ฟายฟิน
นี่ก็เป็อีกหนึ่งวันที่ฟินน์เดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมกับลีออนและเพื่อนของลีออน ถึงแม้จะพึงเกิดเื่ระหว่างเขากับลีออนก็ตาม แต่ฟินน์ก็ยังไม่ได้บอกหรืออธิบายอะไรให้ซินซินได้ฟัง ซินซินจึงไม่กล้าที่จะถามออกไป จนกระทั้งคู่กินข้าวกลางวันกันจนเสร็จ ฟินน์ก็ยังไม่ยอมพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นเลยและขอตัวไปทำกิจกรรมของชมรมอาสาพร้อมกับชวนซินซินเหมือนทุกวัน ซินซินที่ไม่อยากไปร่วมกิจกรรมกับชมรมอาสา จึงขอแยกตัวมาเพื่อไปดูกิจกรรมชุมนุมอื่นแทน
ตลอดเวลาที่ซินซินเดินชมกิจกรรมต่างๆ ของชมรมอื่นๆภายในโรงเรียนอยู่นั้น เขาก็คิดไม่ตกว่าทั้งๆ ที่พึงมีเื่ทะเลาะกับลีออนและเพื่อนไป ฟินน์ก็ดูไม่พอใจการกระทำของพวกนั้น แต่ทำไมเธอถึงยังมาโรงเรียนพร้อมกับพวกนั้นอยู่ เป็เื่ที่ซินซินคิดไม่ตกตลอดทั้งวัน จนกระทั่งถูกรุ่นพี่คนหนึ่งเรียกรั้งเขาไว้
“นายเป็เพื่อนของฟินน์ใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
ซินซินที่หันไปทางเ้าของเสียงนั้นก็ตอบคำถามของเขาออกไปอย่างงุนงง ที่จู่ๆ ก็โดนเรียกถามถึงฟินน์
“ว่าแล้ว ฉันเห็นพวกนายอยู่ด้วยกันตลอดเลย ต้องเป็เพื่อนกันแน่”
“รุ่นพี่ก็รู้จักกับฟินน์หรอครับ”
“ใช่แล้วล่ะ บ้านของฉันอยู่ใกล้กับสถานเลี้ยงเด็กที่หมอนั่นอาศัยอยู่ แต่ไม่ได้สนิทกันมากนะ เพราะหมอนั้นคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่ตลอดคนละแวกนั้นก็เลยรู้จักฟินน์กันทั้งนั้น”
“แล้วรุ่นพี่มีอะไรหรอครับ”
อยู่ดีดีสีหน้าของรุ่นพี่ก็เปลี่ยนเป็ดูไม่สบายใจขึ้นมาทันทีเมื่อซินซินถามจุดประสงค์ของเขา ก่อนที่เขาจะค่อยๆเดินเข้ามาหาซินซิน เพื่อที่จะกระซิบบางอย่าง เพราะไม่อยากให้ใครได้ยินคำที่เขาจะพูดต่อไปนี้
“เมื่อเช้าระหว่างมาโรงเรียน ฉันเห็นฟินน์โดนทำร้ายนะสิ เลยว่าจะถามนายหน่อยว่าฟินน์เป็ยังไงบ้าง วันนี้ฉันยังไม่เจอเขาเลย”
“โดนทำร้ายอย่างงั้นหรอครับ!”
ซินซินที่ได้ยินว่าฟินน์โดนทำร้ายก็พูดเสียงดังออกมาด้วยความใ ก่อนที่จะนึกถึงรอยช้ำและสภาพมอมแมมของฟินน์ในบางวันขึ้นมา
“เบาเสียงหน่อยสิ….ถ้านายไม่รู้แสดงว่าฟินน์คงไม่ได้เป็อะไรมากสินะ”
“เธอโดนทำร้ายจริงๆ อย่างนั้นหรอครับ แล้วทำไมคุณไม่ช่วยเธอล่ะ”
“ก็ตอนนั้นฉันกำลังนั่งอยู่บนรถประจำทางนิ แถมคนที่ทำร้ายฟินน์ยังเป็ลีออนลูกของวีรบุรุษคนนั้นด้วย จะมีใครกล้าช่วยกันละ”
“ลีออน!”
เมื่อซินซินได้ยินชื่อของลีออนออกมาจากปากของรุ่นพี่คนนั้นพร้อมกับการกระทำของเขา ซินซินก็กำหมัดของเขาแน่นด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อลีออน
“ถ้าฟินน์ไม่เป็อะไรก็ดีแล้วฉันเป็ห่วงแทบแย่ ไม่รู้ว่าเขาไปมีเื่กับคนอย่างงั้นได้ยังไง”
“ขอบคุณที่บอกนะครับ”
ขณะที่ซินซินกล่าวขอบคุณไปนั้นตัวของเขาก็สั่นไปด้วยความโมโห พร้อมกับเดินออกมาจากรุ่นพี่คนนั้น
ซินซินที่กำลังโมโหอยู่และกำลังจะไปถามเื่ราวที่เกิดขึ้นกับฟินน์ แต่เมื่อเขานึกถึงเื่ที่พ่อของลีออนสนับสนุนสถานรับเลี้ยงเด็กของฟินน์อยู่ เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ไปถามเื่นี้กับฟินน์ เพราะกลัวว่าเธอจะลำบากใจ และเลือกที่จะเดินกลับบ้านไปพร้อมกับความโกรธของเขาโดยที่ไม่ได้รอให้หมด่กิจกรรมก่อนเลย
แต่ไม่ทันที่ซินซินจะเดินถึงบ้านของเขา เขาก็เดินผ่านมาตรงจุดที่ชายไร้บ้านที่เห็นเมื่อวานคนนั้นอยู่พอดี ซินซินที่กำลังโมโหลีออน และโทษความอ่อนแอของตัวเองอยู่ ก็เผลอเดินเข้าไปถามรายละเอียดกับชายไร้บ้านคนนั้นอย่างไม่รู้ตัว
“คุณต้องเก่งถึงขนาดไหนกันถึงประกาศรับลูกศิษย์อย่างนี้”
ชายเร่ร่อนที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่นั่นก็เงยหน้ามามองเ้าของเสียงที่เขาเพิ่งได้ยิน และพบเข้ากับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด
ซินซินที่กำลังโมโหนั่นไม่เพียงแต่ไม่ได้รับคำตอบจากชายไร้บ้าน แต่ชายไร้บ้านคนนั้นกลับส่งรอยยิ้มประหลาดๆ ให้กับซินซินแทน มันยิงทำให้เขาโมโหขึ้นไปอีก
“คุณยิ้มอะไรกัน!”
“มีอะไรเหรอเด็กน้อย”
“ผมอยากรู้ว่าคุณเก่งขนาดไหนกันถึงประกาศรับลูกศิษย์ ทำไมพวกชายชุดสูทสีดำที่ดูแข็งแกร่งพวกนั้น ถึงต้องเข้าหาคุณด้วย”
“เก่ง? ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอพูดถึงอะไรแต่ถ้าชายในชุดสูทสีดำพวกนั้นละก็… เพราะฉันมีของที่พวกเขา้าไงล่ะ”
“ของอะไรกัน ของนั้นมันทำให้ผมเก่งขึ้นได้ไหม มันช่วยเพิ่มพลังวิเศษในตัวของผมได้ไหม”
ซินซินรีบยิงคำถามใส่ชายไร้บ้านไม่หยุดเมื่อได้ยินว่าเขามีสิ่งที่ขนาดพวกมีพลังวิเศษระดับสูงยังต้องมาหาเขา
“ได้สิ…ได้ทุกอย่างเลย”
“ผม้ามัน”
“ฮะฮ่าฮ่า”
เมื่อชายไร้บ้านได้ยินคำตอบของเด็กหนุ่มก็เผลอหัวเราะออกมา ปล่อยให้ซินซินอยู่งงอยู่กับท่าทีของเขา ก่อนที่จะเริ่มพูดออกมาต่อ
“ใครใครก็้ามันทั้งนั้นแหละ เธอมีเงินให้ฉันหรือเปล่าล่ะ”
“เงินอย่างนั้นหรอ”
เมื่อชายเร่ร่อนพูดถึงเื่เงินขึ้นมาก็ทำให้ซินซินที่มีท่าทีขึงขังอยู่ก่อนหน้านี้ ถึงกับต้องสงบลง
“เท่าไรหรอครับ”
