Secret Dungeon

    โอลิเวีย

    หญิงสาวหลบสายตาของเขาและเช็คคราบน้ำตาของเธอ เขาลังเลว่าควรจะเข้าไปปลอบเธอหรือว่าควรจะปล่อยเธอไว้อย่างนั้นดี แต่ถ้าเขาปล่อยเธอไว้แบบนี้เขาอาจจะกลับมาเสียใจทีหลัง

    "โอลิเวีย" เขาเรียกชื่อเธอและถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ

    "ค่ะ" หญิงสาวพูดออกมาแค่นั้นและก็ไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ

    เราสองคนนั่งอยู่แบบนั้นต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา เขาไม่ต้องการจะพูดอะไร ถ้าหากว่าเธอต้องการจะบอกกับเขาเธอคงจะพูดออกมาเอง เขาแค่อยากจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนกับเธอเพียงเท่านั้น

    "โอลิเวีย แค่มีปัญหากับครอบครัวนิดหน่อยค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงคุณหลินกลับไปพักผ่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนโอลิเวียหรอก" หญิงสาวเงียบอยู่นานก่อนที่จะพูดออกมา

    "พ่อของหลินเมื่อหลายเดือนก่อนได้ทะเลาะกับแม่ของหลิน ตอนนั้นหลินเพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนได้ไม่นานและอยู่ในระหว่างเลือกที่จะเรียนต่อหรือเลือกที่จะใช้เวลาเข้าสู่ดันเจี้ยน พ่อของหลินให้ทางเลือกแก่หลินแต่ก็พูดเหมือนจะบังคับให้หลินเรียนต่อแต่แม่ของหลินต้องการให้หลินเป็นคนตัดสินใจเองและให้พ่อเลิกพูดเรื่องเรียนต่อได้แล้ว
    ทั้งสองคนจึงทะเลาะกันพ่อกับแม่ของหลินไม่คุยกันอยู่หลายวัน หลินก็ไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไรเลยในตอนนั้น บรรยากาศของครอบครัวเราแย่มากมันเป็นเพราะตัวหลินเอง ในตอนนั้นหลินคิดว่าถ้าไม่มีหลินอยู่ พ่อกับแม่คงจะไม่ทะเลาะกัน อะไรก็คงจะดีกว่านี้วันนั้นหลินออกจากบ้านและไม่กลับเข้าไปจนถึงดึก
    ครอบครัวของหลินอนุญาตให้หลินเข้าไปในดันเจี้ยนก็จริงแต่ก็จะต้องกลับบ้านก่อนเย็น พ่อกับแม่โทรหาหลินอยู่หลายสายแต่หลินปิดเครื่อง หลินเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อฟังพ่อกับแม่และไม่เคยกลับบ้านดึกเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้หลินรู้สึกไม่อยากกลับไปบ้านในตอนนี้ไม่ใช่บ้านสำหรับหลินอีกแล้ว หลินนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่ไหนก็ไม่รู้และเดินไปเรื่อยๆในที่ที่ไม่คุ้นเคย
    หลินเดินอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ได้หยุดพักเดินโดยไม่รู้ว่าทางที่เดินไปนั้นคือที่ใดเวลาผ่านไปนานแค่ไหนหลินก็ไม่ทราบ หลินรู้สึกตัวอีกทีก็เจอกับพ่อและแม่ของหลินวิ่งเข้ามาหาหลินที่ยืนอยู่ หลินไม่รู้ว่าพวกท่านหาหลินเจอได้อย่างไร สิ่งที่หลินเห็นก็คือคราบน้ำตาของแม่ที่มีอยู่เต็มทั่วใบหน้า มันทำให้หลินรู้สึกผิดและร้องไห้โฮออกมา
    หลังจากวันนั้นพ่อกับแม่ของหลินก็กลับมาคุยกันปกติ และไม่เคยทะเลาะกันเหมือนครั้งนี้อีกเลย" เขาเล่าเรื่องราวในอดีตออกมาให้เธอฟังอย่างยืดยาว เขารู้ว่าที่เขาเล่ากับที่เธอเจออยู่นั้นคงจะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่อย่างน้อยมันอาจที่จะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อยก็ยังดี"
    "ขอบคุณนะคะหลินที่เล่าให้โอลิเวียฟัง โอลิเวียรู้สึกดีขึ้นมานิดนึงแล้ว ขอบคุณนะคะ" หญิงสาวเริ่มมีรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้า ถึงแม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ดูฝืน แต่มันก็ยังเป็นรอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์เสียจริงๆ ไม่ได้ถ้าเขายังมองรอยยิ้มของหญิงสาวอยู่แบบนี้เขาอาจจะ.....

