จื่อยวี่แย้มยิ้ม "ตอนที่เ้าเพิ่งมาผอมติดกระดูก ใครจะคิดเล่าว่าผ่านมาเพียงสามปีก็กลายเป็หญิงงามเสียนี่มิแปลกที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะชอบเ้า แม้แต่ข้าเห็นเ้าก็ยังรู้สึกชอบเลย"
เห็นทีฮูหยินผู้เฒ่าคงไม่ได้เก็บเื่นี้เป็ความลับสินะ จื่อยวี่อายุมากกว่าคุณชายเก้าหลายปีถึงนางอยากจะแข่งกับสุยอันก็แข่งมิไหว ไม่สู้สานสัมพันธ์อันดีต่อกันั้แ่ตอนนี้ เมื่อคิดได้เช่นนี้นางก็เอ่ยต่อ"เป็เื่ดีจริงๆ ข้าจะพูดอีกประโยคเดียว เ้าเป็สาวใช้ของคุณชายเก้าชาตินี้ก็ควรปรนนิบัติท่านดีๆมิใช่หรือ"นางไม่ได้บอกซุยอันตามตรงว่าฮูหยินผู้เฒ่าหมายตานางไว้จึงอยากให้นางไปเป็สาวใช้ห้องข้างของคุณชายเก้า
สุยอันได้ยินเช่นนั้นก็พลันเข้าใจถึงขั้นที่พูดว่าปรนนิบัติทั้งชาติแล้วคงไม่พ้นเป็สาวใช้ห้องข้างแน่ๆ อย่างมากก็คงได้เป็ถึงอนุ การเป็อนุสำหรับสาวใช้อย่างพวกนางก็ถือว่าดีมากแล้ว
แม้ในใจจะรู้สึกคับข้อง แต่ใบหน้าของนางก็ยังเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา ซ้ำยังยกยิ้มมุมปากพลางเอ่ย "หนึ่งบ่าวมิรับใช้สองนาย ที่ท่านพี่พูดข้าเข้าใจ"
จื่อยวี่เพียงยิ้มและรับรายการของไปไม่พูดอันใดอีก
สุยอันก็ไม่มีอารมณ์ต่อบทสนทนากับจื่อยวี่อีกเช่นกัน พอกลับถึงห้องก็ลงกลอนประตูแอบนับเงินของตนเงียบๆ
แต่ยิ่งนับอารณ์ก็ยิ่งขุ่นมัว
เงินที่นางมีอยู่ในมือหากรวมกับเงินอีแปะก็มีไม่ถึงสองตำลึงกอปรกับของรางวัลที่นานๆ ทีจะได้ในเทศกาล ต่างมีทั้งปิ่นทองสัมฤทธิ์สองสามอัน กำไลเงินที่เล็กแสนเล็กตุ้มหูไข่มุกสองสามคู่ หากนำทั้งหมดนี้ไปขายก็มิรู้ว่าจะได้ถึงสองตำลึงหรือไม่
ค่าตัวยามนั้นของนางคือห้าตำลึง ทว่าตอนนั้นนางผอมแห้ง ปัจจุบันนางอาศัยอยู่ในจวนนี้มาหลายปีหากคิดจะไถ่ตัวออกไปด้วยราคาเดิมเกรงว่าคงจะไม่ได้แล้ว
ยามปกตินางประหยัดกินประหยัดใช้ ซ้ำมิได้แต่งหน้าทาปาก หากเทียบกับผู้อื่นก็ถือว่านางพอเก็บเงินได้บ้างแต่บัดนี้กลับเข้าใจแล้วว่าที่ขยันขันแข็งมาตลอดหลายปีนั้นช่างเปล่าประโยชน์
ท่านพ่อที่อยู่ด้านนอกก็มิอาจคาดหวังใดๆ ได้ ในเมื่อมีความคิดที่จะไถ่ตัวออกไปก็มิอาจไปประจบเ้านายจนออกนอกหน้าเมื่อประจบไม่ได้แน่นอนว่าก็จะไม่ได้รับการตกรางวัลเช่นกัน
ฮูหยินผู้เฒ่าในเรือนเจิงหยางได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว แต่ก่อนที่แม่ทัพฉู่จะกลับมาก็ยังพอมีเวลาอยู่บ้างทำให้นางยังพอมีเวลาสังเกตการณ์อีกสักพัก "หลังปีใหม่ค่อยพูดเื่นี้ก็ยังไม่สาย" กล่าวจบก็เชิญหวางอันเหรินชิมแป้งพันชั้น
ฉู่ยี่ได้แต่แสยะยิ้มอยู่ในใจ สุยอันแม่สาวใช้ตัวดีผู้นี้คนอื่นอาจคิดว่านางเชื่อฟังรู้ความแต่เขากลับรู้ดีว่านางนั้นเ้าเล่ห์เพทุบายเท่าใด ในหัวมีแผนการอีกไม่รู้เท่าไร
