Part’ s เขมชาติ ส่วนผมก็รีบเดินขึ้นไปบนห้องพักครูทันที ผมต้องเข้าไปหยิบหนังสือที่จะใช้สอนนักเรียนชั้นมัธยมปีที่4 ผมเองก็คุ้นเคยกับการติวเตอร์มาแล้วแต่ว่ามันค่อนข้างแตกต่างจากในชั้นเรียนบ้างก็เพราะว่าติวเตอร์จะเน้นทำข้อสอบและสนุกสนานกันเหมือนเพื่อนกัน แต่ว่าการเป็ครู ผมต้องสอนและพัฒนาตัวนักเรียน และการสอนต้องสอนให้ให้นักเรียนเข้าใจอย่างแท้จริงผ่านกิจกรรม การพิสูจน์ การทดลอง เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาได้เอง ซึ่งมันแตกต่างกับตอนที่ผมทำหน้าที่ติวเตอร์ การสอนที่มีเวลามันจำกัด ดังนั้นผมต้องสอนแบบ สูตรลัด ตัดช้อยส์ เทคนิคการเดาต่างๆ และจุดประสงค์หลักของนักเรียนที่มาเรียนติวเตอร์คือ้าทำข้อสอบได้เท่านั้นจริงๆ ทำเอาผมยืนสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ เอาวะเขมนายต้องทำได้ แต่ก่อนจะขึ้นไปที่ห้องของนักเรียนผมก็หยิบมือถือขึ้นมาดู ณัฐกานต์ยังไม่ตอบข้อความของผมเลย ผมก็ไม่อยากถือไปด้วยเลย
ณัฐกานต์ = เขมจะขึ้นห้องสอนเด็กแล้วนะ ตอนเที่ยงเขมโทรหานะครับ เป็ห่วงนะครับ รักครับ
ผมส่งข้อความหาณัฐกานต์และโยนมือถือใส่ในลิ้นชักก่อนจะหยิบหนังภาษาอังกฤษระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้นมา ผมคงต้องถามนักเรียนเอาว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีครูสอนถึงไหนบ้างแล้วและผมจะได้ปะติดปะต่อถูก ผมเดินขึ้นไปยังชั้นที่ 2 ของตัวอาคาร แม้จะมีตึกเดียวแต่ก็ดูเหมือนสองตึกมากกว่าและมีทางเชื่อมกันระหว่างตึกด้วย มีจำนวนห้องเรียนมากมาย แต่ก็ไม่ได้เป็เฉพาะห้องเรียนทั้งหมด มีห้องทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยเช่นกัน
ผมเดินไปจนถึงห้องนักเรียนชั้นปีที่ 4/1 ก่อนเข้าก็สูดลมหายใจเข้าปอดอีกที คิดในใจสู้โว้ย และผมก็ก้าวเท้าเข้าห้องไปในห้องเรียนที่มีนักเรียนนักกันเป็คู่ ทั้งหมดสี่แถวแต่ล่ะแถวก็แยกออกเป็สี่คู่บ้างสามคู่บ้าง ทุกคนหันมามองหน้าผมพร้อมกันหมด
“ครูคนใหม่แก!!” นักเรียนหญิงพากันตื่นเต้นที่เป็ผมเองที่เข้ามาทำหน้าที่สอนพวกเขาวันนี้
“นักเรียนทำความเคารพ” หัวหน้าห้องรีบบอกนักเรียนในห้องทั้งหมดทำความรพผมทันที
“สวัสดีตอนเช้าค่ะ/ครับ คุณครู “นักเรียนในห้องทักทายผมเป็ภาษาอังกฤษ
“สวัสดีตอนเช้าครับทุกคน. วันนี้เป็ยังไงกันบ้างครับ สบายดีกันไหมครับ? . ผมถามนักเรียนในห้อง นี้เป็การเจอกันครั้งแรก
“สบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ, คณละสบายดีไหม?”
