ฟางเสียนจือนั่งอยู่ในรถ ทอดมองร่างของจิ่งเยี่ยนกุยที่แบกตะกร้าเดินไปยังบ้านเก่าของตระกูลจิ่ง รูปร่างของเธอบอบบาง แต่ตะกร้ากลับใหญ่มหึมา เมื่ออยู่บนหลังของเธอ ช่างไม่ต่างกับแบกูเาไว้ทั้งลูก ถึงแม้จะดูน่าขัน แต่ก็น่าเห็นอกเห็นใจไปพร้อมๆ กัน
เขาอยากจะช่วยเธอแบกตะกร้ากลับไปที่บ้านเก่าของตระกูลจิ่ง แต่ไม่ต้องเอ่ยปากเขาก็รู้ว่าเธอต้องปฏิเสธแน่นอน ถึงอย่างไรขาของเขาก็ยังไม่หายดี ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าการที่ขาได้รับาเ็เพราะเธอ อาจจะทำให้ได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น แต่ตอนนี้เขากลับอยากให้ขาหายเร็วๆ ขึ้นมาเสียแล้ว
และตอนนี้เหมือนเธออารมณ์ดีมาก ขณะเดินก็แกว่งผมหางม้าไปมา น่ารักจนเกินจะบรรยาย
มุมปากของฟางเสียนจือยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลี่สือหยางที่อยู่ข้างๆ ใช้ศอกกระทุ้งเขาเบาๆ แล้วพูดว่า “คนเดินไปไกลแล้ว ถ้ายังมองต่อไปอีกเดี๋ยวก็กลายเป็หินเฝ้าเมียแล้วนะ”
ฟางเสียนจือเหลือบมองเขา “ขับรถไปสิ”
หลี่สือหยางหัวเราะแล้วถามว่า “ก่อนหน้านี้ที่นายปฏิเสธคู่ดูตัวตั้งหลายคน ก็เพราะเธอคนนี้ใช่ไหม?”
ฟางเสียนจือเอนหลังพิงเบาะ “ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก เมื่อก่อนคิดว่าเธอเป็คนดี อ่อนโยน กลัวเธอจะถูกพ่อแม่บุญธรรมกดขี่ข่มเหง ก็เลยอยากช่วยเธอสักหน่อยในตอนที่ถูกเอาเปรียบอย่างหนัก แต่พอได้รู้จักมากขึ้น กลับพบว่าเธอเป็เหมือนลูกจิ้งจอกน้อยที่แสนเ้าเล่ห์ แต่พ่อแม่บุญธรรมของเธอดันอาศัยความเป็พ่อแม่คอยรังแกเธอสารพัด”
“เธอรู้ดีว่าพ่อแม่บุญธรรมใจร้ายแค่ไหน แต่ก็ยังใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งและกล้าหาญ ด้วยสถานการณ์ของเธอในตอนนี้ การที่จะหลุดพ้นจากบ้านพ่อแม่บุญธรรมเป็เื่ยากลำบากเกินไป เธออยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง แต่กลับไม่ย่อท้อ พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง ฉันก็เลยรู้สึกว่าควรจะช่วยเธอสักหน่อย”
หลี่สือหยางหัวเราะอีกครั้ง “การที่จะช่วยเหลือใครสักคนด้วยความสามารถและสติปัญญาของนาย มีวิธีตั้งมากมายหลายพันหลายหมื่นวิธี ทำไมต้องเอาตัวเองเข้าแลกด้วยล่ะ? เสียนจือ นายยอมรับมาเถอะว่าชอบเธอ!”
ฟางเสียนจือเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองไปยังเด็กสาวที่เดินห่างออกไปด้วยสายตาแสนอ่อนโยน มุมปากของเขายกขึ้น “ใช่ ฉันชอบเธอ นายมีปัญหารึไง?”