คิดจะตีตัวออกหากจากเขา พอถึงเวลาก็จากจวนนี้ไปไม่ให้เห็นฝุ่นเลยสินะ
เหตุใดนางจึงไม่คิดบ้างว่าหากสาวใช้สหายเรียนไถ่ตัวออกไป เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคนอื่นอาจจะคิดหรือไม่ว่าเ้านายคนนี้มีโรคประหลาดอันใด เหตุใดเพียงสาวใช้แค่คนเดียวก็รั้งไว้ไม่อยู่
เมื่อคิดถึงตรงนี้แม้เขาจะไม่ชอบนาง แต่เพื่อชื่อเสียงของตนแล้วการรับนางมาอยู่ในเรือนก็มิมีอะไรเสียหาย
ครั้งหน้าหากพบนาง เขาคงต้องพูดเื่นี้กับนางโดยละเอียด เขาจะรอดูท่าทางตื่นตระหนกของนาง
หลายวันให้หลัง ฉู่ยี่ตั้งใจสังเกตนางเป็พิเศษ แต่กลับพบว่าสุยอันยังคงมีท่าทีดังเดิมคล้ายไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการที่จะได้เป็สาวใช้ห้องข้าง
ฉู่ยี่พลันรู้สึกสงสัยขึ้นมา เขาจะต้องรู้ความรู้สึกจริงๆ ของนางให้จงได้ยังมิทันที่เขาจะหาเื่อันใด ครอบครัวของอาจารย์หลินก็มาถึงปากน้ำแล้ว อีกมิเกินห้าหกวันก็คงจะเข้าเมืองหลวง
"มิใช่ว่ายังเหลืออีกครึ่งเดือนหรือนี่ เพิ่งผ่านกี่วันเองก็จะมาถึงแล้ว" บ่าวไพร่ต่างก็ประหลาดใจเช่นกัน
สุยอันไม่รู้เบื้องลึกอันใด รู้เพียงว่าตนจะดูแลพวกเขาขาดตกบกพร่องมิได้เด็ดขาดจึงตัดสินใจไปเชิญลู่มามาคนข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่ามาตรวจดูอีกครา "หากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ข้าคงต้องขอเชิญท่านไปตรวจดูสักเล็กน้อยข้ายังเด็กกลัวว่าจะมีจุดที่บกพร่องอยู่"
ลู่มามาไม่ได้ทำงานอยู่ในจวน สามีนางเป็หัวหน้าพ่อบ้านอยู่ในจวนนี้นางจึงคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้น จัดการนู่นนี่เล็กๆ น้อยๆ นางเป็คนมีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่นทุกคนในจวนจึงชอบที่จะไปมาหาสู่กับนาง
ลู่มามารู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าดูแคลนอาจารย์หลิน เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงลังเลเล็กน้อย"เอ่อ...ถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที ข้าก็ไม่แน่ใจว่าวันนั้นจะมีเวลาหรือไม่"
สุยอันตั้งใจมาแน่วแน่แล้วว่าจะพูดโน้มน้าวให้จงได้ จึงระบายยิ้มพลางเอ่ย"ฮูหยินผู้เฒ่าจงใจเรียกข้าน้อยไปพบเพื่อมอบหมายงานนี้ให้โดยเฉพาะข้าเพียงสงสัยว่าคนทางใต้ให้ความสำคัญกับเื่ใดบ้าง เพราะเื่พวกนี้ข้าไม่สันทัดนักกลัวว่าอาจจะดูแลแขกได้ไม่ดี ถึงเวลานั้นเกรงว่าพวกเขาอาจจะฟ้องนายท่านได้ ข้าโดนว่าสักหน่อยก็มิเป็ไรกลัวแต่จะทำให้คุณชายเก้าเสียหน้า ได้ท่านหูตากว้างไกลสามารถตอบข้อสงสัยต่างๆ หากมีมามา*อยู่คงมีประโยชน์กว่าข้าเป็ร้อยเท่า แค่มามาไปยืนอยู่ตรงนั้น รัศมีความน่าเชื่อถือก็มากกว่าพวกข้าเป็ร้อยพันเท่าแล้วมามาแสนดี ท่านถือเสียว่าสงสารข้าเถิด ต้องไปให้ได้นะเ้าคะ แค่มีท่านอยู่ขาและหัวใจของข้าก็ไม่สั่นแล้วเพราะมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ"
