พาร์ทต้นหลิว
" เื่คืนนั้นกูขอโทษนะเว้ย ไม่ได้ไปช่วย" เพื่อนสนิทพูดขึ้นอย่างสำนึกจริงๆ ที่ไม่ได้ตามไปช่วย
" ไม่เป็ไรมึง เื่มันผ่านไปแล้ว"
" แล้วใครไปช่วยมึงวะ หรือว่าพี่เขา "
" อืม พี่เขามาช่วยกู"
" แล้วเขาว่าอะไรไหมวะ"
" ไม่อ่า"
" ดีวะ ไม่ว่าสักคำ "เพื่อนมันว่าอย่างยิ้ม ๆ
" ไม่ด่า ไม่ว่าไม่คุยด้วยั้แ่วันนั้นจนวันนี้" ผมพูดพร้อมฝุบตัวลงกับโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
" ไม่คุยด้วยเลยหรอวะ เขาโกรธมึงมากเเน่เลย" เพื่อนลูบหลังผมอย่างปลอบ ๆ
" คงงั้นแหละ ปกติก็เ็ากับกูอยู่แล้วดันมามีเื่แบบนี้กูยิ่งเหมือนธาตุอากาศเลยเเหละ " ผมพูดทั้งที่หน้ายังฝุบกับโต๊ะอยู่
" เอาน่ะ ค่อยๆ หาวิธีง้อ เป็ผัวเมียกันก็ต้องใจเย็น ๆ"
"มึงจะพูดเสียงดังทำไมเนี่ยะ "ผมโวยวายใส่มัน เพราะคนในวิทยาลัยไม่รู้ว่าผมแต่งงานเเล้ว ผมไม่บอกกับใคร
" มึงจะปิดได้อีกนานแค่ไหน แหวนที่นิ้วก็ใส่ "ผมมองตาม
" ก็ชั่งเถอะ ตอนนี้ไม่้าให้ใครรู้"
" ป่ะ ๆ เข้าช็อปได้และ วันนี้มีสอบประกอบเครื่อง "
" อืม " ผมบอกก่อนจะถือหนังสือเดินขึ้นตึกก่อน
" ไอต้น มีคนฝากขนมมาให้วะ" เสียงของเพื่อนในห้อง
" กูไม่ชอบกินขนม พวกมึงเอาไปเหอะ "ผมบอกก่อนจะเปิดหนังสือเตรียมอาจารย์เข้าสอน
" นี้โน๊ต "เพื่อนมันเดินเอาโน๊ตมาให้ผม
(หนูชอบพี่ต้นหลิวมากนะคะ)
ผมอ่านจบก็ขย้ำก่อนจะยัดใส่กระเป๋าเสื้อเพราะอาจารย์มาพอดี
.......
เลิกเรียน ผมก็รอพี่ไนท์มารับเพราะพี่พนาสั่งไม่ให้ผมไปไหนคนเดียว เขาไม่ได้สั่งกับผมโดยตรงหรอกสั่งผ่านพี่ไนท์
" วันนี้คุณพนาจะกลับดึกนะครับ คุณต้นหลิวนอนได้เลย"พี่ไนท์รีบบอกศาลที่พี่พนาบอก เข้ากันจริ๊งเ้านายลูกน้อง
" ใครบอกว่าผมรอ ผมไม่เคยรอสักหน่อย" ผมเถียงทันที
" ครับ ๆ คุณพนาบอกว่า ให้คุณต้นหลิวทานข้าวขึ้นนอนได้เลยไม่ต้องดูหนังรอหรืออ่านหนังสือรอ เพราะมีงานเลี้ยงรับรอง "
" รู้แล้วครับ ไม่รอคือไม่รอ" ผมพูดก่อนจะกอดอก
ไม่นานก็มาถึงที่บ้านผมลงจากรถก็ก้มลงเก็บหนังสือและเดินเข้าบ้าน สักแปบเดียวพี่ไนท์ก็ขับรถออกไปทันที
" คุณต้นหลิว ทานข้าวมาหรือยังคะ "แม่ออนถามผม
" ยังเลยครับแม่ออน "ผมยิ้มให้แม่ของพี่พนา
" หิวหรือยังคะ เดี๋ยวแม่สั่งคนให้เตรียมให้ "
" ไม่เป็ไรครับ ต้นหลิวยังไม่หิว"
" งั้นเย็นนี้อย่าลืมลงมาทานข้าวนะคะ" ผมพยักหน้าก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนทันที
