แสงอรุณเพิ่งจับขอบฟ้า ทอดเงาสลัวผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าซอมซ่อของโรงครัวประจำสำนักกระบี่เมฆาคล้อย
บนกองฟืนมุมห้อง ร่างสีดำขนาดเท่าลูกเมล่อนขยับตัวลุกขึ้น เยี่ยนอู๋ก้มมองอุ้งเท้าเล็กป้อมของตนเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ เพียงแค่นึกถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ยามที่ตนสยายปีกบดบังแสงตะวัน กวาดล้างเก้าสำนักเซียนจนราบเป็หน้ากลอง ความอดสูในยามนี้ก็แทบทำให้สัตว์ร้ายอยากจะกระอักเื
อสูราผู้เกรียงไกร กลับต้องมาอยู่ในสภาพลูกหมาขนปุย และที่เลวร้ายที่สุดคือพันธะชีวิตบัดซบที่ผูกติดกับเ้าเด็กมนุษย์ไร้ค่าผู้นั้น!
เยี่ยนอู๋หันขวับไปมองร่างของหลินเฉาที่ยังคงนอนกรนเสียงดังอยู่บนเตียงไม้แคบๆ แววตาของสัตว์ร้ายทอประกายเย็นเยียบ
ข้าต้องฆ่าเ้าเด็กนี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความอัปยศนี้จะกลายเป็เื่จริงจัง!
กลิ่นหอมหวนของซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนมาข้ามคืนลอยกรุ่นมาจากเตาไฟใหญ่กลางห้อง ความหวานมันของไขกระดูกที่ละลายปนกับสมุนไพรป่าโชยเตะจมูกจนน้ำย่อยในกระเพาะสั่นระรัว เยี่ยนอู๋แสยะยิ้มมุมปาก อสูรร้ายค่อยๆ ย่องอย่างเงียบกริบ ปีนขึ้นไปบนขอบเตาด้วยท่าทางทุลักทุเลจนยิ่งทวีความหงุดหงิด ก่อนจะชะโงกหน้าเหนือหม้อซุปที่กำลังเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย
สัตว์ร้ายรวบรวมพลังที่เหลืออยู่น้อยนิด เค้นเอาพิษร้ายแรงที่สุดเท่าที่ร่างกายอันอ่อนแอนี้จะผลิตได้ออกมา หยดของเหลวสีม่วงเข้มข้นหยดหนึ่งร่วงหล่นจากเขี้ยวเล็กๆ กระทบผิวน้ำซุปสีทองอร่าม
ฟ่อออ...
เกิดเสียงฟองอากาศแตกตัวเบาๆ น้ำซุปเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำชั่วอึดใจ ก่อนจะกลับมาเป็สีน้ำตาลทองน่าทานตามเดิม ไร้กลิ่น ไร้สี ไร้ร่องรอย นี่คือความน่ากลัวของ 'พิษอสูรา' ต่อให้ถูกเจือจางด้วยน้ำทั้งสระ ก็เพียงพอจะคร่าชีวิตมนุษย์ธรรมดาได้ในพริบตา
เมื่อจัดการวางยาเสร็จสิ้น เยี่ยนอู๋ก็ะโลงจากเตา กลับไปขดตัวนอนบนกองฟืน ทำตาใสซื่อรอคอยผลงานอย่างใจจดใจจ่อ
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม หลินเฉาก็บิดี้เีลุกขึ้นจากเตียง ชายหนุ่มหาวหวอดใหญ่ เดินงัวเงียตรงไปที่เตาไฟ กลิ่นซุปที่เคี่ยวจนได้ที่ทำเอากระเพาะของเขาส่งเสียงร้องประท้วงโครกคราก
"หอมใช้ได้เลยแฮะ วันนี้ต้องเปิดร้านวันแรก ร่างกาย้าพลังงานสักหน่อย"
หลินเฉาพึมพำกับตัวเอง คว้าชามไม้และกระบวยขึ้นมาเตรียมจะตักซุป เยี่ยนอู๋ที่แอบมองอยู่หูตั้งชัน ั์ตาของลูกหมาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
เอาเลย... ตักเข้าปากซะ! กลืนลงไปให้หมด!
