"ไหนหม่อมท่านว่าจะเอานางขาวมาให้เรือนออกพระท่านมิใช่รึขอรับ" ไอ้ฟักเอ่ยถามเ้านายเมื่อพายเรือออกมาจากบ้านของออกพระศรียศแล้ว ด้วยวันนี้เ้านายตั้งใจจะเอานางขาวมาให้คนที่เรือนนี้ช่วยเลี้ยง เพราะคนเรือนนี้ชื่นชอบแมวและมีเลี้ยงเอาไว้อยู่แล้วหลายตัว แต่กลายเป็ว่าเ้านายเอาไปมอบให้คนอื่นแทน
"ก็ข้ามิอยากให้แล้ว เอ็งจะทำไม" เพชรได้ยินคำถามของบ่าวคนสนิทก็เอ่ยตอบกลับไปด้วยท่าทางไม่แยแส และยังใช้น้ำเสียงหาเื่อีกฝ่ายด้วย
"นางขาวเป็แมวพระราชทานเลยหนาขอรับ เกิดแม่หญิงผู้นั้นเลี้ยงมันได้มิดี จะมิเกิดเื่รึขอรับ" ไอ้ฟักยังคงไม่ยอมแพ้เ้านายหนุ่มเอ่ยถามออกไปอีกครั้ง ด้วยนางขาวหรือลูกแมวที่ให้แม่หญิงผู้นั้นไป เป็แมวที่ขุนหลวงได้มาจากพวกเปอร์เซีย แต่ด้วยมิทรงโปรดจึงได้มอบให้แก่เ้านายของตนเพราะไปเข้าเฝ้าพอดี
"แมวพระราชทานแล้วเยี่ยงไร ในเมื่อให้มาแล้วข้าจะเอาไปมอบให้ใครเอาไปเลี้ยงต่อก็เป็เื่ของข้า แลเื่นี้พวกเอ็งไม่ต้องเอามาพูดมากอีกจำไว้" เพชรได้ฟังคำของบ่าวคนสนิทก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะตอนที่ขุนหลวงทรงมอบนางขาวมาให้แก่เขาก็บอกไว้แล้วว่าถ้าไม่คิดเลี้ยงเองก็มอบให้ผู้อื่นได้
"ขอรับ" ไอ้ฟักและบ่าวที่ติดตามมาเอ่ยรับคำของเ้านาย
ส่วนคนที่ได้รับแมวมาตอนนี้ก็กำลังนั่งชอปปิงข้าวของสำหรับแมวจากระบบร้านค้าที่มีทุกสิ่งให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็กระบะทราย คอนโด ที่นอน ที่ฝนเล็บ เอาเป็ว่าเห็นอะไรก็กดซื้อออกมาจนเกือบหมด ถ้าไม่ถูกอ้นกับอินเอ่ยห้ามเอาไว้ ตอนนี้นางขาวคงได้เรือนใหม่เป็ของตนเองไปแล้ว
"ข้าวของพวกนี้แปลกตาเสียจริง แม่มณีจะเล่นเป็รึ" ดาวเอ่ยถามน้องสาว เมื่อเห็นข้าวของสำหรับลูกแมวตัวใหม่ของเรือน มีแต่ของที่ดูแปลกตาเต็มไปหมด และยังมีชื่อเรียกที่น้องสาวกำชับให้ทุกคนเรียกเ้าแมวน้อยว่าแม่มณีนี่อีก ด้วยเหตุผลที่ว่าดวงตาของมันดูเปล่งประกายคล้ายอัญมณี
"ถึงแม่มณีจะเล่นมิครบก็มิเป็กระไรดอกเ้าค่ะพี่ดาว แต่ของมันต้องมี" จันเอ่ยตอบพี่สาวพลางลูบหัวเ้าแมวน้อยที่ตอนนี้กำลังหลับสบายหลังจากกินอาหารเปียกเสียจนพุงกางไปแล้ว ส่วนเื่ที่มาของแม่มณีนางก็บอกกับมารดาและพี่สาวไปตามตรงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
