5
ให้ยา
พันธนาการแสนหวานเต็มไปด้วยพล็อตพรรค์นี้ใน่ต้นๆ ของเื่ ตัวเอกถูกตาลุงน่ารังเกียจลวนลามในห้องส่วนตัวของคลับในสถานการณ์แบบนี้ ไอ้พระเอกโรคจิตทั้งสามจะรอดูความเปลี่ยนแปลงเงียบ ๆจนเซี่ยสุยทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ ถึงค่อยโผล่หัวไปยิ้มน้อย ๆ บอกว่า “อ้อนวอนฉันสิ แล้วฉันจะพาออกไป” หลังจากนั้นเกมล่าเหยื่อแสนอันตรายของประธานจอมเผด็จการก็เริ่มขึ้น
ซ่งอวี้อ่านทีแรกถึงกับเดือดจัดจนกัดฟันกรอด
อ้อนวอนฉันสิแล้วฉันจะพานายไป ข้อเรียกร้องงี่เง่าอะไรวะเนี่ย?
เซี่ยสุยโคตรน่าสงสารเลยโดนดูถูกไม่พอ ยังมาโดนคุกคามอีก
เห็นความอยุติธรรมอยู่ตำตาก็ไม่ควรเงียบและต้องทำอะไรสักอย่างไม่ใช่เหรอ? ซ่งอวี้น่ะไม่กลัวหวังเป่ยตันสักนิด ด้วยสถานะคุณชายสามซ่งในเมือง Aของนิยายไฮโซน้ำเน่าแบบนี้ เขาจะวางก้ามยังไงก็ได้
ซ่งอวี้คว้าขวดเหล้าอีกขวดก้าวตรงไปข้างหน้า
“ยังร้อนอีกไหม?”
หวังเป่ยตันมองเขาเหมือนคนบ้าตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “อยู่ไหนกัน หายหัวไปไหนกันหมด! พวกแกแม่งขยะกันทั้งกลุ่ม!เร็วสิวะ! จะกลัวไอ้หนูนี่ไปทำไม!” ว่าแล้วก็เตะโต๊ะคำรามลั่น “จับไว้วันนี้เหล่าจือจะเอาขวดเหล้าฟาดหัวมันให้ยับ!”
คนทั้งกลุ่มที่ใจนอึ้งเพิ่งได้สติรีบพุ่งจากโซฟาหมายจะจับตัวซ่งอวี้
เซี่ยสุยดื่มเหล้าเข้าไปเยอะแม้ตอนนี้จะมึนหัวอยู่หน่อย ๆ แต่ก็ยังพยายามคุมสติฝืนข่มความอึดอัดก้าวไปตะครุบมือซ่งอวี้ “หนีไปเร็ว!”
ซ่งอวี้กำลังของขึ้นเตรียมจะมีเื่ทว่าอยู่ดี ๆ กลับโดนกุมมือ
มือของเซี่ยสุยเย็นเฉียบบนร่างมีกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ แต่ให้ความรู้สึกเย็นชื่นแสนบริสุทธิ์
ซ่งอวี้เบนหน้ามอง
เซี่ยสุยตัวสูงกว่าเขาอยู่หน่อยเขาจึงเห็นแต่คางกับริมฝีปากบางที่เม้มเป็เส้นตรงของอีกฝ่ายเท่านั้น
ซ่งอวี้นึกทอดถอนใจให้เด็กโชคร้ายคนนี้ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เป็ไร ไม่ต้องห่วงฉัน”
หวังเป่ยตันผุดลุกอย่างฉุนเฉียวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าว “ยังจะไปอีก?! อย่าคิดเลยว่าจะหนีไปได้สักคน!ไอ้อีตัวชั้นต่ำสองตัวนี้ คืนนี้เหล่าจือฆ่าพวกแกแน่!”
เสียงเอ็ดตะโรเ่าั้เข้าหูคนที่อยู่นอกห้อง305 ชายผมทองขวางประตูกันไม่ให้ผู้จัดการผ่านเข้ามาได้ แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าร่างกายเซถลาหน้าคว่ำกระเด็นไปกระแทกโต๊ะเต็ม ๆ
โครม!
