ฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!!

    บทที่ 47 ลอบเข้าพรรคมารราคะ

            เว่ยเซี่ยใช้เวลาเดินทางรอนแรมอยู่หลายวัน ในที่สุดมันก็มาถึง หุบเขาหมื่นราคะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพรรคมารราคะ แต่การที่จะขึ้นไปบนยอดเขาสูงสุด และเข้าไปภายในเพื่อทำเพื่อกิจที่หยวนซิงก้านมอบหมายนั้น มิได้ง่ายเลย บริเวณตีนเขา และเหนือขึ้นไป ตลอดทางมีคนของพรรคคอยเฝ้ายามอยู่อย่างเข้มงวด แถมพวกมันเหล่านี้ก็ดูจะมีวรยุทธ์พอตัว และที่สำคัญเส้นทางยังคดเคี้ยวเข้าสู่พรรคด้านในยัง วกไปวนไปมา เว่ยเซี่ยเองจึงไม่ค่อยมั่นใจนักว่า วิชา ฝ่าเท้ามารราคะท่องวายุ ของมันจะฝ่าขึ้นไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

            

            

            "เช่นนี้ข้าควรทำอย่างไรดี หากพลาดโดนพวกมันพบเข้า งานใหญ่คงมิอาจทำสำเร็จ" เว่ยเซี่ยครุ่นคิดอยู่ด้วยท่าทางเป็นกังวลเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่า...ในยามนั้นนั่นเอง ก็ได้มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของมัน

            

            

            "เฮ้ย! เจ้าน่ะ มาทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงนั้น" หัวใจของเว่ยเซี่ยพลันตกวูบ นี่มันถูกจับได้แล้วกระนั้นรึ? เช่นนั้นก็คงมิมีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นอกจากสู้ตาย เว่ยเซี่ยกำหมัดแน่น และเตรียมจะโคจรลมปราณเพื่อต่อสู้กับเจ้าของเสียงเรียก แต่ยังมิทันที่จะได้ทำเช่นนั้น ก็มือข้างหนึ่งเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของมันเบา ๆ เว่ยเซี่ยรับรู้ได้ในทันทีว่า คนผู้นี้มีฝีมืออ่อนด้อย จนเรียกได้ว่าแทบไร้วรยุทธ์เลยทีเดียว มันประหลาดใจยิ่งนัก ก่อนจะหันกลับมามองอย่างแช่มช้า และสิ่งที่ได้พบก็คือ…

            

            

            ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับมันสามสี่คนในชุดชาวบ้านที่ดูธรรมดา กำลังยืนมองอยู่ รูปร่างของพวกมันเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนผอมแห้ง ยกเว้น ชายที่แตะไหล่มันเพียงผู้เดียว ที่มีรูปร่างกำยำพอสมควร

            

            

            "เจ้าเองก็จะมาสมัครเป็นศิษย์ของพรรคมารราคะเช่นเดียวกับพวกเราใช่หรือไม่? มาจากหมู่บ้านไหนกันล่ะ" พอเว่ยเซี่ยได้ฟัง มันจึงเข้าใจทุกอย่างทันที แท้ที่จริงคนเหล่านี้มาขอสมัครเป็นคนของพรรคมารราคะนี่เอง…

            

            

            "ข้ารึ? ข้ามาจาก เอ่อ…..หมู่บ้านในหุบเขาด้านใต้ ก็อย่างที่รู้น่ะนะ ยุคนี้ข้าวยากหมากแพงทำไร่ทำนามันก็ไม่พอยาไส้ แถมพรรคมารก็มีอำนาจขึ้นทุกวัน ข้าเลยมาขอเป็นศิษย์ปลายแถวพวกมัน ซึ่งดีกว่าอดตาย" เว่ยเซี่ยพูดพล่ามตามน้ำไปเรื่อย

            

            

            "ใช่เลย..! เจ้าเองก็คิดเหมือนกันกับพวกข้าสินะ สู้เข้าร่วมกับพวกมันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรกิน แล้วอดตาย" เจ้าหนุ่มร่างยักษ์ตบบ่า เว่ยเซี่ย และร้องออกมาเสียงดังด้วยความชอบอกชอบใจ แต่ทว่า..นั้นกลับทำให้เว่ยเซี่ยตกใจเป็นอย่างมาก เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ มันรู้ว่าเสียงของเจ้าหนุ่มร่างยักษ์ผู้นี้จะเรียกทหารยามที่เฝ้าอยู่ให้เข้ามาหา และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

