ตอนที่ 4 ชกต่อย (2)
แกเป็ใคร”อันธพาลคนหนึ่งถามขึ้นด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
“ฉันเป็ใคร พวกแกไม่รู้งั้นเหรอ! พวกแกใช้ชีวิตกันมายังไงเนี่ยฉันคือผู้นำแก๊งที่คุมแถบนี้ ผู้ซึ่งมีสมญานามว่าจอมอันธพาลแห่งทางสายมืดยังไงล่ะ”
สายตาของกู้ชวนที่อยู่ข้างๆจ้องเขม็งมาที่เขา แต่ไม่ได้พูดอะไร
“ผู้นำที่คุมแถบนี่ไม่ใช่ลูกพี่ของพวกเราหรอกเหรอ แกคิดว่าแกเป็ใครกัน”หนึ่งในนั้นพูดขึ้น
เจียงฉือเห็นว่าคำโกหกของตัวเองถูกเปิดโปงก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที“ฉะ…ฉันคือผู้นำอันดับสองที่คุมแถบนี้”
“ไสหัวไปไกลๆ เลยเฟ้ย ผอมอย่างกับไม้เสียบผีอย่างแกยังจะกล้าพูดว่าตัวเองเป็ผู้นำอีกเหรอเฮอะ” พวกอันธพาลไม่ได้ให้ความสนใจเขาอีกต่อไป แล้วหันกลับไปจัดการกู้ชวนแทน
“ย้าก~” เจียงฉือเห็นสถานการณ์ก็ถลันเข้าไปทันที
‘ฟึ่บพลั่ก’
ใครจะรู้ว่ายังวิ่งไปไม่ทันถึงไหนก็บังเอิญสะดุดขาตัวเองล้มลงไปนอนหมอบอยู่ที่พื้น “แหะๆ…พลาดไป ขออีกทีนะ” เจียงฉืออธิบายอย่างเก้อเขิน ปัดขากางเกงเตรียมลุกขึ้น
พวกอันธพาลมองเจียงฉือที่อยู่บนพื้นไหนเลยจะยังให้โอกาสเขาอีกรอบ พวกเขาถูกยั่วโมโหจนต้องเปลี่ยนเป้าหมาย ไม้พลองอันหนึ่งถูกเหวี่ยงไปทางเขาทันที
“ตึง” ขณะที่ไม้พลองกำลังจะฟาดลงมาโดนเขา กู้ชวนก็เริ่มเคลื่อนไหว ขาข้างหนึ่งถีบคนที่ถือไม้พลองลงไปกองกับพื้นก่อนจะดึงเจียงฉือขึ้นมา แล้วปกป้องเขาโดยให้การให้อยู่ด้านหลัง พวกอันธพาลเห็นสถานการณ์ก็พุ่งเข้ามาพร้อมกันทว่ากู้ชวนกลับไม่ทุกข์ไม่ร้อน ยืดตัวหลบเท้าข้างหนึ่งที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีคนคนหนึ่งถูกทุ่มข้ามบ่าไปทับอีกคนหนึ่งล้มลงบนพื้นและในขณะที่คร่อมคนหนึ่งอยู่นั้น ก็คว้าแขนของอีกคนเอาไว้ ได้ยินเสียงดังกร๊อบ คนคนนั้นก็ลงไปกลิ้งบนพื้นพร้อมใบหน้าเหยเกด้วยความเ็ปทันทีเจียงฉือได้แต่ยืนตะลึงงันอยู่ เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เข้ามาช่วย แต่คล้ายกับมาทำให้เื่มันยุ่งกว่าเดิมมากกว่า
“พวกเธอทำอะไรกันน่ะ กล้ามาตีกันหน้าประตูโรงเรียนเชียวเหรอ”ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำการอยู่ที่ป้อมหน้าประตูโรงเรียนก็ถือกระบองไฟฟ้าเดินมากู้ชวนหยุดการกระทำลงโดยที่สีหน้าท่าทางยังคงเฉยเมย…
ภายในป้อมยาม เจียงฉือและคนอื่นๆกำลังนั่งยองๆ อยู่บนพื้น ในที่นั้นมีเพียงกู้ชวนที่ยืนทำหน้าไร้อารมณ์ ทั้งยังไม่ปริปากพูดอะไรเลยสักคำเจียงฉือเห็นว่าขนาดถูกจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ กู้ชวนก็ยังคงทำตัวเย่อหยิ่งได้จึงยื่นมือออกไปดึงชายแขนเสื้อเขาเป็การบอกใบ้ให้นั่งลง แต่ถึงแม้กู้ชวนจะสังเกตเห็นการกระทำของเขาเขาก็ยังคงเชื่อมั่นในการกระทำของตัวเอง
“ต่อยกันทำไม” ลุงเ้าหน้าที่ถามด้วยสีหน้าจริงจังและเนื่องจากในมือของเขาถือกระบองไฟฟ้าอยู่ ทำให้หลายคนที่อยู่ตรงนั้นไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า
