เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 106 แสดงออก [Re-write]

            ซูเช่อมองสาวน้อยที่อยู่เบื้องหน้านางไม่นับว่าเป็นสตรีที่งดงามที่สุดที่เขาเคยเจอมาแต่กลับเป็นผู้ที่ทำให้เขาหวั่นไหวมากที่สุดความพิเศษของนางก็อยู่ที่ความไม่เหมือนกับหญิงสาวพวกนั้นในดวงตาของนางไม่มีแผนการเล่นงาน มีแต่ความใสกระจ่างและความขี้เล่น

            ฐานะของพวกเขาแตกต่างกันดังนั้นจึงไม่เคยคาดหวังสิ่งใดมาก่อนช่วงก่อนหน้านี้นางมีเรื่องบาดหมางกับญาติสนิทของเขาเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจทั้งสองฝ่ายและได้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคน ดังนั้นจึงตัดสินใจรับการจัดการของฮ่องเต้ ออกจากเมืองหลวงไปทำงาน

            การไปครั้งนี้ก็กินเวลาหลายเดือน ในยามที่กลับมาก็ได้ยินว่านางใกล้ชิดกับบุรุษอีกผู้หนึ่ง ซูเช่อจนถึงตอนนี้ยังจำได้ว่าในยามที่ตนได้ยินข่าวนี้นั้นรู้สึกเปรี้ยวฝาดเพียงใด ที่แท้ในสายตาของเขาหญิงสาวที่มีหรือไม่มีก็ได้นางนั้นได้ยึดครองตำแหน่งที่สำคัญถึงเพียงนั้นในใจของเขาไปแล้ว ในเวลานั้นเองเขาเสียใจที่ตนจากเมืองหลวงไป เสียใจที่เดินทางไปทำงานในครั้งนี้ยิ่งเสียใจที่ไม่ได้หยุดยั้งซูเหล่าฟูเหริน ผลักไสนางจนยิ่งไกลออกไป

            หลิงมู่เอ๋อร์เห็นซูเช่อมีสีหน้าซับซ้อน ก็โบกมืออยู่หน้าเขากล่าวเรียบๆว่า “ท่านเหม่ออะไรกัน? นี่มีอะไรน่าดูหรือ? ถูกแล้วท่านเป็นตัวเอกของงานเลี้ยงในครั้งนี้ เหตุใดจึงวิ่งมาที่นี่คนเดียวแล้วโยนแขกทิ้งไว้ที่เรือนด้านหน้าเล่า?”

            “มีคำกล่าวหนึ่ง กล่าวว่า มนุษย์มีความเร่งด่วนสามประการ[1]”ซูเช่อนั่งอยู่เบื้องหน้าของนาง นำเตาพกอุ่นในมือยัดเข้ามาในมือของนาง “ถือไว้เถอะ! ร่างกายของเด็กสาวกลัวความเย็น”

            หลิงมู่เอ๋อร์ไม่มีทางเกรงใจเขา แม้จะบอกว่าหยกอุ่นบนคอจะทำให้ร่างกายของนางอบอุ่นไม่น้อย ทว่ามีของให้ความอบอุ่นเพิ่มมาอีกชิ้น ก็ทำให้นางสบายขึ้นกว่าเดิม

            “จวิ้นอ๋องผู้มีความเร่งด่วนสามประการ มีคนกำลังเรียกท่าน”หลิงมู่เอ๋อร์มองไปยังเบื้องหน้า บุ้ยปากให้เขา “ท่านไปเถอะ!”

            ในดวงตาของซูเช่อมีประกายความหงุดหงิดเสียใจแวบผ่านเขาได้สั่งการผู้ติดตามไว้ก่อนแล้วว่า อย่าให้ผู้ใดเข้าใกล้ที่แห่งนี้เห็นได้ชัดว่ามีบางสิ่งที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

            เมื่อคิดถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานเลี้ยงในวันนี้ซูเช่อจึงได้แต่สะกดกลั้นความรู้สึกวู่วามที่อยากว่าคนขึ้นมาเขามองนางอย่างลึกซึ้งทีหนึ่ง “รออีกครู่อย่าเพิ่งรีบร้อนจากไปอยู่คุยกับข้าก่อนแล้วค่อยไป ข้ายังมีอีกหลายเรื่องที่อยากถามเจ้า”

