล้วเช็ดชายเสื้อเพื่อทำตัวให้ดูสกปรก จากนั้นเขาก็เริ่มเดินไปยังหัวมุมโต๊ะสำหรับอ่านหนังสือ เปิดอ่านทักษะการใช้งานพิษของเขา
“นี่แหละที่้า”
ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกมีความสุข หลังจากได้เห็นทักษะการใช้งานพิษ แล้วยังเป็ทักษะเดียวภายในสถาบันแห่งนี้ แม้มันจะมีเพียงแค่ขั้น 1 ให้เขาฝึกเท่านั้น เพียงแค่ขั้น 1 มันก็ทำให้เขามีโอกาสปลดล็อกระดับพลังิญญาของเขาได้
ส่วนขั้นที่ 2 ของมันน่าจะอยู่ในชั้นหนังสือสูงขึ้นไป เขายังไม่กล้าเดินขึ้นไปเพราะพลังจิตเลเวล 3 ไม่สามารถต้านทานพลัง้านั้นได้ ตงฟางจึงนั่งอ่านและทำความเข้าใจกับทักษะพิษในมือของเขา
“โลหิตสลายกระดูก ชื่อโหดเป็บ้า”
—---------
“หืม สนใจจะฝึกทางด้านพิษเหรอ ดันเลือกเส้นทางที่ยากซะแล้ว แต่ก็น่าสนใจดี”
ชายสวมชุดสีขาวหน้าทางเข้าตึกทักษะมองจ้องตงฟางด้วยความสนใจ ผู้คนมากมายที่เข้ามาในสถาบันล้วนแล้วสนใจทักษะกระบี่และดาบเป็พิเศษ แต่ตงฟางกลับสนใจทักษะพิษ สิ่งที่ผู้คนไม่อยากแตะต้อง เพราะการจะใช้งานพิษได้จะต้องทำให้ร่างกายมีความสามารถในการต้านพิษระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้ตายเพราะพิษของตัวเอง
“เออ ไม่เหมือนที่คิด อุส่าดีใจ แต่ก็ไม่เป็ไรยังถือว่าดี”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง แต่ก็กลับไปดีใจอีกครั้งเมื่อคิดว่าตัวเองมีโอกาสเพิ่มพลังขึ้นไปได้
ความผิดหวังหลังจากอ่านหนังสือทักษะโลหิตสลายกระดูกคือการที่เขาไม่สามารถนำทักษะไปต่อสู้ได้
ขั้น 1 ของทักษะบอกเอาไว้เพียงแค่วิธีการดูดซับพิษเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ตัวเองมีความต้านทานพิษ มันเป็ทักษะดูดซับพิษโดยเฉพาะแล้วก็ฝึกยากมากๆ ถึงขั้นทำให้ผู้ฝึกตกตายจากการรับพิษเข้าสู่ร่างกาย
เขาวาดฝันเอาไว้ว่าหากฝึกสำเร็จตัวเองจะใช้พลังิญญากลั่นพิษโจมตีต้องเปลี่ยนความคิดในทันที เพราะถ้าเขา้าใช้พิษคงหนีไม่พ้นใช้เืตัวเอง แต่เขาต้องระวังด้วยเช่นกันเพราะเืของเขาไม่มียาถอนพิษ การใช้เืต้องเป็ศัตรูที่คิดจะฆ่าให้ตายเท่านั้น
“อืม การจะใช้พิษมันก็ไม่ง่ายจริงๆแฮะ”
เดิมทีนึกว่าการใช้พิษคงไม่มีอะไรซับซ้อน แต่จากหนังสือทักษะทำให้ตงฟางรับรู้ได้ถึงความซับซ้อนของผู้ใช้พิษ ความซับซ้อนที่ว่าอยู่ตรงพิษที่้าใช้
