รุ่งเช้าต่อมาวินนี่ตื่นเช้ารีบแต่งตัวรอนางพยาบาลเข้ามาดูแลคนไข้ที่รอการตรวจMRI นักบินหนุ่มถอดสร้อย แหวน ต่างหู กำไล สร้อยข้อเท้า เมื่อนางพยาบาลเช็ดตัวแต่งตัวคนไข้เสร็จเรียบร้อย เขาหวีผมให้เธอ นิทตี้จับมือของเขาแน่นพร้อมข้อร้อง“ ฉันขอกลับบ้านได้ไหมคะ “ ร่างของเธอถูกโอบเข้าแนบแผ่นหน้าอกของเขา“ ต่อไปจะปีนขึ้นที่ไหนอีกไหม “ มันคือคำถามที่ไม่ใช่คำตอบที่เธอต้องการได้ยิน“ ฉันขอสัญญาค่ะ จะไม่ทำเช่นนั้นอีกแล้ว มันทรมานมากๆเลยค่ะ “วินนี่รู้สึกสงสารเธอจับใจ เขาไม่สามารถพูดอะไรหรืออธิบายเรื่องการลอบวางยาให้เธอรับรู้ “ผมขอร้องอย่าร้องไห้ได้ไหม ผมรับปากจะคุยกับคุณหมอ ตอนนี้คุณเข้าตรวจMRI ก่อนนะครับ”
ในห้องMRI เครื่องตรวจกระดูก คุณหมอราชกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจเธออย่างละเอียด ระหว่างนั้นคุณหมอราชเชิญวินนี่มาพบในห้องทำงานของเขา“เธอขึ้นไปทำอะไรบนหลังคา“ วินนี่เข้าใจว่าคุณหมอราชไม่เชื่อที่ผู้กองเดฟเล่าเมื่อวานนี้“ช่วยลูกแมวครับ “ เสียงเป่าลมออกจากปากของคุณหมอราช ” แสดงว่า เธอไถลลงมาก่อน เพราะมีกล้ามเนื้อฉีกมากบริเวณสะโพก เธอตกลงมาร่างกายกระแทรกกับโครงเหล็กที่ร่วงลงมาพร้อมร่างเธอทำให้กระดูกสะโพกมีรอยแตกนิดหน่อย ไม่จำเป็นที่จะต้องผ่าตัด เพราะกระดูกราวนิดเดียว เบื้องต้นผมจะเริ่มรักษาอาการอักเสบ ไม่แน่ใจว่าเรื่องกายภาพบำบัดจะทำได้หรือไม่เพราะ การลอบวางยาพิษ ทำให้การทำงานไตทั้งสองข้างน่าเป็นห่วงแพทย์ที่นี่รักษาอาการของไตที่ถูกซัลยาไนซ์เข้าไปทำลายบางส่วน นิตยาจะมีปัญหาเรื่องปัสสาวะเล็กน้อย ผมจำเป็นต้องตรวจเลือดดูค่าของไตบ่อยๆ คุณวินนี่ดูที่นี่ครับ“ คุณหมอราชขยายภาพถ่ายแผ่นหลังของเธอรอยช้ำจากกลางหลังถึงก้นกบมีสีม่วงดำ มีเลือดดำช้ำมากในบริเวณนี้ ทำให้คนไข้มีไข้ตลอดเวลา ผมให้ใส่เสื้อพยุงกล้ามเนื้อช่วยให้นอนง่ายขึ้น “คุณหมอจ้องที่นัยต์ตาคม แววตาตกใจ “ผมเข้าใจว่าคุณกังวลมาก พรุ่งนี้จะเริ่มทำกายภาพ ลองให้เธอเริ่มเดินสักเล็กน้อยไม่ใช่การทำกายภาพแบบรุนแรง ถ้าร่างกายของเธออ่อนแอ ผมจะสั่งหยุดทันที“ วินนี่รับฟังการวินิจฉัยของนายแพทย์อย่างละเอียด เขาแจ้งคุณหมอราชเรื่องการเข้าทำงานด่วน “ ตั้งแต่พรุ่งนี้ ผมมีตารางบิน 3 วันติดกันฝากคุณหมอดูแลเธอแทนผมด้วยครับ “