            

            

            "เฮ้ย..!! ใครมาส่งเสียงเอะอะอยู่ตรงนั้น" เสียงของทหารยามชั้นปลายแถวชุดสีดำแดง ถือหอกแหลมหันมา และตวาดขึ้น ก่อนที่มันจะปรี่เดินตรงมาอย่างรวดเร็ว  เว่ยเซี่ยเองตกใจมาก และมันก็คิดที่จะเดินลมปราณเพื่อจัดการเจ้าทหารคนนี้ แต่ชายหนุ่มร่างยักษ์คนเดิมกลับพูดขึ้นมาเสียก่อน

            

            

            "เจ้ามิต้องกังวลอันใดไป เรื่องนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเอง…" เมื่อกล่าวจบมันก็หันหลังเดินตรงไปหาเจ้าทหารยามผู้นั้นอย่างไม่กลัวเกรง นั้นยิ่งสร้างความประหลาดใจให้เว่ยเซี่ยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ก่อนที่มันจะได้รับคำอธิบายจากชายหนุ่มฟันเหยินร่างผอมที่มาด้วยอีกคน

            

            

            "ก็อย่างที่ อาตง บอกนั่นแหละเจ้าอย่าได้ตื่นตระหนกอันใดไปเลย การที่พวกข้ารวมตัวมาพร้อมกับมันก็เพราะเหตุนี้แหละ"

            

            

            "เจ้าหมายความว่าเช่นไร? " เว่ยเซี่ยขมวดมุ่นคิ้วก่อนจะกล่าวถามอีกครั้ง

            

            

            "เรื่องของเรื่องก็คือ อาตง นะเป็นหลานเมียของคนในพรรคมารแห่งนี้เช่นไรเล่า มันก็เลยใช้เส้นสายกับเงินอีกนิดหน่อยเพื่อที่จะขอเข้ามาเป็นศิษย์ชั้นปลายแถว"

            

            

            "เช่นนี้นี่เอง…." เว่ยเซี่ยเริ่มเข้าใจทุกสิ่ง ก่อนที่มันจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

            

            

            แย่แล้ว…! พวกมันทุกคนล้วนรู้จักกัน ยกเว้นข้า เช่นนี้แล้วข้าอาจจะไม่สามารถเข้าไปภายในพรรคได้ เช่นนั้นก็คงต้อง…..

            

            

            เว่ยเซี่ยรีบล้วงเงินในกระเป๋าคาดเอวออกมาหลายตำลึงก่อนจะยื่นส่งให้ ชายร่างผอมทันที

            

            

            "พี่ชายโปรดรับเงินเหล่านี้ไปเถิด และได้โปรดช่วยเหลือให้ข้าเข้าไปเป็นศิษย์ของพรรคด้วยอีกคนเถิด"

            

            

            พอเจ้าชายร่างผอมเห็นเงินมันก็ตาลุกวาว เพราะจำนวนของมันมากโขอยู่ ความโลภบังเกิดขึ้นในแววตาของมันทันที จากนั้นมันก็รีบยื่นมือมาคว้าไว้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

            

            

            "เจ้านี่ถือว่าฉลาดหลักแหลมไม่เลว เช่นนั้น เดี๋ยวข้าจะลองไปเจรจากับอาตงดูให้ก็แล้วกัน นี่ถือว่าข้ามีน้ำใจมากนะ เพราะเห็นว่าเจ้าก็ลำบากไม่ต่างจากพวกข้า" พอมันกล่าวจบก็รีบหันหลังให้อย่างรวดเร็วพร้อมเงินในมือ

            

            

            " ต้าหยวนนี่เจ้าคิดจะเอาเงินทั้งหมดนี่ไปให้อาตงทั้งหมดเลยกระนั้นรึ? มันมากกว่าที่พวกเราหามาให้อาตงหลายเท่าเลยนะ"

            

            

            "เจ้าจะบ้าเหรอ ใครจะเอาไปให้อาตงทั้งหมด เงินเหล่านี้พวกเราก็เอาไว้แบ่งกันสิ ที่เหลือค่อยเอาให้อาตงไป"

            