            หลิงมู่เอ๋อร์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ราวกับจะอย่างไรก็ได้ซูเช่อเมื่อเห็นดังนั้น ก็จิ้มจมูกของนางอย่างเอ็นดู ในดวงตาเต็มไปด้วยความรักใคร่

            หลังซูเช่อจากไป หลิงมู่เอ๋อร์ก็มองเตาพกอุ่นในมือแล้วถอนใจ

            “ตัดใจไม่ลง?” บรรยากาศอบอุ่นสายหนึ่งโอบล้อมนางจากทางด้านหลังของนาง“ถูกคุณชายอันดับหนึ่งชื่นชอบเป็นความรู้สึกเช่นใด ใช่ภาคภูมิใจมากหรือไม่?”

            หลิงมู่เอ๋อร์ฟังความหึงหวงในคำพูดของเขาออกพ่นเสียงหัวเราะออกมา นางกอดแขนของเขาไว้ “เหตุใดท่านก็มาด้วยเล่า?”

            “งานเช่นนี้ หากไม่ใช่เพราะเจ้าอยู่ด้วย ข้าไม่มีทางมาแน่!”ซั่งกวนเซ่าเฉินที่เดิมไม่เปิดเผยความรู้สึกของตน ยากนักที่จะออดอ้อนสักครั้ง

            หลิงมู่เอ๋อร์พอใจกับความสนิทสนมและการออดอ้อนของเขา เห็นได้ว่าบุรุษก็สามารถมีเสน่ห์ได้ เพียงแต่การออดอ้อนเป็นครั้งคราวกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ความเป็นแม่ในตัวผู้หญิงขึ้นมาได้

            “ข้าก็ไม่ชอบเช่นกันแต่ซูเหล่าฟูเหรินให้คนส่งเทียบเชิญมาด้วยตนเอง ข้าไม่มาไม่ได้”หลิงมู่เอ๋อร์เบะปาก! “ท่านคิดว่าข้าชอบมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้หรือ? ถูกแล้ว พี่ชาย กับพี่จูเป็นอย่างไรบ้าง? ไม่มีคนสร้างความลำบากใจให้พวกเขากระมัง? ”

            “มีจวิ้นอ๋องน้อยเบิกทางให้พวกเขา พวกเขาได้รู้จักคนไม่น้อยเจ้าวางใจก็พอ จวิ้นอ๋องน้อยดีกับพวกเขามาก” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้น้ำเสียงของซั่งกวนเซ่าเฉินก็เปลี่ยนเป็นหึงหวงอีกแล้ว เขาหอมหน้าผากของนางซ้ำๆเลื่อนตามหน้าผากลงมา จุมพิตริมฝีปากแดงที่เยือกเย็นของนาง “มู่เอ๋อร์ เขาดีกับเจ้าเหลือเกิน”

            “รสเปรี้ยวนี่…ที่แท้ดื่มน้ำส้มสายชูหมักเก่าเก็บไปมากเท่าใดจึงได้เปรี้ยวเช่นนี้?” หลิงมู่เอ๋อร์หัวเราะเยาะ “พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันท่านอย่าได้คิดมากไปแล้ว ตัวข้าหลิงมู่เอ๋อร์หากไม่ชอบก็ไม่ชอบหากจะชอบก็ชอบเพียงคนเดียวเท่านั้น นอกจากท่านจะทำเรื่องที่ผิดต่อข้าทำร้ายจิตใจของข้า ข้าจึงจะไม่ชอบท่านแล้ว ”

            “ไม่อาจเกิดเรื่องเช่นนั้นได้ตลอดกาลมู่เอ๋อร์ชอบได้เพียงข้าผู้เดียวตลอดไปเท่านั้น” ซั่งกวนเซ่าเฉินกอดนางไว้แน่นพูดอย่างเด็ดขาด

            “มีเรื่องอะไรกลับบ้านค่อยพูด ถึงเวลานั้นท่านพูดอะไรข้าก็จะคอยฟัง”หลิงมู่เอ๋อร์ถูกเขาจูบจนหายใจหอบ “ตอนนี้อยู่ในสถานที่ของผู้อื่น…”

