ย้อนกลับไปเมื่อวันนั้นที่เราแยกย้ายกันกลับพี่คลื่นกลับไปกับคาร่าส่วนพี่ทิมกลับกับพี่คินเหลือแต่ผมกับเมลที่ยังคงนั่งต่อพวกเรานั่งคุยกันกับเื่ที่เกิดขึ้นตอนนั้นผมคิดนะว่าสิ่งที่เราทำกับคาร่ามันดูเกินไปหรือเปล่าแต่ถ้ามองในมุมกลับสิ่งที่เธอทำมันก็ไม่ต่างอะไรกันเลยเธอพยายามจะใส่ร้ายพวกผมก็เลยต้องป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อนแต่ไม่คิดว่าเมลมันจะเอาคืนจริงผมเลยต้องเล่นตามน้ำไป
กลับมาที่ปัจจุบันผมหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายหลังออกจากคอนโดเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์ไม่นานรถมอเตอร์ไซค์เข้าจอดเทียบเมลยื่นหมวกกันน็อกมาให้ผมใส่เสร็จสรรพก่อนจะเคลื่อนตัวออกใช้เวลาเพียงสิบนาทีถึงบริษัทเมลจอดเทียบที่ด้านหน้าก่อนจะรับหมวกกันน็อกจากผม
“ตอนเย็นจะให้มารับป่ะเนี่ย”
“เดี๋ยวกูบอกอีกที”
เมลเบ้ปากมองผมด้วยความหมั่นไส้รู้แหละว่ามันคิดอะไรอยู่ผมก้มดูเวลาในมือถือตอนนี้ก็ปาไปเจ็ดโมงครึ่งแล้วก่อนจะบอกอีกคนให้ไปเดี๋ยวจะไม่ทันเข้างานเมื่อเห็นว่าเมลขับรถออกไปแล้วผมก็เดินเข้าบริษัทเดินมาถึงจุดประชาสัมพันธ์เข้าติดต่อก่อนจะจะนั่งรอเวลา
สายตากวาดมองรอบๆด้วยความเกร็งเพราะตอนนี้ผมเปลี่ยนสถานะจากนักศึกษาไปเป็นักศึกษาฝึกงานแล้วก้าวขึ้นมาอีกขุ้นก่อนจะไปเป็คนทำงานแบบเต็มตัวนั่งรออยู่ครู่ไม่นานพี่ภาคก็เดินตรงมาหาผมก่อนจะพาไปยังห้องทำงานระหว่างทางพี่ภาคได้เล่าประวัติของบริษัทคร่าวๆให้ฟัง บริษัทนี้ชื่อบริษัท Rideant Group เป็บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็เม้าส์คีย์บอร์ดหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆล้วนแล้วต่างมาจากที่นี่เท่านั้นด้านหลังตึกที่เราอยู่จะเป็โรงงานสำหรับผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คลังด้านซ้ายเป็งคลังสต็อคของ
มาถึงอาคารที่เราอยู่กันชั้นหนึ่งจะเป็ประชาสัมพันธ์แผนกแม่บ้าน และแผนกธุรการ ขึ้นมาชั้นสองเป็แผนกการตลาดและแผนกบัญชีขึ้นมาอีกชั้นเป็ชั้นสามเป็แผนกไอทีทั้งหมดซึ่งผมจะต้องอยู่ที่ชั้นนี้ส่วนชั้นสี่ชั้นบนสุดจะเป็ชั้นของเหล่าผู้บริหารทั้งหมด
พี่ภาคเปิดประตูห้องออกเผยให้เห็นด้านในฝั่งซ้ายเป็ห้องที่มีอุปกรณ์เครื่องจักรตั้งวางเรียงอยู่โดยมีกระจกใสกั้นฝั่งขวาเป็โต๊ะทำงานพี่ภาคนำผมมายังโต๊ะหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านในสุดมีคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องตั้งอยู่บนโต๊ะ
“อันนี้โต๊ะเรานะ สามารถเอาของมาไว้ที่โต๊ะได้เลย”
“ครับ”
ผมพยักหน้ากวาดสายตามองรอบห้องจะว่าไปั้แ่เข้ามาก็ไม่เห็นมีคนอยู่เลย