วันรุ่งขึ้นคือวันที่13 วินนี่เตรียมตัวไปทำงาน ขณะที่เขาหวีผม ชำเลืองมองสีหน้าของคู่หมั้นไม่สดใส สิ่งที่เขาต้องทำคืออดทนต่อสายตาอ้อนวอนของเธอ เธอต้องอยู่รักษาร่างกายที่นี่ต่อ วินนี่รีบแต่งตัว เลี่ยงไม่ให้เธอมีเวลาโอดครวญกับเขาก่อนออกจากห้องพยาบาล ริมฝีปากอุ่นพรมจูบทั่วไปหน้า “ผมจะต้องไปทำงานครับ “ นิทตี้ได้สติ รีบกล่าวขึ้น “เดินทางปลอดภัยคะ รักษาตัวด้วย “ สองมือของชายหนุ่มผูกเชือกรัดชุดคนไข้ให้แน่นหยิบหวีขึ้นมาสางผมให้เธออย่างเบาๆ รวบผมขึ้นเป็นหางม้ามัดด้วยผ้ารัดผมสีดำสนิท “เรียบร้อย” ชายหนุ่มก้มลงจูบลาเธออีกครั้งเขารวบรวมกระเป๋าเสื้อผ้าหมวก เปิดประตูหันมามองนิทตี้ที่ก้มหน้าลงซับน้ำตาไม่ยอมสบตากับเขา
ก่อนเที่ยงวันคุณหมอราชเข้ามาตรวจอาการของนิทตี้ เขายืนอ่านชาร์ตผลการตรวจเลือด ผลค่าไตยังดีกว่าที่คิด มีรอยยิ้มที่มุมปากนิดๆใบหน้าหล่อ มาธูรวัดไข้ต่อด้วยความดันโลหิตของคนไข้ “มาธูร ผมขอเชือกสำหรับออกกำลังกายแขนเอาไว้ในห้องนี้ ผู้ช่วยคุณหมอรีบเดินออกไป สายตาจ้องที่หมอนเปียกชุมด้วยน้ำตาคุณหมอราชเอียงคอเล็กน้อย “ อีกสิบนาทีคุณลงไปรอที่ห้องกายภาพดีไหมครับ วันนี้อากาศไม่ร้อน“ ไม่มีเสียงตอบเธอนอนตะแคงขวาเหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด หยดน้ำตายังไหล เสียงสะอึกสะอื้นเป็นช่วงๆ คุณหมอเลื่อนเก้าอี้ทรงสูงเข้ามานั่งตรงหน้าของเธอ “นิตยา ผมขอเป็นเพื่อนคุณได้ไหมผมทราบว่าคุณอยากกลับบ้าน ผมเข้าใจ แต่อาการของคุณยังไม่ดีขึ้น ได้โปรดให้ความร่วมมือกับผมสักนิด คุณจะได้กลับบ้านเร็วขึ้น “ น้ำเสียงของคุณหมอนุ่มนวล ทำให้นิทตี้หันหน้ากลับมาหาเขา ใบหน้าแดงจมูกแดง คุณหมอราชสบตากับเธอโดยไม่ได้ตั้งตัวนัยต์ตาคู่สวยนี้เหมือนมีมนต์สะกดให้ราชนั่งนิ่งไปชั่วขณะ เสียงของหญิงสาวดังขึ้น “ ได้ค่ะ“ หญิงสาวยิ้มรับคำขอร้องด้วยแววตาแสนสดใส สองมือปาดเช็ดน้ำตา คุณหมอราชส่งแผ่นกระดาษทิชชูให้พร้อมกับผ้าเช็ดหน้า ร่างงามลุกขึ้นนั่ง คุณหมอราชยื่นมือเขาให้เธอจับทั้งสองมือ เมื่อนิ้วมือของทั้งคู่ประสาน ประสานกัน ราชรู้สึกเหมือนกระแสไฟวิ่งเข้าตัวเขาทันที ในใจคิด
นี่มันอะไรกัน ทำไมผู้หญิงคนนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกมากๆ เธอคือคู่หมั้นของคนอื่น ทั้งคู่ก็รักกันมาก