            “มู่เอ๋อร์ เจ้าเต็มใจแต่งงานเป็นภรรยาของข้าหรือไม่?”มองหญิงสาวเบื้องหน้าที่มีดวงพักตร์ประดุจลูกท้อสีชมพูซั่งกวนเซ่าเฉินก็รู้สึกวู่วามขึ้นมา นั่นก็คือ แต่งนางกลับบ้าน

            คนจำนวนมากปรารถนาในตัวนางหากยังไม่คิดหาวิธีมัดนางกลับบ้านอีก กลัวว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใดขึ้นได้ในเวลานั้น ความแค้นของครอบครัว สิ่งที่ต้องกังวลใดๆล้วนสูญสลายไปสิ้น

            หลิงมู่เอ๋อร์รู้ว่า ซั่งกวนเซ่าเฉินถูกซูเช่อกระตุ้นเข้าแล้วแม้จะไม่รู้ว่า เขามีเรื่องใดที่ปิดบังนาง แต่ว่าอาศัยสัมผัสที่หกของผู้หญิงเป็นหลัก นางรู้ว่า เขากำลังวางแผนการบางอย่างอยู่ตลอดเรื่องนั้น ไม่อนุญาตให้เขาหมกมุ่นอยู่กับเรื่องรักใคร่ของชายหญิงนางไม่เคยบังคับเขา แน่นอนว่า ก็ไม่คิดจะนำเรื่องในครั้งนี้มายั่วยุเขา

            “ท่านยังคงกลับไปเถิด! มีเรื่องใดวันหลังค่อยว่ากัน ท่านใช่ดื่มสุราแล้วหรือไม่? กลิ่นเหล้าเต็มไปหมด ไม่แน่ว่าตอนที่ท่านสร่างสุรา คำพูดในวันนี้ก็ลืมไปทั้งหมดแล้ว” หลิงมู่เอ๋อร์เบะปาก พูดอย่างไม่พอใจ“ข้าไม่มีทางเชื่อคำพูดของผู้ชายที่ดื่มสุราหรอก”

            ซั่งกวนเซ่าเฉินมองหญิงสาวในอ้อมกอดอย่างลึกซึ้งช่วงเวลานี้มีแต่ความเงียบงัน ระหว่างผืนฟ้าและแผ่นดินมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น

            “จวิ้นอ๋อง” ในมุมหนึ่งผู้ติดตามมองซูเช่อที่มีสีหน้าหม่นหมองอย่างประหม่า

            ซูเช่อมองบุรุษสตรีที่อยู่ในศาลาพักร้อนดวงตาลึกล้ำมืดครึ้ม เขาพูดอย่างเย็นชาว่า “ดูท่า สาวน้อยนางนั้นจะชอบเขาจริงๆข้าถึงกับพ่ายแพ้ให้คนเช่นนี้”

            คนที่อยู่กับอันตรายและเส้นทางแห่งการฆ่าฟันราวกับผู้ที่ออกมาจากตำหนักของพญามัจจุราช หรือว่าสาวน้อยคนนั้นชอบแบบนี้กัน? หากรู้เช่นนี้แต่แรกเขาจะแสร้งเป็นคุณชายที่สุภาพอ่อนแอไปทำไม?

            “จวิ้นอ๋องขอรับ ท่านผู้นั้นได้รอท่านอยู่แล้ว”ผู้ติดตามกล่าวเตือน “แม่นางหลิงยังไม่ได้ออกเรือน ขอเพียงยังมิได้แต่งงานจวิ้นอ๋องก็ยังมีโอกาส ผู้ใดแพ้ผู้ใดชนะยังไม่แน่! จวิ๋นอ๋องจะเสียการใหญ่เพราะเรื่องเล็กน้อยไปเพื่อเหตุใดเล่าขอรับ?”