“ผมสบายดีครับ ขอบคุณครับ” ผมตอบ
“โห้! สำเนียงเป๊ะมากอะแก “นักเรียนหญิงที่อยู่แถวหน้าหันไปกระซิบกับเพื่อน
“ได้โปรดนั่งลงก่อนครับ” ผมบอกนักเรียนทุกคน และนักเรียนทุกคนก็นั่งลง
“ขอบคุณค่ะ/ครับ คุณครู” นักเรียนทุกคนพูด
“ผมชื่อเขมชาติ. ผมมีความยินดีที่ได้มาทำหน้าที่ครูผู้สอนพวกเราทุกคนวันนี้นะครับ” ผมพูดทุกพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง ทุกโต๊ะมีคนนั่งหมด แต่มีอยู่ตัวหนึ่งที่ว่างอยู่แถมมีตัวเดียวโดดเดี่ยวซะด้วย
“เอาละ ครูจะขอเช็กชื่อพวกเธอก่อนนะ แล้วก่อนที่ครูจะเริ่มสอนเราตามบทเรียน ครูจะให้เราตั้งคำถาม ถามครูได้คนละคำถาม แต่เป็ภาษาอังกฤษ” ผมบอกทุกคน ทุกคนหันไปยิ้มๆ กันโดยเฉพาะ นักเรียนหญิง ผมก็หยิบแฟ้มรายชื่อนักเรียนในห้องเรียนที่ครูสมพิศให้ผมมาออกมาเปิดและขานชื่อแต่ละคน ส่วนใหญ่ก็ตอบว่ามากันหมดจนมาถึงชื่อหนึ่ง
“คริสโตเฟอร์” ผมเรียกชื่อนี้โดยยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นแต่มันได้ความเงียบกลับมาเป็คำตอบ ผมก็ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ทุกคนนิ่งเงียบกันหมด
“คริสโตเฟอร์!”
“คริสโตเฟอร์เขาไปไหนครับ?
“เขาไม่อยู่ค่ะครู” มีคนตอบผมและมองไปที่โต๊ะนักเรียนด้านหลังสุดติดกับหน้าต่าง
“เออ.. ใช่คนที่เป็ลูกครึ่งหรือเปล่าครับ” ผมถามนักเรียนในห้อง
“ใช่ค่ะ” “ใช่ครับ” ทุกคนตอบพร้อมกันหมด
“แล้วเขาไปไหนครับ ครูว่าครูเห็นเขานะ เขาเข้าแถวตอนเช้าอยู่เลย” ผมพูดขึ้นและมองไปรอบและชะเง้อมองไปด่านนอกห้องเพื่อว่าเขากำลังเดินขึ้นมา อาจจะไปห้องน้ำ
“ครูเขมชาติคะ พี่เขาไม่มาหรอกค่ะ พี่เขาไม่เคยเข้าเรียนวิชานี้เลยค่ะ วิชาอื่นก็เข้านะคะแต่วิชานี้พี่เขาไม่ยอมเข้าค่ะ” ผู้หญิงที่นั่งด้านหน้าสุดตอบผม วิชานี้ ใช่เด็กคนเดียวกันกับที่ครูลิมาบอกผมหรือเปล่า นายลูกครึ่งนั้นน่ะเหรอและทุกคนเรียกเขาว่าพี่กันหมดแสดงว่าแก่กว่าซิน่ะ
“เนอะพวกเรา” ทุกคนในห้องหันมาพยักหน้ากัน
“ใช่” ทุกคนตอบเป็เสียงเดียวกันทำให้ผมใและมันก็ตรงกับที่ครูลิมาพูดด้วย
“มีใครเห็นเขาบ้าง บอกครูทีซิครับ” ผมถามนักเรียนในห้อง มีแต่คนส่ายหัวว่าไม่เห็นแต่ก็มีหนึ่งคนที่ยกมือขึ้น
“ผมเห็นครับ ตอนที่ผมเดินที่รถมอเตอร์ไซด์ที่ผมจอดไว้ ผมเห็นเขานั่งเล่นกีตาร์อยู่ที่ศาลากลางน้ำครับ” นักเรียนชายคนหนึ่งลุกขึ้นตอบผม ผมก็ว่างแฟ้มลง คิดในใจนี้มันใช่เวลาไปนั่งเล่นกีตาร์ไหม ผมไม่แน่ใจว่าใช่นายไหมนะ นายตาสีฟ้า แต่เท่าที่ผมเห็นมีแค่นายนั้นคนเดียวน่ะที่เป็ลูกครึ่ง
