ตอนพิเศษที่ 5 ขอบคุณที่รักกัน
คอนโดไม่เล็กไม่ใหญ่ใจกลางเมืองที่มีความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ภายในห้องพักที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ ประกอบไปด้วยห้องนอนห้องน้ำ และโซนครัวที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต
ในห้องนอนของห้องพักห้องหนึ่งบนเตียงใหญ่มาพอที่จะให้คนสองคนนอน ปรากฏร่างของหนึ่งหญิงหนึ่งชายกำลังหลับสนิทเนื่องจากวันหยุด
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบหกเดือนทั้งสองคนตัดสินใจเริ่มต้นการใหม่ และคบหากันอย่างเปิดเผยโดยที่ฝ่ายชายเป็นคนเข้าหาอย่างเปิดเผยรวมถึงได้พูดคุยกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเรียบร้อย
ทั้งสองคนหมั้นหมายกันหลังจากนั้นไม่นานสาเหตุเพราะฝ่ายชายอยากอยู่กับฝ่ายหญิง แต่ไม่อยากให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียงหมั้นหมายกันไว้ก่อนก็ถือเป็นเรื่องที่ปลอดภัยแต่หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ถูกสังคมประณามเช่น... ท้องก่อนแต่งเพราะเขาแทบจะย้ายมานอนที่นี่ทุกคืนที่ไม่ได้มีงานต้องไปที่อื่นและคนอย่างเขาไม่มีสิ่งที่เรียกว่านอนจับมือแน่นอน
“วันนี้ไม่ต้องไปว่าความหรอคะ” เสียงหวานงัวเงียบถามคนที่นอนกอดก่ายตนเองอยู่ด้านหลัง
“ไม่ไปครับจะอยู่กับคุณ” เสียงนุ่มงัวเงียไม่ต่างตอบพลางโอบกอดร่างบางให้กระชับมากขึ้น
“แต่ฉันต้องไปเป็นกรรมการนะคะลุกเถอะนะ” เสียงหวานพูดพร้อมหัวเราะเบาๆนั่นทำให้ร่างสูงยอมที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ
“ผมไปส่งนะ”มือหนาเอื้อมไปลูบที่แผ่นหลังสวยพร้อมรอยยิ้ม
“ค่ะ”
... ... ...
งานประกวดดนตรีแห่งชาติระดับชั้นมัธยมปลายถูกจัดขึ้นกลางเมืองหลวงร่างบางเดินเข้าไปในงานและเป็นจุดสนใจด้วยความมีชื่อเสียงของสวีเจียฉีในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาและเธอเองก็เป็รนเหมือนผู้ทรงอิทธิพลของคนรุ่นใหม่คนหนึ่งด้วย
“เชิญอาจารย์สวีครับ”เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเชิญหญิงสาวเธอหันไปมองแฟนหนุ่มเขาก็พยักหน้าและทำสัญลักษณ์ว่าจะไปนั่งรอที่นั่งคนดูใกล้ๆ
ในขณะเดียวกันเรื่องการหมั้นหมายของสวีเจียฉีและจ้าวฮุ่ยหมิงก็ไม่ได้เป็นความลับเพราะเธอเองก็อัปเดทสถานะและด้วยตระกูลจ้าวก็พอมีชื่อเสียงจึงมีข่าวของพวกเธออยู่ช่วงหนึ่งเลยทีเดียว
ร่างสูงเดินไปนั่งที่โล่งๆดวงตาของเขามักจะตกอยู่ที่ตัวของแฟนสาวของตนเองหกเดือนที่เปลี่ยนสถานะขึ้นมาเป็นแฟนจนถึงคู่หมั้น ไม่มีวันไหนเลยที่เขาไม่รักเธอและแทบจะอดทนรอจนวันที่เขาได้แต่งงานกับเธอไม่ไหว
“มาด้วยหรอ”เสียงยียวนของคนคุ้นเคยพูดจากด้านหลัง ก่อนจะนั่งลงข้างๆ “ไม่คิดเลยนะว่านางจะมานั่งดูงานแข่งดนตรีพวกนี้”
ฉินหนิงฟางเพื่อสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยกฎหมายและภรรยาของจ้าวจือถงที่ตอนนี้กำลังท้องอ่อนๆแสดงใบหน้าคล้ายจะแววแต่คนตัวสูงกลับหรี่ตามอง
