ฝนในฤดูร้อน

    บทที่ 4-ความหลัง

          เด็กหนุ่มวิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปในโบสถ์ชุดนักเรียนชุ่มไปด้วยน้ำ

             

            “ฤดูร้อนแท้ๆ  ทำไมฝนตกหนักอย่างนี้นะ เปียกหมดเลยเรา”

             

            บรรยากาศเงียบสงัดดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ ทำให้เชนคลายความกังวลลงไป

             

            ยังไม่ทันใช้มือลูบน้ำที่เกาะเม็ดพราวอยู่ตามแขนได้หมดเด็กหนุ่มก็สะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของใครบางคนกลืนไปกับสายฝน

             

            บนม้านั่งยาว เขาเห็นเด็กผู้หญิงใส่เสื้อแขนยาวผูกคอซอง กระโปรงสีน้ำเงินยาวแทบจะคลุมถุงเท้า ผมตัดสั้นระต้นคอกำลังคว่ำหน้า ส่งเสียงสะอื้น

             

            “นี่เธอ…เป็๲อะไรไปหรือเปล่า”

             

            เด็กสาวเงยหน้าแล้วหันมา วงหน้ารูปไข่ขนตายาวชุ่มไปด้วยน้ำตา

             

            เขามองแล้วเศร้าตามไปด้วย เหมือนมองพระจันทร์ดวงกลมบนท้องฟ้าหม่นแสงด้วยมีเมฆดำมาคอยบดบังเอาไว้

             

            “เธอเป็๲ใคร” เด็กสาวทักทายพลางใช้มือขวาป้ายน้ำตา

             

            “มีอะไรให้ช่วยไหม”

             

            เด็กสาวส่ายหน้า “เธอเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนแถวนี้นี่นา”

             

            “เธออยู่โรงเรียนฝรั่ง ส่วนฉันโรงเรียนวัด”

             

            “แหม ก็โรงเรียนวัดเหมือนกันแหละน่า วัดไทยกับวัดฝรั่งไง”

             

            เด็กสาวหยิบแว่นตาขึ้นมาสวม

             

            “เป็๲อะไรไปหรือเปล่า” เขาถามด้วยความเป็๲ห่วงน้ำตาในสายฝนช่างคุ้นเคยนักสำหรับคนอย่างเขา

             

            “นิดนึง” เธอว่า “แต่ไม่เป็๲ไรแล้วละคงต้องกลับบ้านเสียที กลัวพ่อเป็๲ห่วง”

             

             พูดเสร็จเด็กสาวทำท่าจะลุกขึ้น

             

            “อย่าเพิ่งไปเลย…” เชนจับแขนเพื่อนใหม่เอาไว้ก่อนรีบปล่อย“ฝนยังตกแรงอยู่ ออกไปก็เปียกเท่านั้นอยู่เป็๲เพื่อนกันก่อนเถอะ”

             

            เด็กสาวพยักหน้ารับแหงนมองรูปปั้นพระแม่มารีซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไป

             

            “เป็๲ความลับ…”

             

            “อะไรนะ…”

             

            “ตอนที่เราแอบร้องไห้ อย่าไปบอกใครล่ะ”

             

            “อ๋อ รับรองได้”

             

            “แม่เราเพิ่งเสียไม่นาน…” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือแล้วหันมาสบตากับเขา ๲ั๾๲์ตาเริ่มแดงขึ้นอีก

             

            เขายื่นผ้าเช็ดหน้าให้

             

            เธอยื่นมือรับใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นซับน้ำตาที่ไหลซึมออกมาใต้กรอบแว่น

             

            “อย่าเสียใจไปเลย เราก็ไม่มีแม่”

             

            “อะไรนะ”

             

            “แม่เราก็ตายไปแล้วเหมือนกัน”

             

            เด็กสาวนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ถามต่อว่า “เธอนับถือคริสต์หรือเปล่า”

             

            เชนส่ายหน้า

             

            “ไม่เป็๲ไร เราจะสวดมนต์ให้เอง”

             

            เด็กสาวพริ้มตาลง เอามือกุมไว้เหนืออก

             

            เชนมองวงหน้าด้านข้างของเพื่อนใหม่แว่นตาคู่นั้น จมูกโด่งได้รูป รอยยิ้ม ผิวพรรณอันนวลเนียนนั่นอีกเล่า เขาเฝ้าลอบมองวงหน้านั้นอย่างเพลิดเพลินราวกับ๻้๵๹๠า๱ผนึกภาพเด็กสาวเบื้องหน้าเอาไว้ในความทรงจำ

             

            “เราชื่อเชน” เขาแนะนำตัว

             

            “ชื่อแปลกดีจัง ฟังแล้วอบอุ่น”

             

            “แล้วเธอชื่ออะไร”

             

            “ชื่อจริงบุษบา ชื่อเล่นเกด”

             

            “เกดงั้นหรือ”

             

            “แม่คนเป็๲ตั้งให้ อย่าบอกว่าไม่เพราะนะไม่งั้นโกรธ”

             

            เขาหัวเราะเบา ๆอยากฟังเสียงใสของเพื่อนใหม่ตรงหน้าอีกนานๆ

             

            เสียงฝนเทกระหน่ำมาอีกระลอกแล้วโบสถ์ยังคงเงียบสงบ เด็กสาวหลับตาพริ้ม คุกเข่า เชนเหม่อมองไปยังเบื้องหน้า

             

            คล้ายกับว่า มีคนสองคนเท่านั้นในโลกนี้