ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 35 ของเล่นชิ้นใหม่
ณ สำนักอัคคี
หลังผู้อาวุโสหลิวได้รับของกำนัลจากจางหย่ง ก็แบกกลับสำนักอย่างเงียบๆพร้อมกับหมกตัวศึกษาวัตถุประหลาดชิ้นนั้น แต่ไหนเลยจะหลุดรอดสายตาผู้คนในสำนักได้ หลังกลับมาสำนักได้พักหนึ่งก็มีคนมาขอเข้าพบเขาเป็นจำนวนมาก จนเขาต้องปิดห้องไม่ให้ใครเข้าพบอีก
เช้าวันต่อมา แขกผู้ไม่รับเชิญพุ่งตรงเข้าห้องของผู้อาวุโสหลิวอย่างใจกล้า เขาคือผู้อาวุโสจี้ หนึ่งในสี่ผู้อาวุโสสำนักอัคคี สหายสนิทของผู้อาวุโสหลิว
"สหาย ข้ามีของจะมาอวด ... นั่น เจ้ากำลังทำอะไร?"
ผู้อาวุโสจี้ได้ของเล่นชิ้นใหม่จากการไปท่องเที่ยวคิดจะนำมาโอ้อวดสหาย แต่กลับสะดุดเข้ากับของที่สหายกำลังรื้อค้นอยู่ในตอนนี้ ผู้อาวุโสหลิวที่เห็นสหายเข้ามาในห้องก็บ่นขึ้นว่า
"โถ่ว เจ้าหัดรู้จักคำว่ามารยาทหน่อยได้หรือไม่?"
"เจ้าสิ่งนี้มันคืออะไรกัน?"
ผู้อาวุโสจี้ไม่ได้สนใจคำบ่นของสหาย แต่กลับสนใจวัตถุที่อยู่ในมือของสหายมากกว่า เมื่อมองดูพักใหญ่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร เขาจึงเอ่ยถามซ้ำขึ้นว่า
"เฮ้ เจ้าจะไม่บอกข้าหน่อยหรือว่าเจ้าสิ่งนั้นคืออะไร?"
"หากข้ารู้ข้าก็ตอบเจ้าไปแล้วสิ ไปๆ กลับไปได้แล้ว อย่ามาเกะกะข้า"
ผู้อาวุโสจี้ขมวดคิ้วเป็นปมก่อนจะถามขึ้นอีกครั้งว่า
"ไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร แล้วเจ้าไปเอามาจากที่ใด?"
"มีคนให้มา"
"สหาย แล้วเหตุใดไม่ถามคนที่ให้มาเล่าว่าสิ่งนี้คืออะไร"
ผู้อาวุโสหลิวชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะเริ่มงัดแงะต่อไป ก่อนหน้านี้เขาเคยถามเจ้าหนุ่มคนนั้นแล้วว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่เจ้าหนุ่มนั่นก็ตอบไม่ได้เช่นกัน หลังจากถามอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบ เขาจึงตัดสินใจยกมันมาศึกษาดูเอง ขนาดคนนำมันมายังไม่รู้จะให้เขาไปถามจากที่ไหนได้อีก ผู้อาวุโสจี้เห็นสหายไม่สนใจตัวเองก็นั่งลงตรงข้ามเขาแล้วเริ่มหยิบจับวัตถุแปลกประหลาดที่หลุดเป็นชิ้นๆออกมาดู
"อย่าจับมั่วนะ เดี๋ยวข้าเก็บกลับคืนไม่ได้"
"เจ้าแน่ใจหรือ หากข้าไม่จับ เจ้าจะเก็บกลับคืนที่เดิมได้?"
"..."
