หลิงเซียวที่นอนมองเขาอยู่บนเตียงกะพริบตาปริบ ๆ เหมือนสัตว์น้อยน่าสงสารตัวหนึ่ง เขาทำแบบนี้ไม่หยุด จนอิ๋งเฟิงชักรู้สึกทนไม่ไหวขึ้นมาอีกครั้ง
หลิงเซียวกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงด้วยกำลังที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อแสดงความไม่พอใจ อิ๋งเฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออนไลน์เพื่อหาสิ่งที่เป็นที่นิยมในหมู่คนหนุ่มสาวในปัจจุบัน สุดท้ายก็ได้สั่งซื้อชุดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับการขับขี่เสมือนจริง
หลิงเซียวดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นอิ๋งเฟิงหยิบพวกมันออกมาจากเครื่องย้ายมวลสาร แม้ว่าร่างกายของเขาจะอ่อนแอมากจนไม่สามารถใช้กำลังได้แต่ก็ยังพยายามลุกขึ้นเพื่อหยิบมันออกมา
ระยะเวลาการจูบของอิ๋งเฟิงค่อนข้างสั้น หลิงเซียวจึงฟื้นฟูพละกำลังได้อย่างรวดเร็ว เขาสวมแว่น กุมพวงมาลัย หมุนซ้ายหันขวาไปตามทิศทางของรถโดยไม่พูดไม่จา ปากของเขายังจำลองเสียงคำรามของเครื่องยนต์ อิ๋งเฟิงที่เพิ่งคิดว่าหลิงเซียวค่อนข้างน่าสงสารเริ่มเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองซะแล้ว เขาอยากจะออกไปจากที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อนึกถึงคำกำชับของเหิงเหอแล้วก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ ความกระปรี้กระเปร่าของหลิงเซียวดำเนินไปตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และไม่มีท่าทีว่าจะเงียบแม้ใกล้ถึงเวลาเข้านอน
อิ๋งเฟิงเจอกับวันที่ความทรมานมันอัดแน่นอยู่ในจิตวิญญาณ อารมณ์มีความแปรปรวนตลอดเวลา ลังเลว่าจะปล่อยเขาไปหรือจะทำให้เขาหุบปากดีในที่สุดความขัดแย้งนี้ก็มาถึงขีดจำกัดหลังจากที่หลิงเซียววิดพื้นครบสามร้อยครั้งแล้วเริ่มซิตอัปอีกรอบ มันก็เหมือนกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูด ความกระปรี้กระเปร่าก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างได้แล้ว
ขณะที่หลิงเซียวกำลังซิตอัปครั้งที่สองร้อยห้าสิบเอ็ดอยู่นั้น ช่างน่าแปลกที่จู่ ๆ ก็มีคนกดเขาไว้ จะลุกขึ้นมาก็ลุกไม่ได้ ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ทำให้เขาสังหรณ์ใจไม่ดีเลย
อิ๋งเฟิงที่แทบจะสติแตกขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและกดเขาไว้ “ในเมื่อนายมีกำลังฮึกเหิมขนาดนี้ ฉันจะช่วยนายระบายมันออกมาเอง”
หลิงเซียวอึ้งไปสองวินาที จากนั้นก็เริ่มแยกเขี้ยวยิงฟันต่อต้าน อิ๋งเฟิงไม่อนุญาตให้เขาได้ขัดขืน มือหนึ่งกดเขาลงกับเตียงได้สบาย ๆ อีกมือหนึ่งเปลื้องผ้าของเขาอย่างง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
หลิงเซียวที่ถูกเปลื้องผ้าดิ้นรนสุดชีวิต “ไอ้ปีศาจ! ปล่อยฉัน!”
ปีศาจตนนั้นไม่ฟัง พยายามแยกสองขาของหลิงเซียวเพื่อทำให้เขาเชื่อฟัง หลิงเซียวหมดทางสู้แต่ก็ต่อต้านอย่างสุดกำลัง และหลุดมาจากเงื้อมมืออิ๋งเฟิงมาได้อย่างหวุดหวิด เขาพลิกตัวลงจากเตียงอย่างทุลักทุเล จากนั้นก็เผ่นหนีเข้ามุมไป
“นายจะขืนใจฉันทุกครั้งไม่ได้นะ! พวกเรามีข้อตกลงร่วมกัน นายทำแบบนี้ไม่มีมนุษยธรรมเอาซะเลย!”
