เฟิงฮวามิได้สนใจสายตาของพวกเขาอีกนางเช็ดมือที่เปรอะเปื้อนแล้วลุกไปหาที่นอนตรงมุมหนึ่ง‘ในเมื่อมิได้รีบร้อนอันใดอยู่แล้ว เอาเป็ว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางก็แล้วกัน’
“แม่นาง ข้าว่าท่านมานอนตรงนี้ดีกว่าพวกข้าจะสลับกันเฝ้ายามโดยรอบ” เจียวหย่งกล่าวขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของนางกำลังจัดเตรียมที่นอน
อืม เป็ความคิดที่ดีเหมือนกัน มีคนเฝ้าระวังให้นางจะได้หลับเต็มตา... มิรอช้า ก็ลุกขึ้นไปยังบริเวณกลางวงล้อมทันที
“สตรี...ตรงนั้นมันที่ของข้า” นางพลันมองซ้ายมองขวา
“ไหนป้ายชื่อจองเอาไว้หรือ ข้ามาถึงก่อนก็ต้องเป็ที่ของข้าอีกอย่าง ‘สตรี’ ใช้คำนี้มิเหมาะสม ข้ามิใช่ผู้หญิงของเ้าเสียหน่อย ข้ามีชื่อแซ่ส่วนเ้า...ว่าแต่ เ้าชื่ออะไรหรือ” นางหรี่ตามองเขาโดยมิทันสังเกตว่าขณะนี้องครักษ์ทุกคนต่างก้มหน้าไม่กล้ามองมาทางเ้านายเลยแม่นางท่านไม่รู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามาบ้างหรือ แต่พวกข้ารู้สึกนะ
“เฉิงอี้ ชื่อของข้า"
หาา... เหล่าองครักษ์ต่างเงยหน้าขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายเผลออ้าปากค้างไปชั่วขณะ
เอ่อ...ทีแรกพวกเขาต่างใกับการที่นางกล้าถามชื่อฝ่าาแต่ต่อมากลับใมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินเสียงฝ่าาบอกชื่อกับนาง
“อ้อ ‘เฉิง’ ของคำว่าความสำเร็จ ‘อี้’ ของคำว่าอ่อนโยนอืม…ช่างมิเหมาะกับเ้าเสียเลย” บรรยากาศพลันเย็นเยียบขึ้นกะทันหันพวกองครักษ์ต่างกลับไปก้มหน้าตามเดิมพร้อมกับที่เฟิงฮวาก็รู้สึกขนลุกขนชันโดยไม่มีสาเหตุนางเอามือลูบถูแขนตัวเองตามสัญชาตญาณ
ถ้าตอนนี้สามารถมีองครักษ์สักคนพูดขัดจังหวะขึ้นมาได้ คงจะอยากพูดว่าแม่นาง...ก่อนที่ท่านจะกล่าวอะไรอีก พวกข้าขอหนีเอาตัวรอดก่อนได้หรือไม่การกระทำของนางแต่ละอย่างชวนให้หวาดเสียวยิ่งนัก
“โดยปกติไม่มีใครเรียกชื่อข้าโดยตรง” ฝ่าากล่าวเสริมแต่เหมือนเป็การตั้งใจพูดเตือนนางมากกว่าว่า 'มิควร'เรียกชื่อเขา
“แปลกประหลาด มีชื่อแต่ไม่เรียก จะมีชื่อไว้ทำไมกัน”พอนางพูดจบสีหน้าดำมืดของบุรุษแซ่เฉิงผู้นั้น ก็ยิ่งมืดคล้ำลงไปอีกหลายส่วน
"แต่เอาเถอะไม่เรียกก็ไม่เรียก...แถวนี้ช่างแปลกนักยิ่งดึกยิ่งอากาศหนาวข้าขนลุกไปหมดแล้ว" นางอ้าปากหาว พูดจาด้วยเสียงอู้อี้
"ข้าา...นอนเลย...ดี...กว่า"นางมิได้สนใจอะไรอีก รีบตัดบทแล้วก็หลับสนิทไปเลย
หลังจากที่นางหลับไปบริเวณนั้นก็เงียบสงบ เหล่าองครักษ์ค่อยๆปลีกตัวแยกออกมาสักพักหนึ่งแล้ว ขืนอยู่ตรงนั้นต่อไปมิแน่ว่าอาจจะมีลูกหลงมาถึงพวกเขา...ดูท่าฝ่าาใกล้จะโกรธถึงขีดสุดจริงๆเ้ามู่เหยียนก็ดันไม่ได้ตามมาด้วยอีก มิฉะนั้นยังพอยับยั้งพระองค์ได้บ้าง
เช้าวันต่อมา
ขณะที่กำลังจะตื่นขึ้น เฟิงฮวากลับรู้สึกหลับสบายเป็พิเศษไม่เหมือนการค้างแรมในป่าที่ผ่านๆ มาเลย
'เอ๋...ไม่ใช่...'