            เสียงกระซิบกระซาบของชายหนุ่มที่เหลืออีกสองสามคนเอ่ยขึ้น แม้นจะค่อนข้างเบา แต่หูของเว่ยเซี่ยที่ฝึกวรยุทธ์มาก็ได้ยินชัดเจน แต่มันก็มีได้สนอันใด เพราะขอให้ตัวมันเข้าไปในพรรคได้ก็เป็นพอ และจากนั้นอาตง ก็กลับมา ก่อนจะคุยกับชายหนุ่มกลุ่มนั้น ก่อนจะหันมาหาเว่ยเซี่ย

            

            

            "น้องชายเจ้านำเงินมาจ่ายให้ข้าสินะ พวกมันบอกข้าหมดแล้ว แม้จะดูน้อยไปนิด แต่ก็มิเป็นไร ถือว่าข้าเมตตาช่วยเหลือเจ้าก็แล้วกัน เอาล่ะตามข้ามา เดี๋ยวเจ้าทหารยามผู้นั้น จะพาไปพบหัวหน้าของมันอีกที ก่อนที่จะรับพวกเราเข้าเป็นศิษย์ชั้นปลายแถว" เว่ยเซี่ยพยักหน้ารับอย่างใสซื่อก่อนจะเดินตาม อาตง กับคนอื่น ๆ ไป

            

            

            

            "ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ จากนี่ก็เหลือแค่ตามหา….เทียนยู่อี้ ผู้อาวุโสของพรรค แล้วจัดการใช้อาวุธลับที่หยวนซิงก้านให้มาเล่นงานมัน ว่าแต่ว่า....แล้วข้าจะไปหาตัวมันได้ที่ไหน ใบหน้าเป็นเช่นไรข้าก็มิเคยเห็น…"

            พอเว่ยเซี่ยคิดได้เช่นนั้น รอยยิ้มแห่งความยินดีก่อนหน้าก็พลันหายไปจนหมดสิ้น

            

            

            "แต่มาคิดดูอีกที ก็มิใช่เรื่องใหญ่อันใด คนใหญ่คนโตระดับนั้น ย่อมหาตัวได้ไม่ยาก" เว่ยเซี่ยเริ่มคิดใหม่อีกครั้งด้วยความหวังก่อนที่มันจะเดินเข้ามาภายในพรรคมารราคะ  ตลอดเวลาที่เดินเข้ามันก็ได้ยินวาจาคุยโตโอ้อวดจากเจ้าทหารยามชั้นต่ำที่เดินนำอยู่ด้านหน้าตลอดเวลา ว่าตัวมันเองก็รู้จักคนนั้นคนนี้ พวกของอาตงต่างตั้งใจฟังพร้อมส่งเสียงชื่นชมมันไม่หยุด แต่มิรู้ว่าทั้งหมดนี่เป็นเพียงแค่การประจบสอพลอหรือไม่

            

            

            เว่ยเซี่ยที่เดินอยู่ท้ายแถวได้ฟังวาจาอวดโอ้มาก ๆ เข้าก็ให้รู้สึกรำคาญใจเป็นยิ่งนัก มันจึงคิดที่หาทางปลีกตัวหลบหนีไปทำภารกิจ หากเป็นในยามนี้ละก็…มันคงจะใช้ความเร็วของวิชา ฝ่าเท้ามารราคะท่องวายุ ตามหา เทียนยู่อี้ได้เป็นแน่

            

            

            เว่ยเซี่ยแสร้งเดินตามคนกลุ่มนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ระหว่างเดินก็หรี่ตามองรอบกายไปตลอด จุดไหนมีคนเฝ้า จุดไหนหละหลวมไร้คน ซึ่งเว่ยเซี่ยคาดเดาว่าจุดที่พวกมันอยู่ยามนี้ น่าจะเป็นส่วนที่พักของสวะปลายแถวของพรรค เพราะมันดูทั้งเก่า ทั้งสกปรกเสียเหลือเกิน หากต้องการจะตามหาตัว เทียนยู่อี้ คงต้องไปอีกด้าน

            

            

            "หากข้าจะปลีกตัว ก็คงทำเดี๋ยวนี้แล้ว หากปล่อยไว้เนิ่นนานคงไม่ดีแน่ วิชา ฝ่าเท้ามารราคะท่องวายุ..!"

