บทที่ 31 กลับมาเพื่อแก้ปัญหา
เมื่อจ้าวซู่อวิ๋นเห็นสีหน้าของลูกชายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เธอก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมาทันที
“แกกลับมาตั้งไกล แล้วยังมาทำท่าทางแบบนี้ใส่ฉันอีกเหรอ? เมียแกเป็ไข่ในหินรึไง พูดก็ไม่ได้ ด่าก็ไม่ได้?”
่นี้ซูหลีเองก็ทะเลาะกับแม่สามีไม่น้อย แต่ต่อหน้าเย่เชา เธอก็รู้จักแสดงออกว่าเป็ฝ่ายอ่อนแอ
เย่เชามองไปยังแม่ที่กำลังทำท่าทางโมโหร้ายใส่ภรรยา แล้วหันไปมองซูหลีที่ดูเหมือนนกกระทาตัวน้อยที่กำลังถูกกลั่นแกล้ง เขารู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
เสี่ยวเย่ปิงโผเข้ากอดคอเย่เชาแล้วเงยหน้าขึ้นถาม “พ่อ คราวนี้พอกลับมาแล้วจะไม่ไปอีกแล้วใช่มั้ย?”
“พ่อต้องไป แต่จะรีบกลับมาเร็วๆ นี้แน่นอน”
ตอนที่เย่เชาสมัครไปเป็ทหาร เขาตั้งใจว่าจะทำงานในกองทัพนานๆ แต่ตอนนี้ที่บ้านมีปัญหาแบบนี้ แม่กับเมียก็เข้ากันไม่ได้
ประจวบเหมาะกับปีนี้มีการปลดประจำการทหารจำนวนมาก เขาจึงตั้งใจว่าจะลาออก ซึ่งถือว่าเป็การตอบรับนโยบายด้วย
“พ่อโกหก ทุกครั้งพ่อก็บอกว่าจะรีบกลับมา แต่สุดท้ายก็หายไปนานมาก!”
เสี่ยวเย่ปิงเอียงหัว พยายามนึก เขารู้สึกว่าเกือบปีแล้วที่ไม่ได้เจอพ่อ
ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเขาผิวขาวต่างจากทหารคนอื่นๆ เขาคงจำพ่อของตัวเองไม่ได้เลย
แต่ตอนนี้พ่อกลับบอกว่าจะรีบกลับมา เขาไม่เชื่อหรอก!
เย่เชาใช้นิ้วเกลี่ยจมูกลูกชายเบาๆ แล้วเอาหน้าของตัวเองชนกับหน้าผากลูกชาย “คราวนี้ไม่โกหกแล้ว ไม่นานก็จะกลับมาแล้วนะ”
เสี่ยวเย่ปิงหัวเราะชอบใจ
อาจเป็เพราะสัญชาตญาณของพ่อลูก แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เจอกันนานมาก แต่เมื่อได้พบกัน ความรู้สึกคุ้นเคยก็ผุดขึ้นมา ทำให้เสี่ยวเย่ปิงรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับพ่อ
จ้าวซู่อวิ๋นโกรธมาก ลูกชายกลับมาแล้วกลับไม่สนใจเธอ สนใจแต่เมียกับลูก ถือว่าเธอผู้เป็แม่ไม่มีตัวตนงั้นหรือ?
ซูหลีแอบมอง เห็นแม่สามีโกรธจนหน้าเขียว เธอจึงไม่พูดอะไร หันไปรินชาให้เย่เชา ผสมน้ำเย็นลงไปพอประมาณ ไม่ร้อนไม่เย็นก่อนจะยื่นให้เขา
อาจเป็เพราะความเคยชิน เธอจึงคิดว่าเย่เชาที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกต้องกระหายน้ำ
แต่เธอไม่รู้ว่า เ้าของร่างเดิมก็ดูแลเย่เชาแบบนี้เช่นกัน
ทุกครั้งที่เย่เชากลับบ้าน เ้าของร่างเดิมจะรินชาที่อุณหภูมิพอเหมาะให้เขาดื่มทันทีที่เขามาถึงบ้าน อุณหภูมิที่พอดีทำให้เขาดื่มได้รวดเดียวหมดแก้ว
ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันหลายเดือน ภรรยาก็ยังคงอ่อนโยนและเอาใจใส่เขาเหมือนเดิม
เย่เชาก็รู้สึกว่าภรรยาอยู่ที่บ้านต้องถูกกลั่นแกล้งแน่ๆ ไม่อย่างนั้นน้องสาวคงไม่ส่งโทรเลขมาหาเขาอย่างเร่งด่วนแบบนี้
พอเขาดื่มชาหมดแก้ว ซูหลีก็รีบรินเติมให้เขาอีก
จ้าวซู่อวิ๋นโกรธจัด ลูกชายกับลูกสะใภ้ทำเหมือนไม่มีเธออยู่ตรงนั้น คิดว่าเธอผู้เป็แม่ไม่มีตัวตนหรือไง?
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความไม่พอใจ ไม่พูดถึงเื่ทำอาหาร แต่กลับทำท่าทางจะสอบสวน “เส้าเอ๋อร์ แม่ได้ยินว่า่หน้าร้อนแกกลับมาแล้ว ครั้งนี้ผ่านไปไม่นาน แกกลับมาอีกแล้ว ขอลากิจแบบนี้โดนหักเงินหรือเปล่า?”
“แม่ ถ้าผมตัดสินใจกลับมาแล้ว แม่ก็อย่าไปสนใจเื่หักเงินเลย”
เย่เชาวางลูกชายไว้บนตัก ลูบหัวลูกชายเบาๆ “่นี้เชื่อฟังแม่บ้างไหม? เชื่อฟังย่ากับอาบ้างไหม?”
เสี่ยวเย่ปิงกระพริบตา ดวงตากลมโตกลิ้งไปมา พยักหน้าอย่างเสแสร้ง “เชื่อฟังครับ!”
เด็กก็คือเด็ก เย่เชาเดาออกว่าลูกชายกำลังโกหก แต่เมื่อจ้าวซู่อวิ๋นเห็นหลานชายทำแบบนั้น ก็ร้องขึ้นทันที “แกเชื่อฟังั้แ่เมื่อไหร่กัน?”