“พอมาดูแล้ว...มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่” ดวงตามมองทอดไปยังที่นั่งกรรมการก็เห็นจ้าวจือถงนั่งข้างๆคู่หมายของตนเองพร้อมพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ส่วนบทเวทีก็พร้อมแล้วสำหรับการแสดง
“เมื่อก่อนนายเกลียดดนตรีมาเลยนะไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่านายจะได้คู่หมั้นเป็นนักดนตรีฝีมือเก่งกาจแบบนั้น”ฉินหนิงฟางพูดแล้วก็ยังขำไม่หาย
สมัยมหาวิทยาลัยเจ้าตัวไม่ค่อยอยากจะเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านเลยทั้งที่พี่ชายของตนเองมีความสามารถมาก แต่น้องชายกลับไม่แม้แต่จะมอง
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบแค่เมื่อก่อนฉันมีประสบการณ์ไม่ดี แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วก็แค่นั้นเอง”ดวงตาของเขายังคงมองไปที่แผ่นหลังของคนรัก
เขาไม่ได้โกหกเขาก็แค่ไม่ได้พูดว่ามันคืออะไร และฉินหนิงฟางเองก็เลิกสนใจแล้วเหมือนกัน
“ดีใจนะที่เห็นนายมีความสุข” เสียงหวานของเพื่อนสนิทและพี่สะใภ้พูดจากใจจริงพลางหยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิด แต่ก็เปิดไม่ได้สักที จนมือหนายื่นขอขวดน้ำนั่น
“ดูไปเงียบๆเถอะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมส่งขวดน้ำที่เปิดฝาให้แล้วกับอีกฝ่าย
“เออ รู้แล้วขอบใจมาก”
... ... ...
หลังจากกิจกรรมทุกอย่างจบกรรมการก็ถ่ายรูปรวมกันเป็นอันเสร็จพิธี และทุกคนก็แยกย้ายรวมทั้งจ้าวจือถงและสวีเจียฉี
“นี่วางแผนไปไหนกันต่อไหม”จ้าวจือถงถามน้องชายที่ห่างกันไม่เท่าไหร่กับแฟนสาวของน้องชายด้วยรอยยิ้มอย่างเคย
ภาพของลูกชายและลูกสะใภ้ทั้งสี่ของตระกูลจ้าวทำให้ทุกคนมองเป็นตาเดียวทั้งสี่คนสวยหล่อโดดเด่นสมกันแล้วจริงๆ
“ไปกับเราสองคนไหม”
“ไม่ล่ะวันนี้ฉันอยากกลับไปกินข้าวที่บ้าน” จ้าวฮุ่ยหมิงพูดต่อฉินหนิงฟางและบ้านที่เขาว่าคือห้องที่เขากับสวีเจียฉีอยู่ด้วยกัน
“งั้นแยกกันตรงนี้เลยนะ”จ้าวจือถงพูด สวีเจียฉีก้มหัวให้ทั้งสองคนด้วยอายุของเธอที่เด็กที่สุดสองสามีภรรยาก็ค่อยๆ เดินจากไปด้วยท่าทางหวานชื่นเหมือนเดิมส่วนพวกเธอก็เดินจับมือไปที่รถเหมือนกัน
“เดี๋ยววันนี้ผมลงครัวเอง คุณรอทานอย่างเดียวก็พอ” ชายหนุ่มก้มลงพูดกับคนรักด้วยรอยยิ้มร่าเริงเธอเองก็ยกยิ้มและพยักหน้าก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย
ชายหนุ่มขับรถไม่นานก็กลับมาถึงคอนโดเขาให้หญิงสาวไปนอนพักผ่อนในห้องนอนก่อน ซึ่งเจ้าตัวก็เพลียมากจึงขอนอนพักส่วนชายหนุ่มก็ลงมือทำอาหารทุกอย่างด้วยตัวเอง
ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งชายหนุ่มก็เดินมาปลุกคนตัวเล็กที่หลับสนิทจนน่าแปลกใจช่วงหลังๆ นี้อีกคนติดนอนเกินไปจนเขาเริ่มเป็นห่วง จึงยื่นมือไปลูบหัวเบาๆหากนั่นทำให้อีกคนรู้สึกตัวแล้ว
“อาหารเสร็จแล้วครับทานข้าวกัน” ร่างสูงไม่พูดเปล่า เขาดึงตัวเล็กให้ลุกขึ้นนั่งอย่างง่ายดายหญิงสาวจึงต้องลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “ช่วงนี้พักผ่อนน้อยหรอครับ ผมต้องเบาๆลงบ้างแล้วมั้ง โอ้ย!”