ประตูห้อง 305 ถูกถีบเปิด เมิ่งกวงยืนหน้าดำทะมึนอยู่หน้าห้อง
ใจเมิ่งกวงอยากเด็ดหัวไอ้สวะพวกนั้นจะแย่แล้วแต่ละคำเย็นะเืเป็ที่สุด “หวังเป่ยตัน! แม่งกล้าดียังไง บังอาจมาแตะต้องน้องชายเหล่าจือ?!”
พนักงานสองสามคนที่ตามหลังองค์ชายเมืองจิ่งท่านนี้มาจวนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
ทุกคนในห้องต่างอึ้งกันหมดเนื่องจากทุกคนในเมืองจิ่งย่อมคุ้นหน้าเมิ่งกวงองค์ชายผู้แผลงฤทธิ์ได้ทั่วเมืองจิ่งโดยไม่มีใครกล้ากระตุกหนวดเสือ
หวังเป่ยตันเองก็ชะงัก “เมิ่ง เมิ่ง เมิ่งกวง?”
เมิ่งกวงถีบชายผมทองที่ล้มกองอยู่บนพื้นออกไปพอเข้าไปเห็นซ่งอวี้กำลังถือขวดเหล้า องค์ชายเมืองจิ่งก็ดวงตาแดงก่ำในบัดดล
เขาสาวเท้าฉับ ๆไปต่อยหวังเป่ยตันล้มคว่ำ ตามด้วยกดร่างอีกฝ่ายติดโซฟาแล้วซัดหมัดซ้ำอีก
เมิ่งกวงตะคอกอย่างมีน้ำโห “ห่าแม่มึง รู้บ้างไหมว่าน้องเหล่าจือแตะแอลกอฮอล์ไม่ได้!”
จากนั้นก็รัวกำปั้นไม่ยั้ง “กล้าบังคับเขากินเหล้าเชียวเหรอ เชี่ยเอ๊ย ถ้าวันนี้ไม่ต่อยแกให้ตาย อย่ามาเรียกฉันแซ่เมิ่ง!”
หวังเป่ยตัน “??? ”
ความตระหนกในใจหวังเป่ยตันแปรเปลี่ยนเป็ขุ่นเคืองเขาเองก็ชักเดือดแล้วเช่นกัน “ใครที่ไหนไปบังคับมันแดกเหล้าวะมันเอาขวดฟาดหัวเหล่าจือเือาบก่อนโว้ย!”
แต่เมิ่งกวงเดือดจนคลั่งไปแล้วเขาทั้งต่อยทั้งเตะ ไม่มีเวลาไปสนใจคำพูดดังกล่าว
“แกกล้าบังคับเขากินเหล้าเลยเรอะ?!”
“!!!”
หวังเป่ยตันโมโหแทบตาย
คนในห้องส่วนตัวได้แต่อึ้งทั้งกลุ่มยืนตัวแข็งทื่อมองภาพตรงหน้าตาปริบ ๆ ไม่กล้าแตะต้องซ่งอวี้แม้แต่นิด
ผู้จัดการไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองไปทำเวรทำกรรมอะไรมา ร้อนใจจนเหงื่อแตกพลั่กท่วมศีรษะ
ประเด็นคือคุณชายของตัวเองที่ยืนอยู่ด้านข้างยังชมเื่สนุกอย่างเริงร่าอยู่เลย
เหวยเช่อบอกว่า “จะร้อนใจทำไมล่ะ พวกเราอยากสั่งสอนเ้าหวังเป่ยตันสักยกมานานแล้ววางใจเถอะน่า เมิ่งกวงรู้ขอบเขตดี ไม่เล่นถึงตายหรอก”
ผู้จัดการ “...”
