“ฉันเองก็ไม่ถึงกับรู้ รายละเอียด มากนัก พวกฉันก็เป็แค่ กลุ่มเก็บเกี่ยวเพื่อส่งมอบบรรณาการต่ออาณานิคม มีความรู้แค่ผิวเผิน แค่เอาตัวรอดในการออกมาเก็บเกี่ยวได้ก็ถือว่าโชคดี แล้ว
อย่างกลุ่มของฉันออกมาตอนแรกมี 7คน ขากลับก็เหลือเท่าที่เห็นนี่แหละ ที่หายไปก็โดน สัตว์แปลงมีพิษขนาดเล็ก จู่โจมพลังมันมากกว่า ปกติความเร็วความนึกคิดมันเริ่มใกล้เคียงกับมนุษย์
คนเก่าแก่บางคนเคยเล่าให้ข้าฟังว่า มีแม้กระทั่งสัตว์แปลงที่พูดภาษามนุษย์ได้ คีแวนอดนึกถึงเื่เล่าเก่าแก่ไม่ได้
มากัส ถามต่อ “นี่นายมองเห็น สีของมันด้วยเหรอ นี่สุดยอดเลยนะหัวหน้า ขนาดพวกเรา ระแวดระวังมันตลอดเวลา ตัวมันเองก็ไม่เข้าใกล้พวกเรามาก เราไม่สามารถสังเกตมันได้เลยว่ามันมีรูปร่างหน้าตายังไง
“ นายเคยเห็นสัตว์ที่มีลักษณะแบบนี้ในพื้นที่ของนายรึเปล่าคีแวน สงสัย
“ มี ! ข้าเคยเห็นสัตว์แปลกประหลาดในพื้นที่ที่ข้าอยู่ แต่ไม่เคยเห็นหมีแบบนี้ เลย ดูลักษณะจากที่มันตามกลุ่มพวกนายมาเหมือนมันมีความนึกคิดเป็ของตัวเอง
“หา !” หรือว่ามันเป็สัตว์แปลง ระดับเชี่ยวชาญ ตายแน่เลย ! ที่นี่เอาไงดีล่ะหัวหน้าตอนแรกเราก็นึกว่าเป็สัตว์แปลงธรรมดาที่ตามกลิ่น หินเท็นซี่ มา คราวนี้หินสีเราเยอะกว่าเดิมด้วยซิ
“ใจเย็นๆ เสี่ยวหมาน หัวหน้าเรา ยังไงก็คงต้องหาทาง ให้เรากลับบ้านได้อยู่แล้ว มากัส พูดปลุกใจคนในขบวน แต่ลึกๆ แล้วแอบหวั่นใจ
คีแวนสีหน้าเป็กังวลอย่างมาก ถ้าเป็สัตว์แปลงระดับเชี่ยวชาญ ตามมาจริงโอกาสรอดมีน้อยมาก
“จุดพักของเราในวันนี้ จะไปถึงราวๆ อีก 2 ชั่วโมง ทุกคนระมัดระวัง มากัส สั่งคนในกลุ่มปรับรูปขบวนโดยถอยตัวเองไปอยู่ด้านหลังสุดอีกครั้ง
กลุ่มได้เดินทางมาถึง คีแวน ชี้ไปข้างหน้า “เราจะพักกันที่นั้น
เป็ลานโล่งกว้าง น่าจะปลอดภัย
นาฟมองไปรอบๆ ดูอากาศ ดูพื้นที่ นั่งยองๆ จับดินขึ้นมาดมแล้วมองไปในพื้นที่ ที่ไม่ไกลทางทิศตะวันตกลักษณะเป็เชิงเนินชั้นสูงมีป่าไผ่ล้อม แล้วชี้บอก คีแวน
“เราจะพักกันตรงนั้น”
มากัส เร่งกล่าว แต่ล่าสุดเราก็พักอยู่แถวนี้ไม่มีปัญหาอะไรนะน้องชาย เราก็แค่ผลัดกันเฝ้ายามเหมือนเดิม นายคิดมากเกินไปรึเปล่า พร้อมหันไปหา หัวหน้าคีแวน
“เอายังไงดีครับ”
คีแวนมองรอบๆ ครุ่นคิดอยู่สักพัก ทำตามที่ นาฟ บอกเราจะไปพักกันตรงนั้น
ครั้งนี้ นาฟ เป็ฝ่ายเดินนำกลุ่มขึ้นมายังเชิงเนิน จนถึงลานโล่งขนาดเล็ก รอบๆ มีเชิงเนินป่าไผ่ล้อมรอบ อีกชั้น
“เราจะพักแรมกันตรงจุดนี้ “
นาฟ มองไปที่ ซูิ ข้าจะยืมธนูของเ้านี่หน่อย นาฟ หันไปหาคีแวน ซูิ ที่นิ่งอยู่นานไม่สามารถพูดได้แต่ อากัปกริยาบ่งบอกทางร่างกายว่าไม่สามารถให้หัวหน้ายืมอาวุธเหล่านี้ได้
คีแวน เดินไปทางข้างซูิ หยิบธนูและกล่องลูกธนู ที่อยู่บนรถเลื่อน โยนไปให้ นาฟ พยักหน้าเป็การตอบรับ
ข้าจะไปดูรอบๆ หลังจากนั้น นาฟ ได้เดินลึกขึ้นไปบนเชิงเนินป่าไผ่ “มากัส พวกนายตั้งที่พักบริเวณนี้ ข้าจะไปกับเขา คีแวน สั่งการต่ออีกที แล้วเดินตาม นาฟ ไป
ทั้งสองคนได้เดินไปจนถึงบริเวณเนินพุ่มไม้ นาฟ ส่งสัญญาณมือให้ค่อยๆ หมอบลง คีแวน คลานเข้ามาใกล้ๆมองตามทิศที่ นาฟ มองอยู่
“เ้านั่นนะรึ ฉันเห็นลางๆ ในระยะไกลๆ หมีตัวใหญ่เป็สองเท่าของขนาดปกติ มีขนสีแดงฉาน
“พอกลุ่มพวกเราหยุดเคลื่อนไหวเ้านั่นมันก็หยุดเคลื่อนไหวตาม
“สังเกตจากทิศทาง มันมองกลุ่มของ มากัส อยู่นี่!!!
