ชายแก่พูดจบประโยคลมก็กระโชกแรง ทิวไม้สั่นรัว
ทว่าที่ทำให้เด็กสาวขนลุกวาบไม่ใช่บรรยากาศมืดครึ้มแต่เป็สายตาเย็นเยียบที่จ้องมองเธอจากด้านหลังจนขนคอลุกชัน
การินกำลังโกรธมากแน่ๆ
ความเย็นะเืนั้นให้ความรู้สึกราวกับมีมือเอื้อมออกมาระปลายผมกวนให้ท้องไส้ปั่นป่วน
“เป็อะไรไป ยัยแม่มด จะทำอะไรก็รีบทำ”เสียงพูดดังขึ้นข้างๆ เรียกสติเธอให้กลับมา ลัลทริมาหันขวับไปข้างหลังแล้วหันกลับมาจ้องหน้าการินที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยความงุนงง
ความรู้สึกเมื่อกี้ ไม่ได้มาจากการินหรือนี่
แต่เพียงครู่เดียวความรู้สึกเ่าั้ก็หายไปเธอจำเป็ต้องกลับมาจัดการกับปัญหาตรงหน้าที่ดูท่าจะใหญ่กว่า
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านธรรมชาติหรือคะคุณลุง”
“ก็ไม่ใช่น่ะสิ ดูป้ายนี่ บ้าน - ริม - เลจะไปก็รีบไป เขาว่าเย็นนี้พายุจะเข้า จะหาว่าลุงไม่เตือน”
ครืน...
ฟ้าเหนือหัวร้องคำราม ลมที่พัดกระโชกเมื่อครู่ดูท่าจะแรงขึ้น
“ต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหนคะ”
“ออกไปเจอทางแยก แล้วก็...”
เปรี้ยง!
“กรี๊ด!”
ฟ้าร้องดังสนั่นทุกคนที่อยู่ตรงนั้นร้องออกมาพร้อมกันด้วยความใ ลัลทริมายกมือขึ้นปิดหู ใบหน้าซีดเผือดอยู่ในเมืองต่อให้ฝนหนักอย่างไรก็ยังอยู่ในตัวอาคาร ช่างแตกต่างกับการอยู่กลางสวนแบบนี้โดยสิ้นเชิงแค่คิดว่าต้องเดินกลับออกไป เด็กสาวก็ขอบตาร้อนผ่าวได้แต่มองเ้าของบ้านขอความเห็นใจ
“หนูไม่ได้จอง ให้พักไม่ได้หรอกบ้านมีแค่หลังเดียวแล้วก็มีคนพักแล้ว รีบไปซะ เอ้า...จะเอาร่มนี่ไปก็ได้”ชายแก่ปฏิเสธสายตาอ้อนวอนอย่างไร้เยื่อใยพลางยื่นร่มเก่าๆ ให้
ดูเหมือนนี่คงเป็ความช่วยเหลือที่ดีที่สุดแล้วที่เขาจะให้ได้เด็กสาวจำใจรับร่มมา พยายามโทรหาบ้านพักที่จองเอาไว้กะว่าจะให้ส่งคนมารับก็ไม่มีใครรับสาย
“นี่น้อง! มากันแค่สองคนเหรอ” ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตสีสดใสร้องทักลุกขึ้นจากแคร่ที่อยู่ไม่ห่าง “ถ้ายังไงจะมาพักด้วยกันกับพวกเราไหมล่ะ”
เป็เด็กหนุ่มที่แม้สวมหน้ากากอนามัยก็ยังมองออกว่าหน้าตาดียกมือทักทายทั้งคู่อย่างเป็กันเองแต่จู่ๆ โดนถามแบบนี้ลัลทริมาก็ไปไม่เป็ ส่วนการินนั้นดูออกว่าอารมณ์เริ่มไม่ดี