อิ๋งเฟิงที่ถูกทรมานมาทั้งวันจะเอามนุษยธรรมมาจากไหน สิ่งเดียวที่มีอยู่คือสัญชาตญาณสัตว์ป่า เขาก้าวลงจากเตียง เริ่มเล่นเกมไล่ล่ากับหลิงเซียวที่เปลือยเปล่า ใจหนึ่งหลิงเซียวต้องการจะหลบเขา อีกใจหนึ่งก็ยังต้องการที่จะปกป้องส่วนที่สำคัญที่สุด ห้องนอนใหญ่ขนาดนั้น เพียงครู่เดียวก็วิ่งไล่กันจนหมดสภาพแล้ว
เสียงเคาะประตูดังขึ้นด้านนอก อิ๋งเฟิงลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปยังประตู ถ้าประตูเปิดออก ก็จะมองเห็นทั่วทั้งห้องนอน หลิงเซียวรีบร้อนวิ่งไปแอบหลังประตู อิ๋งเฟิงจ้องเขาเขม็งแล้วออกแรงเปิดประตูห้อง
คนข้างนอกตกใจกับจังหวะการเปิดประตู เขาเห็นว่าเสื้อผ้าของอิ๋งเฟิงยุ่งเหยิงเล็กน้อย แล้วก็เห็นชัดเลยว่าไฟโกรธแผ่ออกมาจากตัว เขาเหลือบมองเข้าไปในห้อง แต่พอไม่เห็นเงาของหลิงเซียวก็ไม่กล้ามองหาอีก รีบยื่นสิ่งที่อยู่ในมือให้
“หลิงเซียวทำไอ้นี่ตกในห้องพักของฉัน ฉันเอามาคืน”
อิ๋งเฟิงรับมันมา “มีธุระอื่นอีกไหม”
“มะ...ไม่มีแล้ว” เขาขยับเท้าแล้วเผ่นไปทันที เสียงปิดประตูปังดังขึ้นตามหลัง
อิ๋งเฟิงโยนของในมือไปอีกทางโดยไม่มองเลยด้วยซ้ำ เมื่อหลิงเซียวเห็นว่าประตูปิดลงแล้วก็จะวิ่งหนี แต่น่าเสียดายที่อิ๋งเฟิงเคลื่อนไหวเร็วกว่า คว้าตัวเขากลับมาแล้วกดไว้กับประตูอย่างแรง
“นายทำอะไรน่ะ นายคงไม่คิดที่จะทำตรงนี้…”
อิ๋งเฟิงไม่พูดพล่ามทำเพลงใด ๆ อีก เขางัดอาวุธออกมาด้วยความโกรธแล้วแทงเข้าไป หลิงเซียวที่ยังคงแยกเขี้ยวยิงฟันเมื่อครู่กลายเป็นคนว่าง่ายแทบจะในทันที ราวกับสัตว์ร้ายที่เชื่องลงเพราะถูกฉีดยาชา
หลิงเซียวยากที่จะอธิบายว่านี่เป็นความรู้สึกแบบไหนกันแน่ เหมือนว่าทุกครั้งที่อิ๋งเฟิงเข้าไปในร่างกายของตน กระดูกทั้งตัวก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะค้ำยันการที่กระดูกจะอ่อนตัวหรือกลายเป็นสิ่งมีชีวิตไร้กระดูกล้วนขึ้นอยู่กับการขยับสะโพกของอิ๋งเฟิงเท่านั้น จุดสัมผัสตรงนั้นมีความอ่อนไหวจนน่าประหลาดใจ
เขาทรุดตัวลงตรงบานประตู สาเหตุที่ทำให้เขายังยืนอยู่ได้โดยไม่ล้มนั้นคือแรงช่วยหลัก ๆ จากแขนทั้งสองข้างของอิ๋งเฟิงและการตรึงร่างกายส่วนล่างเขาต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเพื่อแบ่งเบาภาระของขาที่อ่อนแรง