ลู่มามาฟังแล้วชื่นใจ
ที่เขาว่ากันว่าสาวใช้สหายเรียนของคุณชายเก้าไม่ธรรมดา ดูท่าแล้วจะไม่ใช่คำพูดโคมลอยคำพูดของนางเมื่อครู่แฝงความนัยไว้หลายข้อ
เริ่มจากเชิญให้ลู่มามาไปดูขนบธรรมเนียมของคนทางใต้ จะถูกหรือผิดอันใดก็ให้นางไปเรียนฮูหยินผู้เฒ่าเอง
ข้อที่สอง การที่สุยอันต้อนรับแขก นัยหนึ่งก็ถือเป็ตัวแทนของฮูหยินผู้เฒ่าหากมีอันใดผิดพลาดแม่ทัพทราบเข้าคงมิพ้นต้องกล่าวโทษฮูหยินผู้เฒ่า
ข้อสุดท้าย หากลู่มามาไปจริงก็เท่ากับว่าไม่มีที่อะไรผิดพลาดแล้วหากมีนั่นก็เป็เื่ของคนฝั่งนู้นเอง มิได้เกี่ยวข้องกับการต้อนรับของจวน
"เช่นนั้นถึงเวลาข้าจะไปดูให้เ้า เด็กคนนี้ช่างหลักแหลมนัก"
สุยอันเอ่ยขอบพระคุณอย่างดีใจ พอกลับมาหัวหน้าพ่อบ้านลู่ก็ส่งคนมาถามเื่วันที่แน่ชัดของครอบครัวอาจารย์หลินที่จะมาถึง
นางไปหาจื่อยวี่อีกหนึ่งรอบเพื่อเร่งให้ห้องพัสดุจ่ายของออกมาและเบิกถ่านที่จะใช้ในฤดูหนาวมาทีเดียวจนครบเพราะยุ่งอยู่กับเื่การจัดเตรียมต่างๆ ทำให้ความหวาดกลัวในใจของนางค่อยๆ จางหายไป
"ความจริงคุณชายเก้าก็เป็แค่เด็กคนหนึ่ง จะไปเข้าใจอะไรได้" นางบ่นพึมพำในใจ
"เ้าพูดอะไร"
ฉับพลันนั้นก็มีเสียงแฝงโทสะของฉู่ยี่ดังขึ้นจากทางด้านหลังสุยอันถึงรู้ตัวว่าเมื่อครู่ตนไม่เพียงคิดในใจ แต่ได้พูดออกมาด้วย
"คารวะคุณชายเก้าเ้าค่ะ" นางกุลีกุจอคำนับ ไหนๆ ความผิดก็ชัดเจนอยู่แล้ว หากแก้ไขได้เล็กน้อยก็ควรจะทำ
"พอได้แล้ว ตอนนี้ไม่มีใครอย่ามาเสแสร้งใส่ข้าเช่นนี้" ฉู่ยี่จ้องนางด้วยแววตาประหัตปะา "บอกว่าข้าไม่รู้อะไรเช่นนั้นรึ เฮอะ ข้ารู้อะไรเยอะกว่าเ้าแน่นอนรอให้เ้าเข้าเรือนข้า..."
เขาเอ่ยได้ครึ่งประโยคและจงใจไม่เอ่ยต่อ แต่กลับปรายตามองสุยอันอย่างมีความหมาย
สุยอันทำเป็ไม่รู้ความ ตั้งใจทำเป็กลัวตัวสั่นงกๆ "คุณชายเก้าจะโบยบ่าวทั้งสามเวลาหลังอาหารเลยหรือเ้าคะ หรือว่าจะไม่ให้บ่าวกินอิ่ม"
ฉู่ยี่พลันหน้าแดงเล็กน้อย เขานึกถึงความร้อนรุ่มในราตรีหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิ...พอรุ่งเช้าท่านแม่ก็ให้กูกูที่สอนเื่วิถีของมนุษย์มาบรรยายเื่อย่างว่าเมื่อเขาหันไปเห็นสุยอันที่ทำท่าทางเซ่อซ่าขบขันอยู่ด้านข้างก็ยันโครมเข้าให้ แต่เขาก็มิได้ออกแรงจริงจัง
ฉู่ยี่ถีบเสร็จก็ลุกพรวดออกไป สุยอันได้แต่ตะเกียกตะกายขึ้นมาเองใช้มือปัดฝุ่นบนตัวออก จึงทำให้ครั้งนี้นางยั้งปากอยู่และกำลังคิดบางอย่างอยู่ในใจ'มิรู้ว่าหากฮูหยินของอาจารย์หลินมาแล้วจะตกรางวัลให้หรือไม่หากพวกเขามิรู้ธรรมเนียมให้ทีแปดตำลึงสิบตำลึง...'