“ลุงครับ ผมเป็นักเรียนโรงเรียนนี้ พวกเขาต่างหากที่มารังแกคนในโรงเรียนของเราผมก็เลยเข้าไปช่วย” เจียงฉือเปิดปากพูด อธิบายอย่างเป็เหตุเป็ผลและสอดคล้องกับการกระทำจากนั้นก็ขยับไปทางกู้ชวน พยายามแสดงออกให้เห็นว่าพวกเขาเป็พวกเดียวกัน แล้วหยิบบัตรนักเรียนจากกระเป๋านักเรียนออกมายื่นให้ดู
“อื้ม! เป็นักเรียนโรงเรียนเราจริงๆ งั้นพวกเธอก็ไปได้แล้ว”เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองแล้วก็รู้สึกว่าพวกเขาไม่เหมือนเด็กเกเรเลยปล่อยเขาและกู้ชวนออกมา
เจียงฉือได้ยินคำอนุญาตก็คิดจะลุกขึ้นใครจะรู้เมื่อกี้นี้ตอนที่เขาล้มหน้าคว่ำหัวเข่าของเขานั้นแตกไปเสียแล้ว คราวนี้เพราะความรีบร้อนเขาเลยเกือบล้มลงไปอีกรอบเคราะห์ดีที่กู้ชวนตาไวมือไวคว้าเขาเอาไว้ได้ทัน กระทั่งกู้ชวนได้สติ ก็พบว่ามือของเขากับเจียงฉือกำลังเกาะกุมกันอยู่ในแววตามีความตกตะลึงปรากฏขึ้นชั่วขณะ
“เขามีสิทธิ์อะไร ทำไมถึงออกไปได้” คนอื่นๆเห็นพวกเขาออกมาได้ก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ฝากไว้ก่อนเถอะ” หนึ่งในกลุ่มอันธพาลพูดขึ้นด้วยแววตามาดร้าย
“เดี๋ยวเถอะ ฉันบอกว่าเดี๋ยวไง ใครใช้ให้พวกนายมาทำร้ายนักเรียนของโรงเรียนเราล่ะเหล่าหลี่ เอาพวกนี้ไปส่งตำรวจกันเถอะ” ลุงเ้าหน้าที่กล่าวพลางหยิบกระบองไฟฟ้าออกแรงเคาะหัวเหล่าอันธพาล…
หลังออกมาจากป้อมประจำการของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเจียงฉือก็ปล่อยมือกู้ชวน ก่อนจะเกาหัวอย่างอายๆ พลางเอ่ยว่า “ฉันนี่ไร้ประโยชน์ชะมัดเลย ฮ่าๆ!” เจียงฉือพูดโดยที่รู้ตัวเองดี ทั้งยังตระหนักได้อย่างชัดเจนมากอีกด้วย
แต่กู้ชวนไม่ได้ฟังสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่เลยั้แ่ต้นสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ฝ่ามือของตัวเอง และไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา
เจียงฉือคิดไปเองว่าเขาคงรำคาญตนจึงรู้สึกเสียหน้ามาก ทั้งยังรู้สึกอับอายเกินกว่าจะอยู่กับกู้ชวนต่อ จึงแสร้งทำเป็พูดขึ้นว่า“งั้นฉันไปก่อนนะพอดียังมีการบ้านที่ทำไม่เสร็จน่ะ” พูดจบก็เดินกะโผลกกะเผลกจากไป
กู้ชวนยังยืนอยู่ที่เดิมพลางมองแผ่นหลังผอมบางของเขาและนึกถึงสายตาที่เขามองตนเองในวันนั้น จู่ๆ ก็มีความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นภายในใจกู้ชวนไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ถึงอย่างนั้นในตอนนี้เขาก็ไม่ได้นึกรังเกียจความรู้สึกที่ว่านั่นเลย…
ส่วนเจียงฉือ เขาพยุงขาเอาไว้พลางคิดถึงเื่ที่ตนเองยังไม่ทันได้เริ่มลงมือก็ล้มลงไปเสียแล้วเมื่อครู่รู้สึกว่าตนช่างไร้ประโยชน์จริงๆ เขาใช้มือออกแรงตีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด
กู้ชวนที่เดินตามหลังเจียงฉืออยู่ไกลๆมองท่าทางน่าขันของเขา ‘ไม่กลัวสมองกระทบกระเทือนบ้างเลยหรือไง’ ขณะคิดในใจดังนั้น มุมปากก็ยกขึ้นเผยให้เห็นความโค้งมน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8