ที่นอนสบายอันใดละ นี่มันแผงอกของบุรุษชัดชัด ‘กะ เกิด…เกิดอะไรขึ้น’
ในหัวสมองพลันปรากฏภาพเลือนรางอย่างรวดเร็ว
เมื่อคืนนางเข้านอนแล้ว จำได้ว่าบุรุษน้ำแข็งผู้นี้อยู่ใกล้นางที่สุดแต่ก็น่าจะนอนห่างไปประมาณครึ่งจั้งถัดออกไปเป็เจียวหวงที่าเ็
แล้วคนที่เหลือก็นั่งรักษาระยะโดยรอบ
จากนั้นละ...
อารมณ์เคลิบเคลิ้มของเ้าบุรุษเฉิงกับนางทำให้สองคนค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าใกล้กันจนแนบชิด มือสองมือประสานโอบกอด ยิ่งััก็ยิ่ง้ากันมากขึ้นใบหน้าแดงร้อนผ่าวค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใกล้ๆ ใกล้มากขึ้นจนเหลือระยะสองชุ่นหนึ่งชุ่น แล้วก็แนบสนิท ริมฝีปากต่างต้อนรับกันด้วยไมตรีพันเกี่ยวลิ้น่ชิงจังหวะลมหายใจสลับไปมามือใหญ่หนาของเขาเลื่อนมาครอบที่หน้าอกของนาง ค่อยๆ ออกแรงบีบกระตุ้นมิเพียงเท่านั้นยังล้วงเข้าไปในเสื้อนางเพื่อััผิวเนื้อให้เต็มที่มากขึ้นหน้าอกกลมสองข้างของนางถูกทำให้ยอดปลายแข็งเกร็งเวลาเดียวกันนั้นส่วนเอ็นแนวกลางของเขาก็ตื่นตัวขึ้นเช่นกันเขาใช้สิ่งนั้นถูกับตัวนางโดยที่ยังมีเสื้อผ้าขวางกั้น
จนผ่านไปสักพักหนึ่งมือของเขาเลื่อนมาที่ด้านล่างของนางหมายจะปลดผ้าเตี่ยวด้านในกระโปรง…
นางจำได้แค่นี้
เฟิงฮวาแอบก้มมองดูเสื้อผ้าตนเองอย่างรวดเร็วก็ดูเหมือนจะไม่เรียบร้อยมากแต่ก็ไม่ได้ถูกปลดออกนางอยากจะถามเขาเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในเวลานี้นางต้องออกไปจากตัวเขาก่อน
…หนึ่ง
สอง
สาม...แล้วก็ะโตัวลุกขึ้น
เฟิงฮวารีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มองกลับไปที่บุรุษเฉิงผู้เ็าที่ยังคงนอนหลับสนิทไม่มีความเคลื่อนไหว หันไปมององครักษ์คนอื่นๆ ก็ยังไม่ตื่นกันคนที่เฝ้ายามก็อยู่ไกลออกไปมองได้ไม่ชัดเจน ใบหน้าของนางยังคงร้อนและแดงมากๆจึงรีบปรับอารมณ์และสีหน้าให้เป็ปกติ
ในหัวนางได้แต่ครุ่นคิด 'เพราะอะไรกัน…ทำไมสติของข้าถึงเคลิบเคลิ้มไปเช่นนั้นได้'
‘หรือว่าถูกวางยาพิษ’ แต่มีแค่ข้ากับเขา
ตำแหน่งที่ข้ากับเขานอนเป็ด้าน...ใต้ลม หรือว่า
นางเบิกตากว้างเหมือนนึกอะไรออก ลองไปเขี่ยกองไฟที่มอดดับดูก็พบเศษไม้หอมชนิดหนึ่ง 'ไม้หมีเลี่ยน' ควันของมันทำให้มีอาการเคลิบเคลิ้มลุ่มหลงมิน่าเล่าถึงเกิดเื่น่าอับอายเช่นนี้ เ้าพวกโง่ หยิบไม้มาทำฟืนหัดดูเสียบ้างสิ