“นายมันขี้โกง นายทำผิดกฎ!” หลิงเซียวปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้เขามักจะรู้สึกว่าตนและอิ๋งเฟิงควรตัดสินชัยชนะหรือความพ่ายแพ้จากการประลองกันเอง แม้แต่ตอนนี้ที่สู้อิ๋งเฟิงไม่ได้ ก็ควรมีสิทธิ์ที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างเท่าเทียม แต่ว่าอิ๋งเฟิงกลับทำให้ตนยอมจำนนอย่างง่ายดายด้วยวิธีนี้ ซึ่งเป็นวิธีที่สกปรกเกินไปแล้ว
ทั้ง ๆ ที่เป็นวิธีสกปรก แต่ว่าร่างกายของเขากลับไม่สามารถต่อต้านได้เลย ปล่อยให้อิ๋งเฟิงยิงปืนเข้ามานัดเดียวโดยไร้อุปสรรคขัดขวาง หรือแม้แต่กระทั่ง “บีบช่องทางด้านหลังให้แคบลง” เพื่อต้อนรับด้วยซ้ำ นี่ทำให้เขาหน้าแดงและรู้สึกละอายจริง ๆ
อิ๋งเฟิงขยับเป็นจังหวะอย่างไม่เกรงใจ คำร้องเรียนช่วงหลังของเขาจึงยุ่งเหยิงจนฟังไม่รู้เรื่อง พอหลิงเซียวตระหนักได้ว่าตนส่งเสียงครางมากกว่าคำที่ฟังได้ศัพท์ ก็กัดริมฝีปากอย่างโกรธเคือง อย่างไรก็ตามความจริงก็คือ แม้คำพูดที่ไร้ความเมตตาจะหายไป แต่เสียงครวญครางกลับไม่ลดน้อยลงเลย คลื่นเสียงยังคงไหลทะลักผ่านช่องฟันและมุมปากอย่างต่อเนื่อง มันกระทบกับประตูและเด้งกลับมาที่ใบหน้าของเขาจนทำให้เขาเจ็บปวด
หลิงเซียวแทบรอไม่ไหวที่จะหลบหนี อิ๋งเฟิงยังคงเติมเชื้อเพลิงให้เขาแบบนี้ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ขัดขืนอะไรก็ปล่อยมือ และจับส่วนที่อ่อนไหวของหลิงเซียวด้วยเจตนาอันชั่วร้าย
ครั้งนี้หลิงเซียวยอมจำนนโดยสิ้นเชิง สองขาอ่อนปวกเปียกจนแทบจะล้มพับ โชคดีที่มืออีกข้างของอิ๋งเฟิงยังคงรองรับตัวเขาไว้ไม่ให้ล้ม แต่ร่างกายเอียงกระเท่เร่ไปข้างหนึ่งแล้ว
อิ๋งเฟิงทำแบบลวก ๆ ไม่กี่ครั้ง ตัวของหลิงเซียวก็ยิ่งสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น เขาพยายามอดกลั้นไม่ให้ตัวเองหลั่งง่ายเกินไปเพราะจะได้ไม่ขายหน้า แต่พูดน่ะมันง่าย ไม่ว่าสัมผัสใด ๆ ของนายพันธะก็ดูจะมีมนตร์ขลังและนำมาซึ่งประสบการณ์แห่งความสุขที่อยู่ไกลเกินกว่าการช่วยตัวเองจะทำได้ แรงกระตุ้นที่ยิ่งใหญ่นี้คงมีเพียงทาสพันธะที่สัมผัสถึง
เพียงมองแวบเดียวอิ๋งเฟิงผู้ชาญฉลาดก็มองทะลุความดื้อรั้นของหลิงเซียว เดิมทีเขาต้องการระบายพลังงานส่วนเกินของอีกฝ่ายออกไปให้เร็วที่สุดแต่เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็เปลี่ยนใจ
“ไม่อยากทำคืนละเจ็ดครั้งแล้วเหรอ”