"ของมันต้องมีกระนั้นรึ" ดาวเอ่ยทวนคำของน้องสาวถึงแม้จะฟังแปลกหู แต่นางกลับเข้าใจความหมายได้เสียอย่างนั้น
"เ้าค่ะ มีเหลือดีกว่าขาดหนาเ้าคะ ใช่ไหมแม่มณีของแม่" จันเอ่ยตอบพี่สาวพลางหันไปเอ่ยหยอกล้อเ้าแมวน้อยที่ตอนนี้กำลังบิดตัวด้วยความี้เีอยู่บนตักของตน
"เฮ้อ เอาเถอะตามใจเ้า ประเดี๋ยวพี่ลงไปช่วยคุณแม่ที่ครัวก่อนหนา" ดาวส่ายหน้าให้กับความหลงสัตว์เลี้ยงของน้องสาว และเอ่ยบอกน้องสาวว่าจะลงไปช่วยมารดาจัดการข้าวของที่เพิ่งได้มา
"น้องไปด้วยเ้าค่ะ อินคอยอยู่ดูแลแม่มณีนะ ส่วนอ้นตามข้ามา" จันได้ยินเช่นนั้นก็อุ้มลูกแมวน้อยไปวางลงบนที่นอนที่นางซื้อออกมาจากระบบ และเอ่ยบอกบ่าวคนสนิทคนหนึ่งให้อยู่เฝ้าเ้าแมวน้อย และให้อีกคนตามนางไปลงครัวพร้อมกับพี่สาว
"อ้าว แม่ดาว แม่จัน มาทำกระไรที่ครัวกัน" แม่นายแก้วที่กำลังสั่งบ่าวให้จัดเก็บข้าวของ และแยกประเภทเพื่อให้สะดวกในการหยิบมาใช้งาน พอมองเห็นบุตรสาวทั้งสองคนเดินมาที่โรงครัวก็เอ่ยถามออกไป
"พวกลูกจะมาช่วยคุณแม่เ้าค่ะ ข้าวของเยอะนัก" ดาวเอ่ยตอบและนั่งลงด้านข้างของมารดา
"ถ้าเยี่ยงนั้นก็มาช่วยแม่คิดทีเถอะว่าจะทำกระไรกับของสดพวกนี้ดี แม่จันเ้าน่ะตัวดีนักเอาของออกมามากมายเพียงนี้" แม่นายแก้วได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยบอกเื่ที่กำลังกลุ้มใจอยู่ให้บุตรสาวได้ฟัง ถึงแม้พวกของสดจะไม่ได้มากมายอย่างที่พูด แต่ก็มากเกินกว่าที่จะกินกันหมดภายในสองสามวันได้
"ก็มิได้มากมายกระไรนี่เ้าคะ คนในเรือนตั้งเกือบยี่สิบคน กินวันละสามมื้อประเดี๋ยวก็หมดแล้ว" จันเอ่ยตอบกลับมารดา ถึงแม้นางจะซื้อของออกมาเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่นางก็คำนวณดูแล้วว่าของเท่านี้สำหรับคนเกือบยี่สิบคนไม่กี่วันก็หมด แต่อย่างหนึ่งที่นางลืมไปก็คือที่นี่ไม่มีตู้เย็นหรืออุปกรณ์ที่จะช่วยรักษาอุณหภูมิได้ ของสดที่เอาออกมาถ้าไม่กินให้หมดภายในสองสามวันก็คงจะพากันเน่าเสียหมด
"อาการร้อนถึงเพียงนี้จะเน่าเสียหมดก่อนหนาเ้า" แม่นายแก้วส่ายหัวให้กับความคิดของบุตรสาวคนเล็ก ถึงแม้คนทั้งเรือนจะมีอยู่เกือบยี่สิบคนอย่างที่บุตรสาวบอก แต่อย่างไรอาหารการกินก็ยังมีการแบ่งแยก พวกบ่าวหรือจะกล้ากินอาหารเหมือนเ้านายต่อให้ได้รับอนุญาตก็ตาม ถ้าเป็อาหารที่เหลือจากสำรับของเ้านายนั่นแหละถึงจะกล้ากินกัน และของสดมากมายเพียงนี้จะกินกันหมดได้อย่างไร