และแล้วสองสหายรุ่นใหญ่ก็เริ่มงานงัดแงะโทรทัศน์ออกเป็นชิ้นๆจนไม่มีเค้าโครงสภาพเดิมอีกต่อไป หากใครที่เคยเห็นโทรทัศน์มาเห็นเข้า ยังไม่สามารถตอบได้เลยว่ากองขยะเหล่านี้เคยเป็นสิ่งใดมาก่อน
----------------
ณ บ้านจางหย่ง
หลังกินข้าวกลางวันเสร็จสองสามีภรรยาก็ขอตัวไปพักผ่อนที่บ้านของหนิงเหอ ผ่านไม่ไปนาน ช่างชุนได้พาช่างอีกสองคนมาพร้อมกันที่บ้านของจางหย่ง จางหย่งจึงลุกไปทักทายแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"วันนี้รบกวนด้วยขอรับ"
"ฝีมือระดับนี้แล้ว ไม่ต้องห่วง " จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปตรวจสอบหลังคาบ้านและเริ่มลงมือซ่อมแซม จางหย่งกลัวลูกๆจะเข้าไปใกล้จึงแอบหยิบรถสามล้อเด็กที่สุ่มได้ออกมา แล้วพาพวกเขามาเล่นที่ลานหน้าบ้าน อาฟู่ลูกชายคนรองเอ่ยถามขึ้นอย่างตื่นเต้น
"ท่านพ่อสิ่งนี้คืออะไรหรือขอรับ"
"เป็ดๆ"
อาฟงที่ได้ยินคำถามของพี่ชายคนรองก็ตอบออกมาทันที ทำเอาจางหย่งที่ได้ยินถึงกับหัวเราะออกมา เจ้าสามล้อคันนี้มีหัวด้านหน้าเป็นรูปเป็ด ทำให้อาฟงตอบคำถามของพี่ชายเช่นนั้น จางหย่งยกมือขึ้นลูบหัวลูกชายคนเล็กก่อนจะเอ่ยตอบว่า
"ใช่แล้ว นี่คือเป็ด แต่เป็นรถสามล้อรูปเป็ดนะอาฟง"
"รถฉามย้อ?"
"รถสามล้อ ไม่ใช่ฉามย้อ มาๆเดี๋ยวพ่อสอนเล่น"
อาเฟยลูกชายคนโตมองบิดาด้วยสีหน้าแปลกประหลาดก่อนจะเลือนหายไป เขาแน่ใจแล้วว่าบิดาของเขาต้องมีพลังอะไรบางอย่างหลังฟื้นจากการตกเขาอย่างแน่นอน เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าพลังนั้นคืออะไร ทั้งน้ำที่มีพลังวิญญาณ ทั้งเสกของที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือเขาควรจะถามบิดาตรงๆดีนะ อาเฟยได้แต่คิดในใจ
ของเล่นชิ้นนั้นไม่เหมาะกับเด็กโตอย่างอาเฟย ดังนั้นอาฟู่กับอาฟงจึงผลัดกันเล่นอย่างสนุกสนาน ในตอนแรกอาฟงไม่สามารถถีบรถสามล้อให้ขยับไปด้านหน้าได้ เขาทำได้แต่ถีบล้อกลับไปด้านหลัง แต่เมื่อสังเกตอาฟู่พี่ชายคนรองอยู่พักหนึ่ง เขาก็เริ่มถีบรถสามล้อไปข้างหน้าได้แล้ว
ผ่านไปพักใหญ่ ช่างชุนและพรรคพวกได้ลงมานั่งพักอยู่ใกล้ๆพวกเขา อาเฟยที่รู้งานรีบวิ่งไปตักน้ำมาให้ ช่างชุนมองเห็นของเล่นเด็กก็ถามขึ้นอย่างประหลาดใจว่า
"นั่นพวกเจ้ากำลังเล่นอะไรกันหรือ?"
"รถฉามย้อเป็ด"
อาฟงลูกชายคนเล็กเอ่ยตอบ ของเล่นที่ท่านพ่อนำมาให้ช่างสนุกจริงๆ
"อะไรย้อๆนะ?"
จางหย่งยิ้มอย่างขบขันก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"สิ่งนี้เรียกว่ารถสามล้อขอรับ"
ช่างชุนรู้สึกสนใจของเล่นเด็กชิ้นนี้เป็นพิเศษจึงเอ่ยขึ้นกับจางหย่งว่า
"เจ้าเอาสิ่งนี้มาจากที่ใดกัน?"
