“อามิตตาพุทธ ประสกอย่าได้ฆ่าคนอีกเลย ที่พวกเราต้องกวาดล้างที่นี่เพราะยาพิษที่พวกเ้าสร้างขึ้นมาทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตกตายไปเป็จำนวนมาก”
“ฮึ! คนบางคนมันก็สมควรตายมิใช่หรือ? ชาวบ้านเหล่านี้พวกเขาแค่้าแก้แค้นคนที่ทำร้ายพวกเขาด้วยตนเอง ข้าเพียงแค่สอนพวกเขาเล็กน้อยเท่านั้น แต่พวกท่านกลับนำคนมามากมายเพื่อฆ่าล้างบางคนที่นี่ ไม่ใช่ว่าพวกท่านจะเลวร้ายกว่าพวกข้าหรอกหรือ?”
“เ้าอย่าได้เห็นผิดเป็ชอบ คนที่ได้รับพิษจากพวกเ้าบางคนอาจจะเลวร้ายจริง แต่คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเล่า พวกเขาเหตุใดจึงต้องตกตายเพราะพิษของพวกเ้าด้วย”
“นั่นสิ พวกเ้าก่อกรรมทำเข็ญมาหลายปี วันนี้พวกเราจึงต้องรวมตัวกันมากำจัดพวกเ้าและสถานที่อันเลวร้ายแห่งนี้ให้หมดสิ้น!” เ้าสำนักคนหนึ่งกล่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าโจวเมี่ยวเมี่ยว ไม่เคยสอนให้ใครทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ในเมื่อพวกเ้า้าทำลายหุบเขาพิษนี้ของข้า พวกเ้าก็จงตกตายเป็เพื่อนพวกข้าที่นี่เถิด”
ศิษย์นอกที่เหลืออยู่เพิ่งเคยพบเ้าสำนักเป็ครั้งแรก พวกเขาเห็นเ้าสำนักเริ่มการต่อสู้ก็ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง หากจะตาย พวกเขาก็จะตายไปพร้อมกับเ้าสำนักตรงหน้า อย่างไรพวกเขาก็ได้รับการช่วยเหลือจากท่านอาจารย์ การดูแลหุบเขาจึงเหมาะสมแล้วที่พวกเขาจะใช้ชีวิตเป็เดิมพัน
“อามิตตาพุทธ” เ้าสำนักวัดเส้าหลินได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ตั้งค่ายกล 18 อรหันต์ สังหารให้หมดสิ้น!” รองเ้าสำนักวัดเส้าหลินรีบร้องบอก
คนจากวัดเส้าหลินแยกตัวออกเป็กลุ่ม ๆ และกลุ้มรุมสังหารศิษย์ที่เหลืออยู่อย่างไม่กลัวว่าตนเองจะถูกพิษ ถึงแม้จะมีคนถูกพิษจนล้มลง ก็ยังมีคนใหม่เข้ามาแทนที่ค่ายกลอยู่ดี
โจวเมี่ยวเมี่ยวเห็นเช่นนั้นก็อดรนทนไม่ไหวที่จะช่วยคนในหุบเขาของนาง นางใช้พิษที่รุนแรงที่สุดแพร่ออกไปโดยรอบจนทำให้ทุกคนล้มลงจนกระอักเืออกมาในคราวเดียว มีเพียงเ้าอาวาสวัดเส้าหลินกับเ้าสำนักที่แข็งแกร่งอีกสี่คนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ พวกเขาใช้พลังปราณป้องกันพิษร้ายที่ถูกปล่อยออกมาโดยโจวเมี่ยวเมี่ยว จึงทำให้ยังสามารถประจันหน้ากับนางได้
“พวกเ้าหนีไปซะ!!” โจวเมี่ยวเมี่ยวสั่งศิษย์นอกที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
“แต่ว่า…” เหล่าศิษย์ต่างหันมองหน้ากัน
“หุบปาก! รีบไป! ข้าจะทำทางหนีให้พวกเ้า”
โจวเมี่ยวเมี่ยวกล่าวจบก็ไม่รอช้า นางใช้พลังปราณพิษเบิกทางที่มีคนอ่อนแอที่สุดล้อมเอาไว้จนพวกเขาล้มตายลงราวกับใบไม้ร่วง
“ไป!!!” นางตวาดสั่งเสียงดัง
ศิษย์นอกที่เหลือไม่กี่คนรีบวิ่งฝ่าออกไปทางนั้นทันที พวกเขาใช้วิชาตัวเบาที่ฝึกฝนมาอย่างเต็มกำลังเพื่อหนีให้พ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ในใจพวกเขาล้วนสำนึกขอบคุณเ้าสำนักที่ช่วยเหลือพวกเขาในยามวิกฤตเช่นนี้
“จับพวกมันให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ฆ่าพวกมันซะ อย่าให้หนีไปได้” เ้าสำนักคนหนึ่งรีบร้องสั่งให้คนติดตามพวกเขาไปเช่นกัน
“ฮึ! พวกเ้ากล้า!!!” โจวเมี่ยวเมี่ยวกวาดพลังปราณพิษไปยังกลุ่มจอมยุทธ์ที่ทำท่าจะวิ่งตามศิษย์นอกเ่าั้ไปทันที
พลั่ก! อั่ก! พรวด!