            เว่ยเซี่ยสบโอกาสที่แถวนั้นมีคนเฝ้าอยู่น้อย เร่งโคจรลมปราณลงไปที่ขา ก่อนที่ร่างของมันจะหายวับไปราวกับภูตผี..

            

            

            

            "ลาขาดล่ะนะพวกเจ้า ขอบใจที่พาข้าเข้ามา" เว่ยเซี่ยกล่าวพึมพำเบา ๆ ก่อนที่ร่างของมันจะพุ่งทะยานไปอีกทางด้วยความเร็ว และเงียบราวกับสายลม ด้วยวรยุทธ์ระดับนี้ พวกศิษย์ของพรรคมารราคะตั้งแต่ชั้นปลายแถวจนมาถึงชั้นกลางมิมีทางรู้ตัวแน่ ว่ายามนี้มีผู้บุกรุกลอบเข้ามาเล่นอาวุโสของพวกมัน

            

            

            "เช่นนั้นข้าควรไปทางทิศไหนดี? จะถามใครก็มิได้เสียด้วย คงต้องลองใช้โชคช่วยเพียงอย่างเดียว งั้นไปทางด้านนั้นก็แล้วกัน" เว่ยเซี่ยครุ่นคิดในใจก่อนที่มันจะพุ่งยานไปยังฝั่งซ้ายสุดของพรรคมารราคะ เมื่อมาถึงมันก็มาหยุดอยู่บนหลังคาเพื่อสังเกตการณ์ ซึ่งอย่างแรกที่เว่ยเซี่ยเห็นก็คือ ความหรูหรา สะอาดสะอ้านที่แตกต่างจากก่อนหน้าด้วยสิ้นเชิง แถมตรงนี้ยังมีสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มในชุดสีขาวเดินไปเดินมา ช่างดูแล้วสบายตาเสียจริง แต่นอกจากพวกนาง ก็ยังมียามคอยเฝ้าอยู่ แม้จะมีไม่มา แต่บอกได้เลยว่าคนเหล่านี้มีวรยุทธ์อยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา เพียงแค่ดูจากภายนอก

            

            

            "ท่าจะไม่ดีเสียแล้ว หากข้าเคลื่อนไหวโดยชะล่าใจคงโดนจับตัวได้เป็นแน่…" เว่ยเซี่ยครุ่นคิดอย่างใจเย็นก่อนมันตัดสินใจจะตามหา เทียนยู่อี้อีกครั้งในยามค่ำ ความมืดคงจะช่วยอำพรางตัวมันได้อีกแรง

            จากนั้นเว่ยเซี่ยจึงเฝ้ารออยู่บนหลังอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งได้เวลาที่เหมาะสมมาถึง มันจึงออกตามหาเป้าหมายอีกครั้ง แม้จะไม่รู้ว่าผู้ใดคือ เทียนยู่อี้ก็ตาม

            

            

            เว่ยเซี่ยค้นหาไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดมันก็มาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้มันได้ยินเสียงของหญิงสาว กับชายหนุ่มดังเล็ดลอดออกมา แม้ได้ยินไม่ชัด แต่เว่ยเซี่ยก็พอจะรู้ว่าคนทั้งสองกำลังทำกิจอันใดกันอยู่ และด้วยเวลายามนี้เห็นทีจะมิพ้นเรื่องบนเตียงเป็นแน่ ทีแรกเว่ยเซี่ยก็ไม่อยากสนใจ เพราะอยากเร่งทำภารกิจให้ลุล่วง แต่ทว่า…เสียงของหญิงภายในห้องกลับคุ้นหูมันยิ่งนัก เพราะน้ำเสียงของนาง ฟังคล้ายของ ฟางเหนียงมารดามันยิ่งนัก ด้วยความคาใจเว่ยเซี่ยจึงใช้นิ้วเจาะรูดูให้หายสิ้นสงสัย และภาพที่ก็คือ ชายหญิงสองคนกำลังกอดจูบนัวเนียกันบนเตียงอย่างเร่าร้อน

            

            

            "อย่ารังแกข้าท่านพี่ เดี๋ยวพวกบ่าวไพร่ก็ได้ยินกันพอดี"

            

            

            "ผู้ใดมันจะมาได้ยินกันเล่าน้องหญิงค่ำมืดดึกดื่นปานนี้ หากพวกมันกล้าเอาเรื่องของพวกเราไปพูด พี่จะตัดลิ้นควักลูกตามันออกเสีย มา ๆ ขอพี่ชื่นใจหน่อยเถิดเงี่ยนจนแทบทนมิไว้แล้ว อูยยย....ยยย"

