ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 93 ไม่มีใครรอดสายตาข้าไปได้

    นาฟถึงกับหันหน้าไปมองชายอ้วนแม้ภายใต้หน้ากากจะบ่งบอกความรู้สึกไม่ได้ แต่ชายอ้วนก็รู้ถึงความสงสัยของนาฟได้ทันที

        “ถึงรถคันนี้จะเป็นรุ่นใหม่ก็จริงแต่ยังไม่ผ่านการปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้ความเร็ววงล้อที่เล็กและหน้ากว้างแบบนี้พอเข้าเส้นทางขรุขระ ก็ทรงตัวลำบากแล้วไหนจะช่วงล่างตัวถังกับเครื่อง ที่ไม่สอดคล้องกับการเร่งความเร็วในระยะยาว

    นาฟฟังชายอ้วนคนนี้สาธยายถึงสมรรถนะของรถคันนี้อย่างตั้งอกตั้งใจจนลืมมองม่านพลังที่ไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิดเต็มที

     

    ดีที่ภูเขาเบื้องหน้าอยู่อีกไม่ไกลภัยพิบัติของแผ่นดินก็หยุดลง ผู้คนส่วนมากเข้าถึงเขตภูเขากันแล้ว

        “แต่ข้าชอบวิถีการขับขี่ของสหายนะดูแล้วกล้าบ้าบิ่นดี ถ้าไม่มีสัมผัสที่ว่องไวพอ ไม่มีทางขับขี่แบบนี้ได้แน่

    แต่ข้าว่าการทรงตัวของสหายมันแปลกๆยังไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่นะ

        “ใช่! ข้าพึ่งหัดขับขี่แบบนี้ครั้งแรกน่ะ

        “นี่ครั้งแรกอย่างนั้นรึ! ขนาดจะไล่ตามนักแข่งระดับสูงของเรซซิ่งสเตรชเชอร์เลยนะ

     

    ไม่นานคนทั้งสองก็เข้าสู่ภูเขาได้เป็นกลุ่มสุดท้าย ทั้งสองเคลื่อนตัวเข้าไปในป่า ไม่ให้เป็นที่สังเกต“หน้ากากหมู กับหน้ากากแมว ส่งสัญญาณให้กันแยกย้ายกันออกไปสืบข่าวรอบๆ บริเวณ

    ช่วงเวลาตอนนี้ได้พลิกกลับเป็นช่วงกลางวันแล้วท้องฟ้าสดใส แสงสว่างส่องจากฟากฟ้า ไปทั่วทั้งหุบเขา

    กลุ่มนักศึกษานอร์ทเทิร์นที่มีฮาซูเป็นผู้นำยืนประจันหน้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำทั้ง 7

    กลุ่มของเอโรซ่าที่เดินเข้ามาสบทบ เอ่ยบางอย่างกับฮาซู ไม่นานกลุ่มทั้งสองก็ ผละแยกจากกัน

     

    ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มเดินขึ้นไปบนยอดเขาเพราะสังเกตเห็นบางสิ่ง

    ภูเขาลูกนี้สูงและใหญ่โตมากกว่าภูเขาลูกเดิมหลายเท่านัก นาฟที่เดินตามผู้คนส่วนใหญ่มาบนยอดเขามองตามสายตาคนที่มาถึงก่อน   สีหน้าของผู้คนต่างชื่นชมกับภาพที่เห็นจากหลังภูเขาลูกนี้

        “มันสวยงามมากเลย!

        “ใช่งดงามจริงๆไม่เคยมีสิ่งนี้ในอาณานิคมมาก่อน!

     

    สิ่งที่เห็นคือทะเลสาบอันกว้างใหญ่ทะเลสาบแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่หลังหุบเขาสูงชัน เป็นสถานที่ ที่ความงดงามของธรรมชาติได้รวมตัวกันอย่างสมบูรณ์แบบ

    น้ำในทะเลสาบใสราวกับกระจกสะท้อนเงาของท้องฟ้ายามเช้ากลายเป็นภาพวาดที่ประณีตด้วยแสงแดดอ่อนๆที่สาดส่องลงมาบนผิวน้ำ ทำให้เกิดประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดเล็กๆ นับพัน

    ริมทะเลสาบเต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่มต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ดอกไม้ป่าสีสันสดใสเบ่งบานทั่วทั้งบริเวณกลิ่นหอมของดอกไม้ปะปนกับกลิ่นสดชื่นของน้ำทำให้บรรยากาศที่นี่สดชื่นและผ่อนคลาย

    “กลุ่มคนทั้งหมดเคลิบเคลิ้มกับบรรยกาศที่อยู่เบื้องหน้าจนลืมว่าพึ่งผ่านจากช่วงเวลาอันตรายมา