จอมยุทธ์ฝีมืออ่อนด้อยนับร้อยตกตายในทันทีเพียงแค่ฝ่ามือเดียว ทำให้คนที่คิดจะติดตามไปก่อนหน้านี้รีบถอยกรูดกลับไปใกล้เหล่าเ้าสำนักของพวกเขาแทน
“อามิตตาพุทธ ตอนนี้ประสกเหลือตัวคนเดียวแล้ว ไม่กลัวตายหรือ?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ามีหรือจะกลัวตาย ถึงข้าจะตาย ข้าก็จะลากพวกเ้าลงนรกไปกับข้าด้วย”
“ท่านเ้าอาวาสอย่าเปลืองน้ำลายพูดกับนางเลยขอรับ คนเช่นนี้คงไม่มีทางกลับตัวได้หรอกขอรับ” เ้าสำนักหยางซานเอ่ย
“ฮึ! หากพวกเ้าเก่งกาจนักก็มาเอาชีวิตของข้าสิ” โจวเมี่ยวเมี่ยวกล่าว
“ปากดีเหลือเกินนะนางมารพิษ! พวกเรา ฆ่านางเสีย” เ้าสำนักกระบี่กล่าวเสียงดัง
คนอื่น ๆ พอได้สัญญาณจากเ้าสำนักกระบี่ ทุกคนต่างใช้วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเองออกมาเพื่อฆ่าโจวเมี่ยวเมี่ยวให้เร็วที่สุดก่อนที่จะเกิดการสูญเสียไปมากกว่านี้
ระหว่างการต่อสู้ โจวเมี่ยวเมี่ยวแอบปล่อยพิษไร้สีไร้กลิ่นปะปนเข้าไปในลมปราณพิษที่นางปล่อยออกไปด้วย ในเมื่อวันนี้นางคงไม่รอดแล้ว แน่นอนว่านางจะทำให้คนเหล่านี้ตายอย่างช้า ๆ ด้วยพิษที่ตรวจจับไม่ได้ของนาง การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงมากกว่าก่อนหน้านี้นัก
เ้าอาวาสวัดเส้าหลินเองก็เข้าร่วมการต่อสู้กับเ้าสำนักทั้งสี่ที่มีฝีมือสูงส่งที่สุดในเหล่าจอมยุทธ์ที่มาวันนี้ด้วย ความจริงท่านอยากจะให้โอกาสนางเพื่อกลับตัวสักหน่อย แต่เมื่อเห็นนางฆ่าคนอย่างไม่กระพริบตาจนจอมยุทธ์ตายไปอย่างรวดเร็วมากกว่าครึ่งแล้ว ท่านจึงต้องลงมือด้วยตนเองเช่นนี้
เพี๊ยะ! พรึ่บ! อั่ก! พรวด!!!
หนึ่งในเ้าสำนักทนต่อพิษจากฝ่ามือของโจวเมี่ยวเมี่ยวไม่ไหวจึงลอยละลิ่วพร้อมกับกระอักเืสีดำจำนวนมากออกมาอย่างสุดจะกลั้น ก่อนที่เขาจะสิ้นใจไปในเวลาไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ เ้าอาวาสวัดเส้าหลินเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่เสียใจ
“ไม่นึกเลยว่าสีกาจะโหดร้ายขนาดนี้ ข้าคงต้องลงมืออย่างจริงจังบ้างแล้ว ฝ่ามือยูไล!”