            ซูเช่อสูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่งก้าวเท้าที่หนักอึ้งไปจากที่แห่งนั้น

            ซั่งกวนเซ่าเฉิน

            คนผู้นี้คือผู้บัญชาการองครักษ์หลวงและเป็นผู้ที่ใกล้ชิดฮ่องเต้มากที่สุด ไม่รู้เพราะเหตุใดเขามักรู้สึกว่าคนผู้นี้มีที่มาไม่ธรรมดา จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

            ทว่า ไม่ว่าเขาจะตรวจสอบอย่างไรตลอดมาก็อาจสืบหาฐานะของเขาออกมาได้ ก็เป็นความรู้สึกที่ไร้ความสามารถไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ ทำให้ซูเช่อไม่พอใจนัก ในโลกนี้ถึงกับมีผู้ที่ทำให้เขาไม่อาจควบคุมตนเองเช่นนี้ได้เขาจะต้องตรวจสอบฐานะของเขาออกมาให้ได้ ปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้เช่นนี้ไม่อาจให้เกิดขึ้นได้

            อย่างรวดเร็ว คนในศาลาพักร้อนก็แยกออกจากกันหลิงมู่เอ๋อร์ก็จะต้องกลับไปที่เรือนด้านหลัง เพราะอย่างไร ที่ซูเหล่าฟูเหรินเรียกตัวนางมาเป็นเพราะมีเรื่องอื่นหากนางอยากถือโอกาสหนีไป ที่ล่วงเกินก็มิใช่เพียงซูเหล่าฟูเหรินแล้วยังมีไท่จื่อเฟยท่านนั้นด้วย

            “แม่นางหลิงกลับมาแล้ว” สตรีนางหนึ่งยิ้มอย่างเย้ายวน“ร่างกายดีขึ้นแล้วหรือ? ได้ยินจวิ้นจู่กล่าวว่าท่านไม่ค่อยสบาย อายุน้อยเช่นนี้ จะต้องรักษาสุขภาพให้ดี”

            หลิงมู่เอ๋อร์รู้จักสตรีนางนี้ นางเป็นบุตรีของราชบัณฑิต[2] ถังมั่วเยียนคู่หมั้นของนางเป็นบุตรชายของเสนาบดีกระทรวงกลาโหมเดิมคุณหนูใหญ่เช่นนี้มิได้มีความเกี่ยวข้องใดกับนาง แต่ไม่รู้ว่าบุตรชายของเสนาบดีกลาโหมผู้นั้นเส้นเอ็นเส้นใดมีปัญหาจึงมักมาแสดงความสนิทสนมกับนางที่โรงหมอถังมั่วเยียนเมื่อได้รับข่าวก็จะมาดักคนที่โรงหมอจากนั้นถือโอกาสหาเรื่องนางไปด้วย ด้วยเหตุนี้การต่อสู้ระหว่างคนทั้งสองจึงได้เริ่มขึ้นเช่นนี้

            หลิงมู่เอ๋อร์กวาดตามองหญิงนางนั้นอย่างราบเรียบรอบหนึ่งกล่าวอย่างดูถูกว่า “ท่านยังคงเป็นห่วงตนเองเถิด! ใบหน้าเล็กๆขาวซีดเช่นนี้ ยังเข้าใจว่าได้พบภูตผีกลางวันแสกๆเสียแล้ว!”

            “เจ้า!”ถังมั่วเยียนถลึงตาใส่หลิงมู่เอ๋อร์อย่างดุดัน “หญิงชาวบ้านตัวเล็กๆ ช่างปากคอเราะรายเหลือเกินเจ้าก็ใช้ลูกไม้เช่นนี้ล่อลวงผู้ชายหรือ? ได้ยินว่าเมื่อก่อนเจ้ามักจะมาจวนจวิ้นอ๋องเพื่อยั่วยวนจวิ๋นอ๋องน้อย ตอนนี้ดูไปแล้วจวิ๋นอ๋องน้อยไม่ตกหลุมพรางของเจ้าเจ้าจึงไปยั่วยวนคู่หมั้นของผู้อื่นใช่หรือไม่ มีเพียงคนโง่เช่นเจ้านั่นจึงมองเจตนาของเจ้าไม่ออก”