            

            

            ชายหนุ่มผู้นั้น ใช้ปากดูดนมคู่สวยของสตรีอีกนางพร้อม กับใช้มือบี้สะกิดติ่งเสียว อย่างชำนาญ จนน้ำเสียวของหญิงสาวหลั่งออกมาไม่ขาด เสียงครวญครางเริ่มกระชั้นถี่ขึ้นๆ สะโพกสวยของหญิงสาวเริ่มบิดส่ายไปมา แต่ทว่ามือของชายหนุ่ม ก็ตามบี้ลูบไล้เนินสาวอวบอูมได้ตลอด ก่อนที่มันจะค่อยๆ ถอนปากของตัวเองจากการดูดเต้าสวยของหญิงสาวพร้อมยกตัวขึ้นมา มือขวาปาดลูบ ไปมาบนเนินสาวสุดสวยของนางอีกสองสามรอบ ก่อนจะดันนิ้วกลางเข้าไปในร่องเสียวของสาวสวย "อ๊าาาา ....!!!!! " หญิงสาวที่กำลังเสียวจนลืมตัว ต้องสะดุ้งร้องลั่น หลังมีนิ้วยาวๆ สอดเข้ามาในร่างกายของตนเอง แล้วก็ต้องร้องครางต่อไปอีกถี่ยิบเพราะนิ้วที่ถูกสอดเข้ามาเริ่มสาวเข้าออกอย่างรวดเร็ว ทำเอาร่องเสียวที่มีน้ำสาวขังอยู่ ถูกนิ้วที่ดึงเข้าออกเกี่ยวเอาน้ำกระเด็นออกมาเป็นระยะๆ

            

            

            "นี่มัน...ช่างดีเหลือเกิน ....." สาวสวยร้องในใจ ความเสียวรุนแรงมากกว่าเดิม ทำให้นางยิ่งลุ่มหลงในบทรักโดย การโดนนิ้วทะลวงเข้ามาชักเข้าๆ ออกๆ แบบนี้ ร่องสาวได้ตอดรัดนิ้วของชายหนุ่มแน่น ทั้งขมิบทั้งตอดทั้งหลั่งน้ำเสียวออกมาไม่หยุด ตามซอกขาอ่อนขาวอวบทั้งสองข้าง มีคราบน้ำรักของตัวเองกระเด็นไปติดอยู่ อย่างเห็นได้ชัดเจน บางครั้งมันเสียวจนทนไม่ไหว นางพยายามจะขยับเอวหลบ แต่นิ้วนั่นก็ยังคาอยู่ในร่องสาว บางครั้งนางก็เผลอแอ่นสะโพก ยกบั้นเอว ให้นิ้วของชายหนุ่มซอยได้จะจะ เต็มๆ มากขึ้น

            

            

            "น้องหญิงเจ้าชอบหรือไม่ ..." ชายหนุ่มถามด้วยความย่ามใจ เพราะรู้จากปฏิกิริยาทางร่างกายอยู่แล้ว สาวสวยไม่ตอบ ได้แต่ร้องคราง "อ๊า อ๊า อูยย โอยย.." อยู่ตลอด บางครั้งก็ต้องกัดฟันแน่น เมื่อรู้สึกตัวว่า ตนเองร้องเสียงดังไปแล้ว "ชอบหรือไม่? " ชายหนุ่มคนเดิมกล่าวถามอีก คราวนี้สาวสวยพยายามพยักหน้าตอบ ชายหนุ่มงอนิ้วขึ้นเล็กน้อย กะให้ปลายนิ้วเกี่ยวเข้าใส่จุดสวรรค์ และก็ได้ผลสาวสวยดิ้นพรวดพราดทันที ชายหนุ่มยิ่งสาวนิ้วแทงใส่ถี่ยิบๆ เสียงของหญิงสาวภายในห้องร้องครางลั่น สะโพกดิ้นส่ายยึกยักไปมา ชายหนุ่มผู้นั้นจึงใช้มือซ้ายจับ ล็อกเอวคอดของสาวสวยไว้แน่น ก่อนจะแทงนิ้วเข้าออกอย่างไม่ปรานี "อ๊าาาาาาาา!!!!!!" หญิงสาวร้องลั่น ก่อนจะขึ้นสวรรค์ไปอย่างรุนแรง น้ำเสียวแตกพุ่งทะลักออกมาอย่างมากมาย หลายระลอกจนทั้งมือของชายหนุ่มเปียกชุ่มไปหมด ร่องสาวขมิบตอดรัดนิ้วของชายหนุ่มที่ยังคาอยู่ถี่ยิบ สะโพกเกร็งยกค้างขึ้นจากพื้นอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ หล่นลง