“ฉันจะกล้ามีปัญหาได้ยังไง!” หลี่สือหยางพูดพร้อมกับโบกไม้โบกมือ “ตลอดหลายปีมานี้ ผู้หญิงที่ชอบนายมีไม่น้อย คนที่นายไว้ใจได้ก็มีไม่มาก แต่นายก็ยังเ็าไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกชอบเลยสักนิด ทำตัวเหมือนเทพเซียนที่ไม่ดื่มกินอาหารบนโลกมนุษย์ ฉันเคยคิดจริงๆ นะว่านายอาจจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิต”
“ตอนนี้นายก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้ว ฉันรู้สึกว่าดีมากเลยล่ะ”
แววตาของฟางเสียนจือทั้งสงบและลึกซึ้ง เขาพูดเบาๆ “เื่ความรัก ฉันไม่เคยทำอย่างขอไปที ถ้าไม่ใช่คนที่ฉันชอบจริงๆ ฉันยอมขึ้นคานไปตลอดชีวิตดีกว่า”
นี่คือทัศนคติความรักของเขา ไม่เคยทำอย่างขอไปที คบแต่กับคนที่ตัวเองชอบเท่านั้น
ความรู้สึกของเขากับจิ่งเยี่ยนกุย เริ่มต้นจากความเห็นใจและสงสาร แต่หลังจากที่ได้รู้จักเธออย่างแท้จริง กลับยิ่งชอบความเข้มแข็งและความเฉลียวฉลาดของเธอ แล้วอยากแต่งงานด้วย ตอนแรกเขาแค่คิดที่จะช่วยเธอเท่านั้น แต่ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา ความรู้สึกของเขากลับผันเปลี่ยน เขาพบว่าตัวเองอยากรู้จักเธอให้มากขึ้น และอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับเธอ
หลี่สือหยางได้ยินคำพูดของเขาก็เบิกตาจนแทบถลนออกมา ยกนิ้วโป้งให้เขา “นายสุดยอดไปเลย! ถ้างั้นนายรีบจับพี่สะใภ้แต่งงานเลยดีกว่า ไม่งั้นถ้าเธอไปแต่งงานกับคนอื่น นายอาจจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิตจริงๆ”
ความจริงแล้วการที่จะชอบใครสักคน ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
ฟางเสียนจือเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ฉันได้ประทับตราความเป็เ้าของไว้บนตัวเธอแล้ว ในรัศมีสิบกว่าลี้ ไม่มีใครกล้ามาแย่งเธอไปจากฉันหรอก”
“...ถ้าเกิดมีคนที่ไม่รู้เื่รู้ราวโผล่มาล่ะ?” หลี่สือหยางถามลองเชิง
แววตาของฟางเสียนจือพลันเ็าลง “ก็จะหักขามันซะ”
หลี่สือหยาง “…”
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยยิ่งนึกถึงเื่ที่จิ่งเยี่ยนกุยลงมาจากรถของฟางเสียนจือก็ยิ่งโกรธ หล่อนเดินปึงปังกลับบ้านไปฟ้องแม่ ตอนนี้หลิวชุนฮวากำลังนั่งกินเมล็ดแตงโมอยู่ แต่ในใจก็กำลังคิดคำนวณ อีกสองวันที่จะถึงนี้ จิ่งเจี้ยนกั๋วน่าจะกลับมาแล้ว ถ้าไม่รีบเก็บเกี่ยวข้าวในไร่ ก็จะปลูกข้าวปลายฤดูไม่ทัน ยังต้องเรียกจิ่งเยี่ยนกุยกลับมาทำงานอีก บ้านจิ่งจะขาดแรงงานอย่างยายนั่นไปได้อย่างไร
หลิวชุนฮวาเห็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ยกลับมาด้วยท่าทางไม่พอใจก็รีบถามว่า “เป็อะไรไป? ทำไมถึงได้โมโหขนาดนี้?”
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยแหวเสียงดัง “แม่ ก่อนหน้านี้แม่รับปากหนูแล้วนะ ว่าจะต้องหาวิธีให้หนูได้แต่งงานเข้าตระกูลฟาง ถ้าแม่ไม่ช่วยหนู เดี๋ยวจิ่งเยี่ยนกุยก็ทำให้ฟางเสียนจือหลงหัวปักหัวปำแล้ว!”
หลิวชุนฮวารีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็เล่าเื่ที่จิ่งเยี่ยนกุยลงจากรถของฟางเสียนจือให้ฟัง “แม่ไม่รู้หรอกว่า วันนี้จิ่งเยี่ยนกุยกับฟางเสียนจือดูสนิทสนมกันขนาดไหน! หนูยังไม่เคยนั่งรถยนต์ของบ้านตระกูลฟางเลย แต่หล่อนกลับได้นั่ง!”