หญิงสาวไม่รอให้อีกคนพูดต่อก็ตีแขนแกร่งสุดแรงจนเขาสะดุ้ง แต่ก็ไม่สะทกสะท้าน
อาหารวันนี้เป็นอาหารที่หญิงสาวชอบทั้งนั้นและแน่นอนว่าจะต้องมีแอลกอฮอล์โชคดีทีร่างกายนี้อดทนกับแอลกอฮอล์ได้ค่อนข้างดีแต่ก็เท่านั้นเมื่อเธอตั้งใจแล้วว่าจะไม่กินมัน
“มีโอกาสพิเศษอะไรหรือเปล่าคะ”คนตัวเล็กนั่งลงที่นั่งของตนเองแล้วมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
“มีแต่กินก่อนเถอะ”
มื้ออาหารที่อร่อยและเรียบง่ายดำเนินไปทั้งสองคนทั้งยิ้มและหัวเราะให้กันและกันอย่างมีความสุข มันไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก ก็แค่เป็นช่วงเวลาที่คนสองคนได้อยู่ด้วยกันและเป็นตัวเองได้มากที่สุด
ในยุคสมัยนี้ไม่มีแล้วแม่ทัพที่ต้องออกไปสู้รบไม่มีแล้วคุณหนูที่ต้องระวังหน้าระวังหลังด้วยการเมืองของเหล่าขุนนางมีแต่เจ้าของสำนักทนายเล็กๆ กับอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุข
“อิ่มแล้วใช่ไหมครับ”ชายหนุ่มถามอีกคนที่วางตะเกียบอย่างเรียบร้อย เธอจึงพยักหน้าเล็กๆแต่เขาก็สังเกตว่าเธอไม่แตะแอลกอฮอล์เลยซักนิด ทั้งที่ปกติหากเตรียมไว้เธอก็จะดื่มไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน
“ผมมีของจะให้”ร่างสูงล้วงเอาของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อเป็นกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ดูก็รู้ว่าเขาจะทำอะไรจนทำให้หญิงสาวอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ขอแต่งงานหรอคะ”
“ไม่ได้หรอ”เขาทำเสียงออดอ้อน เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธจึงค่อยๆ สวมแหวนเพชรลงที่นิ้วนางข้างซ้ายเบาๆ
“ฉันมีอะไรจะให้ดูเหมือนกัน”เธอไม่พูดเปล่า ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องนอนและออกมาพร้อมกับอะไรบางอย่าง
มือบางคว้ามีใหญ่ขึ้นมาก่อนจะวางสิ่งนั้นไว้บนมือและทันทีที่ชายหนุ่มเห็น ดวงตาก็ค่อยๆ เปิดกว้าง เพื่อจะมองมันให้ชัด
นี่คงเป็นเหตุผลที่เธอไม่แตะต้องแอลกอฮอล์เลย
“จริงหรอ”ร่างสูงลุกขึ้นมองคู่หมั้นด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ แต่เธอก็ค่อยๆพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
ร่างสูงเข้าไปกอดพร้อมกับอุ้มคนตัวเล็กด้วยความดีใจเพราะในมือของเขามันคือที่ตรวจครรถ์และมันขึ้นสองขีดนั่นหมายความว่าพวกเขากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้ว
“คุณรู้ไหมว่าผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ผมคิดว่าผมคงจะตายไปอย่างเดียวดายแล้วแท้ๆ” คนตัวสูงยอมวางอีกคนลงพร้อมกับมองเธอด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ
“คุณคือความสุขของผมจริงๆเจียฉี”
“ฉันก็เหมือนกัน”
ทั้งสองคนต่างแสดงความรู้สึกในอกออกมาทั้งหมดทั้งความรัก ความโหยหา
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ไม่ยอมให้หญิงสาวทำอะไรเขาอาสาเก็บล้างครัวเองพร้อมกับพูดร่ายยาวถึงอนาคตไม่ใช่แค่เขาแต่มันรวมถึงเธอและลูกที่กำลังจะเกิดมาด้วย
...ผมดีใจจริงๆ ที่ได้เจอคุณ และมีคุณอยู่ข้างๆ