            “คุณหนูถังกลับเข้าใจเจตนาของข้าจริงๆ แต่ว่า…คุณชายหวังจะฟังท่านหรือไม่เล่า? แม้แต่คู่หมั้นของตัวเองก็ยังควบคุมไม่ได้แล้วยังจะมายุ่งเรื่องของผู้อื่นอีก ท่านไม่รู้สึกว่าช่างน่าขำมากหรือ?” ตำแหน่งของพวกนางในตอนนี้ค่อนข้างห่างไกล ผู้อื่นไม่ได้ยินว่าพวกนางกำลังกล่าวสิ่งใดทว่าเมื่อเห็นคนทั้งสองกำลังพูดคุยกันก็มีคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์สองสามคนเดินมาทางพวกนางแล้วหลิงมู่เอ๋อร์หยุดคำพูดในเวลาที่เหมาะสม กล่าวกับถังมั่วเยียนว่า “คุณหนูถังอย่าได้มาหาเรื่องข้าแล้ว ข้าเป็นหมอคนหนึ่ง การรักษาบาดแผล ช่วยคนจากความตายเป็นหน้าที่ของข้า คู่หมั้นของท่านคุณชายหวัง บอกว่าตนได้รับบาดเจ็บข้าย่อมไม่อาจเห็นความตายโดยไม่ช่วยเหลือกระมัง เหตุใดเขาต้องมาพัวพันข้าแม้แต่ข้าก็รู้สึกงุนงงไม่รู้ที่ไปที่มาเช่นกัน”

            เหล่าคุณหนูที่เดินมา ได้ยินคำพูดท่อนหลังของหลิงมู่เอ๋อร์แต่ละคนก็มองถังมั่วเยียนด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

            คุณหนูตระกูลใหญ่ผู้หนึ่งควบคุมคู่หมั้นของตนไม่อยู่กลับมาหาเรื่องผู้อื่นซึ่งเป็นสาวน้อยอีกทั้งสาวน้อยผู้นั้นยังมิได้ทำสิ่งใดผิดอีกในสายตาของคุณหนูสูงศักดิ์พวกนี้รู้สึกว่าช่างน่าขายหน้าเสียเหลือเกินคุณหนูสูงศักดิ์พวกนี้มีความเชื่อมั่นในตนเองมากไม่มีทางยอมรับว่าตนเองไร้ความสามารถอย่างเด็ดขาด ความเย่อหยิ่งของพวกนางไม่อนุญาตให้พวกนางก้มหัวให้ผู้ใด

            ถังมั่วเยียนสังเกตได้ถึงสายตาของทุกคนก็ถลึงตาใส่หลิงมู่เอ๋อร์อย่างดุดัน

            “พวกเจ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี่? ไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงมีรางวัลประทานให้กับทุกคน ทุกคนล้วนไปด้านนั้นเถอะ!” คุณหนูใหญ่ของจวนมหาเสนาบดี หลันเชี่ยนหยิ่ง เดินเข้ามากล่าว

            หลันเชี่ยนหยิ่งน่าจะเป็นผู้ที่ซูเหล่าฟูเหรินพึงใจในฐานะตัวเลือกหลานสะใภ้และไท่จื่อเฟยก็เป็นลูกพี่ลูกน้องหญิงของหลันเชี่ยนหยิ่งพอดีตำแหน่งของมหาเสนาบดีนั้นสูงมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องส่งบุตรสาวเข้าวังอีก ดังนั้นซูเช่อจึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรกในฐานะบุตรเขยของจวนมหาเสนาบดีคนทั้งสองครอบครัวล้วนมีความคิดเช่นเดียวกันขาดเพียงการแลกเทียบดวงชะตาในขั้นสุดท้ายเท่านั้น

            “พี่เชี่ยนหยิ่ง”ถังมั่วเยียนเมื่อเห็นหลันเชี่ยนหยิ่งก็เข้าไปจับมือของนาง “ท่านต้องระวังให้ดีมีบางคนต่ำช้าเป็นที่สุด ชอบยั่วยวนคู่หมั้นของผู้อื่นโดยเฉพาะจวิ้นอ๋องน้อยเป็นถึงคุณชายอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงหญิงสาวที่เต็มใจลดตัวลงต่ำพวกนั้นจะปล่อยเขาไปได้อย่างไร?”