ยุคนี้การได้นั่งรถยนต์ถือเป็ความสุขสบายชั้นสูงอย่างหนึ่ง ชาวบ้านธรรมดาได้นั่งครั้งหนึ่งก็เอาไปคุยโอ้อวดได้ทั้งปี
หลิวชุนฮวาขมวดคิ้ว จิ่งเยี่ยนกุยไม่อยู่บ้านตระกูลจิ่ง งานบ้านทุกอย่างก็ตกอยู่ที่หล่อน ต้องเหนื่อยแทบขาดใจ นึกอยากจะไปเรียกจิ่งเยี่ยนกุยกลับมาทำงานเป็วัวเป็ม้า แต่ก็กลัวฤทธิ์เดชของหยางหว่านซิ่ว กะว่ารอให้จิ่งเจี้ยนกั๋วกลับมาก่อนแล้วค่อยยุให้เขาไปเอาตัวจิ่งเยี่ยนกุยกลับมาจากบ้านเก่า
พอได้ยินคำพูดของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยตอนนี้ ในใจของหล่อนก็รับััได้ถึงภัยคุกคาม ฟางเสียนจือคงไม่ได้อยากจะแต่งงานกับจิ่งเยี่ยนกุยจริงๆ หรอกใช่ไหม?
หล่อนเรียกจิ่งหลิวหยางมาแล้วบอกว่า “ไปบ้านเก่าสักหน่อย เรียกพี่สาวแกกลับมา”
คนในหมุู่บ้านมักจะมีแิชายเป็ใหญ่หญิงเป็รอง จิ่งหลิวหยางเป็เด็กผู้ชาย อีกทั้งเป็กำลังสำคัญของหลิวชุนฮวา ถ้าหล่อนไปหาหยางหว่านซิ่วอาจจะโดนด่า แต่คงไม่กล้าด่าจิ่งหลิวหยางแน่นอน
จิ่งหลิวหยางถูกหลิวชุนฮวาตามใจจนเสียคน ทุกวันก็ได้ยินหล่อนด่าว่าหยางหว่านซิ่วเป็ยายแก่ตายยาก จึงปฏิเสธทันที “ผมไม่ไปบ้านยายแก่หนังเหนียวนั่นหรอก”
หลิวชุนฮวาเกลี้ยกล่อมเขาว่า “ไปเรียกพี่สาวแกกลับมา เดี๋ยวเย็นนี้แม่จะไปซื้อเนื้อสองเหลี่ยง [1] มาทำลูกชิ้นเนื้อให้กิน”
ตาของจิ่งหลิวหยางเป็ประกายทันที แต่ก็ยังต่อรองว่า “เนื้อสองเหลี่ยงมันน้อยไป ไม่พอยัดซอกฟันด้วยซ้ำ อย่างน้อยต้องมีครึ่งจินสิ! เนื้อที่ผมเอามาจากยายเมื่อครั้งที่แล้ว จิ่งเยี่ยนกุยก็กินไปเยอะ ผมยังกินไม่หนำใจเลย!”
หลิวชุนฮวาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสงสารลูก และรีบตกลงทันที
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยกลับร้อนรน “แม่ ถ้าแม่ให้เนื้อน้องครึ่งจิน หนูก็ต้องได้กินด้วย!”
หลิวชุนฮวาตอบกลับด้วยสีหน้าแน่นิ่ง “ลูกเป็ผู้หญิง ยังไงก็ต้องออกเรือนไปไม่ช้าก็เร็ว ถึงตอนนั้นแม่จะหาครอบครัวสามีดีๆ ให้ จะได้กินของอร่อยทุกวัน ไม่ต้องมาแย่งน้องกินแบบนี้”
ถึงแม้ในใจจะรักจิ่งเสี่ยวเยวี่ย แต่จิ่งหลิวหยางก็คือแก้วตาดวงใจของหล่อน ของกินของใช้ดีๆ ในบ้านต้องให้ลูกชายก่อนเสมอ
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยทำท่าเบะปาก ถึงตอนนี้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกลับคิดว่าถ้ามีชีวิตที่ดีแล้ว จะไม่กลับมากตัญญูต่อแม่อีก! หลิวชุนฮวาเอาของกินดีๆ ให้จิ่งหลิวหยางหมด งั้นก็ให้น้องนั่นเลี้ยงดูแม่ไปก็แล้วกัน!
จิ่งชิวหงนั่งอยู่ตรงนั้นไม่พูดอะไร แต่ก็เผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เธอก็อยากกินเนื้อ! เนื้อครั้งที่แล้วจิ่งหลิวหยางกินไปถึงแปดส่วน เธอได้กินแค่สามชิ้นเล็กๆ เท่านั้น!
เชิงอรรถ
[1] เหลี่ยง (两) หน่วยน้ำหนัก คือ 50 กรัม