“เอาละเดี๋ยวครูมา พวกเธอเตรียมคำถามไว้ถามครู ขอเป็ภาษาอังกฤษนะ ถูกผิดไม่ว่ากันนะครับ “ผมพูดและทำท่าจะเดินออกจากห้อง
“ครูจะไปตามพี่เขาเหรอคะ อย่าไปเลยค่ะ พี่เขาไม่มาหรอกค่ะ ครูลิมาก็เคยทำมาแล้วค่ะ” เด็กนักเรียนหญิงที่นั่งด้านหน้าสุด ร้องทักผม ผมหันไปมองว่าทำไม
“ใช่ค่ะครูอย่าไปเลยค่ะ พี่คริสโตเฟอร์ เคยต่อยครูสมชายมาแล้วนะคะ ครูสอนภาษาอังกฤษนะคะ เขาเลยไม่ยอมมาสอนห้องที่นายคริสเรียนเด็ดขาด” นักเรียนอีกคนพูด ผมคิดว่าคนเดียวกันแล้วแหละ เพราะเขาเรียกว่านายคริส
“งั้นเดี๋ยวครูมา” ผมพูดแค่นั้นและเดินลงไปชั้นล่าง ผมรู้ว่าศาลากลางน้ำอยู่ตรงไหน จะเลยที่จอดรถไปหน่อย มีบ่อน้ำและมีศาลาที่ตั้งอยู่ไปทางกลางน้ำ ผมเดินจั้มอ้าวลงไปอย่างไม่ได้สนใจใครจนกระทั่งผมไปหยุดที่ทางเดินเข้าไปศาลากลางน้ำ
ทันทีที่ผมเดินมาถึงศาลากลางน้ำที่ทุกคนพูดถึง ผมก็เห็นมีนักเรียนนั่งอยู่ มือดีดกีตาร์อยู่ ดูจากรูปร่างใช่แน่นอนนายคริสโตเฟอร์ ผมรีบเดินเข้าไปหาเขา เขายังคงนั่งเล่นกีตาร์หันหลังให้ผม เพลงที่เขาเล่นน่ะเป็เพลงที่ผมชอบซะด้วย All of me แต่ นี้มันไม่ใช่เวลามาเล่นกีตาร์ เขาควรจะอยู่ในห้องเรียนกับผม
“คริสโตเฟอร์ “ผมเรียกชื่อเขา คริสโตเฟอร์หันมามองหน้าผมด้วยอาการใ
“คุณ เอ๊ย! ครู” คริสโตเฟอร์
“นายเล่นกีตาร์และร้องเพลงได้เพราะมากนะและครูเองก็ชอบเพลงนี้มาก แต่จะให้ดีควรจะไปเข้าห้องเรียนหรือถ้าอยากร้องมาก ไปร้องให้เพื่อนฟังดีกว่าไหม” ผมถามนายคริสโตเฟอร์ นายนั้นก็วางกีตาร์ลงและหันมามองผม เหมือนเขาจะพูดอะไรสักอย่างแต่เขาก็ไม่เขาได้หยิบกีตาร์และลุกขึ้นเดินแทรกผมไปทันที ผมก็เดินจามเขา
“นายคริสโตเฟอร์ หยุดนะ! “ผมเรียกชื่อเขาและบอกให้เขาหยุดเพราะผมเห็นว่าเขาไม่ได้เดินไปเพื่อไปขึ้นตึกแต่เหมือนจะเดินไปทางบ้านพักนักเรียนมากกว่า
“นายคริสโตเฟอร์!!” ผมเรียกชื่อเขาเสียงดังมาก
“ไม่ต้องเสียเวลามาตามผมหรอกครับครู ผมไม่เคยขึ้นเรียนวิชานี้ ใครก็รู้ ไม่ลองถามเพื่อนๆ ในห้องผมดูละครับคุณครู เขมชาติ” คริสโตเฟอร์หันมามองหน้าผม และเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเมื่อวานที่เขาเรียกชื่อผม
“ทำไมนี่มันวิชาตามแผนบังคับการเรียนของนายนะ นายต้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษและนายต้องเข้าเรียนกับครู ตอนนี้! “ผมพูดเขายังคงมองหน้าผม