เมื่อหลิงเซียวนึกถึงคืนนั้นก็ตัวสั่น “ถ้านายยัง…กล้าอีก…ครั้งนี้…ฉันจะ…อ๊า…รูดบัตรนาย…เกลี้ยงแน่…อู้ว…”
เขาหายใจหอบและถี่อย่างเสียไม่ได้ การเปล่งเสียงเป็นพัก ๆ ผสมกับเสียงครวญครางมากมายฟังดูแล้วมีพลังที่ “ค่อนข้าง” น่าตกใจจริง ๆ
แต่อิ๋งเฟิงกลับตอบรับอย่างเด็ดเดี่ยว “ได้ ฉันจะทำให้นายสมปรารถนา”
เขาใช้นิ้วโป้งเช็ดช่องทางของหลิงเซียว จากนั้นก็ถูไถแก่นกายอีกสองสามครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลิงเซียวใกล้จะถึงจุดสุดยอดอยู่แล้ว การกระทำเพียงไม่กี่ครั้งของอิ๋งเฟิงสามารถส่งเขาขึ้นสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย แต่ขณะนี้ช่องแห่งความปรารถนาเหมือนจะถูกปิดกั้น และเขาไม่สามารถปลดปล่อยมันออกมาได้เลย
“อา…” หลิงเซียวก้มหน้าลงอย่างทรมาน “นายทำอะไรน่ะ”
“ก็นายขอเองไม่ใช่เหรอ” อิ๋งเฟิงใจกว้างค่อย ๆ ปล่อยส่วนลับของหลิงเซียว แล้วหันไปเล่นกับส่วนนูนใกล้หน้าอกของเขาที่แข็งตัวนานแล้ว ในขณะเดียวกันก็เร่งความถี่ช่วงล่างขึ้นไปอีก คลื่นความสุขของหลิงเซียวก่อตัวขึ้นเป็นระลอก แต่เพราะขีดจำกัดบางอย่างทำให้สามารถเข้าใกล้แต่ไม่อาจไปแตะขอบสวรรค์ได้ สถานการณ์วิกฤตที่ยืดเยื้อเช่นนี้ทำให้เขาแทบคลั่ง
ต่อให้หลิงเซียวมีภาวะสมองขาดออกซิเจน ก็ทายถูกว่าเมื่อกี้อิ๋งเฟิงทำอะไรกับร่างกายตน ซึ่งส่งผลให้เขาไม่สามารถหลั่งได้ในตอนนี้ แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ออกก็คือ อิ๋งเฟิงกลายเป็นนายพันธะเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ทำไมถึงได้ชำนาญกับเรื่องบนเตียงขนาดนี้ ต่อให้เป็นพวกเด็กเก่งบ้าเรียนหนังสือก็ยังเกินไปอยู่ดี
กระแสแห่งความสุขที่ก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ จากข้างหลังค่อย ๆ กลายเป็นภาระ ร่างกายท่อนล่างของหลิงเซียวบวมเป่งจนยากเกินจะต้านทาน อย่าว่าแต่คืนละเจ็ดครั้งเลย ถ้าอิ๋งเฟิงเสนอว่าอยากจะจัดคืนละเจ็ดสิบครั้ง ก็เกรงว่ามันจะตอบสนองด้วยความคึกคักด้วยเหมือนกัน เขากัดฟันแน่นเพราะไม่ต้องการพูดอะไรตอนที่ตัวเองทนไม่ไหว ซึ่งจะทำให้เสียใจในภายหลัง