พลั่ก!! อั่ก!
โจวเมี่ยวเมี่ยวกลืนเืลงไปในลำคอ ก่อนจะใช้วิชาที่นางคิดค้นขึ้นมาปล่อยปราณพิษจำนวนมากกระจายไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จอมยุทธ์เหล่านี้จะกินยาถอนพิษมาก่อนหน้าแล้ว แต่พิษของโจวเมี่ยวเมี่ยวไม่ใช่ยาถอนพิษทั่วไปจะสามารถแก้ไขได้ ทำให้ตอนนี้มีผู้คนล้มลงตายตาไม่หลับอีกเกือบสี่ร้อยคนในคราวเดียว
จอมยุทธ์ที่เหลือรอดอยู่ถึงแม้จะยังพอยืนอยู่ได้ แต่ภายในกลับปั่นป่วนแล้ว พวกเขาได้แต่รีบนั่งลงแล้วใช้พลังปราณต้านพิษเอาไว้อย่างสุดกำลัง เ้าอาวาสวัดเส้าหลินเห็นเช่นนี้ก็ยิ่งลงมือรุนแรงขึ้นเพื่อไม่ให้มีคนล้มตายไปอีก เ้าสำนักทั้งสามที่เหลือก็กลุ้มรุมเข้าไปเช่นเดียวกัน
โจวเมี่ยวเมี่ยวที่ใช้พลังปราณไปมากและยังาเ็จากวิชาของเ้าสำนักทั้งสี่ที่เหลืออยู่เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว นางได้แต่นึกในใจว่าอีกไม่นานก็จะได้ไปอยู่เป็เพื่อนลูกชายนางแล้วเท่านั้น
การต่อสู้ยังคงดำเนินไปเกือบร้อยกระบวนท่า ก่อนที่โจวเมี่ยวเมี่ยวจะถูกฝ่ามือของเ้าสำนักเส้าหลินเข้าเต็มเปากลางหน้าอกของนางจนลอยละลิ่วออกไปพร้อมเืที่พุ่งเป็สายออกมาจากปากนางอย่างสุดจะกลั้น
พลั่ก! อั่ก! พรวด! ตุ้บ! แฮ่ก!!
เ้าสำนักทั้งสี่ที่เหนื่อยล้าไม่น้อยและยังต้องใช้พลังลมปราณต้านพิษต่างถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เห็นโจวเมี่ยวเมี่ยวหมดหนทางสู้ต่อแล้ว พวกเขาเดินเข้าไปดูว่านางยังมีเรี่ยวแรงหลงเหลืออีกหรือไม่ ก่อนที่จะพบว่าลมหายใจของนางนั้นรวยรินเต็มที เ้าอาวาสวัดเส้าหลินอดที่จะสวดมนต์ให้นางก่อนตายไม่ได้ พร้อมทั้งเตือนสตินางก่อนที่โจวเมี่ยวเมี่ยวจะสิ้นใจในเวลาต่อมา
“อามิตตาพุทธ ขอให้ชาติหน้าท่านทำแต่ความดีเพื่อแก้ไขสิ่งเลวร้ายที่ท่านทำในชาตินี้เถิด สีกามีสิ่งใดจะขอร้องก่อนตายหรือไม่?”
“ข้า.. ข้า..มี..ช่วย...ฝัง..อั่ก! พรวด! ฝังข้า..ที่ข้าง...หลุม..ศพ..ขอบ...คุณ”
หลังกล่าวจบนางก็สิ้นใจไปพร้อมกับบทสวดที่เ้าอาวาสวัดเส้าหลินสวดให้เพราะความเมตตาของเขา เขายังสั่งศิษย์ให้นำร่างนางไปฝังยังข้างหลุมศพที่นางชี้บอกก่อนตายด้วย ก่อนที่ทุกคนจะพักผ่อนที่บนหุบเขาและช่วยถอนพิษให้กับคนที่าเ็อยู่ ส่วนการเผาสมุนไพรพิษในหุบเขานั้นจะจัดการวันพรุ่งนี้ก่อนลงจากเขา