"ท่านอาจารย์ อย่าขยับ อย่านั่งหลังงอด้วย ยืดอกขึ้น ยืดขึ้น ใช่แล้ว อย่างนั้นๆ"
ที่หน้าผาบนูเา,ซีซาน เวลาเช้าตรู อากาศแจ่มใส เสียงเจื้อยแจ้วของ,จ้าวเจียน เด็กชายวัยห้าขวบดังขึ้นเป็ระยะ พร้อมกับเสียงโอดโอยของท่านอาจารย์
ทะเลหมอกสวยงามอยู่เหนือผืนป่า ริมหน้าผามีม้านั่ง ชายชราชุดเทานั่งอยู่บนนั้น ด้วยท่าทางปวดเมื่อย ด้านหลังของชายชรา คือฉากของทะเลหมอกสีแสด เมื่อต้องกับแสงอาทิตย์
มันนั่งหลังตรง ฉีกยิ้มหวานให้กับจ้าวเจียนที่กำลังวาดรูปของมันอย่างวิจิตรบรรจง มันนั่งตรงนั้นมาสองชั่วยามแล้ว จ้าวเจียนวาดรูปมันและสิ่งที่อยู่รอบๆเสร็จแล้ว เหลือเพียงฉากทะเลหมอกด้านหลังที่ต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาสม ใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม วาดฉากทะเลหมอกใด้อย่างงดงาม เติมแต่งสีสันเล็กน้อยภาพวาดเป็อันสำเร็จเสร็จสิ้น
"เสร็จสักที" จ้าวเจียนปาดเหงื่อที่หน้าผาก ยกภาพขึ้นมา ะโลงจากม้านั่ง ก่อนเอาไปให้ท่านอาจารย์ชมดู
ด้วยร่างกายของเด็กวัยห้าขวบ รูปที่มันถือจึงสูงท่วมหัวของมัน กว่าจะเดินมาถึงท่านอาจารย์ลำบากไม่ใช่น้อย
ชายชรายกภาพขึ้นมาชมดู ยกยิ้มว่า "โฮ๊ะๆ ไม่ธรรมดาเลย เสี่ยวเจียน,ไม่ธรรมดาจริงๆ ฝีมือของเ้าข้าเกิดมาจนอายุปูนนี้แล้วเพิ่งจะเคยพบเคยเห็น ไอ้หยา มันสวดยอดเกินไปแล้ว!" ท่านอาจารย์ยิ่งชมยิ่งชอบ ฉากหลังงดงาม คนในภาพก็สง่าผ่าเผย เพิ่งจะรู้ว่าตนเองแม้แก่แล้วยังมีเสนห์ไม่เบา หารู้ไม่ว่า,จ้าวเจียนเพิ่มเติมประกายในภาพให้เหนือจริงอยู่ไม่น้อย
"หึหึ"จ้าวเจียนหัวเราะ ยิ้มเป็เชิงชั่วร้าย ผสานมือ กล่าวเพิ่มว่า "ท่านอาจารย์ ข้ามอบให้ท่าน ขอให้ท่านอายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปี!" ว่าจบก็คุกเข่าลง สองแขนกอดขาของท่านอาจารย์ ร้องว่า "ท่านอาจารย์ข้าอยู่บนเขามาห้าปีแล้ว เมื่อไหร่ข้าจะได้ลงเขาเสียที อย่างน้อยวันนี้ให้ข้าไปเดินในหมู่บ้านตีนเขาสักหน่อยไม่ได้หรือ" จ้าวเจียนร้องคร่ำครวญ
ท่านอาจารย์ยิ้มแหย มือลูบเครา "จ้าวเจียนเอ้ย เ้าใช้ลูกไม้อะไรเคยได้ผลกับอาจารย์ผู้นี้หรือ เหอะๆ เ้าอย่าหวังว่าจะได้ลงจากเขา ไปๆ ไปเอาน้ำชามาให้ข้า ข้าจะชื่นชมภาพนี้ เร็วเข้า!"