    "โอลิเวียมีคู่หมั้นค่ะ คุณพ่อของโอลิเวียได้หมั้นหมายโอลิเวียกับลูกของเพื่อนคุณพ่อโอลิเวียไว้ตั้งแต่ยังเด็ก คุณแม่กับโอลิเวียเพิ่งจะรู้เรื่องในวันนี้เอง คุณแม่ของโอลิเวียทะเลาะกับคุณพ่ออยู่ยกใหญ่และไม่ยอมให้โอลิเวียหมั้นกับคนๆนั้น โอลิเวียก็ยังไม่รู้ว่าคนๆนั้นคือใคร แต่คุณพ่อบอกว่าเขาจะมาแนะนำตัวให้โอลิเวียรู้จักเร็วๆนี้ เขาอยู่ที่สถาบันแห่งวาเดลที่ 1 นี้เหมือนกัน โอลิเวียไม่รู้ว่าคนนั้นๆคือใครและไม่อยากรู้ด้วย โอลิเวียไม่อยากถูกบังคับให้หมั้นกับใครทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันเลย คุยกับคุณพ่อก็แล้วท่านไม่ยอมฟังโอลิเวียพูดเลยคุณแม่มาช่วยพูดก็กลายเป็นพวกท่านทะเลาะกันเองอีก โอลิเวียไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ ไม่กล้าบอกให้เพื่อนๆรู้ด้วยก็เลยมานั่งอยู่ต้องนี้" หญิงสาวพูดความในใจออกมาในที่สุด

    "งั้นให้หลินช่วยหรือเปล่า" เขาถาม

    "เอ๋ ช่วยยังไงค่ะ ?" หญิงสาวมองหน้าเขาและถามด้วยความสงสัย

    "ก็บอกไปว่าโอลิเวียมีแฟนแล้วไง ลืมไปแล้วเหรอครับว่าโอลิเวียเป็นผู้หญิงของผม" เขาพูดออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง

    "อย่าล้อเล่นสิคะ หลินพูดไปเมื่อตอนนั้นเพื่อช่วยโอลิเวียเฉยๆหรอก" หญิงสาวถอนหายใจ

    "แต่หลินพูดจริงนะ" เขายังคงทำสีหน้าจริงจังอยู่

    "ไม่ได้หรอกคะ เราเพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียวเอง" หญิงสาวเห็นเขาทำหน้าจริงจังจึงพูดออกมา

    "แล้วถ้ารู้จักกันหลายๆวันแล้วโอลิเวียจะยอมเป็นผู้หญิงของผมหรือเปล่า" เขาถามอีกครั้ง

    "เรื่องนั้น..... โอลิเวียก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" หญิงสาวก้มหน้าลงดูเหมือนว่าเธอจะอาย

    "ถ้ายังนั้นแสดงว่ายังมีโอกาส อย่างนี้หลินคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากซะแล้วล่ะ" เขายืนขึ้นพร้อมกับชูแขนทั้งสองข้างขึ้น

    หญิงสาวก็หัวเราะออกมากับท่าทีของเขา ในที่สุดหญิงสาวก็ยอมเรียกเขาด้วยชื่อของเขาตรงๆแล้ว

    "ไปกันเถอะโอลิเวีย หลินจะเดินไปส่ง เรื่องแบบนี้ไม่ควรที่จะเก็บไว้คนเดียวนะ ถ้าเพื่อนสนิทของโอลิเวียรู้เข้าว่าโอลิเวียมานั่งอยู่แบบนี้และไม่ยอมบอกพวกเธอละก็ จะต้องโดนงอนแน่ๆ" เขาพูดพร้อมกับทำท่าล้อเลียนว่าเป็นเพื่อนของเธอกำลังงอน

    หญิงสาวหัวเราะอีกครั้ง ครั้งนี้ดูร่าเริงกว่าครั้งที่แล้ว และยอมให้เขาพาเดินไปส่งแต่โดยดีเราคุยกันอีกหลายเรื่องตลอดทางเดิน เดินอยู่นานก็ยังไม่ถึงทีพักของเธอสักที เขาคิดว่าเขาเดินวนจนมาถึงจุดที่เขาเจอเธอในตอนแรกอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะหัวเราะท่าทีของเขาที่ไม่รู้ตัวว่ากลับมาทีเดิม หญิงสาวตั้งใจแกล้งเด็กใหม่อย่างเขา ที่พักของเธออยู่ทางเดียวกับเขาแต่อยู่แยกออกไปอีกโซนนึงเป็นโซนที่พักสำหรับผู้หญิงในสถาบัน

    เขารู้สึกดีขึ้นเช่นเดียวกับเธอหลังจากที่ได้พูดคุยกัน มันทำให้เขาทราบว่าทุกคนต่างมีเรื่องราวของตัวเองแตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าแต่ละคนนั้นจะจัดการเรื่องราวของตัวเองออกมาแบบใด แต่ที่แน่ๆมีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องทำเหมือนๆกัน คือการก้าวต่อไปข้างหน้าสู่อนาคตแห่งความหวังและความฝัน