ห่างจากประตูเพียงไม่กี่นิ้ว เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนี้เหมือนบาดลึกลงไปในแก้วหูหลิงเซียวที่ถูกกดและถูกกระทำการด้วยความรุนแรงอยู่ที่ประตู เขาตัวแข็งทื่อ อิ๋งเฟิงก็เคลื่อนไหวช้าลงเช่นกัน เขาเข้า ๆ ออก ๆ และหยุดชั่วครู่สลับกันไปอย่างนั้นพร้อมกับตั้งใจฟังความเคลื่อนไหวด้านนอก ถึงเขาจะลดความเร็วลงแล้ว แต่มือกลับคว้าส่วนลับของหลิงเซียวโดยสัญชาตญาณอีกครั้งและเลื่อนนิ้วโป้งไปมาไปตามขอบธารน้ำที่ไหลเอ่อ หลิงเซียวก้มหน้าลงอย่างทรมานกัดริมฝีปากล่างจนเกือบแตก แต่กลับไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
เพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ด้านนอกรู้สึกประหลาดใจมาก พอเขากลับถึงห้องนอนก็นึกออกว่ายังไม่ได้เอาของที่ลืมทิ้งไว้ในห้องของหลิงเซียวคืนมา เลยกลับมาเคาะประตูอีกครั้ง แต่ห้องนอนที่เมื่อกี้ยังมีคนอยู่กลับไร้สุ้มเสียงใด ๆ ตอนนี้ก็ดึกแล้วสองคนนั้นจะไปอยู่ที่ไหนได้ “อิ๋งเฟิง นายยังอยู่รึเปล่า” เขาเคาะแล้วถามต่อ “เมื่อกี้ฉันยังมีของที่ลืมทิ้งไว้น่ะ”
อิ๋งเฟิงใช้นิ้วเปิดปากหลิงเซียวและดันมันเข้าไปข้างใน หลิงเซียวอยากฉวยจังหวะนี้กัดลงไปเสียเหลือเกิน แต่เมื่อนึกถึงพฤติกรรมผิดปกติของตัวเองหลังจากกัดแขนของอิ๋งเฟิงในวันนั้นจึงทำได้แค่อดกลั้นไว้ ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใจทำผิดต่อไป
เพื่อนร่วมชั้นคนนั้นเคาะประตูอยู่สักพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตอบรับก็บ่นพึมพำว่าแปลกแล้วก็หันหลังจากไป สองคนภายในห้องนิ่งไม่ไหวติง จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าห่างออกไปแล้ว อิ๋งเฟิงจึงดึงหลิงเซียวออกจากประตูแล้วกดเขาให้คุกเข่าลงบนโซฟา
เมื่อกี้โสตประสาทของหลิงเซียวตึงเครียด แล้วทางออกของส่วนลับก็ถูก
อิ๋งเฟิงปิดกั้นจนรู้สึกเวียนหัว เขาต่อต้านอะไรไม่ได้เลย พอถูกบุกรุกอย่างอุกอาจอีกครั้ง ในที่สุดครั้งนี้เขาก็ร้องออกมาเพราะทนไม่ไหว
“ไอ้บ้าเอ๊ย นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
อิ๋งเฟิงทำเป็นไม่ได้ยิน หลิงเซียวแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว เขาใช้เล็บจิกพนักเก้าอี้แน่น และข่วนเบาะหนังจนเป็นรอยลึกหลายสิบรอย เนื่องจากร่างกายไม่ได้ปลดปล่อยนานเกินไป สองขาของเขาจึงเริ่มสั่น ท่าทางตอนนี้ช่างน่าอับอายเสียเหลือเกิน หลิงเซียวต้องใช้แขนขาพยุงร่างกายไว้ โชคดีที่อิ๋งเฟิงคว้าเอวเขาไว้เขาเลยไม่ร่วงลงไป