"ถ้าเยี่ยงนั้น เอาเนื้อหมูมาหมักแล้วตากแดดทำเป็หมูแดดเดียว เนื้อไก่ก็มาทำเป็ไก่ฝอย ส่วนกุ้งกับปู ก็เอามาเผากินเสียให้หมดดีรึไม่เ้าคะ" จันคิดตามที่มารดาพูดก็ให้คิดว่าคงต้องจัดการอะไรสักอย่าง จึงเอ่ยเสนอชื่อการแปรรูปอาหารที่นางเคยทำให้มารดาฟัง
"แม่มิรู้จักไก่ฝอยที่ลูกบอก อีกอย่างเนื้อหมูก็เคยทำแต่เนื้อแห้ง แล้วหมูแดดเดียวคือกระไร ส่วนกุ้งกับปูเอาไปเผานั้นก็ได้แต่กินเปล่าๆ จะมิเลี่ยนรึ เอามาทำแกง ทำผัดดีกว่ารึไม่เล่า" แม่นายแก้วได้ยินที่บุตรสาวคนเล็กพูดก็ให้รู้สึกสงสัย แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงไปรู้มาเหมือนอย่างเื่ภาษาของพวกต่างชาติ เพียงแต่ว่านางมิรู้จักชื่ออาหารตามที่บุตรสาวบอกมา
"ถ้าเยี่ยงนั้นประเดี๋ยวลูกจะสอนพวกบ่าวเองเ้าค่ะ อย่างแรกพวกเอ็งเอาเนื้อหมูมาหันแบบนี้นะ…พอหันเสร็จก็เอามาหมักกับเครื่องปรุงพวกนี้ ใส่นี่…ตามด้วยนี่…คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วทิ้งเอาไว้สักบาทค่อยเอาขึ้นไปตาก รอให้เนื้อหมูแห้งดีก็เก็บใส่กล่องหรือภาชนะปิดฝาให้สนิท พอจะกินก็เอาออกมาทอด" จันเอ่ยตอบมารดาแล้วนั่งลงหน้าเขียง เพื่อบอกให้พวกบ่าวทำตามตนเองไปทีละขั้นตอน จนเนื้อหมูทั้งหมดถูกหันและหมักเรียบร้อย ก็บอกถึงการเอาขึ้นตากแดดและวิธีการเอามาทำกินให้ฟัง
"อืม คล้ายกับการทำเนื้อแห้ง เพียงแต่มีการหมักเครื่องปรุงหลายอย่างกว่าแลกลิ่นก็หอมนัก" แม่นายแก้วเอ่ยขึ้นหลังจากดูที่บุตรสาวคนเล็กสอนบ่าวทำหมูแดดเดียวจนเสร็จ และคงต้องรอจนเนื้อหมูแห้งดีถึงจะได้ลองกินว่ารสชาติเป็อย่างไร แต่เพียงแค่กลิ่นตอนที่หมักหมูก็หอมจนนางต้องเอ่ยชม
"ที่นี่ก็มาทำไก่ฝอยกัน เอาเนื้อไก่ไปต้มจนสุกแล้วรอให้คลายร้อน…แล้วก็เอามาฉีกเป็เส้นๆ แบบนี้ จากนั้นก็เอาไปทอด อ้อ! เอาหอมแดงมาซอยแล้วก็เอาไปทอดทำเป็หอมเจียวด้วย… พอทอดเสร็จพักให้เย็นลงสักหน่อย ก็มาทำน้ำคลุกใส่น้ำตาลอันนี้ ตามด้วยอันนี้…แล้วเอาไปเคี่ยวพอน้ำเริ่มงวดเหนียวก็เอาไก่ฝอยที่ทอดแล้วลงไปคลุก ตักขึ้นแล้วก็โรยด้วยหอมเจียวเป็อันเสร็จ คุณแม่ลองชิมดูเ้าค่ะ ว่ารสชาติเป็เช่นไร" จันเอ่ยสอนวิธีทำไก่ฝอยเป็อย่างต่อไป และก็เหมือนกับตอนที่ทำหมูแดดเดียว นางค่อยๆ บอกวิธีและทำไปพร้อมกันทีละขั้นตอน จนในที่สุดไก่ฝอยก็ทำเสร็จ กลิ่นหอมฟุ้งไปจนทั่วครัว