ทว่า ในจังหวะที่กระบวยกำลังจะจ้วงลงไปในหม้อนั้นเอง...
ปัง!
ประตูโรงครัวถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนบานพับลั่นเอี๊ยดอ๊าด ชายหนุ่มสวมชุดศิษย์สีกรมท่าเดินส่ายอาดๆ เข้ามาในห้องด้วยสีหน้าหงุดหงิด
หลินเฉาชะงักมือ หันไปมองผู้มาเยือน ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างราวกับเห็นผี ชามไม้ในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
"เอ๊ะ... ทำไมหน้าตาเหมือนคนที่ตายเมื่อวานเป๊ะเลยล่ะ!?" หลินเฉาอุทานเสียงหลง ชี้หน้าศิษย์พี่ตรงหน้าด้วยมือที่สั่นเทา
ศิษย์พี่ผู้นั้นขมวดคิ้ว ไม่สนคำถามประหลาดของหลินเฉาแม้แต่น้อย เขาทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นกระดูกหมูตุ๋นที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ก่อนจะตาเป็ประกายแล้วเดินตรงดิ่งมาที่หน้าเตาไฟ
"หิวข้าวโว้ย! เมื่อเช้าฝึกหนักไปหน่อย... โอ้โห ซุปนี่หอมทะลุจมูกเลยนี่หว่า ขอศิษย์พี่ชิมหน่อยแล้วกัน!"
ไม่พูดพร่ำทำเพลงและไม่รอคำอนุญาต ชายหน้าเหมือนเคนหนีคว้ากระบวยจากมือหลินเฉา จ้วงน้ำซุปจากหม้อขึ้นมาเต็มกระบวย แล้วยกขึ้นซดรวดเดียวหมดเกลี้ยง!
หลินเฉายังคงยืนอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์สุดพิลึกตรงหน้า
ทว่า วินาทีต่อมา...
ใบหน้าของศิษย์พี่เบิกบานสุดขีด ดวงตาเปล่งประกายราวกับได้ขึ้น์ "อ๊า! อร่อยล้ำเลิศ! รสชาติกลมกล่อมระดับปรมาจาร—"
ยังไม่ทันสิ้นประโยค ใบหน้าที่กำลังเคลิบเคลิ้มพลันเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ ร่างกายแข็งทื่อเป็แผ่นกระดานในชั่วพริบตา ศิษย์พี่หงายหลังตึงล้มตึงฟาดพื้นเสียงดังสนั่น ขาทั้งสองข้างชี้ฟ้าสั่นกระตุกเป็จังหวะสามช่าอยู่สามวินาที ก่อนที่น้ำลายจะพุ่งทะลักออกจากปากเป็ฟองฟ่อดราวกับน้ำพุร้อน... แล้วก็นิ่งสนิท สิ้นใจตายคาที่ด้วยใบหน้าที่ยังคงยิ้มค้างเพราะความอร่อย!
หลินเฉายืนตัวแข็งทื่อ มองศพที่นอนขาชี้ฟ้าอยู่แทบเท้า ก่อนจะแผดเสียงร้องลั่นสุดหลอดลม
"บัดซบเอ๊ย! ไอ้พวกเวรฆ่าเคนหนีอีกแล้ว!!"
ชายหนุ่มทรุดตัวลงกุมขมับ เหตุใดชายหน้าเหมือนศิษย์พี่คนเมื่อวานถึงโผล่มา? แล้วทำไมถึงมาตายซ้ำรอยเดิมเป๊ะๆ แถมตายเพราะซุปสุดอร่อยของข้าอีกต่างหาก!? นี่มันเื่ตลกร้ายอะไรกันวะ!
