บทที่ 61
เมื่อสาวๆได้ยินอย่างนั้นแล้ว ทั้งแอมและน้ำทิพย์ต่างก็เป็นห่วงชายของตัวเองขึ้นมาในทันที แต่พวกเธอก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าการส่งกำลังใจไปให้เท่านั้น หลังจากที่ซึมๆกันได้สักพักหนึ่งพวกเธอก็กลับมาคุยเรื่องงานที่พวกเธอควรจะต้องทำ และวางแผนเกี่ยวกับดาวอดีตเพื่อนซี้ ในขณะเดียวกันนั้นเองเสียงของเครื่องบินก็ได้แจ้งเตือนขึ้นมาจากห้องของกัปตัน“ใกล้ถึงที่หมายตามที่พวกคุณได้ระบุเอาไว้แล้ว.. เตรียมตัวได้..” กัปตันเอ่ยออกมา แน่นอนว่าทุกคนในหน่วยต่างก็ลืมตาตื่น และทำหน้าที่ของใครของมันอย่างที่ไม่ต้องมีใครบอก จากนั้นก็ใส่กระเป๋าบรรจุร่มเอาไว้ เตรียมที่จะกระโดดลงไปยังเป้าหมายที่กำหนด เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว พวกเขาก็ยืนรออยู่ที่ประตูเครื่อง กัปตันนับถอยหลังจากสิบจนถึงศูนย์จากนั้นประตูก็เปิดออก อาร์ทและพรรคพวกก็กระโดดออกจากเครื่องในทันที จากนั้นพวกเขาก็รวมกลุ่มกันก่อนที่จะให้ปาร์คเป็นคนนำ เพราะปาร์คคือคนที่ถือแผนที่ และสั่งการในแนวหลัง เมื่อถึงระดับความสูงที่กำหนดเอาไว้ พวกเขาก็กระตุกร่มทีละคน และลอยตัวลงไปรวมกันที่จุดเป้าหมาย “รายงานสถานการณ์จากทางนั้นมาหน่อย..” อาร์ทกล่าวออกมาพร้อมกับเก็บร่มลอยตัวของเขาไว้ในกระเป๋าดังเดิม ส่งคนอื่นๆก็ต่างเริ่มที่จะเช็กอาวุธให้พร้อมกันแล้ว เพราะจุดนี้ถึงมันจะเป็นป่าเขาแต่มันก็อยู่ไม่ไกลจากเป้าหมายแล้ว โดยที่ห่างไปเพียงแค่ 1.5 กิโลเมตรเท่านั้นเอง“เป้าหมายถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ภายในบ้านพักต่างอากาศ มีทั้งหมด 8 ชีวิต.. พวก FBI กำลังเฝ้าดูอย่างระมัดระวังครับ.. ทางด้านของผู้ก่อการร้ายที่ระบุตัวได้มีทั้งหมด 43 ชีวิต กระจายไปตามจุดทั่วทั้งบ้านครับหัวหน้า” ปาร์คกล่าวรายงาน จากนั้นอาร์ทก็สั่งให้ปาร์คแจ้งไปยังคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทันทีว่าหน่วยไนท์แมร์ของเขากำลังจะเริ่มปฏิบัติการแล้ว คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยให้ถอยไปให้ห่างq พวกเขาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นแบบแผนที่ฝึกกันมาตลอด สายตา พละกำลังทั้งขาและแขน ต่างอยู่ในระดับที่สุดยอด สมาธิของพวกเขาเที่ยงตรงกับการสงครามแล้วในตอนนี้ และจะมีแต่ฆ่าและฆ่าเท่านั้น จนในที่สุดพวกเขาก็เข้าใกล้รัศมีที่เห็นตัวบ้านแล้ว อย่างแรกที่หน่วยต้องทำคือการแฮกสัญญาณทุกอย่างที่ใช้ได้ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำพวกกล้องสอดแนม ที่อาจจะติดไว้ที่ต้นไม้อีกด้วย และทั้งหมดนี้มันเป็นหน้าที่ของปาร์คที่จะต้องจัดการ อาร์ทพยักหน้าให้กับมิเกล