ผมมองไปรอบ ๆห้อง ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยไม่ว่าจะใช้ทุกวัน แต่ของก็เหมือนถูกจัดไว้ที่เดิมเสมอ มันแสดงให้เห็นถึงเ้าของห้องเป็คนเ้าระเบียบ
ผมเปิดตู้เสื้อผ้าที่ถูกจัดแขวนเรียงสีเข้มไปอ่อน แบ่งครึ่งตู้กับเสื้อผ้าของผม มันน่าตลกดีนะที่คนหม่ามอย่างผมมาอยู่กับคนเ้าระเบียบแบบนี้
ผมอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนก่อนจะไปนั่งอ่านหนังสือเพราะใกล้จะสอบแล้ว เดี๋ยวคะแนนออกมาไม่ได้ดี พ่อจะไม่พอใจเข้าอีก
อยู่ ๆเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น เพื่อนของผมโทรเข้ามา
: ว่าไงมึง
: มึงมาช่วยพวกกูหน่อย แย่แล้ววะ
: พวกมึงอยู่ที่ไหน
: ผับหลังวิทยาลัย เร็ว ๆนะเว้ย
ผมรีบวางสายก่อนจะเปลี่ยนชุด ผมรีบวิ่งลงมาข้างล่างก็เดินไปที่ลานจอดรถ เห็นรถมอเตอร์ไซค์ของใครวะ ผมเห็นคนสวนพอดีเลย เลยถามว่าของใคร เขาบอกว่าของคุณพนาผมขออนุญาตแล้วกันนะ มันรีบจริงๆ ขี่ออกมาเลยผมมาถึงก็เห็นกำลังนัวตีนกันอยู่เลย ผมรีบจอดรถวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนที่กำลังโดนกระทืบอยู่ คราวนี้ไม่โดนรุมแต่เดี่ยวใส่เดี่ยวผมต่อยเข้าไอนั้นจังๆ มันก็สวนไม่ยั้ง เราแลกหมัดกันอยู่สักพักใหญ่จนมีคนเข้ามาห้าม ผมรีบพยุงร่างของเพื่อนให้นั่งพักก่อน
" มึงเป็ไรมากเปล่า" ผมรีบถามเพื่อน
" ไม่อะ ดีนะมึงมาช่วย" เพื่อนมันว่าอย่างนั้น
" ถ้าไม่เป็ไรก็ดีเเล้ว เดียวกูกลับก่อนนะ" ผมว่าอย่างนั้นเพราะเอารถพี่พนามาเดียวอีกอย่างมันจะมืด
" เออ ๆ ไว้เจอกันที่โรงเรียน" เพื่อนมันพูดจบผมจับมุมปากกับซี่โครงฝั่งซ้ายที่โดนเตะเจ็บชิบหายเลย รีบขี่รถกลับบ้านก่อนที่พี่พนาจะกลับมา ผมรีบจอดรถไว้ที่เดิมและเดินเข้าบ้านเงียบๆ เพราะตัวเองมีแผลไม่อยากให้ทุกคนเป็ห่วง หรือเื่ใหญ่
" คุณต้นหลิวไปไหนมาคะ " เสียงของแม่หยาดทักผมขึ้นจนผมใเงยหน้ามอง
" หน้าคุณต้นหลิวเป็อะไรคะ ไปโดนอะไรมา" แม่หยาดพูดเสียงดังอย่างใก่อนจะจับร่างกายของผม ผมเจ็บช้ำที่ซี่โครงก็กลั้นไม่ให้ร้อง ไม่อยากให้เป็เื่ใหญ่
" ไม่เป็ไรครับ ผมขอตัวนะครับแม่หยาด "ผมรีบเดินหนีขึ้นห้องทันที ผมถอดเสื้อดูผ่านกระจกใสก็เห็นซี่โครงซ้ายช้ำเขียวเป็รอยใหญ่ ผมสบทอารมณ์ส่ายหน้าอย่างเสียอารมณ์