“ดูท่าพวกเราน่าจะอายุมากกว่าไม่กี่ปีคืออย่างนี้ พวกพี่มากันสี่คน ถ้าเธอสองคนจะมาแชร์บ้านก็ได้นะจะได้ไม่ต้องเดินออกไปอีก ถึงตอนนี้จะแค่สี่โมงเย็นแต่ลมแรงแบบนี้ก็ออกไปลำบากนะเอ้า พวกนายล่ะว่าไง โอเคไหม” ชายหนุ่มผิวขาวหันไปขอความเห็นเพื่อนร่วมก๊วนอีกสามคน
“ก็ดีนะ อยู่กันหลายคนครึกครื้นดี” ชายหนุ่มสวมแว่นปรี่เข้ามาทักทาย
“น้องเขาจะสะดวกเหรอ มากันสองคนอาจจะอยากอยู่กันเป็ส่วนตัวก็ได้อีกอย่างพวกเรา...” ในขณะที่มีคนเห็นด้วยก็มีคนค้าน เธอคือเด็กสาวผมยาวหน้าตาสะสวย
เพราะนอกจากเด็กสาวที่ต้องแชร์ที่พักด้วยยังมีอีกคนที่ท่าทางอึมครึมและสายตาไม่เป็มิตร ซ้ำยังมีผ้าพันแผลที่มืออีกแต่ดูเหมือนเพื่อนอีกสองคนจะไม่ใส่ใจความเห็นของเธอจึงส่งสายตาเป็เชิงถามความเห็นไปที่เพื่อนคนสุดท้าย
“โบ๊ต พูดอะไรบ้าง อย่าเอาแต่เล่นเกมสิ”
“ฉันไงก็ได้ แล้วแต่มาร์กก็แล้วกัน”เด็กหนุ่มรูปร่างล่ำสันและสูงกว่าเพื่อนเงยหน้าจากหน้าจอมือถือ ยักไหล่เล็กน้อยทำเอาหนุ่มสวมแว่นตบมืออย่างดีใจ จัดแจงโกยเพื่อนๆ เข้ามาทำความรู้จักกันอย่างเป็ทางการแบบไม่ดูสีหน้าของการินเลยสักนิด
“สามต่อหนึ่ง...เอาเป็ว่าตกลงนะ มาทำความรู้จักกันก่อนนี่มาร์ก ฉันชื่อตรัย ส่วนเ้านี่โบ๊ต แล้วนี่ก็พลอย” ตรัยไล่แนะนำเพื่อนทีละคนเริ่มจากหนุ่มหล่อที่เข้ามาทักลัลทริมาตอนแรก “พวกน้องชื่ออะไรกันล่ะ”
“หนูชื่อลัลค่ะ ส่วนนี่การิน”บอกชื่อออกไปแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบรับคำชวนให้แชร์บ้านพักหรือเปล่าจึงหันไปถามเพื่อนร่วมทาง “การิน นายว่าไง...อุ๊ย”
สายตาถมึงทึงและสีหน้าของการินที่ตอบกลับขนาดไม่ต้องพูดเธอยังรู้ว่าอย่างไรก็คงต้องจำใจเดินฝ่าพายุออกไปแน่ๆ
“เฮ้ๆ พวกน้องใจเย็นก่อนนะพี่ว่าอย่าเสี่ยงออกไปเลย บ้านพักมีตั้งหลายห้อง พวกพี่อยู่ด้วยกันยังเหลือๆไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยให้ทางที่พักของน้องเอารถมารับก็ได้” มาร์กหาทางออกให้จัดแจงบอกให้ลุงเ้าของบ้านนำทางไปยังบ้านพัก ทุกคนรวมถึงพลอยหิ้วกระเป๋าตามไปอย่างไม่มีปากเสียง
เมื่อดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกดีกว่านี้การินจึงได้แต่นิ่งเงียบ กระชากกระเป๋าขึ้นจากแคร่อย่างเสียไม่ได้ลัลทริมาถอนหายใจโล่งอก
ฉันถือว่านายเห็นด้วยก็แล้วกันนะ ส่วนจะโดนบ่นหลังจากนี้ขนาดไหนก็ค่อยว่ากัน
......................................