ในมุมมืดของกองฟืน เยี่ยนอู๋แทบจะเอาอุ้งเท้าก่ายหน้าผาก หากอสูราร้องไห้ได้ อสูรร้ายคงน้ำตาตกในไปแล้ว พิษหยดเดียวที่อุตส่าห์รีดเร้นพลังทั้งคืน กลับต้องมาสูญเปล่าเพราะตัวประกอบกระจอกๆ ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้!
ไอ้มนุษย์หน้าโง่! เ้าแย่งความตายของเ้านายเ้าไปทำไม! เยี่ยนอู๋ก่นด่าในใจอย่างคลุ้มคลั่ง
ท่ามกลางความตื่นตระหนก หลินเฉาที่กำลังสติแตกเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีละอองน้ำซุปที่กระเด็นจากกระบวยเมื่อครู่ ติดอยู่ที่ริมฝีปากของตน
ทันทีที่ละอองพิษอสูรเข้าสู่ร่างกาย อุณหภูมิในตัวหลินเฉาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ความร้อนดั่งไฟนรกสายหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าสู่เส้นเื
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง 'รากชะตาว่างเปล่า' ภายในจุดตันเถียนของชายหนุ่มก็ตื่นขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เส้นใยพลังลางเลือนที่ร้อยรัดหลินเฉาไว้กับเยี่ยนอู๋ด้วย 'พันธะชีวิต' สว่างวาบขึ้นกลางห้วงิญญา ดุจรับรู้ได้ถึงภยันตรายจากพิษร้ายที่กำลังคืบคลาน รากชะตาว่างเปล่าจึงแผ่ตัวออกอย่างนิ่มนวล ซึมซับเอาเคล็ดต้านพิษอันติดกายของเยี่ยนอู๋ผ่านเส้นใยเส้นนั้น แล้วก่อร่างขึ้นใหม่ภายในกายของหลินเฉาในชั่วลมหายใจเดียว
การถ่ายเทครานี้แ่เบาดุจเงาไม้ทาบลงบนผิวน้ำ เพียงทาบทับโดยมิได้พรากสิ่งใดไป รากชะตาเพียงจำลองเงาของเคล็ดวิชานั้นมาสวมไว้ หาได้แตะต้องลมปราณของเยี่ยนอู๋แม้สักหยดไม่ ทุกสิ่งจึงเงียบงันไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
ความร้อนลวกในร่างกายหลินเฉามลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด ชายหนุ่มเรอออกมาเสียงดัง "เอิ๊ก~" รสชาติหวานกระดูกหมูยังติดปลายลิ้น เขารู้สึกโล่งท้องอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
เยี่ยนอู๋ที่กำลังหงุดหงิด จ้องมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า
มะ... หมายความว่ายังไง!
อสูรร้ายมั่นใจว่าเมื่อครู่เ้านายของตนเผลอกลืนพิษเข้าไปแล้วแน่ๆ แต่ทำไมเ้าเด็กนี่ถึงไม่เป็อะไรเลย! แถมยังหน้าตาสดใสขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก!
เยี่ยนอู๋สำรวจพลังในร่างของตนเอง ทุกสิ่งยังคงเป็ปกติ ลมปราณมิได้พร่องหายไปแม้สักนิด ในเมื่อไร้พลังใดสูญเสีย อสูรร้ายจึงมิอาจล่วงรู้ได้เลยว่าเคล็ดต้านพิษอันเป็ของตน ถูกผู้อื่นฉวยลอกเอาไปจนสิ้นแล้ว
ลูกหมาดำนั่งสั่นเทิ้มด้วยความสับสน เป็ไปไม่ได้... หรือว่าร่างกายหมาโง่ๆ นี่จะทำให้พิษอสูรของข้าเสื่อมสภาพ หมดอายุขัยไปแล้ว!? ข้ากลายเป็สัตว์เลี้ยงไร้พิษสงไปแล้วจริงๆ หรือนี่!
