หมอกสีดำปกคลุมทั่วทั้งูเาชิงอวิ๋น
ลมหนาวพัดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนต้นสนเก่าแก่ส่งเสียงครวญครางคล้ายกำลังจะหักโค่น ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของดินศพและไอิญญา
หลินเซวียนยืนหอบหายใจอยู่กลางลานวัด มือยังจับโคมิญญาแน่น
เปลวไฟสีทองดำภายในโคมสั่นไหวช้า ๆ
ราวกับกำลัง “ตื่น”
ส่วนศพที่ถูกโซ่สีดำแทงทะลุเมื่อครู่ บัดนี้เหลือเพียงร่างแห้งเหี่ยวกองอยู่บนพื้น หมอกดำทั้งหมดถูกดูดเข้าไปในโคมจนหมดสิ้น
แต่พวกที่เหลือยังคงเดินเข้ามา
ช้า ๆ
ไม่หยุด
ดวงตาดำสนิทหลายสิบคู่จับจ้องมายังหลินเซวียน ราวกับััได้ถึงบางอย่างในตัวเขา
“พวกมันกำลังตามตะเกียง…” เฒ่าชิงเต้าพูดเสียงต่ำ
จากนั้นชายชราก็ไอออกมาเป็เือีกครั้ง
หลินเซวียนรีบประคอง “อาจารย์!”
“ข้าไม่เป็ไร…”
แม้พูดเช่นนั้น แต่ใบหน้าของเฒ่าชิงเต้าซีดราวกระดาษ ด้านหลังของเขา “เงากรรมตาย” ที่หลินเซวียนมองเห็นก่อนหน้านี้เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
มันกำลังก้มหน้ามองชายชราอยู่เงียบ ๆ
ราวกับรอเวลา
หลินเซวียนกำหมัดแน่น
เขาไม่เข้าใจทั้งหมด แต่รู้เพียงว่า หากสถานการณ์ยังเป็เช่นนี้ต่อไป… เฒ่าชิงเต้าอาจตายจริง ๆ
“เซวียนเอ๋อร์ ฟังข้าให้ดี”
เฒ่าชิงเต้าจับไหล่เขาแน่น
“สิ่งที่อยู่ใต้หมู่บ้าน ไม่ใช่ิญญาธรรมดา”
“แล้วมันคืออะไร”
ชายชรามองไปยังหมอกดำที่ปกคลุมฟ้า
ก่อนเอ่ยออกมาช้า ๆ
“ศพเซียน”
หัวใจหลินเซวียนกระตุกวูบ
“เซียน… ตาย?”
“เมื่อหลายพันปีก่อน มีผู้ฝึกตนระดับสูงถูกผนึกอยู่ใตู้เานี้” เฒ่าชิงเต้ากล่าว “ไม่มีใครรู้ชื่อของมัน ไม่มีใครรู้ว่ามาจากที่ใด”
“คนในยุคนั้นเรียกมันเพียง…”
ชายชราหยุดไปครู่หนึ่ง
“ผู้เฝ้ามองฟ้าดับ”
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะแหบแห้งก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ฮ่า… ฮ่า…”
เสียงนั้นดังก้องอยู่ทั่วูเา ราวกับดังออกมาจากใต้พื้นดิน
ศพทั้งหมดหยุดเดินพร้อมกัน
ก่อนคุกเข่าลงช้า ๆ
เหมือนกำลังบูชาบางสิ่ง
หลินเซวียนรู้สึกขนลุกทั่วร่าง
ตึก…
ตึก…
เสียงหัวใจจากใต้ดินดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ
พื้นหินเริ่มสั่น
รอยแตกจำนวนมากปรากฏขึ้นทั่วลานวัด
เฒ่าชิงเต้าสีหน้าเปลี่ยนทันที “ถอย!”
ตูมมม!!
พื้นดินบริเวณต้นสนเก่าแก่ะเิออก!