“เพื่อนๆ รอนายอยู่ไป อย่าให้เพื่อนเสียเวลารอนายคนเดียว ขึ้นห้องเรียนกับครู” ผมพูดและเดินไปจับข้อมือของนายคริสโตเฟอร์และพยายามจูงให้เขาตามผมไป
“ผมไม่ขึ้น และผมจะไม่มีวันขึ้น ปล่อยผมนะครู” เขาพยายามสะบัดมือผมให้หลุด
“ทำไม! นายมีเหตุผลไหม ถ้ามันคือเหตุผลที่สมควร ครูก็จะไม่บังคับนาย” ผมถามนายคริสโตเฟอร์ ขณะที่เขากำลังจะหันและเดินหนีผม
“ผมมีเหตุผลของผม “นายคริสโตเฟอร์พูดแต่ผมยังไม่ยอมปล่อยข้อมือของเขา
“นายต้องขึ้นห้องเรียนกับครูตอนนี้และเดี๋ยวนี้ “ผมพูด นายคริสโตเฟอร์ มองมือผมและสะบัดมือผมอย่างแรงและผมก็เสียหลักกระเด็นออกไป นายคริสโตเฟอร์หันมามองผมด้วยความใ
“อะไรกันนะ” เสียงครูผู้หญิงร้องทักดังมาและครูคนนั้นก็รีบเดินเข้ามา ผมก็รีบลุกขึ้นสะบัดเศษหญ้าออก
“นายคริสโตเฟอร์ นี้นายมีเื่กับครูอาจารย์อีกแล้วเหรอ และนี้นายผลักครูเลยเหรอ ครูว่าเธอควรจะไปหาผู้อำนวยการเดี๋ยวนี้” ครูผู้หญิงที่เดินมาหาผม ผมคิดว่าถ้าเป็เช่นนั้นเื่ใหญ่แน่ๆ
“ครูครับผมไม่เป็ไรครับและนายคริสเขา...ก็ไม่ได้ผลักผมครับ.... ผม..แค่ ลื้นล้มไปเองครับ และมันจังหวะที่นายคริสกำลังเดินกลับไปห้องพักเขา เขาปวดท้องนะครับ” ผมพูด นายคริสโตเฟอร์มองหน้าผม และครูผู้หญิงคนนั้นก็มองหน้าผมสลับกับนายคริสโตเฟอร์เช่นกัน
“จริงเหรอนายคริส” ครูที่เดินเข้ามาหันไปถามคริสโตเฟอร์
“เออ...ผม..” นานคริสโตเฟอร์ทำท่าอึกอักแต่ผมขยิบตา
“ครับครู” นายคริสโตเฟอร์พูดแบบไม่เต็มคำ
“นายไปพักเถอะและอย่าลืมทานยาละ พรุ่งนี้ค่อยมาเรียนนะ” ผมพูดและนายคริสโตเฟอร์ก็คว้ากีตาร์และเดินออกไปอย่างเร็ว ผมหันมาเจอครูท่านนั้นที่ยืนมองผม
“ครูช่วยเด็ก” ครูผู้หญิงนั้นหันมาพูดกับผม
“ครูครับ ผมว่าถ้าให้เขาไปหาผู้อำนวยการมันจะยิ่งแย่ เราควรที่จะรู้ว่าปัญหาของเขาคืออะไรครับ และแก้ไข ไม่ใช่ผลักเขาออกนะครับ เพราะว่ามันอาจจะทำให้เราเสียนักเรียนไปหนึ่งคนนะครับครู” ผมพูด ครูผู้หญิงตรงหน้าผมก็มองมาที่ผมและถอนหายใจออกมา
“ผมขอโทษครับครู” ผมก็กล่าวขอโทษทันทีเพราะยังไงผมก็เพิ่งจะมาใหม่
“แล้วนี่ครูเป็อะไรไหมคะ” ครูผู้หญิงถามผม
“ผมไม่เป็อะไรหรอกครับครู ผมขอโทษนะครับ ที่ผม…”
“ค่ะ ดิฉันเห็นแก่ว่าคุณเป็ครูใหม่ ว่าแต่คุณชื่อครูเขมชาติใช่ไหมคะ”
“ครับผม”
“ดิฉันครูสิรินาฏค่ะ เป็ครูแนะแนวที่นี้ค่ะ”
“ยินดีที่รู้จักนะครับ ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับ นักเรียนในห้องรอผมอยู่นะครับ” ผมพูดและขอตัวเดินออกทันที