ผมรีบเปลี่ยนเป็ชุดนอนและนอนราบกับที่นอนเพราะก่อนพี่พนามาจะสงสัย ถ้าเเกล้งหลับไปได้เลยยิ่งดีเพราะนี้มันก็ดึกแล้วอีกไม่นานพี่พนาก็คงกลับมา จริงๆ ด้วย ผมได้ยินเสียงคนเปิดประตูก่อนจะปิดลงเสียงอย่างดัง ทำไมปิดประตูเสียงดังจัง
" ต้นหลิวว ต้นหลิวตื่น พี่รู้ว่ายังไม่หลับ" เสียงของพี่พนาเรียกชื่อผมเสียงดัง ดังมากกว่าปกติผมลุกขึ้นนั่งมองพี่พนา
" ไปไหนมา" ประโยคแรกของพี่พนา ทำผมใ
" ไม่ได้ไปนิครับ" ผมแกล้งตอบไปก่อน
" แล้วไอรอยที่หน้า ไปโดนอะไรมา" พี่พนาลากแขนผมออกมาให้เห็นชัดในแสงไฟ เป็รอยปากแตกแก้มช้ำแดง
" นี้อะนะ ไม่ได้ออกไปไหน ไปตีกับชาวบ้านอีกแล้ว"
พี่พนาด่าผมเสียงดังสีหน้าโมโหมาก ๆ
" ใช่ผมไปตีกับคนอื่นมา" ไม่ฟังกันเลยก็มองว่าผมไม่ดีอยู่แล้ว
" เมื่อไหร่มึงจะเลิกสร้างปัญหาสักทีวะ " พี่พนาพูดมึงทั้งๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยหยาบคายมาก่อน หรือว่านี้จะหมดความอดทนกับผมแล้วสินะ มันก็แบบนี้ทั้งพ่อทั้งพี่พนา ก็ไม่มีใครอยากจะมีผมอยู่ในชีวิตทั้งนั้น ผมไม่ได้เป็ที่้าของใครเลย
" ผมมันตัวสร้างปัญหา พี่ก็เลิกกับผมสิจะได้ไม่ต้องฝืนทนอยู่ทุกวันนี้ พี่จะได้ไปทำอะไรที่อยากทำ การมีผมมันเป็เื่ที่น่ารำคาญใจพี่อยู่แล้วนิ ก็เลิกๆ กันไป ผมจะไปให้ไกลจากชีวิตพี่"
ผมพยายามสลัดมือของพี่พนาแต่มันก็ไม่แรงพอจะหนีออกมาเพราะยิ่งดิ้นก็ยิ่งเเรงขึ้นเรื่อย ๆ
" ทำไม มึงจะไปหาไอคนที่บอกชอบมึงนะหรอ " อยู่ ๆพี่พนาก็หยิบกระดาษโน๊ตขึ้นมา นี้มันของผมนิไปอยู่กับพี่พนาได้ยังไง
" พี่พูดอะไร ผมไม่ได้ชอบใครทั้งนั้น "
" ถ้ามึงไม่ชอบ เขาจะบอกชอบมึงไหม"
" ผมยังไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ"
" ดีเนอะ ที่กูมีเมียเสน่ห์แรงขนาดนี้แถมเมียกูยังเป็นักเลงมีเื่กับคนอื่นไปทั่ว" พี่พนาสะบัดแขนผมจนร่างของผมนอนลงบนที่นอนอย่างแรง จนผมเผลอร้องออกมาเพราะเจ็บซี่โครง
" แค่นี้มึงทำเป็เจ็บ ทีไปตีกับเขามึงไม่เจ็บ "
" ผมว่าพี่พักผ่อนเถอะ ผมง่วงแล้ว" ผมไม่อยากพูดอะไรแล้วพี่พนาก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อหรอก ที่ส่งผมมาแต่งงานก็เพราะเขาอายที่มีผมเป็ลูก เขาอยากจะพลักไสผมอยู่แล้ว
ผมขยับไปนอนที่ของตัวเองแต่ความเจ็บของซี่โครงทำเอาผมนอนตรงไม่ได้ต้องนอนขดตัวเหมือนกุ้ง ห่มผ้าห่มทั้งตัวน้ำตาอาบแก้มเลยเพราะมันทั้งเจ็บทั้งปวด