แสงไฟสีขาวดวงใหญ่สว่างจ้ากระทบตา ดวงตาเล็กๆคู่นั้นกะพริบช้าๆ ราวกับพยายามซึมซาบสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้
“เขาฟื้นแล้วครับ!”
เสียงชายหนุ่มไม่คุ้นหูดังขึ้นเ้าเหมียวได้ยินเสียงมนตราร้องลั่นด้วยความดีใจใบหน้าเธอที่ยื่นเข้ามาใกล้นั้นมีเหงื่อผุดพรายอยู่เต็ม เช่นเดียวกับผมที่เปียกชื้นแถมดวงตากลมโตคู่นั้นยังมีน้ำตาเอ่อคลอด้วย
โธ่!...ยายมนตราเอ๋ย ดูไม่จืดเลยทีเดียว...
เอ้า...แล้วสายอะไรระโยงระยางอยู่กับแขนเอ๊ย...ขาข้าเล่าเนี่ยเ้าเหมียวสะบัดอย่างหงุดหงิด
“อ๊ะๆ เ้าเหมียว อย่าสะบัดสิ เดี๋ยวสายน้ำเกลือหลุดฟื้นขึ้นมาก็ดื้อเลยนะ” มือใหญ่นุ่มลูบตัวเ้าเหมียวอย่างเบามือ
เ้าเหมียวมองไปยังต้นเสียงทุ้มนุ่มเหมือนคนใจดีนั้นร่างสูงใหญ่และอวบเล็กน้อยในชุดกาวน์ ใบหน้าขาวผ่องหนวดเคราถูกโกนออกอย่างเรียบร้อยแต่ยังพอเห็นไรบางๆ เหมือนกำลังจะขึ้นดวงตาเรียวใต้แว่นหนาเตอะนั้นหยีเล็กขึ้นไปอีกเมื่อเขายิ้มแก้มปริให้มนตรา
หืม...อย่าบอกนะว่าพ่อหนุ่มคนนี้หลงเสน่ห์ยัยมนตราเข้าแล้ว!
พอเ้าเหมียวปรายตามองไปที่มนตราผู้กระเซอะกระเซิงเหมือนลูกหมาตกน้ำแล้วก็เห็นว่าเธอดูเคอะเขินระคนกระอักกระอ่วนเธอทั้งสบตาสลับกับหลบตา มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่นแต่ไม่ได้เช็ดเหงื่อสักที
“พี่บาสสบายดีนะคะ”
“สบายดีครับ แต่บางวันที่เจอเคสหนักก็เหนื่อยหน่อยแล้วมนตร์ล่ะเป็นักเขียนนิยายตามที่ฝันไหม”
“ค่ะ มนตร์เขียนนิยายค่ะ ก็...ก็เรื่อยๆ อะค่ะ”
“ว้าวสุดยอดเลย พี่ยินดีด้วยนะครับแล้วใช้นามปากกาว่าอะไร พี่จะติดตามผลงานได้ที่ไหนมั่งครับ”
น้ำเสียงนั้นดูตื่นเต้นและยินดีจากใจจริงในขณะที่มนตราก็อึกๆ อักๆ บอกนามปากกาซึ่งมีอยู่สองชื่อสลับกันวุ่นวายดูท่าสองคนนี้คงเคยรู้จักกันมาก่อนแล้ว และไม่แน่ว่าอาจ “เคย” สนิทสนมกันด้วยเ้าเหมียวคาดเดาจากสิ่งที่ตนเองก็ไม่แน่ใจว่าจะนิยามว่าอย่างไร
“เอ่อ...แล้วมนตร์จะรับเ้าเหมียวกลับบ้านได้เลยไหมคะ”
“จริงๆเท่าที่ดูเ้าเหมียวก็ดูไม่มีอาการน่าเป็ห่วงแล้วแต่พี่อยากให้แอดมิตดูอาการที่โรงพยาบาลสักหนึ่งคืนครับแล้วพรุ่งนี้ค่อยเจาะเืดูผลอีกที”
เ้าเหมียวดีดตัวลุกขึ้นทันทีพลันส่ายหน้าแรงๆราวกับฟังออก แล้วจ้องตามนตราเขม็ง
“เอ่อ...เ้าเหมียวค่อนข้างดื้อแล้วก็ติดบ้านน่ะค่ะมนตร์ขอพากลับบ้านแล้วพรุ่งนี้พามาเจาะเืได้ไหมคะ”
เ้าเหมียวขนลุกซู่กับคำว่า “เจาะเื”เขาส่ายหน้าอีกครั้ง แต่มนตราจ้องเขม็งกลับราวกับจะปราม
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับแต่ถ้ากลับไปแล้วเ้าเหมียวมีอาการผิดปกติเช่นซึมลงมากให้รีบพากลับมาเลยนะครับเดี๋ยวพี่จะให้เ้าหน้าที่ทำใบนัดให้พรุ่งนี้นะ”
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” มนตราค้อมตัวขอบคุณ