ผมพ่นลมหายใจออกมา ผมเห็นสายตาที่เขามองผมตอนที่ผมล้มลงไปแล้วผมรับรู้ได้ว่าเขารู้สึกผิด ถ้าเขารู้สึกผิดนั้นก็แปลว่า เขาไม่ใช่คนไม่ดี ไม่ใช่เด็กเกเรจนยากจะเยียวยาแต่เขาต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างที่ผมควรจะเข้าไปแก้ไข ผมปล่อยเขาแบบนี้ไม่ได้หรอก ผมเดินกลับขึ้นไปบนห้องโดยไม่มีเขาตามกลับขึ้นไป นักเรียนทุกคนก็มองผมและหันไปกระซิบกระซาบกัน ผมก็ปรับสีหน้าให้กลับมาสู่ปกติ
“เห็นไหมแกฉันบอกแล้วว่ายังไงเขาก็ไม่ขึ้นมาหรอก” นักเรียนหญิงที่ร้องห้ามผมไม่ให้ลงไปคามคริสโตเฟอร์หันไปกระซิบกับเพื่อนๆ ของเธอ
“เอาละ เรามาเริ่มเรียนกันได้เลยครับ ส่วนคำถามเอาไว้คาบหน้านะครับเพราะว่ามันเกินเวลาไปเยอะ ครูขอโทษนะครับทุกคน” ผมพูดและเปิดหนังสือทำการสอน ในหัวผมนี้คิดฟุ้งซ่านไปหมดเลยวันนี้
Part’ s คริสโตเฟอร์ ผมรู้สึกผิดหวังที่ครูคนใหม่คนนั้นเป็ครูสอยวิชาทีผมไม่ยอากเรียน ผมติดศูนย์วิชานี้ทุกตัวเลย ทั้งที่ผมน่ะ เก่งกว่าคนอื่นๆ แต่ว่าผมไม่เคยเข้าเรียนมันเลย วิชาภาษาอังกฤษ ผมไม่อยากรับรู้มัน ผมไม่อยากพูดหรือฟัง แต่ว่ามันก็ทำไม่ได้ ผมเคยใช้มันมาก่อน ตอนนั้นมันมีความสุขมากที่ได้คุยกับคนนั้นเป็ภาษาอังกฤณแต่ว่า ตอนนี้เขาไม่คิดที่จะมาหาผมเลยสักครั้ง เขาหายไป ไม่มีจดหมายหรืออะไรเลย ผมนั่งอยู่ที่ตรงโต๊ะที่พวกผมนั่งกันประจำ ผมก้มลง ผมมองมือตัวเองที่ทำให้ครูคนนั้นล้มลงไปแม้จะไม่ได้รับาเ็อะไรก็ตาม
“อ้าวไอ้คริส มึงเลิกเร็วเหรอวะวันนี้ มึงเลยมานั่งรอพวกกู” ไอ้โป้งเพื่อนรักของผม เดินเข้ามา
“กูไม่ได้ขึ้นเรียนวะโป้ง” ผมบอกไอ้โป้ง
“อะไรอีกวะ ทำไมมึงไม่ขึ้นเรียนวะ เดี๋ยวก็โดนเรียกผู้ปกครองหรอกมึง” ไอ้อาร์ท พูดขึ้นและไอ้โจก็พยักหน้าเห็นด้วย ไอ้คู่นี้มาเป็เพื่อนตอนที่เรียนมัธยมปลายและเป็ตัวแทนบาสเก็ตบอลทีมพวกผม
“มีเื่อะไรหรือเปล่าวะมึง” ไอ้ปันปันอีกคน
“กูไม่ได้เข้าเรียนภาษาอังกฤษและครูเขาลงมาตามกู แต่กูไม่ยอมขึ้น เลยมีการยื้อกันจนครูเขา...ล้มลง เหมือนกูผลักเขา” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
“และครูสิรินาฏก็มาเห็นตอนแรกเขาจะให้กูไปหาผู้อำนวยการให้ได้วะ แต่ครูเขาโกหกว่ากูไม่ได้ผลัก” ผมพูดอย่างคนรู้สึกผิด
“เออ น่า มันไม่ใช่ครั้งแรกของมึงนี่หว่าเพราะว่า มึงก็เกือบจะต่อยครูสมชายไปแล้ว” ไอ้โจมันพูด
“ก็น่าถูกต่อยหรอกนะ ดูมันว่าไอ้คริสดิ เป็กู กูก็ต่อยวะ เสือกเรียกไอ้คริสว่าฝรั่งขี้นก “ปันปันพูด ใช่ผมนะโมโหเขามากพยายามจะอดกลั้นแล้วแต่ก็ทนไม่ไหวต่อยเขาไปหนึ่งที