ซ่งอวี้ที่กำลังถือขวดเหล้าก็ใญาติผู้พี่เช่นกัน
เถื่อนเกินไปหน่อยมั้งเนี่ย
สติเขายังไม่ทันกลับมาจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าคนข้างกายซวนเซและล้มใส่
เมื่อหันไปมองเขาพบว่าเซี่ยสุยหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
ซ่งอวี้ผงะะโลั่น “เร็วเข้า ๆ รีบพาเขาไปโรงพยาบาลที!”
-----------
แต่สุดท้ายเซี่ยสุยก็ไม่ได้ไปโรงพยาบาลเพียงมานั่งพักในห้องรับรอง
หลังออกมาจากห้องส่วนตัวควันโขมงแสงไฟสีขาวเย็นก็ส่องกระทบให้เห็นใบหน้าเซี่ยสุยได้ชัดเจนขึ้น สมแล้วที่เป็ตัวละครสุดเนื้อหอมในนิยายหน้าตาหล่อเหลาเอาการจริง ๆ ขนตายาวมาก ั์ตาดำขลับและแสนบริสุทธิ์ หัวตาโค้งลงหางตาตวัดชี้ทั้งงดงามทั้งเยือกเย็น
เซี่ยสุยในตอนนี้ยังเป็เด็กน่าสงสารผู้อารมณ์อ่อนไหวขาดความมั่นใจและปากแข็ง หากได้รับความปรารถนาดีโดยไม่ทันตั้งตัวจะวางตัวไม่ถูก
เขาวางเฉยยามถูกดูิ่เย้ยหยันแต่กลับไม่กล้าสบสายตาเปี่ยมความอบอุ่นห่วงใยของใครสักคน
“นายไม่ไปโรงพยาบาลจริงอะ”ซ่งอวี้ถาม
เซี่ยสุยก้มหน้าตอบ“อืม”
พอคิดดี ๆซ่งอวี้ก็พอจะเข้าใจ
บ้านเซี่ยสุยมีผู้สูงวัยเขาคงแอบทำงานพวกนี้ลับหลังคุณย่าเฉินเลยไม่อยากให้หญิงชรารับรู้และพลอยเป็ห่วงไปด้วย
ซ่งอวี้ “ขอเบอร์หน่อย”
เซี่ยสุยนิ่งงันใบหน้าซีดขาวของเด็กหนุ่มฉายแววทำอะไรไม่ถูก เนิ่นนานกว่าจะก้มหน้าตอบว่า “ฉันไม่มีมือถือ”
ซ่งอวี้ “...”
ขอโทษทีลืมไปสนิทเลย
ปัจจุบันคุณย่าเฉินอาศัยเบี้ยยังชีพเพียงน้อยนิดประทังชีวิตทั้งครอบครัวยากจนข้นแค้น
“งั้นบอกที่อยู่นายมาละกัน”
เซี่ยสุยชะงัก
ซ่งอวี้พูดให้เหตุผล“ในเมื่อฉันช่วยนายไว้ ก็ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุดอยู่แล้วไม่งั้นเสียแรงเสียเวลาเปล่าแย่ จริงไหม?”
เซี่ยสุยเม้มปากแพขนตาหลุบต่ำปิดซ่อนั์ตา แล้วจึงบอกที่อยู่ไป
ซ่งอวี้จำที่อยู่เอาไว้ก่อนหยักยกมุมปากอย่างอารมณ์ดีสุด ๆ
เฮอะ ไอ้ขยะ 008 ใคร้านายกัน ได้ที่อยู่มาแล้วเฟ้ย เห็นปะ?