เ้าเหมียวมองสัตวแพทย์หน้าตี๋ถอดสายน้ำเกลือออกเขาพันสำลีและเทปกาวแบบไม่ติดขนให้อย่างเบามือ เ้าเหมียวรู้สึกซาบซึ้งอยู่นิดๆดีใจที่สุดก็ตรงที่เขาอนุญาตให้กลับบ้านได้
“แล้วมนตร์กลับยังไงครับเหมือนพี่เห็นว่านั่งรถแท็กซี่มา”
“อ๋อ เพื่อนมนตร์รออยู่ด้านนอกน่ะค่ะเดี๋ยวเขานั่งแท็กซี่ไปส่งที่บ้าน”
“อืม...ความจริงพี่กำลังจะออกเวรพอดีเดี๋ยวพี่ไปส่งมนตร์กับเพื่อนด้วยดีไหมครับ ไม่ต้องเกรงใจนะ”
“อุ๊ยไม่เป็ไรค่ะ ไม่เป็ไร พี่น่าจะเหนื่อยมาทั้งวันแล้วแถมบ้านมนตร์กับเพื่อนอยู่คนละทางกัน พี่ขับรถเหนื่อยแย่”
“อย่างนั้นเหรอครับอ่า...งั้นมนตร์เอานามบัตรพี่ไปนะครับ หากมีอะไรฉุกเฉินก็โทรหาพี่ได้ทันทีนะครับห้ามเกรงใจ”สัตวแพทย์หนุ่มยื่นนามบัตรให้
มนตราโค้งแล้วโค้งอีกดูน่าขันจนเ้าเหมียวแอบกระตุกปากยิ้มไม่ได้จากนั้นเขาก็หมอหนุ่มถูกอุ้มใส่ตะกร้าพลาสติกสีชมพูแป๋นแหลนจากนั้นเกือบจะมีการ่ชิงกันเล็กน้อยเนื่องจากหมอหนุ่มขันอาสายกตะกร้าออกไปส่งถึงนอกห้องแถมยังขอไปยืนรอรถที่เอมซึ่งนั่งรออยู่กดแอปฯเรียกให้ด้วย
“ไม่เจอกันนาน พี่บาสดูหนุ่มขึ้นหล่อขึ้นกว่าเดิมอีกนะคะ” เอมจีบปากจีบคอพูดขณะยืนเรียงแถวรอรถอยู่หน้าคลินิก
“เอมก็ดูดีขึ้นเหมือนกันนะ”
“แหมมม ก็แน่สิคะพี่ เอมถือคติทำบุญสวยชาติหน้าแต่ทำหน้าสวยชาตินี้ ทั้งหน้านี่มีแต่ตาขาวเท่านั้นแหละค่ะที่แม่ให้มา”
ทุกคนหัวเราะเ้าเหมียวรู้สึกว่าบรรยากาศผ่อนคลายขึ้นมาก
“อุ๊ย! รถมาแล้วพวกเราขอตัวก่อนนะคะ แล้วพี่บาสอย่าลืมกดรับแอดเอมด้วยนะคะไว้ไปแฮงก์เอาท์ด้วยกันค่า”
เอมโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริงขณะที่มนตรายกมือไหว้ปลกๆ แล้วรับตะกร้าแมวขึ้นรถ สัตวแพทย์หนุ่มโบกมือให้พร้อมรอยยิ้มหวานทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกไป เอมก็โพล่งขึ้น
“อะไร! ยังไง! ไหนเมาท์ซิยัยมนตร์!”
“เฮ้อ...จะอะไรยังไงล่ะ ฉันก็เพิ่งได้เจอพี่เขาเป็ครั้งแรกหลังจากพวกเราเรียนจบนี่แหละ”
“หลังเราเรียนจบหรือหลังเลิกกับพี่เขากันแน่ยะ”เอมทำเสียงเย้า
“เลิกอะไรยังไม่ได้คบกันเลย! แค่คุยๆ”
“หูยยย จ้าแม่สาวฮ็อตทำเป็ลืมแฟนคนแรกนะ”
“เฮ้อ...”มนตราถอนหายใจยาวพลางมองออกไปนอกหน้าต่างรถ
เสียงเอมเจื้อยแจ้วรำลึกความหลังของสัตวแพทย์หนุ่มกับมนตราเ้าเหมียวหูผึ่งตั้งใจฟังจนอดคิดไม่ได้ว่านิสัยเดิมตอนเป็มนุษย์เขาก็อาจเป็คนสอดรู้ไม่ใช่น้อยเ้าเหมียวฟังเอมพูดอยู่ฝ่ายเดียวจนจับใจความได้ว่าใน่มหาวิทยาลัย มนตรา (อาจ)เคยคบหากับสัตวแพทย์เป็เวลาสั้นๆ ตอนที่เธอเพิ่งเข้าเรียนปี 1 ส่วนเขาเรียนอยู่ปีสุดท้าย มนตราเป็ฝ่ายขอเลิกและหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พบกันอีก