แล้วเหตุการณ์ต่อจากที่นางรับรู้ละ เขาทำอะไรนางต่อหรือไม่ตอนนี้ยังมิสามารถหาคำตอบได้ นางได้แต่เดินไปล้างหน้าที่สระน้ำ
่เวลานั้นองครักษ์บางคนเริ่มตื่นนอนแล้วต่างมองเห็นฝ่าาของพวกเขาหลับสบายจึงไม่กล้ารบกวน
จนเมื่อเฟิงฮวาเดินกลับมา แล้วเห็นว่าเขายังไม่ตื่นก็อดรู้สึกแปลกใจมิได้ นางขยับเข้าไปดูใกล้ๆ สีหน้าพลันใขึ้นมา 'ไม่ได้การแล้ว'
นางปลุกเขาอย่างแรง แต่กลับไร้เสียงตอบรับ
องครักษ์คนอื่นๆ ตระหนักได้ถึงความผิดปกติจึงรีบเข้ามาดูเ้านายของตัวเองทันที
เฟิงฮวาเอื้อมมือไปจับชีพจรของฝ่าาในจังหวะที่จิวฉิงกำลังจะเข้าไปห้ามนางตามหน้าที่ แต่ถูกเจียวหย่งขวางเอาไว้ได้ทันเขาส่ายหน้าช้าๆ 'ให้แม่นางเฟิงจัดการเถอะ' แม้จะใช้เวลาร่วมกับนางไม่นานแต่เขาพอดูออกว่านางรู้วิชาแพทย์และยังไม่ได้คิดร้าย
เฟิงฮวากำลังเพ่งพินิจพิจารณาอย่างสงบนิ่งมิได้สนใจท่าทีขององครักษ์ทั้งสอง ‘อืม...ชีพจรนี้เหมือนขับเคลื่อนด้วยน้ำแข็งแต่ก็ถูกสกัดไว้ด้วยไฟ ช่างซับซ้อน ลมปราณก็ดูยุ่งเหยิงยิ่งนัก’
“แม่นาง…ฝ่า เอ่อ นายท่านพวกเราเป็อะไรหรือไม่”จิวฉิงถามขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก อาการถูกพิษของฝ่าาไม่สามารถเปิดเผยได้แต่เวลานี้เขาควรบอกหรือมิควรบอกนางกันแน่
“ชีพจรซับซ้อน ข้ามิรู้สาเหตุว่าทำไม”นางหยิบยาออกมาหนึ่งเม็ดใส่ในปากเขา และถ่ายทอดกำลังภายในบางส่วนไปให้
“แม่นาง...เื่ถ่ายทอดกำลังภายในพวกข้าสามารถทำแทนท่านได้ ท่านจะได้ไม่สูญเสียพละกำลัง”
นางส่ายหน้าแทนคำตอบ “เสี่ยงเกินไป” พวกเขาเชี่ยวชาญการต่อสู้แต่ไม่เชี่ยวชาญการรักษา หากไม่สมดุลอาจเกิดธาตุไฟเข้าแทรกทั้งผู้รับและผู้ให้
ผ่านไปหนึ่งเค่อ ฝ่าาเฉิงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นสีหน้าดูซีดลงอย่างชัดเจน เขามองเห็นใบหน้างดงามของนางเป็คนแรกพร้อมกับภาพเหตุการณ์เมื่อคืนปรากฏเข้ามาในหัวขณะที่เขากำลังจะยื่นมือไปดึงผ้าปิดด้านล่าง นาง…นางก็หลับสนิทใส่เขาแถมยังกรนเบาๆอีก หึ ส่วนเขาที่กำลังค้างคานั้น พลันรู้สึกทุรนทุรายขึ้นมา เหมือนครานั้นค่ำคืนแรกที่พระจันทร์เต็มดวง เขาพยายามจะเรียกองครักษ์รอบข้างก็ไม่มีใครได้ยินเลยเขาออกแรงอันใดไม่ได้เลย จนสุดท้ายก็สลบไป