จ้าวเจียนอยากจะร้องให้ มันเบื่อที่ต้องอยู่บนเขา วันๆเอาแต่ท่องตำรากับคัดลอกหนังสือให้กับท่านอาจารย์ ไม่ได้ออกไปท่องยุทธจักรอย่างที่มันใฝ่ฝัน ที่น่าเศร่าที่สุดคือ ท่านอาจารย์ไม่ยอมสอนวิชาเวทให้กับมัน ท่านอาจารย์บอกว่า จ้าวเจียนมีพลังจิตที่อ่อนด่อยดุจลำธารที่ไหลเอื่อยๆ หาก้าฝึกวิชาเวทต้องรออีกห้าปีเพื่อสะสมพลังจิตให้เพียงพอเสียก่อน มันเคยคิดว่าตนเองคือคนที่ด่อยค่าที่สุด แต่ท่านอาจารย์เคยบอกว่า บนโลกนี่ไม่ใช้ทุกคนที่จะมีพลังจิต ซึ่งมันคือคนที่มีพลังจิตน้อยนิด ยังนับว่ามันมีค่ากว่าคนที่ไม่มีพลังจิตเลยอยู่หลายส่วน ซึ่งความจริงเป็เช่นไรจ้าวเจียนไม่เคยทราบ
จ้าวเจียนลุกขึ้น ปัดมือ ก่อนจะไปหยิบ กาน้ำชา ถ้วยชา ยกโตะตัวหนึ่งมาตั้ง ท่านอาจารย์นั่งลง ในมือยังถือภาพวาด มองมันอย่างลุ่มหลง
ทั้งสองชราเยาว์นั่งตรงข้ามกัน จ้าวเจียนยกกาน้ำชา รินน้ำชาให้อาจารย์ก่อนค่อยรินให้ตนเอง
ท่านอาจารย์ยกถ้วยชาขึ้นขณะมองภาพวาด มุมปากปรากฏณ์รอยยิ้ม ก่อนจะดื่มชาจนหมดถ้วย
จ้าวเจียนถอนหายใจ ตอนนี้ท่านอาจารย์ไม่มีมันอยู่ในสายตา กำลังเคลิบเคลิ้มกับความสุขที่ได้รับจากภาพวาด ห้าปีที่ใช้ชีวิตอยู่กับท่านอาจารย์ต้านต้านมาทำให้มันรู้ว่าอาจารย์ของตน ทั้งขี้โม้ หลงตัวเอง แถมยังไม่มีมารยาทอีกด้วย ขณะกำลังหดหู่อยู่นั้น จ้าวเจียนพลันได้ยินเสียงล้อลากมาจากทางขึ้นูเา มันลุกขึ้นฟังก่อนจะวิ่งไปทางนั้น
ที่ทางขึ้นเขา ชายร่างอ้วนอายุ15-16ปี กำลังลากรถเข็นผักขึ้นมาอย่างยากลำบาก ร่างไขมันกระเพื่อมอยู่ในชุดนายพราน ก้าวเดินขึ้นอย่างเหนื่อยหอบพลางใช้แขนเสื้อซับเหงื่อบนใบหน้า มืออีกข้างลากรถเข็นคันใหญ่ ้ามีทั้งเนื้อสัตว์และผักสด
จ้าวเจียนมาถึงรีบช่วยจิ่งฟู,ชายร่างอ้วนลากรถเข็นผัก "จิ่งฟู ท่านมาแล้ว"จ้าวเจียนกล่าวทักทาย ใช่แขนขวาลากรถเข็นอย่างสุดกำลัง
ชายร่างอ้วนระบายลมหายใจ กล่าวว่า "อืม เสี่ยวเจียน เ้านี่นะ ทุกๆ สิบห้าวัน เ้าต้องไปช่วยข้าลากรถเข็นขึ้นเขา ไฉนวันนี้เ้าไม่ไป รู้ไหมข้าต้องลากั้แ่ตีนเขายันยอดเขา เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว"
จ้าวเจียนตอบว่า "ข้าต้องวาดรูปอาจารย์่เช้า เลยไม่ทันไปช่วยท่าน ขออภัยๆ"
"เฮอะ!"จิ่งฟูทำเป็ไม่พอใจ กล่าวขึ้นว่า"เช่นนั้นคืนนี้เ้ากับอาจารย์ของเ้า ต้องเลี้ยงหม้อไฟข้า ไม่งันข้าจะคิดเงินเพิ่ม"
"ท่านเอาผักเอาเนื้อมาส่งเราทุกครั้ง ก็แย่งของเรากิน ไม่ละอายบ้างหรือ?" จ้าวเจียนถือโอกาศคร่ำครวญ ตั่งแต่ลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ มีเพียงสามคนที่มันรู้จัก หนึ่งคือหญิงสาวชื่อจ้าวซื่อซื่อ สอง ท่านอาจารย์ต้านต้าน สาม จิ่งฟูเถ้าแก่ขายผัก ทั้งจิ่งฟูและท่านอาจารย์ มักจะเอาเปรียบมันอยู่บ่อยครั้ง จนจ้าวเจียนชินกับพฤติกรรมของสองคนนี้แล้ว