            

            

            "อูย....ดีเหลือเกิน...ท่านพี่" สาวสวยยังหายใจถี่เร็วจนหอบ พยายามเงยหน้ามองชายหนุ่ม ยามนั้นเองเว่ยเซี่ยก็พยายามจะมองใบหน้าของนางแต่ทว่า มิอาจเห็นได้อย่างถนัดตาเพราะมุมที่แอบดูมีร่างของชายหนุ่มผู้นั้นบดบังอยู่ตลอด แต่กลับกันเว่ยเซี่ยเห็นชายหนุ่มผู้นั้นอย่างชัดเจน ด้วยอายุอานามของมันน่าจะอยู่ที่ราว ๆ สามสิบกว่าปี ร่างกายกำยำ บึกบึน ใบหน้าคมเข้ม ไว้หนวดเครา ดูดุดันมีอำนาจ เห็นที่คงจะเป็นมีตำแหน่งเป็นคนใหญ่คนโตในพรรคเป็นแน่ ส่วนหญิงสาวแม้มันมิเห็นใบหน้า แต่ก็เห็นส่วนสัดอันสวยงามน่าทะนุถนอม กับผิวอันขาวผ่องที่เหมือนเปล่งประกายยามต้องแสงแดดอย่างชัดเจน เอวบอบบาง สะโพกผายสวยงอนงามเต่งตึง ผมยาวสลวย ขณะขยับกายทรวงอกสวยขนาดมโหฬาร ก็กระเพื่อมไปมาน่ามองยิ่งนัก อายุของนางดูจะพอ ๆ กับฟางเหนียง มารดาของมันเลยทีเดียว แม้มองไม่ชัด แต่เว่ยเซี่ยก็รู้ว่านางจะต้องเป็นสาวงามคนหนึ่งแน่ ๆ ….

            

            

            เกมกามบนเตียงของคนทั้งสองภายในห้อง กำลังจะดำเนินต่อ แต่ยามนี้เว่ยเซี่ยกลับบังเกิดความลังเลขึ้นมา ใจหนึ่งก็อยากดูให้จบเพราะความกำหนัดในกายมันก็ปรากฏชัดแล้ว เมื่อดูจาก เจ้ามังกรตาเดียวตรงหว่างขาที่พองแข็ง แต่อีกใจก็กลัวจะโดนจับได้จนทำงานล้มเหลวอยู่ไม่น้อย

            

            

            เว่ยเซี่ยครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่มันจะยอมตัดใจหยุดดู และไปตามหาเทียนยู่อี้ต่อ แต่ทว่า…ในเวลานั้นเองมันก็ได้ยินเสียงของสตรีผู้นั้นเอ่ยขึ้น

            

            "เช่นนั้นยามนี้ ขอข้าใช้ปากสร้างความสำราญให้กับอาวุธของท่านพี่บ้าง ท่านขยับมาตรงนี้เถิดข้าจะได้ทำถนัด…" ประโยคนี้ของนางทำให้เว่ยเซี่ยตาโตหูผึ่ง มันมิใช่แค่อยากเห็นนางใช้ปากรีดพิษให้ชายหนุ่มในห้องเพียงอยากเดียว แต่นี่จะเป็นโอกาสอันดีที่มันจะได้เห็นใบหน้างาม ๆ ของนางอีกด้วย

            

            

            เว่ยเซี่ยไม่รอช้าพลันแนบสายตากับรูเดิมก่อนจะมองเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่แทนที่มันจะได้ชื่นชมกับสิ่งที่ตนเองปรารถนา ดันกลับกลายเป็น ว่ามันต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ตัวแข็งพูดอันใดไม่ออกแทน

            

            

            

            "มะ ไม่จริง…! เป็นไปมิได้… นาง นางจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ท่านแม่…!!"

            

            

            จบบทที่ 47

    คล้ายกับเรื่องฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!! ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635