ในขณะที่เยี่ยนอู๋กำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง หลินเฉาก็กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหม่ ชายหนุ่มเดินวนไปวนมาในโรงครัว เหงื่อแตกพลั่ก
"ทำไงดี ทำไงดี... ถ้ามีคนมาเห็นศพนี่ ข้าต้องโดนข้อหาฆาตกรรมศิษย์ร่วมสำนักแน่ๆ" หลินเฉาพึมพำอย่างร้อนรน สายตามองหาที่ซ่อนศพ
ทว่า ์มักไม่เคยปรานีผู้ไร้ปราณ
ตึง!!
เสียงถีบประตูดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูโรงครัวที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จเมื่อวานถูกเตะจนหลุดกระเด็นออกจากบานพับ ฝุ่นผงคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
บุรุษหนุ่มในชุดศิษย์สีกรมท่าสามคนก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคุกคาม ใบหน้าของพวกเขากร้านแดดและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ บ่งบอกถึงความเป็อันธพาลประจำสำนักอย่างชัดเจน
"เฮ้ย! เมื่อกี้ข้าได้กลิ่นอายของสัตว์อสูรล้ำค่าลอยมาจากแถวนี้!" หนึ่งในนั้นซึ่งดูเหมือนจะเป็หัวโจกตวาดลั่น ั์ตาของชายฉกรรจ์สอดส่ายไปทั่วโรงครัว
กลิ่นพิษอสูราที่เยี่ยนอู๋ปล่อยออกมาเมื่อครู่ แม้จะเจือจางในน้ำซุป แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับล่างที่จมูกไว กลิ่นนี้ย่อมถือเป็สมบัติล้ำค่าที่น่าแย่งชิง!
สายตาของศิษย์อันธพาลทั้งสามปะทะเข้ากับศพของเคนหนีที่นอนขาชี้ฟ้าน้ำลายฟูมปากอยู่บนพื้น ก่อนจะตวัดกลับมาจ้องหลินเฉาที่ยืนถือกระบวยค้างอยู่ด้วยสายตาดุดัน
"โอ้โห... นี่เ้ากล้าฆ่าคนเพื่อแย่งชิงของวิเศษเลยงั้นรึ ไอ้สวะต้มน้ำ!" หัวโจกแสยะยิ้ม ชักกระบี่ไม้สลักอักขระออกจากฝัก "ส่งสัตว์อสูรและของล้ำค่าทั้งหมดมาซะดีๆ แล้วพวกข้าจะทำเป็ไม่เห็นเื่ที่เ้าฆ่าคนวันนี้!"
หลินเฉากลืนน้ำลายเอื้อก สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิมสิบเท่า เขาถูกจับได้พร้อมศพ แถมยังถูกพวกอันธพาลรีดไถซ้ำอีกต่างหาก!
ชายหนุ่มค่อยๆ วางกระบวยลง มือขวาเอื้อมไปคว้าด้ามกระทะเหล็กใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างเตา สัญชาตญาณเอาตัวรอดร้องเตือนว่าการเจรจาคงไม่เป็ผล
ในมุมมืด เยี่ยนอู๋ที่กำลังหดหู่กลับมาหูตั้ง หางฟูฟ่องส่ายไปมาด้วยความตื่นเต้น ั์ตาสีแดงฉานทอประกายแห่งความหวังอีกครั้ง
ดีมาก! ฆ่าเ้านั่นเลย! สับไอ้เด็กเวรนั่นให้เละ! พิษข้าอาจจะหมดอายุ แต่ดาบของพวกเ้าคงไม่หมดอายุหรอกนะ!
าในโรงครัวกำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยมีกระทะเหล็กเป็อาวุธเพียงหนึ่งเดียวของชายผู้ปรารถนาความสงบสุข!