แรงกระแทกของอิ๋งเฟิงแต่ละครั้งล้วนมีพลังมากพอที่จะผลักดันเขาไปสู่จุดสุดยอด แต่การไปถึงจุดสุดยอดก็เหมือนการทอตาข่ายยักษ์คลุมท้องฟ้ามันสกัดกั้นเขาโดยที่ไม่ปรานีเลยแม้แต่น้อย เขาเหมือนคนที่กำลังจมน้ำ ทุกครั้งที่ใกล้จะถึงผิวน้ำก็ถูกกดให้จมลง ออกซิเจนค่อย ๆ ลดลงทีละน้อยจนถึงกับสร้างภาพลวงตาว่าเศษวิญญาณของเขาเริ่มแตกสลายไป
ความปรารถนาอันแรงกล้าระเบิดทะลักภายในตัวเขาโดยที่ไม่อาจควบคุมได้ หลิงเซียวหาทางออกไม่เจอ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็สั่นสะท้านไปหมดเขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงฟันของตัวเองกระทบกัน อิ๋งเฟิงก็รู้สึกได้ว่าหลิงเซียวตัวสั่นแรงมาก เขาพลิกหลิงเซียวกลับมาแล้วสำรวจอย่างละเอียด ตอนนี้ผมหน้าม้าของหลิงเซียวชุ่มไปด้วยเหงื่อและเรียงตัวแนบติดไปกับหน้าผาก ดวงตาใต้ผมหน้าม้านั้นใกล้จะเลื่อนลอยทั้ง ๆ ที่มันเฉียบคมมาตลอด ถึงอย่างนั้นหลิงเซียวก็ยังจ้องเขม็งมาที่อิ๋งเฟิงราวกับกำลังกล่าวหาว่าเขาเป็นอาชญากร
อิ๋งเฟิงยื่นมือไปปัดผมหน้าม้า จากนั้นก็ไล่มาที่ใบหูแล้วบีบกระดูกอ่อนตรงใบหูเบา ๆ หลิงเซียวสั่นสะท้านไปทั้งตัว อิ๋งเฟิงอดไม่ได้ที่จะโน้มริมฝีปากเข้าไปใกล้ หลิวเซียวไม่รู้ว่าเอาพละกำลังมาจากไหน จู่ ๆ ก็เด้งตัวขึ้นมา และดันหน้าของอิ๋งเฟิงไปอีกทาง
“อย่า!” แววตาของเขามีแต่ความหวาดกลัว แม้ว่ามันจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ว่าหลิงเซียวก็รับรู้ได้ถึงความชอบอันพิสดารของอิ๋งเฟิง ทุกครั้งที่เขาหยุดการบุกทะลวงที่ไร้ความปรานีแล้วเล่นกับติ่งหูตนอย่างอ่อนโยนแบบนี้ มันคือสัญญาณว่าเขากำลังจะถึงจุดสุดยอด และทันทีที่อิ๋งเฟิงไปถึงยังจุดนั้น แรงกระตุ้นที่หลิงเซียวได้รับก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ถ้าภายใต้สถานการณ์อย่างนี้หลิงเซียวยังปลดปล่อยไม่ได้อีก ก็คาดการณ์ได้เลยว่าตัวเขาเองจะตายแบบหมดสภาพอย่างแน่นอน
เมื่อการเล้าโลมถูกขัดจังหวะ อิ๋งเฟิงก็กัดริมฝีปาก ท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย ดวงตาที่หรี่เล็กลงทอประกายความอันตราย หลิงเซียวตัดสินใจเด็ดขาดที่จะไม่ประนีประนอมเพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง เขาปิดหูทั้งสองข้างอย่างเอาเป็นเอาตาย “ถ้านายไม่ปล่อยฉัน ฉันก็ไม่ให้นายแตะต้องมัน!”
