ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    รางวัลทั้ง 2

    ผู้อาวุโสที่เฝ้าอยู่ด้านนอกทันใดนั้นลืมตาขึ้นและแสดงหน้าตกตะลึง จากนั้นไม่นานเจ้าสำนักก็ปรากฏตัว“เกิดอะไรขึ้น” เจ้าสำนักกล่าว“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน” ผู้อาวุโสกล่าวทั้งสองรีบเข้าไปในทะเลสาบจู่หลงทันทีและเมื่อไปถึงพวกเขาก็พบว่าศิษย์ทั้งหมดกำลังยืนอยู่บนฝั่งและมองไปยังใจกลางทะเลสาบจู่หลง“เกิดอะไรขึ้น” ผู้อาวุโสกล่าว“มันเป็นเพราะเจ้าฟางเฉินแน่ เจ้าฟางเฉินมันต้องทำให้วิญญาณผู้พิทักษ์ทะเลสาบโกรธแน่ ๆ” หวังเฟยคำรามออกมา“มันเกิดอะไรขึ้น” เจ้าสำนักเมินหวังเฟยแล้วหันไปถามเย่เซียน“ฟางเฉินสามารถเดินไปถึงระยะ 500 เมตรได้แล้วก็เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้น” เย่เซียนกล่าว“เรื่องจริงงั้นเหรอ” เจ้าสำนักและผู้อาวุโสหันไปมองมายุที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่ซึ่งตอนนี้พวกเขาไม่สามารถมองเห็นฟางเฉินได้เลยหมอกสีขาวปรากฎออกมาอย่างหนาแน่น ทางด้านฟางเฉินตรงหน้าของฟางเฉินตอนนี้ปรากฏแท่นหยกสีฟ้าครามซึ่งแท่นหยกเหมือนกับที่นั่งบ่มเพาะพลังไม่มีผิด ฟางเฉินไม่รอช้ารีบเข้าไปนั่งทันที แต่พริบตานั้นเองแสงสว่างสีทองก็สาดประกายออกมาจากน้ำทะเลสาบ ตัวอักษรโบราณมากมหายหลั่งใหลมารวมกันที่แท่นหยกจากนั้นคัวอักษรก็เริ่มเรียงตัวกันเป็นข้อความชุดใหม่ก่อนที่ตักอักษรเหล่านั้นจะใหลเข้าไปในตัวของฟางเฉิน“นี่มันอะไรกัน” ฟางเฉินแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“ฟางเฉินอย่าต่อต้านปล่อยให้พวกมันจมลงไปในร่างของเจ้าแบบนี้แหละ” ความโลภรีบกล่าวเมื่อเห็นฟางเฉินกำลังต่อต้านฟางเฉินกัดฟันและปล่อยให้ตัวอักษรเหล่านี้ซึมซับเข้าไปในร่างของตัวเองทันที ตัวอักษรโบราณเหล่านี้เริ่มเข้าไปในร่างของฟางเฉินอย่างต่อเนื่องและไม่ใช่แค่นั้นพวกมันได้หลอมรวมเข้าไปในกระดูกของฟางเฉินอีกด้วยทำให้กระดูกของฟางเฉินเริ่มเป็นสีทองอ่อนๆแล้ว“นี่มันอะไรกัน!!!!” ฟางเฉินรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองกำลังแข็งแกร่งขึ้น“ผู้ใดก็ตามที่สามารถมาถึงใจกลางทะเลสาบแห่งนี้ได้ก็จะได้รับรางวัล 2 อย่าง อย่างแรกคือการยกระดับกายา และอย่างที่สอง คือทักษายาที่แข็ง กายามังกร รางวัลสองอย่างนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้คนใฝ่ฝันถึง” เสียงที่เก่าแก่ดังขึ้นในหัวของฟางเฉินอย่างต่อเนื่อง“เสียงนี้มาจากใหนหรือว่า เจตจำนงของเทพที่ผู้สร้างทะเลสาบแห่งนี้” ฟางเฉินกล่าว“ใช่แล้ว ข้าคือเศษเสี้ยวเจตจำนงที่ถูกทิ้งเอาไว้ เอาละชนรุ่นหลังเอ๋ย จากนี้ข้าจะถ่ายทอดทักษะ กายามังกรให้กับเจ้า และเมื่อเจ้าได้ฝึกฝนทักษะนี้แล้วเจ้าห้ามถ่ายทอดให้กับคนอื่นอย่างเด็ดขาดไม่อย่างงั้นข้าก็ไม่มีทางเลือกนอกจาที่จะต้องฆ่าเจ้า” เสียงที่เย็นชาดังขึ้น“แน่นอน” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ“ดี ถ้าอย่างงั้นจงรับไป เวลาที่เหลือนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วว่าจะสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะนี้ได้มากน้อยแค่ใหน” เสียงที่เย็นชากล่าวขึ้นตอนนั้นเองที่ตัวอักษรมากมายก็ปรากฏตรงหน้า ฟางเฉินสูดหายใจเข้าลึกๆจากนั้นก็เริ่มปลดปล่อยจิตวิญญาณดวงตาออกมาทันที