Galactic Imperium

ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด The Company 3

ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด The Company 3

หากจะบอกว่ามีสิ่งหนึ่งที่พระเอกอิเซไคไปยุคสามก๊กหรือมหาสงครามชิงแผ่นดินในอดีตนอกเหนือจากความรู้ที่มาจากอนาคตแล้ว

สิ่งที่แตกต่างไปอีกอย่างหนึ่งคือ

Ambition

ความทะเยอทะยาน

อาจจะไม่ใช่เรื่องของมหาสงครามชิงแผ่นดินชิงทรัพย์สินหรืออำนาจแต่คือการที่เรามีแนวคิดที่แตกต่างไปจากคนในยุคเดียวกัน

ว่าเราที่มาจากยุคอื่นมีมุมมองและค่านิยมที่แตกต่างออกไปจากคนในยุคเดียวกัน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างมายองเนสเค้ก เสื้อชั้นในแบบที่แนวอิเซไคชอบทำมาขายหรือแนวคิดทางการเมืองและเทคโนโลยีต่างๆ

มันมาจากรากฐานมาจากแนวคิดที่ว่า

มีหนทางอื่นนอกจากหนทางปัจจุบันที่มีอยู่

ทำให้พระเอกอิเซไคมองว่ามันมีหนทางอื่นนอกจากแนวคิดปัจจุบันที่ยอมรับกัน

ซึ่งแนวคิดเช่นว่านั้นอาจจะขัดแย้งกับแนวคิดที่ยอมรับกันในสังคมนั้น

หากเรารวยที่สุดในโลกอย่างอีลอนมัสก์เราก็อาจะบ้าคลั่งพยายามหาสิ่งที่ไม่มีอยู่ในตอนนั้นหรือสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้

เพราะเรารวยในสภาวะนั้นเราคงหาสิ่งที่เงินซื้อได้ทุกอย่างมาเป็นของเรา

สิ่งที่เราหาไม่ได้ก็มีแต่สิ่งที่มีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้เท่านั้นเช่นบลูอายส์ไวท์ดราก้อนสามใบหรือชุดเกราะไอร่อนแมน ที่จะพอกระตุ้นกิเลสของมหาเศรษฐีได้

แบบเดียวกับแนวสตาร์เทรกสหพันธ์มองว่าคนจากยุคปัจจุบันที่มาฟื้นคืนชีพในยุคนั้นมีความทะเยอทะยานมากกว่าคนธรรมดา

ว่านักธุรกิจนายธนาคารยุคปัจจุบันที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาถึงกับได้ดิบได้ดีไปเป็นนักการทูตในดาวที่มีเผ่าพันธุ์ที่เน้นการค้าได้เลยทีเดียว

ว่าหากในโลกที่มีทุกสิ่งทุกอย่าง

สิ่งที่ขาดไปคือแนวคิดที่ว่าจะเอาทรัพยากรและโอกาสที่ยุคนี้ให้มานั้นไปทำอะไร

ดังนั้นจากใจท่านจักรพรรดิ เอ๊ยอดัมบอสหนุ่มไฟแรงนั้นไม่ได้โกหกแต่ประการใด

เขาค่อนข้างตกใจกับการสร้างสิ่งก่อสร้างอย่างรวดเร็วของพวกวอล์กเกอร์และโดรนต่างๆ

ที่แค่ขอเพียงมีมนุษยน์มาอนุมัติการทำงานทุกอย่างก็แทบจะดำเนินไปได้โดยไม่ต้องใช้มนุษย์

ขีดจำกัดด้านเทคโนโลยีอยู่ที่ประมาณมนุษย์หนึ่งคนควบคุมเป็นหัวหน้าปัญญาประดิษฐ์ประมาณห้าแสนหน่วย

แต่ข้อกำหนดตามกฎหมายอยู่ที่มนุษย์หนึ่งคนต่อห้าแสนหน่วยปัญญาประดิษฐ์

ทำให้เรียกว่าคอขวด Bottleneck ที่เป็นขีดจำกัดของการก่อสร้างของยุคนี้อยู่ที่ประสิทธิภาพของโดรนและวอล์กเกอร์แต่ละหน่วยและจำนวนประชากรที่จะมาออกคำสั่งควบคุมสิ่งเหล่านี้นั่นเอง

อดัมไม่คิดจะแก้กฎหมายในตอนนี้แต่พยายามเก็บประสบการณ์จากภาคสนามจริงๆว่าอะไรที่สามารถเพิ่มหรือลดลงมาได้ในแง่ของการก่อสร้างและอุตสาหกรรม

แต่เรเว่นนักข่าวชื่อดังที่เก่งกาจในด้านควบคุมสีหน้าสีหน้าถึงกับกระตุก

อย่างที่บอกว่าคนคุมโดรนก่อสร้างวอล์กเกอร์ต่างๆนั้นมีเท่าไรก็ไม่พอมีงานเสมอ

แต่เพราะอย่างนั้นงานประเภทนี้หากเทียบกับสังคมปัจจุบันก็ไม่ต่างกับคนงานก่อสร้างผู้ใช้แรงงาน

การบอกว่าจะสนับสนุนกีฬาวอล์กเกอร์และโดรนต่อสู้นั้นต่อเรเว่นก็ไม่ต่างกับการบอกสำนักข่าวระดับโลกในยุคปัจุบันว่าเราจะสนับสนุนการกัดสุนัขรถแต่งแข่งกันที่เป็นกีฬาของกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ไม่มีรายได้ หรือสมองมากนักในสังคมของจักรวรรดินี้

เอ่อก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจจริงๆนะคะ

แม้แต่เรเว่นนักข่าวมอือาชีพก็เอาคำถามต่อไปไม่ถูกเหมือนไปสัมภาษณ์ข่าวฉาวใต้เตียงดาราไอด้อลชื่อดังแต่อีกฝ่ายดันมาตอบเกี่ยวกับอันเดอร์เทกเกอร์แข่งในเรสเติ้ลมาเนียร์

คล้ายกับเรื่องGalactic Imperium ที่คุณอ่าน