หลังจากที่เย่วซิน อาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยดีแล้ว ก็ถึงเวลาเข้านอน
“เอ๊ะ ที่นี่มันที่ใดกัน ไม่เห็นจะคุ้นตาเอาเสียเลย? “
ร่างบางเดินวกไปวนมาอยู่ตรงนั้น รอบตัวมีแต่ความมืดมิด จนเขารู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ
“ท่านพ่อ... ท่านแม่... ท่านอยู่ที่ใด ได้ยินข้าหรือไม่”
ร่างบางะโเรียกหาบุพการีทั้งคู่ของตน ด้วยสีหน้าวิตกกังวล มองไปทางใดก็มีแต่ความมืดมิด แผ่กระจายไปทั่วบริเวรที่เขายืนอยู่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านอยู่ที่ใดกันช่วยข้าด้วย ข้ากลัว ฮึก ฮือ... “
เสียงเรียกพร้อมสะอื้นออกมาจากปากบางแ่เบา ร่างบางร้องเรียกหาบิดาเท่าไรก็ไร้เสียงตอบรับ ตอนนี้ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ เกาะพราวไปทั่วทั้งดวง ก่อนจะร่วงลงมาอาบแก้มนวล เสียงสะอื้นยังคงดังไปเรื่อยๆ แต่ทันใดนั้น
ใบหน้างามก็แสดงอาการใออกมาสุดขีด เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีบางอย่างมาขวางหน้าเขา ใบหน้างามซีดเผือดลงทันใด เมื่อรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ขวางเขาอยู่มันคืออะไร
“มะ-มะ-ั... ชะ-ช่วยด้วยท่านพ่อท่านแม่ ช่วยข้าที... “
ร่างบางะโขอความช่วยเหลือจากบิดา มารดา พร้อมขาเรียวทั้งสองข้างพาเ้าตัววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่มีหรือที่เ้าัั์ จะยอมปล่อยเขาไป มันตรงดิ่งมาขวางหน้าเขาไว้ แล้วใช้ลำตัวอันใหญ่ั์ของมัน รวบตัวร่างบางเอาไว้ทั้งตัว แล้วยกขึ้นมาเพื่อให้เผชิญหน้ากับมัน
เสี้ยวนาทีที่สายตาของทั้งคู่ประสานกัน เย่วซินมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่ความรู้สึกเ่าั้ ได้หายไปในพริบตา และมาแทนที่ด้วยความหวาดกลัวอย่างจับใจ รับรู้ได้ว่าร่างกายตนนั้นสั่นเทาสักเพียงใด เหมือนเ้าของร่างใหญ่จะรับรู้ถึงอาการของคนตรงหน้า เลยคลายตัวออกจากร่างบางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ปะ-ปล่อยข้าเถิด ท่าน้าอะไรจากข้า ตัวข้าก็เล็กนิดเดียวเอง ท่านกินไม่อิ่มหรอกนะ”
เพราะความกลัว เย่วซินจึงหลับหูหลับตาพูดออกไปแบบนั้น เ้าัตัวนี้สีของมันดำทะมึนทั้งตัว แววตาที่จ้องมองมาทางเขา ก็ดุดันน่ากลัวเหลือเกิน แต่เย่วซินไม่รู้ตัวหรอกว่า เสียงหวานใสของตน ได้เข้าไปสะกดใจของเ้าัตัวนี้เสียแล้ว
“หึ ๆ ๆ ช่างเจรจานักนะเ้า ข้าคงตัดใจกินเ้าไม่ลงหรอก ก็แค่... อยากจะมาทักทายเ้าแค่นั้น”
ัตัวนั้นพูดออกมา เย่วซินใเผลอแหงหน้าขึ้นมามอง ดวงตาหวานที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา สบเข้ากับดวงตายาวรีของอีกฝ่าย เ้าัตัวนั้นจ้องมองเย่วซินด้วยสายตาที่บ่งบอกว่า พอใจอีกฝ่ายอย่างที่สุด
“แล้วเราจะได้พบกันเร็วๆ นี้ ชายาของข้า ฮ่า ๆ ๆ “
พูดจบเ้าัตัวนั้นก็คลายตัวออกจากเย่วซิน และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับทิ้งคำพูดที่ชวนสยองขวัญสั่นประสาท ไว้ให้เย่วซินหวาดผวาเล่น
เฮือก!!
