เดินเพียงไม่กี่ก้าวไป๋หลิงหลินกับไป๋เจียวจูก็มาถึงธารน้ำ เนื่องจากเป็ธารน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาน้ำในลำธารจึงใสเป็พิเศษ ทำให้สามารถมองเห็นปลาตัวเล็กตัวใหญ่แหวกว่ายอยู่เต็มไปหมด ช่างเป็แหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ยิ่ง
ไป๋หลิงหลินที่มาถึงธารน้ำก็เอาแต่จ้องมองเ้าพวกปลาที่แหวกว่ายวนเวียนกันไปมาอยู่ภายใต้น้ำใส เนื่องจากนางยังกินอาหารไม่อิ่มเมื่อเห็นปลาพวกนั้นยิ่งทำให้ความหิวนางทวีเพิ่มมากขึ้น จะอร่อยขนาดไหนถ้าหากจับปลาพวกนั้นขึ้นมาย่างกิน นางกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
ไป๋เจียวจูเงยหน้ามองพี่สาว เนื่องจากเขาเห็นพี่สาวเอาแต่ยืนนิ่งจ้องมองเ้าปลาพวกนั้นมาสักพักแล้ว พี่สาวคงจะไม่รู้วิธีจับปลาเป็แน่ “พี่สาวขอรับ ท่านไม่รู้วิธีจับปลาใช่หรือไม่”
ไป๋หลิงหลินเมื่อได้ยินเสียงน้องชายนางจึงได้สติขึ้นมาลบภาพปลาย่างออกจากหัวทิ้งไปและนึกขึ้นได้ว่านางจะมาจับปลาแต่ไม่ได้พกพาอุปกรณ์อะไรมาจับปลาเลย เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับของขวัญที่ได้รับมาจากท่านยายเทพเซียนจึงทำให้นางลืมไปเสียสนิทเลยว่าการจับปลานั้นต้องมีอุปกรณ์ช่วย
ไป๋หลิงหลินไม่ได้ตอบคำถามของน้องชาย นางครุ่นคิดหาวิธีในการจับปลา ต้องเป็วิธีที่เร็วที่สุดเพราะนางหิวมากและนางจะไม่พึ่งซูซูเป็อันขาดเนื่องจากตอนนี้นางคิดออกแล้ว
“อาจูที่บ้านเรานั้นมีธนูหรือไม่” ไป๋หลิงหลินหันหน้ามาถามน้องชาย
“มีขอรับ” ไป๋เจียวจูขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย พี่สาวจะเอาธนูไปทำอันใดกัน
“เ้าเดินกลับบ้าน ไปเอามันมาให้พี่สาวได้หรือไม่ พี่สาวสัญญาว่าจะจับปลามาทำเป็อาหารให้เ้ากินเป็มื้อเย็น” ไป๋หลิงหลินย่อตัวลง นางใช้มือข้างหนึ่งวางลงบนบ่าของน้องชายเพราะการแตะตัวคู่สนทนานั้นเป็การสร้างความน่าเชื่อถือได้ดียิ่งนัก
ไป๋เจียวจูมองสบตาพี่สาวก่อนจะยิ้มฉีกยิ้มหน้าบานเพราะเขาคิดได้แล้วว่าพี่สาว้าเอาธนูมายิงเ้าปลาพวกนั้นนี่เอง เขาจึงขานรับและรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อไปเอาธนูมาทันที
“อย่าลืมเอาลูกธนูมาด้วยล่ะ” ไป๋หลิงหลินะโไล่ตามหลังไป
ในขณะที่รอน้องชาย ไป๋หลิงหลินจึงใช้เวลานี้ในการพิจารณาตนเองดูเหมือนร่างกาย ณ ตอนนี้อายุคงจะประมาณ 20 ปีซึ่งอายุน้อยกว่านางเมื่อชาติที่แล้ว 13 ปี นางก้มลงมองเงาสะท้อนบนผิวน้ำเพื่อพิจารณาส่วนของใบหน้าเพราะั้แ่ฟื้นขึ้นมา นางยังไม่ได้เห็นใบหน้าของร่างนี้เลย เมื่อนางเห็นใบหน้าที่เป็เงาสะท้อนขึ้นมาจากผิวน้ำ นางก็ต้องตกตะลึงช่างเป็ใบหน้าที่เหมือนกันกับนางยิ่งนักถึงแม้ท่านยายเทพเซียนจะบอกนางมาแล้วก็ตาม แต่ไม่คิดว่าจะเหมือนกันขนาดนี้เหมือนแม้กระทั่งตำแหน่งของไฝที่อยู่ด้านใต้หางตาข้างขวา
นางยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบคล้ำใบหน้าของตนเอง ไล่มาั้แ่คิ้วงาม ลงมาที่ดวงตาคมโต ผ่านสันจมูกโด่งไปจนถึงริมฝีปากบางนี่มันใบหน้าของนางจริงๆ ด้วย เพียงแต่ว่าใบหน้าผอมตอบไปหน่อยทำให้ความงามลดลงไปมากยิ่งนัก คงต้องบำรุงกันสักหน่อยแล้ว
“ธนูมาแล้วขอรับ” ใช้เวลาไม่นานไป๋เจียวจูก็วิ่งกลับมาพร้อมกับธนูและกระบอกใส่ลูกธนูซึ่งมีไป๋เจียวจิงพี่ชายฝาแฝดของเขาวิ่งมาตามหลังมาด้วย
สาเหตุที่ไป๋เจียวจิงวิ่งตามมาด้วยนั้นเขาไม่รู้ว่าพี่สาว้าเอาธนูไปทำอันใด เพราะคำสั่งของพี่รองกำชับเขาให้ดูแลน้องชายให้ดี ถ้าหากพี่สาวคิดจะทำร้ายให้วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านทันที เนื่องจากพี่รองจำเป็ต้องไปหาของป่ามาเป็อาหารเย็นหวังพึ่งพี่สาวได้เมื่อใดกัน
ไป๋หลิงหลินรับธนูมาจากน้องชาย จากนั้นยกมือขยี้หัวเขาไปทีหนึ่ง “ขอบใจเ้ามาก”
นางหันไปส่งยิ้มให้น้องชายอีกคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆ น้องชายฝาแฝดของเขา “เ้าก็มาด้วยหรืออาจิง มาดูพี่สาวจับปลาใช่หรือไม่”
ไป๋หลิงหลินหยิบลูกธนูขึ้นมาใส่ไปที่คันธนูจากนั้นง้างสุดแรงเล็งและยิงออกไป ลูกธนูพุ่งลงไปในน้ำตัดผ่านลำตัวปลาทำให้มันสิ้นใจตายในทันทีจากนั้นปลาตัวใหญ่ที่ไร้ชีวิตก็ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ พร้อมกับเืสีแดงสดที่ไหลออกมาจากตัวปลาทำให้น้ำบริเวณนั้นกลายเป็สีแดงจางๆ
ไป๋เจียวจิงและไป๋เจียวจูยืนอ้าปากค้างทำตาโตไม่แพ้กันเพราะพวกเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าฝีมือการยิงธนูของพี่สาวนั้นเก่งกาจยิ่งนักเล็งยิงแค่ครั้งเดียวก็สามารถฆ่าปลาตัวนั้นได้แล้ว
“พวกเ้าไปเก็บปลาขึ้นมาให้พี่สาวได้หรือไม่”
นางไม่ได้ยินเสียงขานรับจากน้องชายฝาแฝดโดยเฉพาะไป๋เจียวจูจึงคิดไปว่าพวกเขาคงจะกลัวนางอีกเป็แน่เพราะฝีมือการยิงธนูของนาง นางจึงวิ่งลงไปเก็บปลาขึ้นมาเองเพราะปลากำลังจะลอยไปไกลแล้ว จากนั้นจึงขึ้นมาปลอบขวัญพวกน้องชาย
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่สาวไม่ทำร้ายพวกเ้าอย่างแน่นอน”
“ข้าไม่ได้กลัวพี่สาวขอรับ ข้าเพียงแค่ตกตะลึงกับฝีมือการยิงธนูของท่าน ท่านยิงธนูเก่งนัก” ไป๋เจียวจูพูดขึ้น
“ข้าไม่รู้มาก่อนเลยขอรับ ว่าพี่สาวยิงธนูได้” ไป๋เจียวจิงถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะั้แ่เขาจำได้ยังไม่เคยเห็นพี่สาวจับคันธนูมาก่อนมีเพียงแค่ท่านพ่อเท่านั้นที่ยิงธนูได้และธนูที่พี่สาวถืออยู่ตอนนี้ก็เป็ธนูสำรองของท่านพ่อที่ทิ้งไว้เป็ของดูต่างหน้า
