พิชิตภพสยบสวรรค์ ภาค1 ดินแดนแห่งท้องฟ้า

    ตอนที่ 24 การต่อสู้กับความคิด

    หลังจากที่คิดอะไรได้บางอย่าง เจิ้นเทียนก็รีบนั่งทำสมาธิและหลับตาฝึกฝนทันที เขารู้สึกว่า...กำลังจะค้นพบสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง “ข้ากำลังเดิน...ผิดทาง”  เจิ้นเทียนคิดในใจ พลางโคจรเคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยนทันที “ก่อนหน้านี้ ข้ามัวแต่เพ่งไปที่จุดใดจุดหนึ่ง แล้วค่อยๆ ควบคุมเพิ่มเติม” เมฆาแปรเปลี่ยนถูกโคจรไปที่ฝ่ามือทันที “เมื่อข้าตั้งสมาธิแล้วโคจรที่จุดเดิม ก็จะค่อยๆควบคุมอณูของร่างกายส่วนนั้นได้ทีละนิด” เจิ้นเทียนเร่งการโคจรเคล็ดให้มากขึ้น เขารู้สึกได้ทันทีว่าสามารถควบคุมอณูเล็กๆ ที่ฝ่ามือได้เพิ่มขึ้น “ด้วยวิธีฝึกนี้ทำให้หนึ่งเดือนที่ผ่านมา การควบคุมจึงคืบหน้าช้ามาก เพราะการฝึกเคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยน ต้องสามารถควบคุมอณูมากมายได้พร้อมกัน ดังนั้นสิ่งที่ข้าต้องเปลี่ยนวิธีควบคุมใหม่นั่นก็คือ.......” “การเลือกควบคุม จุดสั่งการของร่างกายทั้งหมด หรือที่ความคิดของข้าก่อน...นั่นเอง” เมื่อคิดได้ดังนั้น เจิ้นเทียนก็เร่งโคจรเคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยนไปที่สมองทันที แล้วค่อยๆควบคุมอย่างระมัดระวัง “สิ่งแรกที่ข้าควรทำก็คือ...แบ่งแยกความคิดให้เป็นหลายๆส่วนก่อน” เคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยนโคจรควบคุมความคิดของเจิ้นเทียน แล้วค่อยๆแบ่งความคิดก้อนใหญ่ จาก...หนึ่งเป็นสองส่วน “ข้าจะเริ่มจากความคิดก้อนแรก ให้ควบคุมที่มือขวาและความคิดก้อนที่สองควบคุมที่มือซ้าย” เจิ้นเทียนพยายามบังคับความคิดแรกให้โคจรเคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยนไปที่มือขวา เขาค่อยๆลองควบคุมอีกหนึ่งความคิดใหม่ ให้โคจรเคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยนไปที่มือซ้าย ขณะนั้นเขารู้สึกว่ามือซ้ายที่ความคิดก้อนใหม่ควบคุมนั้นสามารถเริ่มควบคุมอณูได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้สึกว่าวิธีนี้ได้ผล เจิ้นเทียนก็ดีใจ...เหมือนตัวเองกำลังค้นพบขุมทรัพย์ก้อนใหญ่ “วิธีนี้ทำให้ฝึกฝนได้เร็วขึ้นอย่างมาก ข้าต้องค่อยๆ แบ่งความคิดออกมาอีก แล้วเริ่มฝึกบังคับให้ควบคุมส่วนอื่นๆ” ด้วยความดีใจและความมุ่งมั่น ทำให้ตอนนี้เจิ้นเทียนจมอยู่ในภวังค์ของการฝึกอย่างไม่รู้ตัว ท่านปู่ที่กำลังปรุงยา หันมาชำเลืองที่เจิ้นเทียน พลางยิ้มแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ ........................................ เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือน ตอนนี้เจิ้นเทียนสามารถแบ่งความคิดได้หนึ่งร้อยความคิด ซึ่งสามารถควบคุมร่างกายได้ถึงสิบส่วนจากร้อยส่วน “โชคดีที่ข้าค้นพบวิธีฝึกนี้ ด้วยวิธีนี้ภายในหนึ่งปีข้าอาจจะควบคุมได้ทั้งร่าง จากนั้นก็ต้องฝึกควบคุมอย่างต่อเนื่องให้ได้ จึงจะเข้าถึงแก่นแท้ของเคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยน แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกแค่ไหน?” เจิ้นเทียนถอนหายใจ แต่เขาก็ยังดีใจ ที่สามารถร่นระยะการฝึกควบคุมทั่วร่างจากสี่สิบปีเป็นหนึ่งปี ด้วยวิธีฝึกฝนใหม่ที่ค้นพบ เจิ้นเทียนเองยังไม่รู้ว่า การแบ่งความคิดเป็นหลายๆส่วนที่เขาใช้ฝึกนี้ จะเป็นประโยชน์กับตัวเขาในอนาคตอย่างมากมาย ในช่วงระยะเวลาที่เจิ้นเทียนฝึกฝนนั้น นักรบฝึกหัดหลายคนก็สามารถผ่านทะลวงขั้นเป็นระดับนักรบได้แล้ว โดยเฉพาะหวังอู่ มู่ปิง และอู๋ต้า ซึ่งต้องขอบคุณยาสมุนไพรทะลวงขั้น ที่ทางเผ่าฟ้าคำรามเตรียมไว้มากมาย สำหรับนักรบฝึกหัดทั้งหมด ปกติแล้วสมุนไพรสำหรับทะลวงขั้นนี้ มีมูลค่าสูงมาก มันมีราคาราวหนึ่งเหรียญทองต่อสมุนไพรหนึ่งชุด ซึ่งบางคนอาจต้องใช้สมุนไพรถึงสิบชุดในการทะลวงขั้น แต่ทางเผ่าฟ้าคำรามก็เตรียมให้อย่างไม่เสียดาย เพราะรู้ว่าศึกชิงป้ายประจำเผ่านี้เป็นตัวชี้ขาดอนาคตของเผ่า ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของสมุนไพรหายากนี้ ถูกทางเผ่าก็บเป็นความลับมาเนิ่นนาน เพราะกลัวเผ่าใหญ่ๆจะมาแย่งชิง ด้วยเหตุนี้ทำให้ทุกครั้งที่มีการแลกเปลี่ยน เผ่าฟ้าคำรามจึงจำกัดจำนวนการขายสมุนไพรหายาก เพื่อไม่ให้เผ่าอื่นล่วงรู้ ............................
    หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีเสียงคุ้นเคยดังมาจากหน้าบ้านของเจิ้นเทียน “เด็กน้อยเจิ้นเทียน!...เจ้าอยู่หรือไม่ พี่อ้วนจะชวนไปเที่ยว”  เสียงอู๋ต้าดังขึ้นแต่เช้า “อู๋ต้า เจ้าเรียกข้าเด็กน้อยไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้ข้าสูงกว่าเจ้า” เจิ้นเทียนเดินออกมาพลางทักตอบด้วยรอยยิ้ม “ไอ้หยา!...เดี๋ยวนี้ปากคอเลาะร้ายขึ้นมาก ไม่เลวๆสมเป็นเพื่อนของข้า”  อู๋ต้าชื่นชมและมองร่างสูงโปร่งของเจิ้นเทียน ที่กำลังเดินมาหา
    “เจ้าจะชวนข้าไปไหน?”  เจิ้นเทียนถามอย่างสงสัย “ตอนนี้ศึกชิงป้ายกำลังจะเริ่ม ทุกเผ่าทั่วทั้งดินแดนแห่งท้องฟ้าก็รู้กันหมดแล้ว ช่วงที่สงครามยังไม่เกิดนี้ ทางหุบเขาเลือดที่เปิดตลาดปีละครั้ง จึงเปิดตลาดเร็วขึ้น พี่อ้วนเลยจะชวนเจ้าไปเปิดหูเปิดตาหน่อย” อู๋ต้าพูดพลางยักคิ้วให้เจิ้นเทียน ตลาดหุบเขาเลือดห่างจากเผ่าฟ้าครามไปประมาณห้าวัน เป็นตลาดซื้อขายขนาดใหญ่ที่เปิดเพียงปีละหนึ่งครั้ง และจะจัดงานต่อเนื่องถึงสิบวัน ทำให้ผู้คนทุกเผ่าต่างมาซื้อขายและแลกเปลี่ยนกันอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี “ข้าก็อยากไป แต่ข้าคงไม่มีเงินพอจะเดินทางหรอก” เจิ้นเทียนตอบอู๋ต้าพลางทำหน้าเจื่อน “เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ท่านพ่อข้าจะไปค้าขายอยู่แล้ว เจ้าก็แค่ไปกับข้า เรื่องกินอยู่...เดี๋ยวพี่อ้วนดูแลให้ ไปกับท่านพ่อของข้าเจ้าไม่ต้องกลัว” อู๋ต้าพูดพลางตบไหล่เจิ้นเทียนเบาๆ “ โอ้!..ลืมไป วันนี้ข้ามีของดีมาอวดเจ้าด้วยนะ”  อู๋ต้าควักกระดาษสีเหลืองขนาดเท่าฝ่ามือ บนกระดาษมีลวดลายอักขระโบราณ ออกมาหนึ่งแผ่น “กระดาษเก่าๆอย่างนี้ เจ้าจะเอามาอวดทำไม?” เจิ้นเทียนมองดูกระดาษ แล้วถามขึ้นอย่างสงสัย “เด็กน้อย....เจ้าไม่รู้จักยันต์วิเศษซะแล้ว” อู๋ตาตอบพร้อมยิ้มจนตาหยี “ยันต์วิเศษ!...” เจิ้นเทียนอุทานอย่างตกใจ ..................................................................