พลังการควบคุมของอิ๋งเฟิงเดินวนรอบ ๆ อยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณราวกับว่าเพียงแค่ความคิดเดียวก็สามารถบีบบังคับให้หลิงเซียวเอามือออกได้ ในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างนี้ สีหน้าแน่วแน่ของหลิงเซียวขณะแลกเปลี่ยนเงื่อนไขข้อเสนอได้ครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในความทรงจำแล้ว
หลิงเซียวรู้สึกว่าอิ๋งเฟิงละมือออกไปจากเอว จากนั้นก็คว้าแก่นกายของเขาที่บวมเป่งจนถึงขีดสุด แค่เห็นแบบนี้เขาก็ขดนิ้วเท้าด้วยความตื่นเต้น ขาทั้งสองข้างหนีบสะโพกอิ๋งเฟิงแน่น สองมือของเขาไม่อาจรองรับน้ำหนักได้อีกต่อไป มันห้อยลงเพราะหมดแรง ไม่ว่าอิ๋งเฟิงคิดจะทำอะไรกับเขาก็ง่ายดายราวกับปอกกล้วย
อิ๋งเฟิงจัดการหลิงเซียวสองครั้งเพื่อเป็นการสั่งสอน คราวนี้เขากัดหูด้วยความเร็วที่อีกฝ่ายไม่สามารถยับยั้งได้ และลูบไล้แก่นกายของหลิงเซียวแทบจะในเวลาเดียวกัน ของเหลวเหนียวหนืดที่สะสมมานานพ่นออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับระเบิด ช่องทางด้านหลังหดตัวไม่เป็นจังหวะต่างจากเมื่อครู่ มันหดรัดยาวนานและต่อเนื่อง เมื่อมันบีบรัดอีกครั้งอิ๋งเฟิงก็ถึงจุดสุดยอดโดยไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน ความสุขของคนสองคนถ่ายทอดให้กันและกันผ่านสายสัมพันธ์แห่งจิตวิญญาณ มันคัดลอก ซ้อนทับ และเพิ่มพูน อิ๋งเฟิงเองก็ส่งเสียงครางในลำคอเล็กน้อย
เมื่อแสงสีขาวตรงหน้าอิ๋งเฟิงค่อย ๆ หายไป เขาก็ลืมตาขึ้น สิ่งที่เขาเห็นกลับกลายเป็นหลิงเซียวที่หลับตาแน่น ศีรษะเอียงไปข้างหนึ่ง หมดสติเพราะตื่นเต้นมากเกินไป ถ้ารู้ว่าวิธีนี้ได้ผลชะงัดตั้งแต่แรก เขาจะอดทนกับลิงตัวนี้ทั้งวันไปเพื่ออะไร
หลิงเซียวถึงจุดสุดยอดไปแล้วสองสามครั้งแต่ถูกบีบบังคับให้หลั่งแค่ครั้งเดียว ของเหลวเหนียวหนืดที่ถูกสะสมไว้จากการถึงจุดสุดยอดหลายครั้งมีปริมาณมากจนน่าตกใจ มันเปื้อนเลอะเทอะอยู่บนมือและหน้าอกของอิ๋งเฟิงถึงแม้ว่าจะหลั่งออกมาจนไม่มีอะไรจะให้หลั่งได้อีกแล้ว แต่แก่นกายของหลิงเซียวก็ยังกระดิกอยู่อย่างนั้น อิ๋งเฟิงรอให้มันหยุดนิ่ง เช็ดคราบขุ่นขาวที่เหนียวเหนอะออก แล้วอุ้มหลิงเซียวไปที่เตียงทั้ง ๆ ที่หลับอยู่
หลิงเซียวหลับสนิทไปแล้ว แต่ว่าอิ๋งเฟิงกลับยังไม่ง่วง เขาพลิกหน้ากระดาษและอ่านหนังสือที่ยืมมาอีกครั้ง การปิดกั้นความปรารถนานั้นมีประสิทธิภาพโดดเด่นมาก ไม่รู้ว่าเนื้อหาอื่นที่เขียนไว้ข้างในจะมีประสิทธิภาพเหมือนกันหรือเปล่า เมื่อนึกถึงการทดลองระยะยาวของกรมทหาร ต่อจากนี้ไปเขาต้องเผชิญกับความกระปรี้กระเปร่าแบบนี้อาทิตย์ละวัน เขาจะต้องนำความรู้ในหนังสือไปฝึกฝนทีละอย่าง หลิงเซียวที่อยู่ในห้วงนิทราตัวสั่น ไม่รู้ว่ากำลังฝันอะไร เขาโค้งตัวไปตามสัญชาตญาณแนบชิดอยู่ข้างกายอิ๋งเฟิง อิ๋งเฟิงยื่นมือขวาออกไปวางบนไหล่ของเขา มองดูแล้วเหมือนกำลังโอบกอดอีกฝ่าย หลิงเซียวก็เลยนอนหลับได้อย่างสบายใจ มือหนึ่งของอิ๋งเฟิงโอบหลิงเซียว อีกมือหนึ่งพลิกอ่านหนังสือเงียบ ๆ ห้องพักที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างมาทั้งวัน ในที่สุดก็ได้ต้อนรับความสงบสุขที่หายไปนานเสียที