“ตอนที่พี่สาวยังเล็ก ได้ท่านพ่อเป็คนสอนให้นะ” ไป๋หลิงหลินโล่งใจขึ้นมากที่น้องชายทั้งสองไม่กลัวนาง และที่บอกว่าท่านพ่อสอนยิงธนูให้นั้นจริงๆ แล้วนางโกหก ฝีมือการยิงธนูของนางได้มาจากเมื่อชาติที่แล้ว กีฬายิงธนูเป็สิ่งที่นางหลงใหลเป็อย่างมาก ถึงขั้นสมัครลงเข้าเรียนยิงธนูกันเลยทีเดียวและยังซื้อธนูเก็บไว้ที่บ้านอีกด้วย เพราะการยิงธนูเป็เหมือนกับการที่นางได้ผ่อนคลายระบายอารมณ์โดยการง้างลูกธนูยิงใส่เป้ามันช่วยระบายความเครียดได้ดีมาก
ไป๋หลิงหลินนั้นยิงปลาตัวใหญ่มาได้ทั้งหมดแปดตัว นางตั้งใจว่าจะย่างปลาที่ได้มาทั้งหมดไว้สำหรับมื้อเย็นและมื้อเช้าของพรุ่งนี้ มีปลาพอให้กินกันทุกคนและต่อไปพวกน้องๆ จะได้ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อกันอีกเพราะนางจะดูแลพวกเขาเอง
ไป๋ถิงถิงกลับมาถึงบ้านยามโหย่วแล้ว (17.00 - 18.59) ยิ่งนางเดินเข้าใกล้ตัวบ้านเท่าไหร่นางก็ยิ่งได้กลิ่นของอาหารลอยมาเตะจมูกมากขึ้นเท่านั้นจนทำให้ท้องร้องทักขึ้นด้วยความหิวเพราะั้แ่เช้าที่สิ่งนางกินเข้าไปมีแค่ผลไม้ป่ากับน้ำเปล่าเพียงเท่านั้น นางจึงรีบเร่งฝีเท้าเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว
“ป้าเจียงเอาเนื้อมาให้อีกเป็แน่” ไป๋ถิงถิงพึมพำกับตัวเองขณะที่ปลดตะกร้าแขวนบ่าลง
ป้าเจียงนั้นเป็ญาติห่างๆ ที่ยังเหลืออยู่เพียงคนเดียวของสี่พี่น้อง นางมักจะหิ้วเนื้อมาฝากอยู่เป็ประจำ เนื่องจากฐานะทางบ้านของสามีนางค่อนข้างดีอีกทั้งสามีนางยังเป็หัวหน้าหมู่อีกด้วยมีนามว่าเว่ยหยางหรือที่คนส่วนใหญ่มักจะเรียกเขาว่าลุงหยาง
“น้องรอง เ้ากลับมาแล้วหรือ เห็นอาจูบอกว่าเ้าไปหาของป่า เ้าได้สิ่งใดกลับมาหรือไม่” ไป๋หลิงหลินที่โผล่มาจากด้านหลังบ้านเพราะนางได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนเลยรีบออกมาดู
“ไม่มีอันใดมาก แค่ผลไม้ป่าไม่กี่หยิบมือ” ไป๋ถิงถิงตอบกลับน้ำเสียงเรียบเฉย ในขณะที่นางเดินผ่านพี่สาวโดยไม่มองหน้าสบตาแม้แต่น้อย ตรงดิ่งไปยังห้องครัวทันที
“อาจิง ป้าเจียงเอาปลามาให้หรือ” ไป๋ถิงถิงเอ่ยถามน้องชายที่ยืนเฝ้าปลาย่างกันอยู่
“เปล่าขอรับ ปลาพวกนี้พี่สาวพี่คนจับมาจากธารน้ำด้านหลังบ้านของเรา” คนที่หันมาตอบคำถามนั้นเป็ไป๋เจียวจู เพราะเขา้าที่จะอวดพี่รองว่าพี่สาวนั้นสามารถพึ่งพาได้แล้ว
“ใช่ปลาพวกนั้น เป็ข้าที่จับมา” ไป๋หลิงหลินที่เดินตามหลังน้องสาวมาเอ่ยขึ้น นางส่งยิ้มหวานให้น้องสาวอย่างภาคภูมิใจแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจากน้องสาวนั้นมีเพียงแค่ความเฉยชา
ไป๋ถิงถิงไม่แตะต้องปลาย่างของพี่สาวแม้แต่น้อยถึงจะหิวมากก็ตามนางกินผลไม้ป่าแทน ปล่อยให้น้องชายฝาแฝดทั้งสองคนอร่อยกับปลาย่างไป