ฟางเฉินใช้พลังสมาธิทั้งหมดในการจดจำตัวอักษรทั้งหมดและทำความเข้าใจเนื้อหาในการฝึกฝนด้วยทางด้านเจ้าสำนักพวกเขาเห็นเพียงแสงสว่างสีทองสาดประกายออกมาจากหมอกที่หนาแน่นเท่านั้นพวกเขาไม่รู้ว่าแสวงสีทองนั่นเกิดจากอะไร“นี่มันเกิดอะไรขึ้นอยู่งั้นเหรอท่านพ่อ” เย่เซียนกล่าว“จากตำนานกล่าวว่าผู้ที่ไปถึงใจกลางทะเลสาบจู่หลงจะได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีเพียงคนเดียวที่ทำได้นั่นก็คือ ท่านบรรพชนของพวกเราและท่านยังเป็นคนเดียวที่ไปถึงระดับเทพอีกด้วย” เจ้าสำนักกล่าวด้วยสีหน้านับถือ“อะไรนะ เป็นไปไม่ได้ เจ้าสวะนั่นเป็นเพียงจิตวิญญาณขยะระดับต่ำไม่มีทางที่มันจะไปเทียบกับท่านบรรพชนได้หรอก” หวังเฟยคำรามออกมาด้วยสีหน้าไม่ยอมรับ“ท่านบรรพชนเองก้ไม่ได้มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นกันแต่ท่านก็ไปถึงระดับเทพได้” เจ้าสำนักกล่าวและมองมาที่ฟางเฉินด้วยสายตาเย็นชา“อึก!!!!!” หวังเฟยพึ่งรู้ตัวว่าตนเองพูดมากเกินไป“ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่น่ารังเกียจจริงๆ ถ้าไม่มีผู้อาวุโสสูงสุดหนุนหลังข้าอยากรู้นักว่าเขาจะกล้าทำตัวยโสแบบนี้ใหม” เหยียนมี่กล่าวด้วยสีหน้ารังเกียจ“นั่นมันก็ธรรมดา หวังเฟยมีจิตวิญญาณระดับสวรรค์แถมยังเป็นหลานของผู้อาวุโสสูงสุดอีกด้วยไม่แปลกที่เขาจะหยิ่งยโส” เฟิงหวู่กล่าว“จิตวิญญาณระดับสวรรค์แล้วไง ไม่ใช่ว่าเขาพ่ายแพ้ให้กับ หนิงเซี่ยจากสำนักเว่ยซึ่งมีเพียงจิตวิญญาณระดับปฐพีเมื่อ 10 ปีก่อนงั้นเหรอ” เหยียนมี่กล่าว“นั่นสินะ อย่างที่ฟางเฉินกล่าวเอาไว้นั่นแหละความแข็งแกร่งและขีดจำกัดของคนๆหนึ่งมันไม่เกี่ยวกับจิตวิญญาณแต่มันเกี่ยวกับๆคนๆนั้นต่างหาก” เฟิงหวู่กล่าวทางด้านฟางเฉินด้วยความช่วยเหลือของจิตวิญญาณดวงตาฟางเฉินสามารถจดจำตัวอักษรและทักษะกายามังกรได้ทั้งหมด“กายามังกรมีทั้งหมด 10 ระดับ ซึ่งเหมือนกับระดับของอสูร ใน 4 ขั้นแรก จำเป็นต้องใช้โลหิตอสูรที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับ 1 -4 แต่ว่าระดับ 5 ขึ้นไปนั้นจำเป็นต้องนำโลหิตของอสูรที่สายเลือดของมังกรมายกระดับเท่านั้น ดูท่าไม่ง่ายเลยที่จะหาโลหิตของอสูรที่มีสายเลือดมังกร” ฟางเฉินคิดกับตัวเองเวลาผ่านไปพริบตา 2 เดือนก็ผ่านไปหมอกในทะเลสาบเริ่มหายไปเผยให้เห็นร่างของฟางเฉินกำลังนั่งบ่มเพาะอยู่บนเตียงหยก“นั่นเขา” ศิษย์คนหนึ่งชี้ไปทางฟางเฉินฟางเฉินลืมตาขึ้นพร้อมกับดวงตาสีทองสาดประกายออกมา ฟางเฉินค่อยลุกขึ้นก่อนจะก้าวลงมา เมื่อฟางเฉินกลับมาถึงฝั่งเจ้าสำนักก็พุ่งมาหาฟางเฉินและรับนำตัวฟางเฉินและเย่เซียนออกไปทันที“อะไร ท่านเจ้าสำนักจะพาเขาไปใหน” ศิษย์หลักคนหนึ่งกล่าว“เรื่องในวันนี้พวกเจ้าห้ามเผยแพร่ให้ใครรู้อย่างเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นบิดาหรือผู้อาวุโสคนอื่น ๆ และถ้าเกิดข่าวนี้รั่วใหลแม้แต่นิดเดียวพวกเจ้าก็เตรียมตัวถูกลงโทษขั้นร้ายแรงที่สุดเข้าหรือไม่” ผู้อาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้นชาก่อนจะหันมาทางหวังเฟยเพราะสำหรับเขาหวังเฟยคือตัวปัญหาที่อาจจะไม่ฟังคาสั่งของเขามากที่สุด“พวกเราเข้าใจแล้ว” ศิษย์คนอื่นก้มหน้าด้วยความกลัวหวังเฟยเย้ยหยันแต่ว่าก็แสร้งทำเป็นรับปาก หวังเฟยต้องนำเรื่องไปบอกท่านปู่ของตนเองอย่างแน่นอนเมื่อส่งพวกศิษย์ออกไปแล้วผู้อาวุโสก็หันไปมองใจกลางทะเลสาบและก้มหัวลงคารวะทีนที เตียงหยกเริ่มสั่นใหวและจมลงไปในทะเลสาบอย่างช้า ๆจนในที่สุดทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