ตอนที่ห้า Beyond the journey end 5
ในบรรดาพระเอกอิเซไคผมคงเป็คนที่ค่อนข้างไร้ประโยชน์กว่าคนอื่น เพราะผมนั้นไม่ได้จบจากด้านวิศวกรรมเครื่องบินแต่มาจากสาขากฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
แบบเดียวกับที่แซวกันว่าสายศิลป์นั้นไร้ประโยชน์นั่นล่ะในโลกความเป็จริง
มันคือสาขาที่พัฒนาขึ้นหลังจากระบบกฎหมายที่พัฒนามานับพันปีและมีการค้าขายระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
แต่ข้อดีคือมันทำให้ผมค่อนข้างให้ความสนใจกับระบบกฎหมายของราชวงศ์ถังของจักรวาลนี้มาก
ทำให้ผมมองด้านภาษี บทลงโทษระเบียบปฏิบัติและอื่นๆ
ผมสรุปได้คำเดียวว่า
ตูไม่อยู่ล่ะ
ว่าประสบการณ์กฎหมายการค้าระหว่างประเทศและกฎหมายมหาชนของผมบอกผมว่าในระบบกฎหมายที่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการใช้อำนาจตามอำเภอใจของฮ่องเต้นั้นท่าทางจะรอดชีวิตไปอยาก
แม้แต่จอมคนแห่งล้อซั๊วะ
ที่คนทั้งโลกมองว่าเผด็จการอย่างไรก็ตาม
ภายในประเทศนั้นเขาต้องทำท่าเคารพสภาดูม่าส์ของเขาเป็อย่างมาก
ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้
เื่ที่แม้แต่ผู้เผด็จการปัจจุบันยังเข้าใจว่าตนเองต้องเอาหลังพิงกฎหมายอย่างน้อยก็กฎหมายในชาติของตนเองไว้
แต่นั่นไม่มีในโลกแห่งนี้
ผมนึกถึงผู้นำเผด็จการในประเทศโลกที่สามที่ผมเคยเจรจาการค้าแร่หายากด้วยมากกว่าเลย
อย่างน้อยผู้เผด็จการโลกที่สามก็ยังพอเข้าใจตรงกันว่าแต่ละฝ่าย้าอะไร
แต่ในโลกนี้ที่แย่งป้ายทองกงจู้กันนั้นเทียบกันว่าศักดิ์ใครใหญ่กว่าใครและใครพบใครแล้วต้องคุกเข่าคารวะใครก่อนฯลฯ
หาสาระมิได้
แน่นอนผมมีป้ายทองยกย่องเกียรติคุณจากฮ่องเต้องค์ก่อนเช่นกันนับว่าคือตระกูลที่มีเกียรติในสภาพปรกตินั้นจะเป็ประโยชน์ต่อการไม่ต้องนั่งคุกเข่าในศาลสามารถมีทนายแก้ต่างได้ มีคนเข้าไปเยี่ยมได้...แต่มันมีประโยชน์อะไรในแผ่นดินที่ฮ่องเต้มีอำนาจสูงสุดและแค้นเรารวมทั้งเป็คนที่เห็นกฎหมายประดุจกระดาษทิชชูเล่า?
เื่ตลกของการเรียนกฎหมายมาตลอดคือ
กำลังมีอำนาจเหนือกฎหมาย
นั่นคือบทเรียนที่ได้รับจากการเรียนถึงมหาบัณฑิตในด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
ที่สำคัญป้ายทองเชิดชูนั้นแท้ที่จริงคือแผนการชาญฉลาดของนางเอกที่ให้ผมได้ป้ายมาเพื่อฮ่องเต้องค์ก่อนจะได้ไม่ต้องมาอวยยศตำแหน่งอะไรให้ผมอีก
แผ่นดินนี้กับผมคงไปด้วยกันไม่ได้หากเจอคนคุมกฎหมายทำตัวบ้าบอเช่นนี้
ที่ผมกังวลไม่ใช่เื่ของกำไรขาดทุนอย่างที่อาหู่ตีอกชกหัว
ผมค่อนข้างพอใจมากกับการที่ตระกูลผมมีช่างฝีใอช่างโลหะ ที่นา โรงรับจำนำ อู่ต่อเรือฯลฯ
อะไรที่ทำการผลิตสิ่งของจริงๆได้ผมรักมันทั้งหมดนั่นล่ะ
ตัวเลขกำไรขาดทุนเป็แค่ตัวเลข
นี่คือเื่ที่น่าเศร้าของบรรดาหญิงสาวที่อยากเป็เศรษฐีนีในยุคศักดินาล้าหลัง
พวกเธออ่านตำราของเหมาไท่จู่ยังไม่ตระหนักถึงกลอุบายของพวกทุนนิยมหรือ?
ฮ่องเต้สีของพวกเรามองออกถึงเื่นี้ถึงได้พยายามทำให้แดนจงหยวนเป็แดนที่ผลิตสินค้าของใต้หล้า
ขอเพียงผลิตสินค้าทั้งใต้หล้าจะเกรงกลัวอันใด?
แต่ที่ผมกังวลคืออำนาจของรัฐที่จะมาหาเื่ผมนี่ล่ะ
เหมืองทองคำ เหมืองหยก เหมืองแร่เงินเหมืองชาด ฯลฯ
อะไรที่เป็ของดีมีแต่ผู้มีอำนาจมีได้ผมคงรักษาไว้ไม่ได้ในยุคนี้แล้วเฮ้อ
“อาหู่ เตรียมขายกิจการเหล่านี้ไปกว้านซื้อม้าและขบวนการเปาเปียวเท่าที่จะทำได้มาเราจะกลับบ้านเดิมของสกุลเราเพื่อไว้ทุกข์แทนบิดาผู้ล่วงลับ”