"เอ่อ...พอดีมีพ่อค้าจากต่างแดนผ่านมาข้าเลยซื้อเอาไว้ขอรับ"
อาเฟยลูกชายคนโตฟังคำตอบของพ่อเงียบๆโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด หากมีพ่อค้าจากต่างแดนจริงเหตุใดเขาถึงไม่เคยเห็นกัน ถ้าบอกว่าพ่อค้าผ่านมาตอนบิดาเข้าป่าเมื่อเช้านี้ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ของชิ้นนี้แม้ไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็ก อีกทั้งสีสันสะดุดตา เหตุใดพวกเขาถึงไม่มีใครเห็นเมื่อบิดานำกลับมากัน อาเฟยได้แต่เก็บข้อสงสัยไว้ในใจ
ช่างชุนที่ได้ยินก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที เลยถามรายละเอียดและขอซื้อของชิ้นนั้นต่อจากจางหย่งเพื่อนำไปศึกษา เด็กทั้งสองที่ได้ยินบทสนทนาก็ส่งสายตาเว้าวอนไปทางบิดาก่อนอาฟู่ลูกชายคนรองเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ รถสามล้ออันนี้สนุกจริงๆเลยนะขอรับ"
"สนุกๆ"
อาฟงน้องชายคนเล็กเอ่ยสนับสนุนพี่ชาย จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันไปเอ่ยปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ช่างชุนได้แต่รู้สึกเสียดาย หลังได้พักดื่มน้ำแล้วรู้สึกว่าหายเหนื่อยพวกเขาก็ไปทำงานในส่วนของตัวเองต่อจนเสร็จ
ระหว่างจางหย่งนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ลูซื่อได้ถือผ้าที่เย็บเป็นปลอกผ้าห่มมาให้ที่บ้านผืนหนึ่ง เด็กๆที่เห็นผู้มาเยือนก็รีบเอ่ยทักทายขึ้นว่า
"คารวะท่านป้าลู่ ขอรับ"
ป้าลู่ยิ้มอย่างใจดีก่อนจะเอ่ยตอบว่า
"ตอนนี้เพิ่งเสร็จเพียงผืนเดียว อากาศเริ่มเย็นลงมากแล้ว ข้าเลยนำมาส่งให้เจ้าก่อน"
"ลำบากท่านป้าแล้วขอรับ"
"ว่าแต่ เจ้าจะยัดไส้ด้านในผ้าห่มด้วยอะหรือ?"
"ข้ามีของที่ซื้อจากตลาดมาทำไส้ผ้าห่มแล้วขอรับ"
ลู่ซื่อพยักหน้าก่อนจะเอ่ยต่อว่า
"งั้นก็ดีแล้ว ป้ายังกังวลอยู่เลยว่าเจ้าจะไม่มีไส้ใน ถ้าเช่นนั้นป้าขอกลับไปทำส่วนที่เหลือก่อนก็แล้วกัน"
"ไม่อยู่ทานข้าวกับพวกเราหรือขอรับ"
"ถ้าป้าทานข้าวที่นี่ สองพ่อลูกคงจะโวยวายแน่ๆ"
จางหย่งยิ้มก่อนจะเดินไปส่งลู่ซื่อทางหน้าบ้าน ดังนั้นเมื่อทุกอย่างในวันนี้จบลง ช่างชุนและพวกซ่อมหลังคาพร้อมรับค่าจ้างตามจำนวนที่คุยกันไว้เสร็จก็ขอตัวกลับไปทันที เหลือเพียงสี่พ่อลูกอยู่ที่หน้าลานบ้าน จางหย่งฝากอาเฟยลูกชายคนโตดูแลน้องๆ ก่อนจะเข้าไปในบ้านพร้อมเสี่ยวเหมา
เสี่ยวเหมาเปิดมิติดึงตุ๊กตาเห็ดขนาดใหญ่พิเศษออกมาจากมิติส่งให้จางหย่งอย่างรู้งาน จางหย่งเลาะเอาไส้ในตุ๊กตามาใส่ผ้าห่มได้พอดิบพอดี ส่วนปลอกตุ๊กตารูปร่างเหมือนเอ่อ...เห็ดอันนั้น จางหย่งวางแผนจะนำไปทิ้งในภายหลัง หลังอาหารเย็นเด็กๆที่ได้เห็นผ้าห่มผืนใหม่ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มันทั้งนุ่มลื่นอุ่นสบาย ทำให้พวกเขาที่เล่นจนเหนื่อยทั้งวันหลับไปอย่างรวดเร็ว
อาเฟยมองตามบิดาอย่างสงสัย ท่านพ่อไปซื้อไส้ผ้าห่มมาตอนไหนกันนะ มีแต่เรื่องที่เขาไม่รู้เต็มไปหมด ไม่ว่าอย่างไรต้องหาโอกาสถามให้ได้ ดังนั้นเมื่อน้องๆทั้งสองหลับไป เขาก็เดินออกมาลานบ้าน พบว่าพ่อกำลังอ่านหนังสือบางอย่างอยู่ เขาจึงสูดหายใจลึกๆแล้วเอ่ยกับบิดาขึ้นว่า
"ท่านพ่อ ท่านมีอะไรปิดบังพวกเราอยู่ใช่ไหมขอรับ"
ตุบ เสียงนิตยสารแฟชั่นชุดว่ายน้ำร่วงจากมือจางหย่งลงพื้น อาเฟยมองหนังสือเล่มนั้นด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะมีเสียงของจางหย่งพูดขึ้นอย่างรีบร้อนว่า
"พ่อ พ่อไม่ได้ชอบแบบนี้นะ!!"