เว่ยเว่ย สาวนักศึกษาฝึกงานที่ฟาร์มแห่งหนึ่ง กำลังขับเวสป้าคันโปรดไปทำงานจู่ๆ ก็มีรถยนต์พุ่งมาชนเธอตกเหวข้างทาง ร่างเธอและรถร่วงดิ่งลงเหวทันที
“ตู้มม”
ลู่เหวินเยียนกำลังหาปลาเพื่อเป็อาหารเย็นให้ครอบครัวอยู่ จู่ๆ ก็มีบางอย่างตกลงมาจากฟ้าตรงหน้าเขา เห็นเป็หญิงสาวแต่งตัวประหลาดนอนหมดสติอยู่ เขาจึงรีบช่วยเหลือแล้วอุ้มกลับบ้าน
“ท่านแม่ แม่นางคนนี้ตกน้ำหมดสติขอรับ”
นางลู่มารดาของลู่เหวินเยียนได้ยินเสียงร้องเรียกจึงออกมาดู
“เหยียนเหยียน ผู้ใดกันแต่งกายประหลาดนัก”
“ไม่ทราบขอรับ ข้าหาปลาอยู่ที่ลำคลองนางผู้นี้ตกลงมาจากฟ้าตรงหน้าข้า”
“แม่ดูแลนางเอง เ้าไปอาบน้ำเถอะ”
“ท่านแม่ข้าได้ปลามา4ตัวข้าจะต้มชุปปลาตัวหนึ่ง อีก3ตัวข้าจะเอาไปขายนะขอรับ”
“ตามใจเ้า อ่อ..เอาผ้าปักไปส่งให้เถ้าแก่เนี๊ยร้านผ้าด้วยนะ”
“ได้ขอรับ”
นางลู่อยู่กับบุตรชาย2คน สามีนางไปเป็ทหารแต่เสียชีวิตที่สนามรบหลายปีแล้ว ครอบครัวนางยากจนมาก มีลูกชายเพียงคนเดียวที่เป็เสาหลัก หากนางไม่มีบุตรชายคนนี้นางคงตายตามสามีไปนานแล้ว ครอบครัวนางไม่มีรายได้มากมายลูกชายเข้าป่าล่าสัตว์ หาปลาไปขายในตลาด รับจ้างทั่วไป ส่วนนางลู่ปักผ้าให้ลูกชายนำไปขายที่ร้านขายผ้า พอได้ซื้อข้าวสารมาเก็บไว้
นางลู่เช็ดเนื้อเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หญิงสาวแปลกหน้า โชคดีที่ใส่เสื้อผ้าของนางได้พอดี เสร็จแล้วไปเตรียมอาหารไว้รอบุตรชายกลับมาจากตลาด
เว่ยเว่ยหลับไป 3 วันเต็ม รู้สึกตัวว่าคอแห้งมาก
“แค่กแค่ก นะ..น้ำ…ขอน้ำหน่อย”
เพราะนอนนิ่งมาหลายวันทำให้นางลู่และบุตรชายร้อนใจ จึงไปตามหมอในเมืองมาดู หมอตรวจดูอาการแล้วว่าไม่ได้เป็อะไรมาก ที่นางยังไม่ฟื้นเขาก็ไม่รู้สาเหตุเช่นกัน
เมื่อนางฟื้นทุกคนเลยดีใจ นางลู่ประคองเว่ยเว่ยลุกนั่ง ใช้ช้อนตักน้ำให้นางดื่ม เว่ยเว่ยได้ดื่มน้ำสักพักก็ดีขึ้น เหยียนเหยียนไปทำข้าวต้มง่ายๆ มาให้คนป่วยกิน
“ข้าวต้มมาแล้วขอรับท่านแม่”
เว่ยเว่ยมองเห็นชายหญิงสองคนแต่งตัวโบราณๆ จึงถามเสียงเบาด้วยความสงส้ย
“ที่นี่ที่ไหนคะ”
“เ้ากินข้าวเสียก่อนเถอะ แล้วค่อยคุยกัน”
เว่ยเว่ยยังมึนๆ งงๆ อยู่ กินข้าวเสร็จแล้วก็ตามด้วยยาต้มขมๆ เว่ยเว่ยเป็คนกินยาง่าย ขมแค่ไหนเธอก็กินได้
“แม่หนูเ้าชื่ออะไรรึ”
“เว่ยเว่ย”
“ข้าแซ่ลู่ นี่เหยียนเหยียนลูกชายข้า เหยียนเหยียนบอกว่าเ้าตกลงมาจากฟ้า”