"อืม อร่อยนัก เนื้อไก่กรอบ มีรสชาติหวานแลเค็มกินคู่กับหอมเจียวช่วยตัดเลี่ยนได้ดี" แม่นายแก้วได้ลองชิมไก่ฝอยของบุตรสาวก็ต้องเอ่ยชมออกมา รสชาติหวานเค็มยิ่งมีหอมเจียวช่วยตัดเลี่ยนทำให้กินเพลินยิ่งนัก
"นอกจากอร่อยแล้ว ไก่ฝอยนี่ยังเก็บได้นานนับเดือนเลยหนาเ้าคะ เพียงแต่ต้องปิดฝาให้สนิทอย่าให้ลมเข้าไปได้ จริงสิ…นี่เ้าค่ะกล่องเก็บอาหาร ประเดี๋ยวเอาเนื้อหมูที่ตากแดดแล้ว กับไก่ฝอยใส่ไว้ในกล่องพวกนี้อากาศก็จะเข้าไปไม่ได้แล้วเ้าค่ะ" จันเอ่ยบอกมารดา และคิดถึงอุปกรณ์ที่จะใช้จัดเก็บของเหล่านี้ให้ได้นานก็นึกไปถึงกล่องสุญญากาศ จึงเปิดระบบร้านค้าแล้วทำการกดซื้อมาหลากหลายขนาดทั้งเอาไว้ใช้เก็บหมูแดดเดียว ไก่ฝอยและของอื่นๆ ได้อีก
"แม่จัน! เ้านี่นะขยันเอาของออกมาเสียเหลือเกิน ถึงบ่าวแลทุกคนในเรือนจะไว้ใจได้ แต่หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง จะทำกระไรก็ระวังไว้บางเถอะ" แม่นายแก้วเห็นบุตรสาวหยิบกล่องหน้าตาแปลกประหลาดออกมาจากอากาศก็ให้ต้องเอ่ยเตือนอีกฝ่ายออกไปด้วยความใ จริงอยู่ว่าบ่าวไพร่พวกนี้สามารถไว้ใจได้ แต่ถ้ามีใครอื่นนอกเรือนผ่านมาเห็นเข้าจะเกิดเื่เอาได้
"ขออภัยเ้าค่ะคุณแม่ ลูกจำไว้แล้ว …ถ้าเยี่ยงนั้นเรามาดูวิธีการใช้กล่องเก็บอาหารนี่กันเถอะเ้าค่ะ เวลาเปิดทำแบบนี้นะ เวลาปิดก็ทำเหมือนกัน" จันยกมือไหว้ขอโทษมารดาเพราะความคึกคะนองและคิดน้อยของตนเอง จากนั้นก็หันมาอธิบายวิธีการใช้งานกล่องสุญญากาศที่ซื้อมาให้ทุกคนได้เห็น ซึ่งเธอเลือกซื้อกล่องที่เป็ลวดลายไม้ ดูเผินๆ คล้ายกับกล่องไม้ถ้าไม่มาจับััก็จะไม่รู้ว่าไม่ใช่
"แต่กล่องนี่ก็ดีเสียจริงนะเ้าคะคุณแม่ ปิดสนิทลมไม่เข้าเหมือนเวลาที่เราเก็บใส่โอ่ง" ดาวเอ่ยชมสิ่งของที่น้องสาวเอาออกมา และนางก็เห็นเป็จริงดังคำของมารดาถ้ามีใครผ่านมาเห็นว่าน้องสาวของตนเองเอาสิ่งของออกมาจากอากาศได้แบบนี้ คงจะเกิดเื่ขึ้นอย่างแน่นอน
"ที่นี่ก็เหลือกุ้งกับปูของพวกนี้ทิ้งไว้ข้ามวันคงจะมิอร่อยแล้ว ว่าแต่จะทำกระไรกินดีล่ะ" แม่นายแก้วเองก็มิได้ว่ากล่าวอะไรอีก ในเมื่อเอาออกมาแล้วก็เอามาใช้เสีย เพียงแต่ครั้งต่อไปบุตรสาวคงจำได้แล้วว่าต้องระมัดระวังให้ดีกว่านี้
"มีพริกกับมะนาวรึไม่" จันหันไปเอ่ยถามบ่าวของเรือนครัว