“จุ๊จุ๊จุ๊จุ๊” ชายเร่ร่อนเอานิ้วชี้ปิดไปที่ปากของตนก่อนที่จะส่งเสียงประหลาดออกมา
“เธอพูดว่าลูกศิษย์สินะ…ฉันอยากมีลูกศิษย์มานานแล้วพอดี ถ้าเธอยอมเป็ลูกศิษย์ฉันจริงๆ ฉันจะให้เธอลองยาวิเศษนี้ก่อนก็ได้นะ ถ้ามันทำให้เธอพอใจได้อย่างที่ฉันบอก เธอค่อยมาขอเป็ลูกศิษย์ฉันอีกทีก็ได้”
“ให้ผมลองก่อนอย่างงั้นหรอ… ก็ได้ ถ้ามันให้ผมแข็งแกร่งขึ้นได้จริงคุณก็คงเป็คนที่พิเศษน่าดู ทำไมผมจะไม่คว้าโอกาศแบบนี้ไว้ละ”
เมื่อชายไร้บ้านได้ยินซินซินพูดอย่างนั้น ก็พยุงตัวเองยืนขึ้น และเดินลึกเข้าไปในตรอกจนหายไปทางด้านหลังร้านของมินิมาร์ท ก่อนที่สักพักจะเดินออกมาพร้อมกับแคปซูลยาเม็ดหนึ่งในมือของเขา เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ซินซินเขาก็คว้ามือของเด็กหนุ่มไว้
“แบมือออกมา”
เด็กหนุ่มที่ได้ยินเสียงและท่าทีขึงขังของชายไร้บ้าน ก็แบมือตามที่เขาสั่ง เมื่อเด็กหนุ่มแบมือของตัวเองออก ชายไร้บ้านก็วางแคปซูลเม็ดนั้นลงที่ฝ่ามือของซินซินและเดินกลับไปนั่งที่เดิมโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะสะบัดมือไล่เด็กหนุ่มให้ไปได้แล้ว ทำให้เด็กหนุ่มไม่คิดจะรอช้า เขากำแคปซูลนั้นไว้แน่นและรีบวิ่งกลับบ้านของเขา
เมื่อซินซินมาถึงบ้านของเขา เขาก็รับวิ่งขึ้นห้องของตัวเองโดยที่ไม่ได้สนใจเสียงทักทายของแม่หรือปู่เขาเลย เด็กหนุ่มยืนทำสมาธิในห้องของเขาอยู่นาน พร้อมกับมองไปที่แคปซูลในฝ่ามือของเขาที่ได้มาจากชายเร่ร่อนไร้บ้าน ก่อนที่จะอ้าปากและโยนแคปซูลเข้าปากของเข้าไป
เวลาที่กว่ายาวิเศษจะออกฤทธิ์นั้นไม่ได้นานเลย เพราะไม่นานหลังจากที่ซินซินกลืนยาวิเศษนั้นไป โลกรอบตัวของเด็กหนุ่มก็เริ่มบิดเบี้ยวไปมา จนทำให้เข้ารู้สึกเวียนหัว และสายตาของเขาก็รับกับภาพที่บิดเบี้ยวไปมาไม่ไหว ทำให้ซินซินรีบปิดตาของตัวเองลง ก่อนที่จะทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้น เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากภาพที่บิดเบี้ยวไปมา
ซินซินนอนอยู่อย่างนั้นสักพัก จนเมื่อซินซินรู้สึกว่าอาการปวดบริเวณศีรษะของเขาเริ่มจางลงเข้าถึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะเบิกตากว้างด้วยความใกับภาพตรงหน้า
ละอองวิเศษจำนวนมากลอยอยู่เต็มภายในห้องเขาไปหมด มันหนาแน่จนเขามองเห็นได้ เมื่อซินซินมองลงไปที่ร่างกายของตัวเอง ก็เห็นว่าเป็เขาเองที่ปล่อยวิเศษมหาศาลนั้นออกมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดอุปกรณ์บนฝ่ามือของเขาให้ทำงานเลย และมันก็ยังคงออกมาอยู่เรื่อยๆ