“เอานะ ดูแล้วมึงไม่ตั้งใจก็รอไปขอโทษเขาแล้วกันวะ” ไอ้โป้งพูด
“หาอะไรทานกันดีกว่าวะ” ไอ้โป้งบอกทุกคน ผมก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินไปจะไปดูว่าจะทานอะไรดี เมื่อเช้าเดินไปสั่งอาหารให้เหมือนเขาแต่ดันได้จานที่มีผักเยอะแยะ พูดแล้วยังเหม็นเขียวในปากอยู่เลย ผมไม่ค่อยชอบทานผักแต่ก็ต้องทานเกือบหมด
“กูไปสั่งก๋วยเตี๋ยวนะ มึงเอาไหมวะคริส” ไอ้ปันปันมันถามผม ผมเหลือบไปเห็นครูคนใหม่คนนั้นเดินไปสั่งร้านข้าวพอดี
“ไม่เอาวะ กูไปซื้อข้าวนะ “ผมพูดและรีบแทรกนักเรียนที่ทยอยเดินลงมาทานข้าวและผมก็แทรกเดินไปจนถึงครูเขมชาติ ผมรู้จักชื่อเพราะว่าวันนั้นผมสังเกตจากแฟ้มที่ครูถือผมเห็นจากบัตรประจำตัวของครู ผมไปยืนใกล้ชิดแต่เขายังไม่รู้สึกว่าเป็ผม จนกระทั่งไหล่ผมชนเข้ากับเขา
“ครู” ผมเรียกเขา เขาก็หันมามองผม สายตาเขาเหมือนผิดหวังและหันกลับ
“ครู ผมขอโทษ ผมไม่ตั้งใจผลักครู” ผมพูดโดยไม่กล้าสบตาครูคนนั้น
“ครูรู้ว่านายไม่ตั้งใจ แต่ครูยังไม่รับคำขอโทษนะ” ผมก็ใ จนต้องหันไปมองหน้าครู
“ถ้านายจะให้ครูรับคำขอโทษของนาย นายก็ต้องเข้าเรียนกับครูพรุ่งนี้ ครูมีสอนภาษาอังกฤษ คาบบ่ายที่ห้องเรา “ครูเขมชาติหันมามองผม สายตาที่ดูจริงจัง จนผมนี้ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ
“แต่ว่า...”
“ลองเข้าเรียนก่อน ถ้าไม่ชอบ ครูจะไม่ตอแยเราอีกและอันที่จริง ถ้าเรามีปัญหาอะไร คุยกับครูได้นะ ครูพร้อมรับฟัง” ครูเขมชาติพูดกับผม ผมก็มองครูเขมชาติ สายตาของเขามันทำให้ผมหยุดทุกสิ่งในหัว ผมรู้สึกเหมือนเรายืนอยู่ตรงนี้กันแค่สองคน
“คริส” ผมสะดุ้งได้สติ จนมีคนมาเรียกผม ไอ้ปันปันนั้นเอง
“ครูเขมคะ เสร็จหรือยังคะ เราไปนั่งโต๊ะตัวยาวดีกว่าค่ะเพราะว่าครูอีกสองสามคนจะลงมาทานด้วยกันคะ” ครูลินดาเดินมาจับแขนครูเขมชาติและครูเขมก็หันมามองผมก่อนจะเดินตามครูลินดาออกไป
“มึงเสร็จหรือยังจะได้ไปนั่งกินได้แล้วไอ้นี่นิ ทำเป็หึงครูลินดา “ไอ้ปันปันมันพูด ผมหันมามองมันและเดินออกทันที ผมยังไม่ได้สั่งอาหารร้านนั้นเลย ผมคงเลือกทานอย่างที่ผมชอบดีกว่า ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระแทน แต่ระหว่างที่ผมยืนรอ ผมก็มองครูเขมชาติที่นั่งคุยกับครูลินดาอย่างกับคู่รัก หรือว่าครูเขมชาติเขาอยากเปลี่ยนหรือจริงๆ เขาไม่ได้ชอบผู้ชายจริงๆ น่ะ แล้วผมจะไปคิดมากทำไมวะ แต่ที่ควรจะคิดมากนะตอนนี้คือ ผมควรจะเข้าเรียนภาษาอังกฤษดีไหมวะพรุ่งนี้
TBC….