"มีเ้าค่ะ นี่เ้าค่ะ" บ่าวที่นั่งอยู่ใกล้สุดเอ่ยตอบ แล้วลุกไปหยิบของที่เ้านายถามถึงเอามาวางให้เห็น
"ถ้าเยี่ยงนั้นเอ็งสองคนเอาปูกับกุ้งไปเผาให้สุก ส่วนเอ็งไปเอาครกมาตำพริกกับกระเทียมไม่ต้องให้ละเอียดมากนักเล่า ประเดี๋ยวมันจะเผ็ดเกินไป จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือ ไม่ๆ ใส่นี่ดีกว่าน้ำปลา แลน้ำต้มสุกเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วใส่น้ำมะนาว ชิมรสให้เปรี้ยว เค็ม เผ็ด แลรสหวานติดปลายลิ้น เอามากินคู่กับเนื้อปูเนื้อกุ้งอร่อยนักเ้าค่ะคุณแม่" จันเอ่ยสั่งบ่าวให้แยกกันไปเผากุ้งกับปู และให้อีกคนมาช่วยตำน้ำจิ้ม ตอนแรกนางจะให้บ่าวใส่เกลือ แต่นึกขึ้นได้ว่าตนเองซื้อน้ำปลาออกมาด้วยจึงเปลี่ยนเป็ให้ใช้น้ำปลาแทน ด้วยสมัยนี้น้ำปลายังไม่เป็ที่นิยมและมีราคาแพง และเรือนของนางมีอัฐใช้จ่ายจำกัดจึงไม่เคยซื้อใช้มาก่อน
"อืม รสชาติครบรสดีแล้ว เอาล่ะ พวกเอ็งก็แยกกันไปเตรียมสำรับเย็นได้แล้ว อีกประเดี๋ยวออกหลวงกับท่านหมื่นคงกลับมาแล้ว ไปพวกเราขึ้นเรือนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเถอะ" แม่นายแก้วชิมน้ำจิ้มที่บุตรสาวสั่งให้บ่าวทำก็ให้พอใจในรสชาติ และคิดว่าถ้ากินคู่กับกุ้งปูคงจะทำให้เจริญอาหารทีเดียว แต่ก็ยังต้องให้พวกบ่าวเตรียมสำรับอาหารอื่นเพิ่มไว้ด้วย จากนั้นก็ชวนบุตรสาวทั้งสองกลับขึ้นเรือนเตรียมรอรับสามีและบุตรชายกลับมาจากทำงาน
และก็เป็จริงดังที่แม่นายแก้วคิดเอาไว้ อาหารมื้อเย็นวันนี้ทุกคนเจริญอาหารกันมาก เนื้อกุ้ง เนื้อปูที่จิ้มกินกับน้ำจิ้มที่บุตรสาวทำอร่อยมาก ยิ่งเนื้อปูและกุ้งสดมากจึงยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้นไปอีก ยังมีไก่ฝอยและหมูแดดเดียวที่แบ่งมาลองทอดให้ทุกคนบนเรือนได้ชิมก็ได้รับคำชมเช่นกัน
พวกบ่าวเองก็ได้กินเหมือนกับเ้านาย เพราะปูและกุ้งที่จันเอาออกมามากมายนัก หลังจากที่เ้านายกินเสร็จก็ยังมีอยู่อีกมากพอให้บ่าวได้ลิ้มลองกันทุกคน มื้อนี้จึงเป็ที่ถูกใจของทุกคนในเรือนของออกหลวงสาครยิ่งนัก
**********
ไรต์ : เขียนเองหิวเอง ส่วนผู้ชายคนนั้นได้โผล่มาแค่นี้ก็หายไป เพราะเราเงินหมด…กราบ
ปล. จากที่เราหาข้อมูลมาน้ำปลาใน่แรกเป็สินค้าที่น่าจะต้องนำเข้ามา และกว่าจะเป็ที่นิยมก็ปลายสมัยอยุธยาไปแล้ว
ปล. เจอคำผิด เ้าค่ะ เ้าคะ แจ้งได้นะคะ บางทีอ่านทวนก็ยังลืม