ซ่งอวี้ดีอกดีใจมากจึงเอ่ยกับเซี่ยสุยว่า “ฉันชื่อซ่งอวี้ เพิ่งย้ายมาเมืองจิ่งเป็ไปได้สูงว่าเราจะได้เป็เพื่อนร่วมชั้นกันละ”
เซี่ยสุยเหม่อนิดหน่อยคงเพราะรับมือกับความปรารถนาดีของคนแปลกหน้าไม่ถูก เขาเลยพูดค่อนข้างช้า “ฉันฉันชื่อเซี่ยสุย”
ซ่งอวี้ขยับยิ้มด้วยความเป็คนหน้าตาเฉลียวฉลาดน่าเอ็นดู พอยิ้มจริง ๆ จัง ๆ ขึ้นมาทีจึงมีเสน่ห์เป็พิเศษ “อ่าฮะ เซี่ยสุย ชื่อเพราะจัง”
เขาฟังเสียงร้องเพลงในคลับหลินสุ่ยมาตลอดบ่ายหลังจากก่อเื่ เวลาก็ล่วงเลยมาจนค่ำแล้ว หลินสุ่ยเกิดเื่ใหญ่ขนาดนี้ ย่อมไม่มีแก่ใจทำธุรกิจต่อรีบเคลียร์สถานที่และให้พนักงานเลิกงานก่อนเวลา
พอเซี่ยสุยจะกลับซ่งอวี้ก็นำยาที่ซื้อมาให้โดยเฉพาะส่งถึงมือเ้าตัว
“กลับไปกินยาแล้วหลับดีๆ สักตื่นเถอะ ร่างกายวัยรุ่นไม่ได้ถึกทนขนาดนั้น”
เซี่ยสุยรับยามาใต้เงาจันทร์และแสงไฟถนน ขนตาของเด็กหนุ่มสั่นระริกดวงหน้าเยือกเย็นงามประณีตดูจะอึ้งไปหลายส่วน
ผ่านไปครู่ใหญ่เ้าตัวถึงค่อยเงยหน้ามาเอ่ยกระซิบ “ขอบคุณ”
กระแสเสียงติดจะเฉยเมยทว่าหากฟังดี ๆ จะเจือความแหบพร่าหลายส่วนคล้ายกำลังกดข่มอารมณ์บางอย่างที่ไม่ควรมี
ซ่งอวี้นึกทอดถอนใจโบกมือลาแล้วเดินกลับไป
เขายังมีเื่ต้องจัดการ
ล้อเล่นกันหรือไงถึงญาติผู้พี่ของเขาจะต่อยคนจนเข้าโรงพยาบาล แต่ทั้งหมดนั่นก็ทำเพื่อเขานะแถมตอนนั้นซ่งอวี้ยังยืนชมร้องเชียร์ในใจอีกต่างหาก ถ้าลุงกับป้าสะใภ้ซักไซ้ขึ้นมาเขาย่อมต้องช่วยพูดอยู่แล้ว
-----------
ขณะย่างเท้าออกจากคลับหลินสุ่ย
บัดนี้เค้าความตื่นตระหนกจางหายไปจากใบหน้าของเซี่ยสุยจนสิ้นบุคลิกพลันเปลี่ยนเป็ลึกลับและอันตราย ดวงหน้ายังคงเยือกเย็น แต่ท่าทีกลับแปรเป็ไม่ยี่หระอย่างผู้ยืนอยู่บนจุดที่สูงกว่า
เซี่ยสุยแบมือปรากฏว่ามีเครื่องดักฟังขนาดเล็กวางอยู่บนนั้น
บันทึกบทสนทนาในห้องส่วนตัวเอาไว้ทุกคำทุกพยางค์
เขาหลุบตาแววตาเย้ยหยันเยียบเย็น มุมปากกระตุกขึ้นนิด ๆ
ไม่ช้าก็เร็วตระกูลหวังจะต้องย่อยยับด้วยน้ำมือของเ้าทึ่มปากพล่อยอย่างหวังเป่ยตัน
ตึกสูงระฟ้าหรูหราตั้งตระหง่านบดบังผืนฟ้า
เขาก้าวขายาว ๆตรงไปข้างหน้า ครั้นเดินผ่านถังขยะใบหนึ่งตรงทางแยกก็คิดจะโยนยาในมืออีกข้างทิ้ง
แต่เซี่ยสุยกลับชะงักในวินาทีสุดท้ายใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ปรากฏใต้แสงไฟลานตาคนนั้นวาบผ่านหัวสมองไม่รู้เพราะเหตุใดตนจึงกระชับนิ้วมือและกำยาไว้แน่นอีกครั้ง
ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ เสียงแ่
“...ซ่งอวี้งั้นเหรอ”