"เ้าอย่าบ่นเหมือนอาจารย์เ้านัก ของที่ข้านำมาให้ ทั้งสด ทั้งมีคุณภาพ ทำการค้ากับข้าไม่มีขาดทุน มีแต่ได้กับได้" แม้จะอายุ 16ปี แต่จิ่งฟูก็มีพร์ด้านการค้า มีกิจการเป็ของตนเอง แถมมันยังรักเงินเทียบเท่าชีวิต คนส่วนใหญ่เรียกมันว่าเถ้าแก่น้อย ถึงตัวมันจะไม่น้อยก็เถอะ
ทุกๆ สิบห้าวัน จิ่งฟูจะนำผักสดและเนื้อสดขึ้นมาส่งบนเขา ที่มันมาส่งด้วยตนเองหนึ่งนั้นเพราะว่าไม่ใช้ทุกคนที่สามาถขึ้นมาบนยอดเขาได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาติจากท่านต้านต้าน และอีกเหตุผลหนึ่งคือ หม้อไฟฝีมือจ้าวเจียนรสชาดอร่อยเหาะ จนมันต้องขึ้นมาทานให้ได้ทุกๆสิบห้าวันไม่งั้นมันคงลงแดงตาย
"ท่านไปคำนับอาจารย์ข้าก่อน ข้าจะเอาของพวกนี้ไปเก็บ" จ้าวเจียนเสนอ
"ได้ๆ" ชายอ้วยพยักหน้ารับ
ทั้งสองแยกจากกัน
จ้าวเจียนแยกของหนึ่งในสิบส่วน เก้าส่วนนำไปเก็บไว้ในห้องน้ำแข็ง อีกหนึ่งส่วน นำมาทำหม้อไฟสำหรับเย็นนี้
วันทั้งวัน จ้าวเจียนมักยุ่งอยู่กับงานบ้านงานเรือน เก็บกวาดใบไม้ ผ่าฟืน ซักผ้า ทำกับข้าว จ้าวเจียนมีหน้าที่จัดการงานเหล่านี้
วันนี้เ้าเจียนซักผ่าเสร็จ นำผ้าไปตาก สังเกตุเห็นจิ่งฟูกำลังนั่งดื่มชา ฟังท่านอาจารย์คุยโม้อยู่หลายชั่วยามด้วยสีหน้าสนุกสนาน
จ้าวเจียนตากผ้าเสร็จแล้วจึง จัดเตรียมหม้อไฟ
เวลา่ค่ำ ในส่วนท้อ ดอกท้อหลายสิบต้น ออกดอกสีชมพูงดงาม ท่ามกลางแสงจันทร์ มีโตะสีเหลี่ยมตั้งอยู่ หนึ่งชายชรากับสองผู้เยาว์นั่งกินดื่มอย่างเอร็ดอร่อย
จิ่งฟูยกจอกเหล้าขึ้นดื่มพึมพำว่า "หม้อไฟฝีมือเสี่ยวเจียนรสชาดล้ำเลิศเกินไปแล้ว ยอดเยี่ยมๆ" น้ำเสียงของมันบอกได้ว่ามันเมาแล้ว
ท่านอาจารย์เองก็ยกจอกเหล้าขึ้น กล่าวว่า "ลูกศิษย์ข้าคนนี้ ไม่ธรรมดา วาดภาพได้งดงาม ฝีมือทำอาหารก็ล้ำเลิศ อาจารย์ชื่นชมเ้า เสี่ยวเจียน"
จ้าวเจียนลุกขึ้นผสานมือก้มศรีษะ กล่าวว่า "ขอบคุณๆ ท่านอาจารย์ชมข้านับว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว" ว่าจบก็นั่งลงตามเดิม
จิ่งฟูเห็นจ้าวเจียนครั้งนี้แปลกไปจากทุกครั้ง เมื่อสังเกตุแล้วพบว่า ปกติจ้าวเจียนจะดื่มเหล้าแต่ครั้งนี้มันไม่ดื่มจึงถามขึ้น "เสี่ยวเจียน ไฉนไม่ดื่ม ปกติเห็นดื่มตลอด"
ท่านอาจารย์หรี่ตา กล่าวว่า "เ้ายังเด็ก ปกติเ้าดื่มข้าไม่ว่า แต่วันนี้เ้าไม่ดื่ม แปลกๆอยู่นะ"
จ้าวเจียนหางตากระตุก กล่าวว่า"เรียนท่านอาจารย์ วันนี้ข้าเจ็บคอเหมือนจะไม่สบาย ดื่มยาไปแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงหาย"