วันรุ่งขึ้นไป๋ถิงถิงรีบตื่นขึ้นแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมของเพราะวันนี้นางต้องเข้าป่าไปลึกสักหน่อยเพื่อที่จะได้ของดีๆ กลับมาบ้างเพราะก่อนหน้านี้ของป่าที่นางหาได้มีแค่ผลไม้ป่าเท่านั้นและอีกสองวันป้าเจียงกับลุงหยางจะเข้าไปในตัวเมืองด้วย นางจะต้องเร่งรีบหาของป่าเพื่อนำไปฝากขาย
“น้องรอง เ้าจะเข้าป่าใช่หรือไม่” ไป๋หลิงหลินรีบตื่นเช้าเช่นกันเพราะนางตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องเข้าไปในป่ากับน้องสาวให้จงได้ บางทีการได้ใช้เวลาร่วมกันอาจจะทำให้น้องสาวสุดแสนจะเ็าคนนี้เปิดใจให้นางบ้าง
ไป๋ถิงถิงไม่เอ่ยสิ่งใดทำเพียงแค่เหลือบมองพี่สาวด้วยห่างตาเพียงครู่เดียวจากนั้นก็จัดเตรียมของต่อ
“ข้าไปกับเ้าด้วย ได้หรือไม่” เมื่อไม่มีการตอบกลับจากน้องสาวไป๋หลิงหลินจึงเข้าประเด็นทันที น้องสาวคนนี้ช่างเก่งกาจเื่การเมินเฉยใส่พี่สาวเสียจริง
คราวนี้ไป๋ถิงถิงเงยหน้าขึ้นหันไปมองพี่สาว นางขมวดคิ้วสงสัยเพราะแต่ไหนแต่ไรพี่สาวเกลียดป่ายิ่งนัก เอาแต่บ่นว่าอยากไปใช้ชีวิตในเมืองหลวง ไม่อยากอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ เกลียดหมู่บ้านนี้ยิ่งนัก เกลียดแม้กระทั่งบ้านที่ตนเองพักอาศัยอยู่และที่แย่ไปกว่านั้นพี่สาวมักจะบอกเสมอว่าเกลียดนาง และนี่คงเป็สาเหตุที่ทำให้พี่สาวตัดสินใจขายนางและพวกน้องๆ ให้กับพ่อค้าทาสเพื่อที่ตนเองจะได้เอาเงินไปตั้งตัวและใช้ชีวิตอยู่สุขสบายในเมืองหลวง เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงการกระทำที่แสนจะชั่วร้ายของพี่สาว ทำให้ไป๋ถิงถิงสะบัดหน้าหนีทันที
“ท่านจะตามมาก็แล้วแต่ท่าน แต่อย่ามายุ่งวุ่นวายกับข้าเป็พอ” ที่นางให้พี่สาวตามมาเพราะคิดว่าถึงอย่างไรพี่สาวคงไปเดินยังไม่ทันถึงชายป่า พี่สาวคงล้มเลิกและหันหลังเดินกลับบ้านเอง แต่สิ่งที่คิดและหวังไว้มักไม่ได้ดั่งหวัง พี่สาวยังคงเดินตามนางมาเรื่อยๆ ทำไมพี่สาวถึงไม่กลับไปสักที่นี่ก็เข้ามาด้านในป่าพอสมควรแล้ว
“น้องรอง รอข้าด้วย”
ไป๋ถิงถิงไม่สนใจเสียงเรียกของพี่สาวนางรีบเร่งฝีเท้าเดินเร็วยิ่งกว่าเดิม
“น้องรอง” ไป๋หลิงหลินเหนื่อยหอบพยายามเร่งฝีเท้าให้ทันน้องสาวแต่เร่งเท่าไหร่ก็ตามไม่ทันสักที ดูเหมือนร่างกายนี้จะเหนื่อยง่ายยิ่งนักอีกทั้งยังมีอาการปวดแขนเนื่องจากเมื่อวานนางง้างธนูยิงปลาโดยที่ไม่ได้คำนึงเลยว่าร่างกายนี้จะรับไหวหรือไม่ ช่างอ่อนแอยิ่งนัก นางพอจะเข้าใจแล้วทำไมน้องสาวถึงไม่กลัวนาง
“อาถิง!” ไป๋หลิงหลินะโเรียก แต่ก็ไม่มีวี่แววจากน้องสาวมีเพียงเสียงกิ่งไม้และใบไม้ที่เสียดสีกันยามลมพัดผ่าน น้องสาวทิ้งนางไปแล้ว
[ติ๊ง! ยินดีด้วยเ้าค่ะ! ท่านเดินครบหนึ่งหมื่นก้าวแล้ว ทำให้ผ่านเงื่อนไขของระบบตอนนี้ท่านสามารถใช้ ตัวช่วยส่งเสริมร่างกายได้แล้วเ้าค่ะ]