ในโลกใบนี้ผู้ใช้พิษ ไม่ใช่ผู้ที่มีความสามารถต้านทานพิษได้ทุกอย่าง เหล่าคนที่ฝึกพิษต้องหาพิษหลักของตัวเองเพื่อนำมาใช้เป็จุดเด่นของพิษ หนำซ้ำพิษยังเหมือนยาอีกด้วย เพราะมีบางพิษที่หักล้างกันจนทำให้ฤทธิ์ของมันลดลง นอกจากต้องคิดค้นพิษให้ตัวเองเพื่อไม่ให้ศัตรูต้านทานได้แล้ว ยังต้องคิดหาหนทางในการแก้พิษอีกด้วย เพราะหากทุกคนที่ถูกทักษะตายทั้งหมด จะกลายเป็ปัญหากับผู้ใช้พิษ หากการต่อสู้ครั้งนั้นเพียงแค่การประลองธรรมดา
“แบบนี้ก็แย่สิ ขนาดตาแก่หลี่หยุนยังรักษาพิษของเราไม่ได้นอกจากใช้พลังขับออกจากร่างกาย งานหยาบแล้วสิ”
ตงฟางเกาหัว การดูดซับพิษเข้าสู่ร่างกายเพื่อฝึกฝนทักษะโลหิตสลายกระดูก สำหรับเขาเป็เื่ง่ายเพราะเขายังไม่เคยถูกพิษไหนเล่นงานได้เลยตอนอยู่หมู่บ้านไม้เขียว มีเพียงแค่พิษในร่างกายที่เล่นงานเขาได้เอง ด้วยการที่มันเป็พิษที่พ่อของเขาก็ไม่สามารถรักษา ทำให้เขาคิดว่ามันเป็งานหนัก
“ช่างเถอะ เรียนเพื่อเพิ่มพลังไปก่อนก็ไม่เสียหาย ไหนดูซิว่ามีทักษะมารไหม”
ตงฟางเก็บหนังสือทักษะโลหิตสลายกระดูกเข้าชั้นแล้วเริ่มหาทักษะมารมาฝึกฝน ไม่เพียงแค่นั้นเขายังคิดว่าจะดูทักษะทั้งหมด เนื่องจากว่าการต่อสู้ หากเขารู้จุดอ่อนของทักษะ ยิ่งทำให้เขาได้เปรียบในการฆ่าศัตรู จากช่องว่างทักษะที่เขาเห็น
“ไอ้บ้านี่อีกแล้ว”
เดิมทีตงฟางคิดจะทำให้รุ่นพี่ที่ถือดาบหัวเสีย ตอนนี้กลับกลายเป็เขาเองเพราะรุ่นพี่พยายามเดินไปขวางหน้าเขาตลอดที่เขามองจ้องหนังสือที่้าหยิบ ถึงอย่างนั้นเขากลับเร็วกว่าเสมอด้วยการใช้พลังจิตดึงหนังสือเข้ามาอ่าน ทำให้มันกัดฟันทน จนเขารู้ได้ว่าหากออกไปจะต้องถูกไล่ล่าอย่างแน่นอน
“เก็บพลังไว้ดีกว่ารุ่นพี่อีก 1 เดือนต่อจากนี้เราค่อยมาสู้กันเพื่อเลื่อนระดับศิษย์กันดีกว่า ว่าไง”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง แม้รุ่นพี่ตรงหน้าจะเป็ระดับก่อตั้งมันกลับหันหลังให้เขาแล้วเดินจากไป หลังจากเขาพูดถึงการต่อสู้เลื่อนระดับศิษย์ ด้วยคำพูดของเขานี้เอง ดูเหมือนว่าจะเป็สิ่งที่ใช้ไล่ศิษย์สายนอกที่เข้ามาวุ่นวายได้เป็อย่างดี
“นึกว่าจะแน่”
หนังสือเล่มต่อไปหยิบมาอ่าน จากนั้นตงฟางก็เริ่มอ่านหนังสือจากชั้นหนังสือจำนวนมากด้วยตาทิพย์เช่นเดิม เพื่อซึมซับเนื้อหาของพวกมัน การมีความรู้มาก ยิ่งทำให้เขาได้เปรียบในโลกใบนี้ ยิ่งรู้จักทักษะของศัตรูอย่างดี เขาก็มีโอกาสรอดสูง หากระดับพลังไม่ต่างกันเกินไป เขาสามารถเอาตัวรอดได้
“มีทักษะฝึกจิตไหมนะ”
ทักษะมากมายถูกจดจำลงในสมอง เล่มไหนไม่สามารถจดจำได้ในครั้งแรกตงฟางก็เริ่มอ่านซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะจำได้ ด้วยความสามารถอ่านหนังสือหลายสิบเล่มได้พร้อมกัน จึงทำให้เขาไม่มีปัญหาในการอ่าน