"อ้อ เช่นนี้เอง" อาจารย์ต้านต้านเลิกสนใจคีบเนื้อเข้าปาก
จิ่งฟูก็กินต่อ
จ้าวเจียนมองทั้งสองกินจนอื่มแปล้ ฟังทั้งสองคนคุยโม้ขณะดื่มเหล้า จนท่านอาจารย์กับจิ่งฟูเมาจนหลับไป
จ้าวเจียนรีบวิ่งไปยังกระท่อมหลังเล็กที่อยู่ใกล้ๆ หยิบเอาหญ้าแห้งชนิดหนึ่งกับผ้าห่มสองผืน คลุมผ้าห่มบนตัวของทั้งสองคน นำหญ้าแห้งใส่เตาไฟ ปล่อยให้ไหม้จนเกิดควัน ควันจางๆ จากหญ้าแห้ง ส่งกลิ่นหอมช่วยให้หลับสบายขึ้น
จ้าวเจียนมองทั้งสองคน ยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนจะเดินจากไป
จ้าวเจียนสะพายห่อผ้าที่หัวไหล่ ตรวจดูเงินที่เตรียมไว้หนึ่งร้อยตำลึง มุ่งหน้าลงเขาพึมพำ "ฮึฮึ ท่านอาจารย์ไม่ชมชอบเหล้า แต่วันนี้ท่านอาจารย์อารมณ์ดี ดื่มจนเพลิน ไม่ดูสังขารตัวเองเลย"
"คืนนี้ ข้าจะได้เที่ยวในเมื่องใกล้ๆ สามชั่วยามคงพอแล้ว" จ้าวเจียนวางแผนไว้แล้ว ลงจากูเา เที่ยวในเมือง แล้วกลับูเา ใช้เวลาทั้งหมดสามชั่วยาม ท่านอาจารย์ตื่นขึ้นมามันคงเตรียมมื้อเช้าทันพอดี ไม่มีทางที่ท่านอาจารย์จะพบพิรุธได้
ทางเดินลงเขา จ้าวเจียนเคยเดินทางนี้บ่อยๆเวลาที่มาช่วยจิ่งฟูลากของขึ้นเขา แต่ยังไม่เคยออกจากูเาเลย มันรู้ว่า เดินไปอีกสักพักจะพบกับประตูใหญ่ เมื่อพ้นประตูนั้นไป จะพบกับหมู่บ้านตืนเขา
เดินมาไม่นานก็พบประตูบานนั้นแล้ว แต่แแล้วตอนนั้นเอง เสียงกอบแกบ คล้ายกับกิ่งไม้แห้งกำลังหักติดต่อกันเป็สิบๆกลิ่ง พร้อมกับเสียงร้องของสัตว์เลื้อยคลาน
"ชี่ชี่!!!!"
จ้าวเจียนหยุดนิงทันที ขนทั้งตัวลุกชันขึ้น มันรู้เลยว่ามีตัวอันตรายกำลังเคลื่อนเข้ามา ใบหน้าของมันค่อยๆหันไปทางขวาอย่างติดๆขัดๆ เมื่อตั้งใจมองก็พบกับด้วงตาสีเหลืองคู่นั้น ร่างของมันสั่นเทิ้ม พยายามจะกรีดร้องแต่ไร้สุ่มเสียง สิ่งที่มันเห็นเป็ดวงตาของงูเหลือมเผือก หัวของมันขนาดใหญ่เท่ากับลูกมะพร้าว ลำตัวของมันใหญ่พอๆกับลำต้นมะพร้าว ลิ้นสองแฉกของมันรูดเข้าออกเป็จังหวะ
"ชี่ชี่!!!"
ใบหน้าของจ้าวเจียนขาวซีด มันรู้ว่าตนเองยืนอยู่บนหน้าผาแห่งความเป็ความตาย เพียงลมพัดเบาๆ ร่างของมันจะปลิวตกหน้าผาตายอย่างอนาถ มันไม่มีทางเลือก หากไม่อยากตายก็ต้องสู้ สู้จนสุดกำลัง สู้อย่างแลกชีวิต มันเป็ใคร มันคือคนที่ตายมาแล้วครั้งนึง มันต้องไม่ตายอีกครั้งง่ายๆ เช่นนั้นแล้ว มันต้องทำอย่างไร ใช้แล้ว มันไม่มีทางเลือก มันต้องสู้ตาย!!!
จ้าวเจียนหลับตาลง กำหมัด สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่เป็ประกาย พลันตระโกนขึ้น
"ท่านอาจารย์ช่วยข้าด้วยย!!!"