รึว่านาย ใช้กลุ่ม ล่อรวมความสนใจมัน
“เปล่าฉันแค่อยากรู้พฤติกรรมของมันั้แ่พวกนายหยุดมันก็ไม่เคลื่อนไหว มันสังเกตอยู่รอบๆ ตลอด
“ท่านคีแวน ท่านสังเกตมันไปก่อนเดี๋ยวข้าจะไปทำอะไรรอบๆนี้หน่อย นาฟ กล่าวพร้อมเคลื่อนร่างออกไป
ใกล้จะท้องฟ้ามืดเต็มที คีแวนสักเกต เ้าั์แดงมาสักระยะ นาฟขยับตัวเข้ามาใกล้
“มันทำอะไรบ้าง”
“มีแต่เดิน วนรอบๆ แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ในระยะมากกว่านี้ เหมือนมันกำลังรอให้พลบค่ำ
นาฟ ขยับตัว ปรับสมดล ร่างกาย ยกธนูเอาลูกศรพาดง้างจนสุดสาย สูดลมหายเข้า ค่อยๆ ปล่อยลมหายในออก
คีแวน มองตาไม่กระพริบ อดชื่นชม ในท่วงท่าที่น่าดูเหล่านี้ เด็กหนุ่มผู้นี้ทำเหมือนเป็เื่ง่าย
“ฟ้าวววว!!”
เสียงเสียดลม จากลูกธนูที่หลุดออกจากแล่งเร็วและแรง กว่าทุกครั้งที่ คีแวน เคยเห็นมา
ขณะที่หมีั์แดง เดินไปเดินมาอยู่นั้น จู่ๆเส้นขนชูชัน หันมาตามเสียงแหวกอากาศ หรี่ตามอง ยกอุ้งมือตะปบขึ้นกลางอากาศ “ฟับ!!”
คว้าลูกศรที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงไว้ หัวลูกศร ขาดอีกราวๆ 10 เิเ จะถึงดวงตา เ้าหมีั์ หันมองกลับมา หาจุดที่ลูกศรยิงออกมาทันที
กลุ่มของ นาฟ รีบหมอบอยู่ในพุ่มไม้กันสายตาของเ้าหมีั์นั้นหมีั์สอดส่องสายตาไปรอบๆ ร้อง
“โบว่!!!!!!!”
สักพักค่อยๆ ถอยตัวออกไปจนถึงระยะที่มองแทบไม่เห็น “มันฉลาดมากนี่พวกฉันถูก เ้าสัตว์ประหลาดนี้ตามได้ยังไงกัน
“ท่านลงไปเรียกลูกน้องท่านขึ้นมาที่นี่อีก1 คน เราจะกระจายกันเป็ 3 มุมล้อมรอบรถเลื่อนท่านไว้ และให้ลูกน้องที่เหลือของท่านจุดกองไฟล้อมรอบ รถเลื่อนของพวกเท่าไว้
คีแวนพยักหน้า เคลื่อนตัวออกไปทันที พอตกค่ำ คีแวน พา มากัสขึ้นมา บอกแผนการกับ ลูกน้องอีก3 คน ซูิ ยิ่งโกรธเคืองไม่พอใจอยากจะขึ้นมาด้วย คีแวน ห้ามปรามไว้ว่ายังไงต้องดูแลสัมภาระ แล้วก็อาวุธไม่เพียงพอ
มากัส ตาม คีแวน ขึ้นมาบนเนินแยกแบ่งออกมาเป็3 จุดล้อมรอบกลุ่มรถเลื่อนเป็วงนอกอีกที
“นาฟ ได้บอกแผนการว่าถ้ามีอะไรก้าวเข้ามาในรัศมี30-50 เมตรอาจจะได้ยินเสียงกลไกกับดักที่วางไว้ แล้วอีกกลุ่มจะรีบเข้าไปช่วย ณ จุดนั้น ทันที
“ร้ายแรงแค่ไหนครับหัวหน้า
“ มาก!!!! ระวังตัวให้ดีล่ะ มากัส
ตกตอนกลางคืนทั้งกลุ่มเต็มไปด้วยความระมัดระวังภัยเป็พิเศษ่เวลาดึกสงัด จู่ๆ ได้ยินเสียงดัง “ฟรุบ!!!” เสียงกลไกกับดักทำงานทางทิศตะวันออก นาฟและคีแวน ลัดเลาะมาสมทบใกล้ๆกับ มากัส สังเกตบริเวณนั้นสักพัก ไม่ได้ยินเสียงอะไรขึ้นอีก
มากัสถาม “เกิดอะไรขึ้น
นาฟ สูดดมอากาศ มองไปที่ไกลๆมันล่าถอยกลับ มันรู้ว่าเราวางกับดักไว้คืนนี้เราคงต้องเฝ้ากันทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า
“คีแวน พยักหน้า