ระหว่างทางเข้าลิฟต์นางพยาบาลเข็นเก้าอี้รถเข็นของนิตยาผ่านอาคารใหญ่ ห้องรับรองใหญ่ ทางเดินที่กว้างขวาง ภายในโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ใช่โรงพยาบาลธรรมดา ความงามชั้นล่างตกแต่งหรูเหมือนโรงแรมห้าดาว สายตาของหญิงสาวมองรอบๆ ด้านนอกสนามหญ้ากว้างเต็มไปด้วยครอบครัวนั่งปิกนิค ลู่ทางเดินขนาดสี่คนเดินสำหรับคนไข้ สระว่ายน้ำในที่แจ้งเต็มไปด้วยเด็กเล็กๆ ในใจเธอเกิดความกลัวขึ้นมา เมื่อมาถึงภายในห้องกายภาพบำบัดนางพยาบาลเข็นเก้าอี้รถเข็นของนิทตี้ สิ่งแรกที่เธอมองเห็นเครื่องมือต่างๆตั้งเรียงราย “ พาฉันกลับห้องเถอะค่ะ” นางพยาบาลเข็นเก้าอี้รถเข็นเข้าข้างในต่อ นิทตี้ไม่ยอมลุกขึ้นลงจากเก้าอี้รถเข็น เธอเริ่มโวยวายขอกลับห้องพักอย่าง เหตุการณ์เริ่มปั่นป่วนพอสมควร
พนักงานของฝ่ายกายภาพบำบัดร้องขอความช่วยเหลือผู้ช่วยมาธูร นางพยาบาลผู้ช่วยของคุณหมอราชได้รับแจ้งเรื่องของนิตยา มาธูรพึมพำอยู่คนเดียว“นางฟ้าตกสวรรค์ไม่ยอมเดินบนเครื่องฝึกเดิน งานนี้เธอเจอคุณหมอปี๊ดแตกอีกไหมหนอ น่ากลัว ปื้อออ“
มาธรูตัดสินใจรีบรายงานคุณหมอราช “คนไข้ห้อง 924 ดื้อมากค่ะ เธอไม่ยอมทำกายภาพ นั่งรอที่หน้าห้องกายภาพค่ะ“ คุณหมอราชวางปากกาลง จ้องหน้ามาธูรในใจเริ่มออกอุบายหาทางให้คนไข้อย่างนิตนาพูดความจริงเกิดอะไรขึ้นกับเธอ “ผมจะลงไปคุยกับเธอเองพวกคุณปล่อยให้เธอนั่งรอที่นั่น เอาเป็นเคสสุดท้าย ปล่อยให้รอไปก่อนงดอาหารเที่ยงเลยก็ได้“ มาธูรเปิดตากว้าง อ้าปากค้าง “คนไข้มียาหลังอาหารนะคะ”
นิทตี้นั่งบนเก้าอี้รถเข็นอยู่หน้าห้องกายภาพเวลาผ่านจวนสองชั่วโมง เธอเริ่มหิวสลับง่วงเพราะเพลียจากอากาศร้อน เริ่มเจ็บสะโพก สองมือเข็นเก้าอี้รถเข็นเข้าไปในห้องกายภาพเอง“ พวกคุณให้ฉันนั่งรอนานแบบนี้ทำไมคะ พาฉันกลับไปที่ห้องพยาบาลได้ไหมคะฉันรู้สึกหิวแล้วค่ะ “ ขณะนั้นร่างงสูงของคุณหมอราชลงมาพอดี เดินตรงเข้ามาหยุดที่หน้าห้องกายภาพบำบัดคุณหมอได้ยินเสียงเธอโวยวาย มือของเขาตรงจับแฮนด์รถเข็นพาเก้าอี้รถเข็นเธอเดินไปทางห้องอาหาร ความเร็วในการเข็นเก้าอี้รถเข็นทำให้เธอเริ่มหงุดหงิด “คุณพยาบาลจะพาฉันไปไหน เวียนหัวจริงๆ หิวก็หิว “ ราชหยุดเข็นเก้าอี้รถเข็นทันที่ เดินอ้อมมาข้างหน้าเธอ ย่อร่างลงมาใกล้เธอ “ ผม คือ ราชครับไม่ใช่นางพยาบาล“ โทนเสียงนุ่มๆ รอยยิ้มเรียบมีเส่นห์โปรยให้เธอทำให้หญิงสาวพูดไม่ออกก้มหน้าลงมองที่ฝ่ามือของตัวเอง ราชเข็นเก้าอี้รถเข็นมาจอดที่หน้าโรงอาหาร ยื่นมือให้เธอจับ “ คุณลองเดินเข้าไปทานอาหารกับผมอดทนสักนิดไหวไหม” สีหน้าของเธอแสดงอาการปวดเมื่อพยายามลุกขึ้นทำให้คุณหมอเปลี่ยนใจ คุณหมอราชเข็นเก้าอี้รถเข็นเข้าหยุดที่โต๊ะอาหาร คุณหมอเดินเข้าไปในห้องครัว แม่ครัว พนักงานเสริฟทำความเคารพคุณหมอทุกคน “ผมขออาหารสำหรับห้อง924 หนึ่งชุด และของผมด้วยอีกชุดครับ “ คุณหมอราชยืนมองพ่อครัวเตรียมอาหารสักพัก เขากลับมานั่งที่โต๊ะอาหารไม่พูดอะไรกับนิทตี้
สิบห้านาทีต่อมาถาดอาหารวางเรียงสองถาดตรงกลางโต๊ะอาหาร ขวดน้ำดื่มแก้วน้ำวางใกล้มือคุณหมอ คุณหมอตักอาหารใส่จานเล็ก รินน้ำดื่มใส่แก้วน้ำวางตรงหน้าของเธอ “ เชิญครับ “ นิทตี้ก้มหน้าก้มตานั่งทานอาหารอย่างเงียบๆไม่กล้าคุยกับเขาแม้แต่คำเดียว สายตาของเธอมองที่ถาดอาหารของอีกฝ่ายอาหารทุกชนิดเหมือนของเธอ รสชาติจืดๆ ไม่มีสีสันอะไร เธอแอบมองใบหน้าของราชในเวลาที่เขาเผลอ เธอหลบสายตาเมื่อเขาหันกลับมา เมื่อทานอาหารเที่ยงเสร็จ “ คุณจะไปห้องน้ำไหมครับผมจะให้นางพยาบาลพาไป “ เธอพยักหน้ารับ คุณหมอราชเดินแยกเข้าห้องน้ำชายฝั่งตรงกันข้ามกับห้องน้ำหญิง เมื่อทั้งคู่ทำกิจธุระส่วนตัวเสร็จ คุณหมอสวมเสื้อคลุมที่นางพยาบาลนำลงมาให้ คุณหมอหนุ่มเปิดตลับลูกอมรสน้ำผึ้งมะนาวของโปรดของเธอ“ลูกอมรสนี้อร่อย คุณจะรู้สึกสดชื่น “ ลูกอมเม็ดแรกคือลูกอมแห่งมิตรภาพ “ ขอบคุณค่ะ “ นิทตี้หยิบแล้วรีบใส่ปากทันที คุณหมอวางตลับลูกอมใส่ในมือของเธอ คุณหมอราชทำหน้าที่เข็นเก้าอี้รถเข็นของเธอมาที่หน้าห้องกายภาพบำบัด
เก้าอี้รถเข็นหยุดตรงหน้าห้องกายภาพบำบัด คุณหมอหนุ่มเลือกที่นั่ง นั่งลง เก้าอี้รถเข็นของเธอห่างจากเขา ไม่กี่นิ้ว ราชยิ้มให้เธอพร้อมคำถาม “ทำไมคุณไม่ยอมทำกายภาพผมต้องการทดสอบการเคลื่อนไหวของร่างกายเท่านั้น ตอนนี้คุณยังคงมีไข้สูงและไม่มีบางช่วง“ นิทตี้รู้ว่าตนเองผิดนั่งนิ่งไม่ยอมพูด คุณหมอถอนหายใจจับล้อเก้าอี้รถเข็นดึงเข้ามาใกล้ๆ หัวเข่าของทั้งคู่ติดกัน สีหน้าของเขาแสดงออกว่าเห็นใจเธออย่างมาก เอื้อมมือแตะที่หน้าผากร่างกายของเธออุ่นปกติ ราชพบรอยนิ้วจางๆที่มองเห็นได้ลางๆ “ คุณเป็นคนรั้นไม่เข้าเรื่องเชื่อมั่นในตัวเองว่าทำได้ทุกอย่าง ไม่ฟังใครง่ายๆ ผมรู้ว่าคุณต้องการกลับบ้านมาก เมื่อวานผมพาคู่หมั้นของคุณที่เข้าไปดูรายงานและผลตรวจคุณยังเป็นคนไข้ที่อยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง ผมมองเห็นในสิ่งที่คุณไม่เห็น ผมรักษาภายในร่างกายของคุณ ผมไม่ใช่ช่างเสริมสวย คุณถูกย้ายมาที่โรงพยาบาลนี้ เพราะที่นี่มีเครื่องมือดีที่สุด แต่ถ้าคุณไม่ชอบผม ผมจะขอเปลี่ยนคุณหมอคนใหม่มาแทนผม” คุณหมอราชเลื่อนล้อรถเข็นออกหยิบตลับลูกอมคืนจากมือเธอ “ รับรองว่า คุณจะได้หมอคนใหม่ ที่ไม่ปี๊ดใส่คุณ”