เมื่อเห็นอย่างงั้นเขาก็เริ่มที่จะลองควบคุมวิเศษที่อยู่ภายในห้องทันที และมันก็ยิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับซินซินขึ้นไปอีก เพราะเขาสามารถควบคุมมันได้เชกเช่นเหล่าฮิวมอนที่สามารถควบคุมวิเศษได้อย่างชำนาญ ซินซินได้อาศัยจังหวะนี้ฝึกบีบอัดธาตุแสงของเขา จนถึงเช้าอีกวันหนึ่งอย่างตื่นเต้น
“ทำไมรู้สึกว่าพลังมันไม่ค่อยเพิ่มขึ้นเลยนะ”
หลังจากที่ซินซินอาศัยจังหวะที่ยาวิเศษนั้นทำการฝึกฝนตัวเองเขากลับรู้สึกว่าระดับพลังวิเศษของเขาไม่เยอะเหมือนก่อนหน้านี้ที่เขาพึ่งกินยาวิเศษเข้าไปเลย
“แต่ความรู้สึกมันสุดยอดไปเลย ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีระดับพลังวิเศษได้เยอะขนาดนั้น ยังไงหลังเลิกเรียนก็คงต้องแวะไปหาชายเร่ร่อนคนนั้นให้ได้”
เมื่อซินซินนึกถึงตอนที่เขากินยาวิเศษไป ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นและอยากเจอชายเร่ร่อนคนนั้นอีกครั้ง ซินซินจึงรีบเตรียมตัว เพื่อที่จะไปโรงเรียนด้วยความกระตือรือร้นผิดกับทุกวัน
“ไปก่อนนะครับ”
“ทำไมวันนี้ดูซินซินจะกระตือรือร้นจะไปโรงเรียนจังเลยนะ”
“ไม่ดีเลยไม่ดีเลย ฉันกลัวจริงๆ ว่าหลานจะไป ข้องเกี่ยวกับพวกไรท์เดน”
พ่อของซินซินที่เห็นท่าทีของเขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา ร่วมถึงปู่ของซินซินที่เห็นท่าทีของเด็กหนุ่ม ก็บ่นออกมาด้วย โดยไม่ได้รู้เลยว่า ท่าทีกระตือรือร้นของเด็กหนุ่มไม่ได้เกี่ยวกับโรงเรียนเลยแต่เป็เพราะเขาเจออาจารย์ของเขาแล้ว
“มีความสุขอะไรอย่างนั้นหรอ เห็นนายนั่งเรียนไปยิ้มไปตลอดเลย”
ฟินน์ที่กำลังนั่งกินข้าวเที่ยงอยู่กับซินซินก็ถามถึงพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของเขาออกมา
“ฉันยังบอกไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็ไปตามที่ฉันคิดละก็เธอก็จะได้ประโยชน์ไปด้วยนะฟินน์”
“ไม่บอกก็ไม่เป็ไรหรอก แต่ยังไงก็ขอให้สำเร็จนะ นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นนายมีความสุขขนาดนี้”
ฟินน์ที่เห็นท่าทีของซินซินก็ยิ้มยินดีให้กับเขาก่อนที่จะมองไปยังโดมที่เป็ลานประลองวิเศษ
“ชมรมประลองวิเศษวันนี้คนเยอะอย่างที่คิดเลย”
“ว่าแต่ทำไมวันนี้คนถึงไปรวมกันอยู่ที่โดมของชมรมประลองวิเศษล่ะ
มีอะไรอย่างงั้นหรอ”
ซินซินที่เห็นว่าฟินน์เหมือนจะรู้บางอย่างก็เลยเอ่ยถามออกไป
“วันนี้ชมรมประลองวิเศษเขาเปิดให้สมัครเขาแข่งทัวร์นาเมนต์ของระดับการศึกษาปีที่สิบสามที่ชมรมจัดขึ้นน่ะ ระดับการศึกษาของเราก็เป็ครั้งแรกด้วยที่จะได้ประลองวิเศษกัน เพราะเขาห้ามเด็กอายุต่ำกว่า12จัดการประลองกันอยู่แล้ว ก็เลยครึกครื้นกันใหญ่”