ร่างบางใรีบเด้งตัวจากที่นอนขึ้นมานั่งทันที ใบหน้างามชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายเต็มใบหน้าสวย ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็จังหวะ เหมือนมันจะทะลุออกมาจากอกเสียให้ได้ เพราะคำพูดของเ้าัที่ทิ้งท้ายเอาไว้ให้เขา เขาจำมันได้ขึ้นใจ
“ชายา ชายา ชายา โว้ยอะไรกันวะเนี่ย... ฝันบ้าอะไรวะ ทำไมมันน่ากลัวอย่างนี้ แล้วเ้าัตัวนั้นดันมาเรียกข้าว่าชายาอีก ฝันไปเถอะ ใครจะยอม”
เย่วซินพูดออกมาด้วยความโมโห ทั้งที่ยังไม่หายจากอาการหวาดกลัวเลย มือเรียวยกขึ้นมาลูบใบหน้าที่ชีดเผือดของตนไปมาหลายครั้ง ก่อนจะล้มตัวลงนอน พยายามข่มตาให้หลับอีกครั้ง แต่ก็ไม่อาจหลับลงได้ เพราะความฝันมันคอยตามมาหลอกหลอนเขาอยู่ร่ำไปจนสว่าง
“บ้าจริงเชียว จะตามหลอกหลอนข้าไปถึงเมื่อไรกันหะ! เ้าับ้า อย่าให้เจอเชียว พ่อจะจับย่างซะให้เข็ดคอยดู”
ทำอะไรไม่ได้ เลยแช่งชักหักกระดูก อีกฝ่ายที่เป็ต้นเหตุซะเลย เอาเข้าจริงๆ มีหวังเผ่นหนีั้แ่แรกเห็น ไม่มีกะจิตกะใจจะไปฆ่าหั่นศพใครได้หรอก
พรวด! แค๊ก ๆ ๆ ๆ
ทางฝั่งของเฟยหลงที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ดีๆ ก็เกิดสำลักไอออกมาหน้าดำหน้าแดง
“ใคร ใครมันกล้านินทาข้า”
ในขณะเดียวกันที่เผ่าหงส์ไฟ
“เย่วเอ๋อร์ นั่นเ้าจะไปไหนกัน”
เสียงทักของมารดา ดังออกมาขณะที่เขาเตรียมตัวจะออกจากบ้าน เพื่อจะไปหาหยางหลิว สหายรักที่สนิทกันมาก
“ข้าจะไปหาเ้าหยางหลิว จะไปซ้อมดาบกับมันซักหน่อย ชักจะคันไม้คันมือซะแล้ว”
“เ้าอย่าไปซุกซนจนได้แผลกลับมาอีกนะเย่วเอ๋อร์ ไม่อย่างนั้นข้าจะฟาดเ้าซ้ำ คอยดู”มารดาเอ่ยคาดโทษบุตรชายออกไป
“ท่านแม่ ข้าโตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วนะ”
“โตแต่ตัวละซิไม่ว่า”
“โตแล้ว... จะมีเมียแล้วด้วย เผื่อท่านแม่จะลืม”
เขาเอ่ยกับมารดา พร้อมเอานี้วชี้จิ้มมาที่อกตนเองพร้อมพยักหน้าหงึกๆ
“จะไปไหนก็ไปเลยเ้าเด็กบ้า เดี๋ยวข้าก็ฟาดเข้าให้จริงๆ หรอก”
เย่วซินะโหลบฝ่ามือของมารดา แล้วเผ่นอ้าวทันที ซินหลี่มองตามบุตรชายของตน พลางส่ายหน้าไปมา เพราะระอากับความทะลึ่งของบุตรชาย เย่วซินมักจะเป็แบบนี้ แต่เฉพาะอยู่กับครอบครัวเท่านั้น ความจริงแล้ว เขาเป็คนดื้อดึงและไม่ยอมใคร ใครดีมาเขาก็ดีตอบ แต่หากว่าใครร้ายมา เขาก็จะร้ายตอบกลับไปเท่าตัว เป็นิสัยที่ใครๆ ต่างก็รู้ดี หลวนคุณจึงวางใจ ว่าเย่วซินจะสามารถดูแลบุตรสาวของเขาได้ และคิดว่าต่อไป ตนจะยกตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านให้เย่วซินดูแลแทน เผ่าหงส์ไฟมีเขตเวทมนตร์คอยคุ้มครองมานาน จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีใครสามารถข้ามผ่านมาได้ นอกจากเผ่าัเท่านั้น ทุกคนชาวเผ่าหงส์ไฟ ต่างก็มีพลังเวทย์เพื่อป้องกันตัวกันทุกคน แต่ละคนก็มีไม่เหมือนกัน แล้วแต่ธาตุในกายของแต่ละคน ที่ติดตัวมาั้แ่ถือกำเนิด
..........................