นิทตี้จ้องหน้าเขาด้วยสายตาน่าสงสาร คุณหมอหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน พูดต่อ “ ผมไม่อยากได้คนไข้ที่มีนิสัยรั้นแบบคุณ ถ้าคุณเรื่องยังเรื่องมากเปลี่ยนคุณหมอใหม่แล้วยังโวยวาย ผมจะโยนคุณออกจากโรงพยาบาลจริงๆ“ เมื่อจบประโยคสุดท้าย มือของเธอคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น ในใจของเธอ รู้เรื่องชื่อเสียงของคุณหมอจากวินนี่ ถ้าเขาไม่รักษาเธอต่อวินนี่คงจะไม่ยอมแน่นอน
นิทตี้ปล่อยโฮออกมา คุณหมอหนุ่มตกใจ นั่งลงจับมือของเธอ “ นิตยา คุณร้องไห้ทำไม ผ...ผมพูดทำอะไรผิด นิตยาพูดความจริงได้ไหมครับ หยุดร้องไห้ครับ” เธอดึงมือเขาออก “ฉันบอกก็ได้ค่ะ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนค่ารักษาแพงมากฉันไม่ต้องการรักษาตัวที่นี่ ฉันต้องทำงานเก็บเงินเพื่อรักษาแม่ของฉันที่ป่วยเป็นมะเร็ง“ นิทตี้หยุดเพื่อสูดน้ำมูก เช็ดน้ำตา เธอกล่าวต่อ “ วินนี่ต้องทำงานหนักเพื่อจ่ายค่ารักษาที่แพงมากฉันสงสารเขาค่ะ ขอฉันกลับบ้านนะคะ คุณหมอก็เช่าคอนโดฯของเขาแล้ว คุณหมอมารักษาฉันที่บ้านเราก็ได้นี่คะ“ ความจริงที่เธออัดอั้นตั้งแต่วันแรกก็คือเรื่องนี้ คุณหมอราชเดาไปสารพัด เขากลั้นหัวเราะไว้หลบสายดวงตากลมโตหันหน้ามองไปรอบๆบริเวณ คุณหมอราชนิ่งเงียบสักพักเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง ค่อยๆเลื่อนล้อรถเก้าอี้รถเข็นกลับเข้ามาวางตลับลูกอมในมือของเธอเช่นเดิม “ เอาอย่างนี้ ผมจะลดค่ารักษาในโรงพยาบาลให้50% พิเศษที่สุดสำหรับคุณ คุณสบายใจได้ ค่าตรวจสำหรับผมจะไม่เก็บแม้แต่บาทเดียว ตกลงไหม “ นิทตี้ยิ้มออกมาด้วยความดีใจพยักหน้ารัว มือหนานุ่มลูบศีรษะของเธอ ทำไมเขารู้สึกเอ็นดูผู้หญิงคนนี้ มันคือความรักที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาหรือ โชคชะตากำลังเล่นตลกกับเขา
เขารู้สึกผูกพันธ์กับเธอ ใจของเขามีความสุขมากทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอเขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนในชีวิต คุณหมอหนุ่มรีบลุกขึ้นเข็นรถเก้าอี้รถเข็นต่อให้เธอเข้าในห้องกายภาพบำบัด