“จะว่าไปพวกพี่เขาไปไหนกันหมดหรอครับ”ผมหันไปถามพี่ภาคที่นั่งหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ว่างข้างผม
“ไปประชุมกับพวกช่างน่ะ เดี๋ยวอีกสักพักก็มา”
ระหว่างนั้นพี่ภาคก็แนะนำการใช้คอมพิวเตอร์และกฏต่างๆของที่นี่โดยคอมที่นี่จะใช้งานผ่านระบบเซิร์ฟเวอร์ผมที่เป็นักศึกษาฝึกงานจะต้องทำงานใส่ไดรฟ์ที่กำหนดจากนั้นก็ต้องแจ้งให้พี่เลี้ยงเป็คนตรวจและทุกครั้งที่จะลุกออกจากที่จะต้องล็อคคอมเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมาแกล้งเราได้
นั่งคุยกับพี่ภาคสักพักไม่นานประตูห้องก็เปิดออกเผยให้เห็นคนประมาณสี่ถึงห้าคนเข้ามาเป็จังหวะที่ผมหันไปจะสวัสดีพวกพี่เขาก็หันไปสบตากับพี่คลื่นพอดีอีกคนยกยิ้มให้ผมเล็กน้อยให้ผมหัวใจเต้นตุบๆแต่ต้องกลั้นความเขินเอาไว้ก่อน
“นี่บิล เป็นักศึกษาฝึกงานในแผนกเรา น้องมาฝึกที่นี่สี่เดือนยังไงก็ฝากกันดูแลน้องด้วย”
“สวัสดีครับ”
“ชื่อบิลหรอ อร้ายยยทำไมน่ารักอย่างนี้ พี่ชื่อน้ำนะ มีอะไรปรึกษาพี่ได้”
พี่น้ำคนสวยเอื้อมมือจับแก้มเบาๆผมส่งยิ้มให้เธอพลางตอบรับ พี่คลื่นเดินมาดันตัวเธอให้กลับไปนั่งที่ตัวเอง
“ไปทำงานได้แล้วไป”
“โถ่คลื่น ขอเต๊าะน้องหน่อยก็ไม่ได้”
พี่น้ำเบ้ปากก่อนนั่งลงที่โต๊ะทำงานพี่ภาคลุกจากเก้าอี้ก่อนจะเอื้อมมือแตะบ่าของพี่คลื่น
“เดี๋ยวพี่คลื่นจะเป็พี่เลี้ยงเรานะ สงสัยอะไรก็ถามมันได้เลย”
ผมหันไปสบตาพี่คลื่นก่อนจะส่งยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าตอบรับ
“งั้นพี่ไปล่ะ พอดีหัวหน้าเรียก”
พี่ภาคเดินออกจากห้องเหลือเพียงเขาและพี่ๆในห้องพี่คลื่นเดินมาหาผมก่อนจะให้ลุกจากเก้าอี้พี่คลื่นเดินนำไปยังอีกห้องที่อยู่ด้านในสุดเปิดเข้ามาด้านในมีตู้เซิร์ฟเวอร์ถัดมาด้านซ้ายเป็ตู้เน็ตเวิร์คที่เต็มไปด้วยสายแลน
“เดี๋ยวพี่จะให้เราเช็คสายแลนนะว่าแต่ละสายต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์เครื่องไหน เสร็จแล้วก็ทำเป็เอกสารนะ”
“ครับ”
หลังจากสั่งงานแรกเสร็จพี่คลื่นก็เริ่มสอนวิธีการเช็คทีละสายผมก็จำได้มั่งไม่ได้มั่งผมเหลือบมองเห็นพี่คลื่นที่กำลังทำงานโดยใช้โน้ตบุ๊คไม่ไกลมาก
“แอบมองพี่หรอ”
พี่คลื่นหันมามองพร้อมกับเอ่ยทักเมื่อรู้ว่าผมแอบมองเขาผมเม้มปากมองพี่คลื่นผ่านสายแลนนับร้อยพี่คลื่นยกยิ้มก่อนจะหันกลับไปทำงานตัวเองต่อผ่านไปราวชั่วโมงผมก็ยังคงง่วนอยู่กับการเช็คสายแลนส่วนพี่คลื่นก็ยังคงง่วนกับงานบนหน้าจอ
“เอ่อพี่คลื่นครับ จะว่าไปตอนนี้คาร่าเป็ยังไงมั่งครับ”
พี่คลื่นเงยหน้าจากโน๊ตบุ๊คหันมองผมเลิกคิ้วแสดงสีหน้าราวกับถามว่าถามเขาใช่มั้ยก่อนจะหันไปจดจ่อกับงานตรงหน้าต่อ
“ตอนนี้เธอกลับไปอยู่กับคุณย่าน่ะ คงอาทิตย์หน้ากว่าเธอจะกลับ”
บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้งจนได้ยินเสียงเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างชัดเจนพลางนึกคิดว่าหากคาร่ากลับมาเธอจะกลับไปทำแบบเดิมรึเปล่าคิดไปก็ปวดหัวโฟกัสงานตรงหน้าดีกว่า
ผ่านไปราวสองชั่วโมงในที่สุดงานเช็คสายแลนก็เสร็จผมหยิบกระดาษโน๊ตที่จดบันทึกเอาไว้ส่งให้พี่คลื่นเพื่อตรวจพี่คลื่นตรวจเช็คสิ่งที่ผมจดอยู่ครู่ก่อนจะยื่นมันกลับมาให้ผม
“ข้อมูลถูกต้องแล้ว ที่เหลือก็เอาไปทำใส่รายงานนะ”
“ครับ”
“พี่คลื่นครับ ที่พี่คลื่นพูดวันนั้นที่บอกว่าจะเป็เข้าหาผมเองพี่พูดจริงหรอครับ”
พี่คลื่นหันมองผมยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกมือวางบนหัวพลางโยกโคลงเบาๆ
“พี่พูดจริงทำจริงครับ ไหน ๆก็พูดขึ้นมาแล้วงั้นพี่เริ่มเลยมั้ย”
พี่คลื่นโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นดวงตาของเขาอย่างชัดเจนบวกกับประโยคเมื่อกี้เล่นทำเอาผมเกือบหยุดหายใจ
“งั้นก็เริ่มเลยละกัน start”
สายตาทอดมองไปบนถนนที่มีรถยนต์ขับผ่านไปมาบวกกับคนเดินตามข้างทางก่อนจะกันกลับมามองคนตรงหน้าพี่คลื่นรินน้ำเปล่าใส่แก้วสแตนเลสทั้งสองใบก่อนจะเลื่อนมาให้ผมใบหนึ่งตอนนี้เรานั่งอยู่ที่ร้านบะหมี่ข้างทางแถวคอนโดพี่คลื่น
“ร้านนี้อร่อยนะ พี่มากินบ่อย”
“พี่แอบพาใครมากินหรือป่าวครับเนี่ย”
ผมแซวคนตรงหน้าเล็กน้อยแม้จะรู้แหละว่าเขาไม่มีทางพาสาวที่ไหนมากินนอกจากเพื่อนหรือคนสนิทแต่ก็เพื่อแก้เขินผมเลยต้องหาเื่คุยเอาไว้ก่อน
“ทำไมล่ะ หึงพี่หรอ”
“ผมไม่มีสิทธิ์หึงหรอกครับ ก็เรายังไม่ได้เป็อะไรกันนี่”ประโยคสุดท้ายผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาผมก้มหน้ามองแก้วน้ำในมือกำมันแน่นเห็นมือหนาของอีกคนเข้ามาในกรอบสายตาเข้ามาจับมือเขาผมเงยหน้ามองอีกคนพี่คลื่นสบตาผมด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ถ้าเราอยากหึงพี่ก็จะอนุญาตให้เราหึง ถ้าเราอยากหวงพี่ก็อนุญาตให้เราหวงเรามีสิทธิ์ในตัวพี่ทุกอย่าง ไม่จำเป็ต้องรอเรามีสถานะ เพราะอีกไม่นานสถานะของเราก็จะชัดเจนเหมือนความรู้สึกพี่”
แน่นรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิร้อนที่แก้มก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายเต้นตุบๆเหมือนแผ่นดินไหว 8 ริกเตอร์เม้มปากแน่นพยายามกลั้นความเขินอายแต่มันก็กลั้นแทบไม่อยู่แล้ว
ไม่นานบะหมี่ที่สั่งไปก็มาเสริฟก่อนจะละมาจัดการกับอาหารตรงหน้าแทนเรานั่งกินไปพูดคุยไปโดยมีเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมาและภาพของผู้คนที่เดินผ่านไปมาเป็แบร็คกราวน์แม้สถานที่จะไม่สวีทเหมือนพวกในหนังที่ผมเคยดูแต่มันกลับทำให้หัวใจของผมพองโตอย่างบอกไม่ถูกพอกินกันเสร็จสรรพพี่คลื่นขับรถมาส่งผมที่คอนโด
“ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวนะครับ”
“ครับ ไว้พี่จะมาไปกินอีกนะหรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปกินที่คอนโดพี่ก็ได้”
อุณหภูมิพุ่งสูงอัตโนมัติผมตีเข้าที่แขนของพี่คลื่นด้วยความเขินอายให้ตายเถอะคนๆนี้ชอบทำให้ผมเสียอาการบ่อยจริงๆ
“งั้นพี่ไปก่อนนะ อ้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่มารับอย่าตื่นสายล่ะ”
“ครับ ขับรถกลับดีๆนะครับ แล้วก็…ถึงแล้วอย่าลืมทักมาบอกด้วยนะครับ”
พี่คลื่นยกยิ้มเอื้อมมือบิดกุญแจให้เครื่องดับก่อนจะเอาขาตั้งลงแล้วหันมามองหน้าผมผมมองการกระทำของอีกคนอย่างงๆว่าทำไมเขาถึงดับเครื่อง
“เฮ้อ พี่ไม่อยากกลับบ้านแล้วนอนนี่ได้มั้ยเนี่ย”
พี่คลื่นเท้าแขนกับหน้าปัดมอไซค์หันมามองหน้าผมอย่างเ้าเล่ห์เล่นทำเอาอุณหภูมิในร่างกายของผมขึ้นสูงจนเกือบจะทะลุปรอทผมยกมือปิดหน้าบิดตัวเขิน อีกแล้วพี่คลื่นทำดาเมจผมอีกแล้ว
“พี่ล้อเล่นน่ะ งั้นพี่กลับแล้วนะ”
“ครับ”
ผมโบกมือลายืนส่งอีกคนจนพี่คลื่นขับออกไปจากกรอบสายตาเมื่อถึงห้องผมอาบน้ำจัดการตัวเองเสร็จสรรพล้มตัวลงบนที่นอนหยิบตุ๊กตาพี่คลื่นเอามากอดเสียงสั่นจากมือถือผมรีบหยิบมันขึ้นมาเช็คเป็พี่คลื่นที่ส่งข้อความมามุมปากยกยิ้มขึ้นอัตโนมัติไม่รู้ว่ายิ้มอะไรนะแต่ยิ้มไว้เพราะเป็พี่คลื่น
sea:ส่งสติ๊กเกอร์
sea:ถึงแล้วครับ
billie:ส่งสติ๊กเกอร์
billie:ฝันดีนะครับ
ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้วยังไม่ทันที่ผมจะพิมพ์เพิ่มหน้าจอก็เปลี่ยนหน้าขึ้นว่าอีกฝ่ายโทรเข้ามามือที่ถือมือถือสั่นสีหน้าของผมตอนนี้ทั้งเหวอและใไม่คิดว่าพี่คลื่นจะโทรมาผมตัดสินใจกดรับได้ยินเสียงอีกคนทักขึ้นก่อน
[จะนอนแล้วหรอครับ]
“ครับ” ตอบกลับพลางเอาหน้าซุกกับตุ๊กตาพี่คลื่นอย่างเขินอาย
[นอนเร็วจัง ยังไม่ทันได้คุยกันเลย]
“ตอนอยู่ที่ทำงานเราก็คุยกันเยอะแล้วนะครับ”
[หรอ แต่พี่รู้สึกยังไม่พอเลย]
“อื้อออออออ”
เอาหน้าซุกกับตุ๊กตาพี่คลื่นปล่อยเสียงออกมาไม่ให้อีกฝ่ายได้ยินผมแอบได้ยินพี่คลื่นหัวเราะจากในโทรศัพท์ พี่คลื่นแกล้งผมอีกแล้ว ฮืออออ
[เอาล่ะๆ พี่ไม่กวนเราแล้ว ฝันดีนะครับ]
“ครับ ฝันดีครับพี่คลื่น”
[อ่อ แล้วก็ พรุ่งนี้งานที่สั่งต้องเสร็จนะครับ]
“พี่คลื่นนนนน”
สายตัดไปยังไม่ทันที่ผมจะเหวใส่อีกคนผมหลุบมองมือถือในมือก่อนหลุดกรี๊ดออกมาทันทีโดยไม่ลืมหยิบตุ๊กตาพี่คลื่นขึ้นมากอดฟัดจนยับยันตัวลุกนั่งก่อนจะเอาเ้าตุ๊กตาพี่คลื่นมาขยี้ด้วยความหมั่นไส้
“พี่คลื่นนะพี่คลื่นทำไมถึงชอบดาเมจผมแบบนี้นะ ฮือออออ เ้าบ้า อร้ายยยยย”
ฮืออออคุณพี่เลี้ยงตัวร้าย ร้ายที่สุดเลย