แขกของโฮมสเตย์ทั้งหมดหกคนเดินตามชายแก่เลาะไปตามทางเดินพอพ้นจากแนวสวนก็ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งลมแรงที่มีกลิ่นเกลือและกลิ่นปลาของหมู่บ้านชาวประมงลอยมาแตะจมูก
อากาศหน่วง เย็นชื้น อบอ้าว เมฆก้อนใหญ่ดำทะมึนแบ่งชั้นท้องฟ้าและทะเลสีเทาชัดเจนคลื่นขาวแตกฟองยามซัดโดนโขดหิน ชายหาดที่นี่ไม่ได้มีทรายขาวละเอียดเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปแต่กลับปกคลุมด้วยผักบุ้งทะเล เศษหินและทรายหยาบ เรือไม้ลำเขื่องจอดเกยตื้นไว้ดูแล้วให้บรรยากาศรกร้างวังเวง และทิวสวนมะพร้าวที่ถูกลมพัดแรงยิ่งทำให้รู้สึกตัวเล็กจิ๋วลงไปอีก
“ที่แบบนี้ยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาสมองเธอทำด้วยอะไรยัยแม่มด” การินบ่นพึมพำในลำคอไม่ต้องหันไปดูก็พอจะเดาสีหน้าของเขาได้
“เอาน่ะ ฉันหาข้อมูลมาแล้วหมู่บ้านชาวประมงที่นี่มีเื่น่าสนใจเยอะนะ เดี๋ยวเรามาขอข้อมูลจากคุณลุงก็ได้”ลัลทริมาทำใจดีสู้เสือ
บ่นจริงๆ ด้วย ยังไม่พ้นคืนเลย
เนื่องจากทางเดินถูกแผ้วถางไว้แคบๆสองข้างทางเป็รากไม้ ทรายและพื้นขรุขระ ทั้งหมดจึงเดินตามกันเป็แถวเรียงหนึ่งโดยมีการินเดินปิดท้าย
ทว่าจู่ๆ เด็กสาวซึ่งเดินอยู่ตรงหน้ากลับยั้งฝีเท้ากะทันหันจนเขาเดินชนร่างที่ยืนนิ่ง อึดใจก็ค้อมตัวเล็กน้อยยิ้มให้ความว่างเปล่าตรงหน้า
“เธอยิ้มให้ใคร ยัยแม่มด”
“ชาวบ้านแถวนี้ไงอ้าว...เมื่อกี้ยังอยู่ตรงโน้นเลย”
ปลายนิ้วเด็กสาวชี้ไปยังสวนมะพร้าวที่เต็มไปด้วยหญ้ารกว่างเปล่า ไม่มีใครยืนอยู่
เสียงลมหวีดหวิวทำเธอขนลุกเกรียว
“เจออะไรดีๆ แล้วสินะ หึ...หึ” การินหัวเราะในลำคอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ “ไง เห็นอะไร หรือว่า ญาณอาถรรพ์ของเธอเรียกอะไรออกมา”
“ไม่มีอะไรหรอก นายอย่าคิดแต่เื่พวกนี้ได้ไหม”
ก็แค่ชาวบ้าน ไม่มีเื่อาถรรพ์อะไรทั้งนั้นหรอกน่า
เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าการออกหาข้อมูลครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรจะไม่ยอมให้การินทำเสียเื่ง่ายๆ
ลัลทริมาสูดลมหายใจตั้งสติได้ก็รีบสาวเท้าตามกลุ่มด้านหน้าให้ทัน
......................................
ถึงจะเรียกว่าเป็โฮมสเตย์แต่บ้านพักที่นี่ปลูกแยกออกมาเป็ส่วนตัว ด้านหน้าบ้านอยู่ห่างจากริมหาดไม่ถึงร้อยเมตรเป็บ้านก่ออิฐชั้นเดียว มีระเบียงยื่นออกมาเป็ลานหน้าบ้านพร้อมชุดเก้าอี้ไม้ตัวบ้านตกแต่งเรียบง่าย ทว่าทาสีสันฉูดฉาดตามแบบนิยมของท้องถิ่น
รอบบ้านปลูกตะไคร้หอมไล่ยุงเอาไว้จำนวนมากแค่เดินเข้าไปใกล้ก็ได้กลิ่นหอมฟุ้ง
“ยุงที่นี่ดุ ค่ำมืดปิดบ้านกันให้ดีอย่าออกไปเดินเพ่นพ่าน” ลุงเ้าของบ้านเปิดประตูหน้า คากุญแจเอาไว้ที่ลูกบิดโดยไม่ก้าวเข้าไปในตัวบ้าน“อาหารเย็นวันนี้มีน้ำพริกกับผัก ฉันจะให้คนเอามาให้ตอนหกโมงเย็นมีอะไรไปเรียกได้ที่บ้านใหญ่ อ้อ...อย่าลืมที่บอก แถวนี้ด้านหลังเป็ป่า เด็กๆ อย่างพวกเธอ‘อย่า’ ไปออกเดินเพ่นพ่าน”
ชายแก่จงใจเน้นย้ำกวาดสายตาผ่านทุกคนมาหยุดอยู่ที่ลัลทริมากับการิน
“ในป่ามีอะไรงั้นหรือตาแก่ ถึงห้ามไม่ให้เข้าไป” การินถามสีหน้านิ่ง
“งู ตะขาบ แมงป่อง มีทุกอย่างแต่ในบ้านปลอดภัยไม่มีอะไร”
ชายแก่ตอบห้วนๆเหลือบมองลัลทริมาอีกครั้งก่อนเดินจากไป ทิ้งให้ทุกคนขนข้าวของเข้าบ้านกันเองซึ่งเป็การินที่เดินเข้าไปสำรวจบ้านเป็คนแรก
ประตูหน้าของบ้านพักเป็ประตูไม้บานคู่เปิดเข้าไปเป็ห้องโถงกลาง มีโทรทัศน์แบบล้าสมัยตั้งอยู่บนชั้นวางของนอกจากเก้าอี้นวมสองตัว ในห้องนี้ก็ไม่มีของตกแต่งอะไรอีก ที่สองฟากของผนังมีประตูห้องแยกออกซ้ายขวา
“ฉันนอนห้องนี้กับลัลก็ได้” พลอยเอ่ยปากพลางเปิดประตูห้องด้านซ้ายมองเห็นฟูกสองหลังปูผ้าอย่างดีพร้อมเครื่องใช้จำเป็เพดานห้องมีพัดลมปรับอากาศอันใหญ่ ด้านในมีห้องน้ำในตัว ถึงจะไม่สะดวกอะไรมากแต่ถือว่าสะอาด
“งั้นพวกเราอยู่ห้องนี้” มาร์กเปิดประตูห้องนอกอีกห้อง
แกรก!