เว่ยเว่ยมีอาการปวดหัวขึ้นมาทันที
“ขะ..ข้าจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จำได้แต่ว่ากำลังจะออกไปทำงานเท่านั้น รู้สึกตัวก็อยู่ที่นี่แล้ว”
“เ้าพักผ่อนเถอะ หายดีแล้วค่อยว่ากัน”
นางลู่เอ่ยขึ้น แม้ไม่รู้ที่มาทีไปของสตรีผู้นี้ แต่นางก็รู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
วันถัดมาอาการของเว่ยเว่ยดีขึ้นมากแล้ว จึงอยากลุกเดินออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายบ้าง นอนติดเตียงมาหลายวันแล้วเธอรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวยิ่งนัก เว่ยเว่ยสังเกตุเห็นว่าบ้านหลังนี้เก่าทรุดโทรมมาก จะเรียกบ้านก็ไม่ถูกนัก กระท่อมหลังเล็กๆ เสียมากกว่า มีเพียง2ห้อง เธอนอนห้องหนึ่งท่านน้าลู่นอนอีกห้องหนึ่ง แล้วพี่เหยียนไปนอนที่ไหนล่ะ เธอเดินออกมาจากกระท่อมมองดูรอบๆ ก็มีแต่ป่า
“เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรนะ”
เว่ยเว่ยยืนคิดอยู่คนเดียวสักพักก็นึกบางอย่างได้ เธอฝันว่าเธอเดินไปในป่าที่นี่แน่นอน เธอจึงตัดสินใจเดินไปตามทางที่เธอฝัน เธอเดินไปในป่าเรื่อยๆ ่ที่เธอหลับอยู่หลายวันนั้นเธอฝันว่าเธอเดินมาทางนี้ เดินไปเรื่อยในฝันว่าเธอหยุดตรงนี้ คลับคล้ายว่าเธอเจออะไรสักอย่าง แต่ในฝันก็ไม่ชัดเจนว่าเธอเจอกับอะไรเธอจึงก้มมองหาจนทั่ว
“ในฝันเราหาอะไรนะที่ตรงนี้ โสมซานซีนี่นา ถังเช่า! เห็ดเป๋าฮื้อ (คล้ายเห็ดนางฟ้าแต่โคนอวบใหญ่) "
เธอตัดสินใจยังไม่ขุดโสมไป แต่เธอเก็บเห็ดกลับไปพอประมาณ เอาไปผัดทำอาหาร ส่วนโสมกับถังเช่าเดี๋ยวเธอจะชวนพี่เหยียนมาขุดให้เขานำไปขาย ตอบแทนครอบครัวลู่ที่ช่วยเหลือชิวิตเธอ
เธอกลับมาถึงบ้านก็เห็นน้าลู่และพี่เหยียนนั่งหน้าเครียดกันอยู่หน้าบ้าน เกิดอะไรขึ้นกันนะ
“ท่านแม่นั้นเว่ยเว่ยกลับมาแล้ว”
ลู่เหวินเหยียนเห็นเว่ยเว่ยเดินออกมาจากป่า ถือบางอย่างมาด้วยนางลู่เห็นเว่ยเว่ยกลับมาอย่างปลอดภัย ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เว่ยเว่ยเ้าไปไหนมา ท่านแม่ตามหาเ้าไปทั่วทั้งหมู่บ้าน”
เว่ยเว่ยยิ้มน่ารักประจบนางลู่
“ข้านอนหลายวันรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว จึงลุกเดินออกกำลังกายน่ะ”
“เ้าเดินเล่นในป่านั้นงั้นรึ มันใช่ที่เดินเล่นรึไง”