“ไม่น่าเชื่อเลยเนอะเธอว่าตอนนี้พี่เขาจะหล่อแซ่บเบอร์นี้แถมเป็เ้าของโรงพยาบาลสัตว์หรูหราหมาเห่า ที่สำคัญนะ เขาดูไม่เนิร์ดเวอร์เหมือนเมื่อก่อนแล้วอะเธอเสียดายไหมยะ”
“เฮ้อ...ฉันก็บอกไปแล้วว่าฉันไม่ได้รู้สึกกับเขาแบบคนรัก”
“อูย...ฟังแล้วเจ็บจี๊ด วงวารพี่เขาอยู่นะเนี่ย”
“ก็นั่นสิ ฉันรู้สึกผิดมากๆั้แ่ตอนนั้นเพราะพี่เขาเป็คนดีมาก พอมาเจอกันวันนี้ ความรู้สึกผิดก็ผุดขึ้นมาอีกแต่ก็ดีใจนะที่วันนี้เห็นพี่เขาประสบความสำเร็จ”
มนตราเหม่อมองออกไปนอกรถโดยไม่ได้สนใจเอมที่ยังพูดถึงชีวิตเมื่อครั้งยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่หยุดสำหรับมนตรา ความทรงจำระหว่างเธอกับบาสเป็ความทรงจำที่ดีแต่ก็แสนเศร้าจะว่าเป็สีชมพูสดใสเพราะเป็ปั๊ปปี้เลิฟก็ไม่ใช่ เพราะเธอเป็คนสร้างรอยแผลให้ความสัมพันธ์นี้เองถ้าให้เปรียบคงเป็ความทรงจำสีชมพูหม่นกระมัง
ถึงบ้านมนตราแล้วเอมช่วยหิ้วตะกร้าเ้าเหมียวลงมาส่ง
“ขอบคุณเธอมากนะสำหรับวันนี้เอ๊อ...ฉันลืมจ่ายค่าค็อกเทล” มนตราร้องเสียงหลง
“จ่ายอะไรกัน เธอได้ค็อกเทลฟรีไงวันนี้”
มนตราอึ้งนึกไปนิดหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงไลน์ดังขึ้นติดๆกัน
“หืม...ใครไลน์มานะดึกป่านนี้” มนตราพึมพำขณะล้วงเอากุญแจบ้านจากกระเป๋าถือออกมา
“เซอร์ไพรส์จากฉันเองจ้ะ ไปละนะฝันดียัยมนตร์” เอมยิ้มร่า กดกระจกโบกไม้โบกมือ
มนตราพาเ้าเหมียวเข้าบ้านมาแล้วเธอรีบเปิดตะกร้าถามไถ่อาการเขา แล้วแกะเทปกาวที่พันห้ามเืออกตามที่หมอบอก
“ข้าสบายดีแล้วละมนตรา เพียงแต่ระหว่างที่สลบไปเหมือนข้าจะเห็นภาพอะไรบางอย่างที่ไม่แน่ใจว่าคือความทรงจำสมัยเป็มนุษย์หรืออะไร”
“คุณเห็นอะไรคะ” น้ำเสียงเธอตื่นเต้น
แต่เสียงไลน์เ้ากรรมก็ดังขึ้นขัดจังหวะอีกสองสามครั้งมนตราถอนใจเหมือนเด็กที่กำลังดูการ์ตูนแล้วถูกขัดจังหวะ
“เ้าไปดูโทรศัพท์ก่อนเถอะ เผื่อมีอะไรเร่งด่วนข้ารอได้ ข้าไม่ลืมสิ่งที่เห็นง่ายๆ หรอก”
มนตราลุกไปหยิบโทรศัพท์มาดูสีหน้าเธอจากหงุดหงิดเล็กน้อยเปลี่ยนเป็ประหลาดใจ
“ใครล่ะ ใช่หมอหนุ่มอดีตคู่รักของเ้าหรือเปล่า”เสียงเ้าเหมียวเย้า
มนตราปฏิเสธเธอมองเ้าเหมียวด้วยหน้าตากึ่งจะปรามกึ่งจะหัวเราะ
“ตกลงเ้าจะไม่คุยโทรศัพท์กับเ้าหนุ่มหน้ามนคนชงเหล้านั่นก่อนเหรอ”เ้าเหมียวถามย้ำ
“ตอนนี้ฉันอยากรู้เื่ของคุณก่อนค่ะอีกอย่างฉันเคยอ่านเจอว่าแมวเป็สัตว์ที่ความจำสั้น ฉัน...เอ่อ กลัวคุณจะลืม”มนตราหลุบตาแล้วปิดการแจ้งเตือนโทรศัพท์
“อะไรกันข้าไม่ใช่แมวเสียหน่อย!” เ้าเหมียวน้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นมาทันทีจนมนตราหลุดขำพรืด
เ้าเหมียวดื่มน้ำอึกหนึ่งในแก้วปากกว้างที่มนตราเตรียมไว้ให้แล้วตั้งต้นเล่า
จากผู้เขียน...
รถไฟจะชนกันมั้ยน้อ... แต่ยัยมนตร์จอมช็อตฟีลของเราอาจจะชอบแว้นมอเตอร์ไซค์มากกว่าก็ได้น้า...