    ผู้คนได้เสพสุขกับบรรยากาศเพียงไม่นาน

    ตะวันคล้อยต่ำลงในยามเย็นทันทีแสงสีทองของพระอาทิตย์ยามอัสดงทอแสงอ่อนโยนลงบนผิวน้ำเปลี่ยนทะเลสาบให้เป็นผืนผ้าสีทองที่อาบแสงยามเย็น

    ความเงียบสงบในยามค่ำคืนคลืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    ทุกคนสับสนกับช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมาอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าพื้นที่แห่งนี้คือ สรวงสวรรค์หรือขุมนรกกันแน่

     

    นาฟที่เหม่อมองอยู่ที่แห่งหนึ่งบนยอดเขา ในจิตใจเริ่มวิตกกังวลกับสภาพบรรยากาศเช่นนี้ อยู่ๆ นาฟก็เอ่ยขึ้น

        “ท่านมีเรื่องราวบอกกล่าวหรือ ถึงติดตามข้ามา!

    หญิงสาวแสนสวยในชุดสีขาวปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของนาฟ 

        “ภายใต้หน้ากากนั้นเจ้าคิดสิ่งใดอยู่

        “เหตุใดท่านถึงถามข้าเช่นนั้น!

        “งั้นข้าเปลี่ยนคำถามครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และให้พวกเราทำอะไร

        “ข้าก็ขอเอ่ยเช่นเดิมว่าเหตุใดท่านจึงมาถามข้า!

        “หึ คงไม่ยอมบอกสินะข้าก็แค่คิดว่าเจ้าสามารถสัมผัสเรื่องราวได้ก่อนทุกคน

        “ท่านคิดแบบนั้น

     

        “ใช่! ไม่มีใครในที่นี้ รอดพ้นสายตาข้าไปได้!หญิงสาวชุดขาวหันหลังเตรียมจะจากไป

        “ข้าคิดว่า เมื่อแสงสว่างสาดส่องอีกครั้งทุกคนต้องพุ่งเป้าไปที่ เกาะกลางทะเลสาบแห่งนี้

        “อืม อย่างนั้นรึ! หญิงสาวหันกลับมามองนาฟก่อนจากไป  “เจ้าขับขี่ได้ดี!  

     

    ค่ำคืนนั้นผู้คนต่างคอยเฝ้าระวัง กลุ่มคนเหลือน้อยลง  ทุกที น่าจะไม่ถึง 40 คน กลุ่มนักศึกษานำอุปกรณ์เสริมต่างๆ ขึ้นมาตรวจเช็ค เตรียมความพร้อม

    ไม่นานก็มีคนสังเกตเห็นชายสวมหน้ากากแมว กับหน้ากากหมู ลงไปที่ริมทะเลสาบช่วยกันผูกไม้ใหญ่ติดกันเป็นลักษณะแพไม้

        “สหายแน่ใจนะ ว่าครั้งต่อไปเราต้องใช้เส้นทางนี้

        “ใช่!ข้ารู้สึกว่าจะเป็นเช่นนั้น เลยชวนท่านมาเตรียมตัวไว้ก่อนท่านมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อข้าก็ได้นะ

     

        “แน่นอน! ข้าเชื่อสหายอยู่แล้วแค่คิดว่าคงจะอันตรายน่าดูกว่าจะเดินทางไปถึง เกาะกลางนั้น แค่พวกเรายืนอยู่ริมทะเลสาบแห่งนี้ก็รู้สึกได้เลย ว่าพลังในกายหดหายเหมือนไม่สามารถใช้พลังได้

    ไม่นานกลุ่มของหญิงสาวแสนสวยนั้นก็ลงมาที่ริมทะเลสาบเช่นกัน ชายสองคนที่อยู่เคียงข้างหญิงสาวดังกล่าวเริ่มตัดไม้ใหญ่ผูกทำแพไม้ ลักษณะเดียวกับนาฟ

    นาฟที่เหลือบมองไปที่หญิงสาวชุดขาวนางก็ส่งยิ้มกลับมาทันที

     

    กลุ่มคนจากด้านบนยอดเขาเห็นกลุ่มคนเบื้องล่าง ที่กำลังทำแพไม้กันอยู่เริ่มคิดวิเคราะห์สถานการณ์เบื้องหน้า

    เอโรซ่ามองกลุ่มเบื้องล่างสลับกับ เกาะกลางทะเลสาบแห่งนั้น รีบเอ่ยกันสมาชิกทันที

        “รีบลงไปข้างล่าง สร้างแพไม้เร็ว!

    กลุ่มนักศึกษาเวสเทิร์นปฏิบัติตามทันที ทั้งกลุ่มรีบลงไปริมทะเลสาบ

    ไม่นานกลุ่มนักศึกษานอร์ทเทิร์นก็ติดตามลงมาเช่นกัน

    กลุ่มคนที่เหลือเห็นภาพดังกล่าว ไม่รอช้าเร่ง ลงมาเพื่อต่อแพไม้กันเป็นการด่วน