เมื่อนึกถึงบิดาอ่อนแอขี้โรคของตน หากเวลานั้นท่านบุกมาร้องห่มร้องไห้ที่จวนไม่แน่ว่าฮูหยินผู้เฒ่าอาจจะใจอ่อนสงสารที่เขาไม่มีคนดูใจแล้วยอมปล่อยนางออกไป...
สุยอันวาดฝันไว้งดงาม เอามือเท้าสองข้างแก้ม ยิ้มจนตาหยีเป็พระจันทร์เสี้ยวแม้แต่ฉู่ยี่ไปแล้วกลับมาอีกรอบนางก็ไม่รู้ตัว
ฉู่ยี่นึกถึงยามที่ตนอยู่กับกลุ่มบุรุษหยาบกระด้างเ่าั้และมักจะได้ยินพวกเขาบอกว่าต้องคอยจัดการภรรยาอยู่เสมอพวกนางถึงจะสงบกันได้...หรือว่าสุยอันก็ชอบให้ลงไม้ลงมือเช่นกัน?
คุณชายเก้าแห่งตระกูลฉู่เดินส่ายหัวจากไป เขารู้สึกว่ายังมีเื่ที่ตนไม่รู้อีกมากมายนักโดยเฉพาะใจของอิสตรีช่างเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรนัก บางครั้งอาจควานเจอแต่กระนั้นก็อาจจะถูกทิ่มเอาได้โดยมิรู้ตัวอย่างไรก็ตาม เขาไม่มีทางเอาสุยอันแม่สาวใช้ตัวดีนี่แน่ ให้นางสวยเสียของไปเช่นนั้นเถิด
เพราะมีจุดมุ่งหมายที่บอกใครมิได้ ดังนั้นสุยอันจึงจริงจังและให้ความสำคัญกับเื่ครอบครัวของอาจารย์หลินมากพลอยทำให้ได้รับความรู้สึกดีๆ จากอาจารย์หลินไม่น้อย
วันที่ฮูหยินหลินเข้าเมือง สุยอันตั้งใจสวมเสี่ยวอ่าวสีสันสดใสฉู่ยี่และอาจารย์หลินเดินตามกันเข้ามาในห้องหนังสือ ทั้งสองพลันดวงตาเป็ประกาย
สุยอันมีใบหน้าเล็ก ผิวขาวเนียน เมื่อพิศมองให้ดีก็เข้ากับบทกลอนในซือจิงที่ว่า'มือดังต้นอ้อ ผิวดังนวลไข'
และมิรู้ว่าเป็เพราะอาจารย์หลินมิได้พบหน้าครอบครัวมานานหรือกระไรจึงทำให้น้ำเสียงในวันนี้แข็งทื่อ ซ้ำเมื่อบรรยายไปถึง่ท้ายๆ เนื้อหาก็วกไปวนมา เนื้อหาประโยคเดียวกลับพูดซ้ำสามสี่รอบ
ฉู่ยี่แย้มยิ้มพลางลุกขึ้นยืน "วันนี้อาจารย์แม่มาถึงจวน ศิษย์ควรไปคารวะด้วยเช่นกัน วันนี้เราเลิกเรียนเร็วหน่อยจะเป็กระไร" เขาหันมาถามสุยอัน "ในห้องหนังสือมีเสื้อผ้าของข้าหรือไม่ เปลี่ยนเป็ชุดที่เป็ทางการหน่อย"
สุยอันปรนนิบัติคุณชายเก้าจนทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ทว่าฉู่ยี่รูปร่างสูงโปร่งเขาสูงกว่านางไปหนึ่ง่หัว เวลาที่ต้องสวมเสื้อคลุมให้ แขนของสุยอันก็ดูสั้นไปถนัดตาแม้จะเขย่งเท้าก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนัก
ฉู่ยี่เบ้ปากหนึ่งทีพลางเอ่ยด้วยท่าทีดูถูกเหลือแสน "โง่"
สุยอันคิดว่าตนเป็ผู้ใหญ่ก็ต้องใจกว้างมีเมตตา ไม่ถือสาเอาความกับเด็กอย่างเขา
หลังเก็บข้าวของเรียบร้อย นางก็เดินตามอาจารย์หลินและฉู่ยี่ไปยืนที่หน้าประตูใหญ่