ในจังหวะที่กำลังแบ่งห้องขนของกลับมีเสียงไม้ครูดกับพื้นบ้านดังสนั่นมาจากด้านในสุดของห้องโถงกลางจนทุกคนสะดุ้งเฮือกมองไปทางต้นเสียงก็เห็นการินกำลังพยายามเลื่อนฉากกั้นไม้บานหนึ่งออกจากที่
“ทำอะไรน่ะการิน”
การินไม่ตอบ ยังคงลากฉากไม้ออกจากกลางผนังจัดการพับแล้วเอามันไปแอบที่มุมหนึ่งตอนนั้นเองทุกคนจึงเห็นว่าด้านหลังฉากกั้นคือประตูไม้อีกหนึ่งบาน และดูเหมือนไม่ได้ทาสีใหม่เหมือนบานอื่นๆ
พอบิดลูกบิดประตูก็เปิดออกให้เห็นด้านใน มันเป็ครัวแบบง่ายๆเคาน์เตอร์ก่ออิฐพร้อมตู้ใส่ของมีฝุ่นเกาะเต็ม แต่ไม่มีเตาแก๊สและเครื่องใช้ มองตรงไปข้างหน้ามีประตูอีกบานปิดอยู่
ราวกับเ้าของบ้านไม่ได้ตั้งใจให้คนเข้าพักมาได้มาใช้พื้นที่ส่วนนี้ดูแล้วช่างประหลาดน่าขนลุก
“ห้องครัวนี่นา ฝุ่นเยอะเป็บ้า” ตรัยจามเสียงดังรีบเอาผ้าปิดจมูกแล้วเดินหนี รุ่นพี่ทั้งกลุ่มพากันกลับไปเก็บของเหลือแค่ลัลทริมายืนมองอยู่
“อย่าไปยุ่งเลยการิน” เธอกระซิบ แต่ไม่ทันแล้วประตูด้านหลังบ้านถูกเปิดออก
เมื่อทางลมเปิด ลมทะเลจากหน้าบ้านก็พัดอู้เข้ามาทางประตูด้านหน้าทะลุผ่านประตูห้องโถงกลางที่ต่อกับครัว ก่อนพัดออกประตูหลังเกิดเป็เสียงหวีดแปลกประหลาด
ประตูหน้า ประตูกลางและประตูหลังตั้งตรงเป็แนวเดียวกัน
และหลังบ้านเป็ป่าจริงอย่างที่ชายแก่บอกเอาไว้ต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นแทรกอยู่ตามโคนต้นมะพร้าวสูงใหญ่ แสงยามใกล้มืดทำให้มองเห็นเงาในป่าเอนไหวไปมาเหมือนกลุ่มคนยืนโงนเงน
พริบตานั้น ในพงป่าก็มีบางอย่างกระตุ้นประสาทััของเด็กสาวแผ่นหลังของเธอเย็นวาบ เหมือนถูกจ้องมองมาจริงๆ พอเพ่งมองให้ดีจึงเห็นทางเดินเล็กๆเลาะขึ้นไปตามเนิน ใบไม้สีเขียวไหววูบราวกับกำลังกวักมือเรียกให้เดินเข้าไป
ไม่...ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปคิดสิ
ลัลทริมารีบตั้งสติ ละสายตาจากความหวาดผวาตรงหน้าแต่รู้ตัวอีกทีว่าเธอคงเก็บอาการเมื่อกี้ไม่อยู่ก็ตอนที่การินซึ่งยืนอยู่ข้างๆดึงหน้ากากอนามัยสีดำลงมาแล้วแสยะยิ้มเย็นเยียบ
“ว่าอยู่ว่าบ้านนี้อาจจะมีอะไรน่าสนุก หึ...หึฉันว่าเราอยู่ที่นี่สักคืนก็ดีเหมือนกันเนอะยัยแม่มด”