และบัสโก้ แน่นอนว่าทั้งสองก็แยกออกไปทางซ้าย และขวาในทันที ก่อนจะหยิบเอาสไนเปอร์เก็บเสียงออกมาคนละกระบอก จากนั้นเขาก็มองไปที่เอมี่ เป็นการบ่งบอกให้เตรียมพร้อม และรอสัญญาณบุกจากปาร์คที่ทำการแฮกระบบเสร็จสิ้นแล้วจะเอ่ยกล่าว “ระบบจะเป็นของเราในอีก...3...2...1...0 ..” ปาร์คกล่าวพร้อมกับที่เขาสามารถควบคุมทุกอย่างที่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างใจนึก อาร์ทจึงสั่งเริ่มปฏิบัติการในทันที อาร์ทและเอมี่เริ่มออกวิ่งในทันที ในมือของพวกเขามีแต่มีดเพียงเท่านั้น ส่วนอาวุธปืนจะเป็นแค่ปืนพกที่เก็บเสียงแค่สองกระบอกเพียงเท่านั้น อาร์ทวิ่งไปทางตัวบ้าน พร้อมกับปามีดใส่คนที่เขาคิดว่ามีโอกาสเห็นปฏิบัติการอย่างแม่นยำ ทุกใบมีดที่ปาออกไปก็เข้ากลางกระบาลทุกดอก นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพวกมิเกล และบัสโก้ที่ส่องมาจากระยะไกลคนละมุมอีกด้วย “มาถึงจุดหมายแล้ว เป้าหมายรู้ตัวแล้วหรือยัง..” อาร์ทกล่าวถามกับปาร์ค แน่นอนว่าปาร์คที่นั่งมองพฤติกรรมของผู้ก่อการร้ายอยู่ก็ตอบกลับมาทันที“สถานการณ์ภายในยังปกติครับ แต่มีปัญหานิดหน่อยครับ... มันใกล้จะถึงเวลาที่ยามจะรายงานด้วยเสียงถึงสถานการณ์ให้กับคนดูกล้องครับ เป็นไปได้ว่าเราต้องเก็บคนนี้ก่อนครับ” ปาร์คกล่าวออกมา ในขณะที่อาร์ทกำลังเดินไปทางด้านหลังของศัตรูคนหนึ่ง และเข้าไปปาดคอหอยจนถึงเส้นเลือดใหญ่ โดยที่มันยังไม่ทันที่จะร้องออกมาสักนิดเดียว จากนั้นก็ปามีดไปข้างหน้าอย่างมั่นใจและมันเป็นจังหวะเดียวกันที่ผู้ก่อการร้ายอีกคนเดินออกมาจากมุมตึก มันเป็นอะไรที่ยากมากในการฆ่า เพราะนอกจากจะรู้แล้วว่าจะต้องมีคนเดินมาตรงนั้นแล้ว ยังมีเรื่องของจังหวะที่เหมาะสมที่ชายคนนั้นจะเดินออกมารับมีดของอาร์ทโดยใช้คอหอยรับอย่างพอดี มันต้องใช้ศาสตร์ และประสบการณ์อีกหลายแขนงมากเลยทีเดียว แต่อาร์ทกลับทำได้ และทำมันอย่างมั่นใจราวกับเคยทำมันมาแล้วหลายครั้ง“เอมี่.. ได้ยินแล้วนะ..” อาร์ทกล่าวพร้อมกับไล่ฆ่าผู้ก่อการร้ายไปเรื่อยๆ จนในที่สุดข้างนอกนี้ก็ปลอดภัยแล้ว ไร้ซึ่งผู้ก่อการร้าย บัสโก้และมิเกลต่างหยิบปืนไรเฟิลจู่โจมอย่าง M4 วิ่งไปยังเป้าหมายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว“ห้องกล้องเคลียร์..” เอมี่กล่าวพร้อมกับหลบอยู่หลังประตู เพราะเธอเพิ่งได้ยินเสียงดังที่ปรากฏออกมาอย่างเด่นชัดจากอีกฝั่ง ดูเหมือนว่ามีคนกำลังเดินมาทางนี้ถึงสองคน เอมี่ถือปืนไว้ในมือก่อนที่ประตูนั้นจะถูกเปิดออก ปรากฏเป็นผู้หญิงหนึ่งคนที่ถูกมัดมือเอาไว้ และชายอีกคนที่ลากตัวเธอมายังห้องนี้“เฮเพื่อน อยากร่วมสนุกกับลูกสาวของประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่หน่อยไหม