ตอนที่พวกนางไปถึงหน้าประตูใหญ่ คนสกุลหลินยังมาไม่ถึง
สุยอันนานทีปีหนจึงจะมีโอกาสมาที่หน้าประตูจวนจึงสังเกตรอบด้านอย่างถี่ถ้วน
ประตูใหญ่ของจวนฉู่เป็แบบคานกว้าง บานประตูอยู่กลางเฉลียง ประตูหน้าประตูกว้างขวางและสว่างตามกฎเกณฑ์แล้วเป็รองเพียงประตูใหญ่ของจวนอ๋องเท่านั้นนี่ก็เป็รางวัลประทานจากฮ่องเต้ที่ทรงสั่งให้บูรณะใหม่ตอบแทนที่ปีนี้แม่ทัพฉู่นำทัพมีชัยหลายครั้งโดยปกติแล้วประตูใหญ่จะถูกปิดไว้ เปิดเพียงประตูเล็กด้านข้างเพื่อให้คนไปมาหาสู่ได้
ฉู่ยี่ยืนอยู่หน้าประตูเห็นอาจารย์หลินหันกลับไปมองด้านหลังถึงสองครั้งจึงหันไปมองตามพบว่าสายตาของบ่าวรับใช้หนุ่มจากทุกเรือนกำลังมองไปที่สุยอัน ทำให้เขาพลันไม่สบอารมณ์จึงจ้องนางเขม็งด้วยความไม่พอใจ "ไปยืนรออยู่ประตูรองนู่นไป"
สุยอันไม่พอใจเพราะไม่สามารถรอคำนับฮูหยินหลินเพื่อรับเงินรางวัลได้ทันท่วงที
นางเพิ่งเดินถึงประตูรองก็มีบ่าวคนหนึ่งเดินมาบอกข่าวทันที "พี่สุยอัน ฮูหยินหลินและคุณชายหลินและคุณหนูหลินเข้าจวนมาแล้วครับ"
สุยอันรีบดึงเขาเอาไว้และหยิบเงินออกมาสิบกว่าอีแปะ พลางเอ่ย"รบกวนเ้าไปบอกลู่มามาที่เรือนด้านหลังสักหน่อย"
อาจารย์หลินมีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละหนึ่งคน บุตรชายนามหลินซ่งเฟิงบุตรสาวนามหลินซ่งหลุน จากการตั้งชื่อก็พอจะรู้ได้ว่าอาจารย์หลินให้ความสำคัญกับคุณหนูหลินมากกว่าสามารถดูได้จากชื่อหลุนของนาง บนเขานวี่ฉวงมีวิหกชนิดหนึ่งรูปร่างคล้ายไก่ฟ้านามว่าหลุนเมื่อใดปรากฏใต้หล้าสงบสุข*
หลินซ่งหลุนอายุสิบห้า นางได้ปรึกษากับน้องชายระหว่างทางแล้วหากพบลูกศิษย์ของบิดาก็จะนับเรียกเป็ศิษย์น้อง ั้แ่โบร่ำโบราณมาการเข้าศึกษามิได้วัดกันที่อายุแต่ดูกันที่ใครเริ่มศึกษาก่อนหลัง แม้สกุลหลินของพวกนางจะมิใช่ตระกูลสูงศักดิ์มีชื่อเสียงอันใดแต่ก็ถือว่าเป็ตระกูลบัณฑิตมาหลายชั่วอายุคน สองพี่น้องเข้ารับการศึกษากับบิดามาั้แ่เด็กแม้คุณชายตระกูลฉู่จะเริ่มศึกษาเร็วแค่ไหน ทว่าก็คงสู้สองพี่น้องไม่ได้
เพียงพวกเขาลงจากเกี้ยวก็เห็นฉู่ยี่ทันที
*มามา คำเรียกสาวใช้าุโอย่างให้เกียรติ
*กูกู คำเรียกสตรีที่มีอายุมากกว่าอย่างให้เกียรติ
*บนเขานวี่ฉวงมีวิหกชนิดหนึ่งรูปร่างคล้ายไก่ฟ้านามว่าหลุนเมื่อใดปรากฏใต้หล้าสงบสุข : หนึ่งในบทกลอนของคัมภีร์ทะเลและขุนเขา(三海经)บท(女床山)
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า