            ใบหน้าของหลันเชี่ยนหยิ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงมองถังมั่วเยียนอย่างไม่พอใจ “พูดเหลวไหลอะไรกัน? จวิ้นอ๋องน้อยเกี่ยวข้องอะไรกับข้ากัน? หากยังพูดมั่วอีกดูว่าข้าจะจัดการเจ้าหรือไม่”

            “พี่เชี่ยนหยิ่งช่างถ่อมตนเหลือเกินใครก็รู้ว่าพวกท่านสองตระกูลตัดสินใจจะทำการหมั้นหมายกัน”ถังมั่วเยียนมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างได้ใจ

            หลิงมู่เอ๋อร์ไม่สนใจฝีมืออ่อนด้อยของคุณหนูน้อยทั้งหลายไม่พูดถึงว่าซูเช่อและหลันเชี่ยนหยิ่งยังมิได้หมั้นหมายกัน ต่อให้หมั้นหมายกันแล้วหากเป็นสิ่งที่นางต้องการ จะมอบโอกาสให้พวกเขาได้อย่างไร? นางไม่อยากได้พวกนางหวั่นวิตกถึงเพียงนี้ ก็ไม่มีความหมายใด! นางไม่เข้าใจจริงๆว่าในสมองของผู้หญิงพวกนี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่

            “แปดอักษรยังไม่ทันได้พินิจ เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหลแล้ว!”หลันเชี่ยนหยิ่งเหลือบตามองหลิงมู่เอ๋อร์ที่อยู่เบื้องหน้าครั้งหนึ่ง

            นางจำหลิงมู่เอ๋อร์ได้ ในความเป็นจริงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่รู้จัก เมื่อครู่ก็รู้จักแล้ว

            ผู้ที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ล้วนเป็นเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์โดยปกติล้วนมีการติดต่อกัน มีเพียงนางที่เป็นคนแปลกหน้าขอเพียงหาใครสักคนมาถามก็รู้แล้วว่านางเป็นผู้ใด

            สำหรับหญิงสาวนางนี้ หลันเชี่ยนหยิ่งไม่มีความรู้สึกที่ดีด้วยสาเหตุเพราะนางต้องการยั่วยวนพี่เช่อพี่เช่อเป็นชายในฝันของหญิงสาวทุกนางในเมืองหลวง นางชอบเขาก็เป็นเรื่องสมควร ทว่านางพันไม่ควรหมื่นไม่ควร อาศัยที่ตนเองรู้วิชาแพทย์มาใกล้ชิดพี่เช่อและยังทำให้พี่เช่อมองและปฏิบัติต่อนางเป็นพิเศษ

            “ทุกท่านเชิญคุยเรื่องเก่าตามสบาย”หลิงมู่เอ๋อร์รำคาญมากแล้วจริงๆ “ข้าไปพบไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงก่อนแล้ว”

            สีหน้าของหลันเชี่ยนหยิ่งเปลี่ยนแปลงทันทีลากถังมั่วเยียนได้ก็วิ่งไปยังเรือนด้านหลัง ความเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วมากเห็นได้ชัดว่านึกถึงเป้าหมายในการมาเมื่อครู่ขึ้นมาได้

            หลิงมู่เอ๋อร์เห็นพวกนางจากไป จึงได้เดินกลับไปอย่างช้าๆ

            ไท่จื่อเฟยประทานสิ่งใดนางไม่มีความเกี่ยวข้องนางยังไม่หนังตาต่ำถึงเพียงนั้น ขอเพียงให้นางอยู่อย่างสงบได้นางยินดีที่จะไม่รับสิ่งใดเลย

             

             

             

             

            เชิงอรรถ

            [1] ความเร่งด่วนสามประการของมนุษย์หมายถึงเรื่องการขับถ่ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือรั้งรอได้นาน ได้แก่ การปัสสาวะอุจจาระ และ การผายลม

            [2] ราชบัณฑิตเป็นนักปราชญ์ประจำราชสำนักผู้เป็นสมาชิกคณะเน่ย์เก๋อ คณะที่ปรึกษาของฮ่องเต้

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247