พอดีมันเป็นเครดิตของข้า นี่ข้าใจดีแบ่งปันแกเลยนะเพื่อน.. เฮ้ยๆ ไงแกมาหลับอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ เดี๋ยวหัวหน้าก็เล่นเราตายซะหรอก.. อึอ..” ชายคนนั้นกล่าว แต่ยังไม่ทันได้ร่วมสนุกกับสิ่งที่มันคิดจะทำก็โดนเจาะเข้าที่หัวด้วยกระสุนปืนเข้าไปแล้ว ลูกสาวของประธานาธิบดีได้แต่ก้มตัวลงไปนั่งพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลินออกมา“ใจเย็นๆ เราคือหน่วยไนท์แมร์จากกองกำลังสหประชาชาติ เธอเป็นลูกสาวของประธานาธิบดี เธอต้องเข้มแข็งเอาไว้ ตั้งสติและตอบคำถามของฉันมา เราจะได้ช่วยเหลือครอบครัวเธอได้อย่างปลอดภัย.. คนร้ายมีทั้งหมดกี่คน..แล้วคนในครอบครัวเธออยู่จุดไหนของตัวบ้าน” หญิงสาวเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็หันมามองทางเอมี่ ในขณะที่เอมี่กำลังแกะมัดให้กับเธอไปด้วย แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆก็มีชายอีกคนเดินมาทางประตู และสาวน้อยต่างก็เหมือนรู้ดีว่านั่นคือคนร้าย เธอตาเบิกโตกว้าง เอมี่ที่เห็นสิ่งผิดปกติก็หันมาทางนั้น แต่ในมือของเธอไม่มีอาวุธใดๆเลย ชายคนนั้นเองก็ตกใจกับภาพที่เห็น และพยายามจะยกปืนขึ้นมายิงไปทางผู้หญิงคนนั้น และกำลังจะตะโกนออกเสียงทางปาก แต่เขาก็ได้แค่ร้อง ‘อึด’ เพราะตอนนี้มีมีดที่แทงมาจากท้ายทอยของชายคนนั้นทะลุตัดผ่านหลอดลม ส่งผลให้เขาตายในทันทีอย่างไม่มีเสียงใดๆ“ทำไมถึงได้ละเลยขนาดนี้ ความประมาทนำไปสู่ความตาย เอาไว้ค่อยเสวนาทีหลัง ตอนนี้เธอเป็นคนเดียวที่สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดได้.. รีบๆพูดมาได้แล้ว..” หญิงคนนั้นพยักหน้าด้วยความกลัวก่อนจะบอกทุกอย่างที่เธอนั้นเห็นและรู้ไป ส่วนเอมี่ก็แค่จ๋อยไปตามระเบียบ แต่เธอก็มีสมาธิอยู่กับงาน และคนที่กล่าวนั้นก็คืออาร์ทนั่นเอง หลังจากที่ได้ข้อมูลมาครบทุกอย่างแล้ว ปฏิบัติการช่วยเหลือมันก็ง่ายขึ้นไปอีกหลายขั้นตอน ตัวแปรคือข้อมูลที่พวกเขาได้รับมาจากลูกสาวของประธานาธิบดี คนร้ายตายหมดในเวลาอันสั้น ตัวประกันปลอดภัยดี แต่พวกเขายังต้องแสดงไปก่อนตามที่อาร์ทได้เขียนข้อความลงกระดาษให้พวกเขาได้รู้ และวัตถุประสงค์ที่จะทำมัน เพราะเนื่องจากประธานาธิบดียังไม่ได้ปลอดภัยจึงต้องแสดงไปก่อน อาร์ทนั่งลงที่โซฟาก่อนจะถอดหน้ากากของตัวเองออก เพราะวันนี้อากาศมันช่างร้อนเหลือเกิน และคนพวกนี้ก็คงจะไม่ปากมากเรื่องของเขา“อยากรีบทำมันให้จบๆไปจัง ง่วงนอนจริง..เจ้าปาร์ค อีกนานไหม” อาร์ทกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปกดรีโหมดแอร์เพื่อเร่งมันให้แรงๆ ก่อนจะหันไปถามปาร์คที่กำลังเจาะระบบส่งสัญญาณทางไกลอยู่..