ดินและเศษหินพุ่งกระจายขึ้นฟ้า หมอกสีดำทะลักออกมาราวกับน้ำจากเขื่อนแตก
จากใต้หลุมขนาดใหญ่…
มือสีดำข้างหนึ่งค่อย ๆ ยื่นขึ้นมา
มันผอมแห้งราวซากศพ แต่เล็บกลับยาวผิดมนุษย์ และบนิัเต็มไปด้วยอักขระโบราณสีแดงเื
ทันทีที่มือนั้นปรากฏ
หลินเซวียนก็เห็น “กรรม” มหาศาลปะทุขึ้นจนแทบมองไม่เห็นสิ่งอื่น
ความตาย
ความแค้น
ความบ้าคลั่ง
พลังอัปมงคลทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในร่างนั้น
“มันกำลังจะออกมา…” เฒ่าชิงเต้ากัดฟัน
หลินเซวียนรู้สึกได้ว่าร่างกายตัวเองแข็งค้าง
ไม่ใช่เพราะกลัวธรรมดา
แต่เป็แรงกดดันจากสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์โดยสิ้นเชิง
ในตอนนั้นเอง
โคมิญญาที่เอวของเขาพลันสั่นขึ้น
เปลวไฟสีทองดำลุกโชนรุนแรงกว่าครั้งก่อน
และเสียงเดิมก็ดังขึ้นในหัว
“ตรวจพบิญญาระดับสูง…”
“เปิดผนึกชั้นแรกชั่วคราว…”
เคร้งงง!!
โซ่สีดำจำนวนมากพุ่งออกจากโคมพร้อมกัน!
พวกมันทะยานเข้าหาหลุมั์ราวอสรพิษคลุ้มคลั่ง
แต่ทันใดนั้น—
ตูม!!
แรงกระแทกมหาศาละเิออกจากใต้ดิน
โซ่ทั้งหมดถูกสะบัดกระเด็นกลับมา
หลินเซวียนกระอักเืทันที รู้สึกเหมือนิญญาถูกกระแทกอย่างรุนแรง
“เซวียนเอ๋อร์!”
เฒ่าชิงเต้ารับตัวเขาไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความใ
“มันยังไม่ใช่สิ่งที่เ้าจะรับมือได้!”
จากใต้หลุม เสียงหัวเราะแหบต่ำดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ใกล้กว่าเดิม
“ตะเกียง… ิญญา…”
“ในที่สุด… ก็กลับมา…”
หมอกสีดำเริ่มรวมตัวกันเหนือหลุม
ช้า ๆ
ก่อนกลายเป็เงาร่างมนุษย์ขนาดมหึมา
แม้มองเห็นไม่ชัด แต่เพียงเงาร่างนั้นปรากฏ ทั่วทั้งูเาก็เริ่มสั่นะเื
ต้นไม้เหี่ยวเฉา
หญ้าแห้งตาย
แม้แต่แสงจันทร์ยังถูกกลืนกิน
หลินเซวียนหอบหายใจหนัก ดวงตาแห่งกรรมเปิดขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว
และในวินาทีนั้น…
เขาก็เห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
บนร่างของสิ่งนั้น มี “โซ่” นับไม่ถ้วนพันอยู่
แต่โซ่เ่าั้…
ไม่ได้ผนึกมัน
พวกมันกำลัง “ดึง” บางอย่างจากท้องฟ้าเข้าสู่ร่างของมัน
ราวกับมันกำลังกินพลังของ์
“เป็ไปไม่ได้…” เฒ่าชิงเต้าพึมพำอย่างสั่นเทา
“มันยังคงกลืนกินปราณฟ้าดินอยู่…”
ทันใดนั้นเอง
เงาร่างใต้หมอกค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
แม้มองไม่เห็นใบหน้า แต่หลินเซวียนกลับรู้สึกได้ชัดเจนว่า—
มันกำลังมองมาที่เขา
โดยตรง
จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขาเพียงคนเดียว
“ผู้สืบทอดของตะเกียง…”
“ปลดปล่อยข้า…”
หลินเซวียนหน้าซีดทันที
เพราะในวินาทีที่เสียงนั้นดังขึ้น เขากลับรู้สึกว่าโคมิญญาในมือ…
กำลังตอบสนองต่อมันจริง ๆ
เปลวไฟสีทองดำเริ่มลุกแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ราวกับ้าปลดผนึกบางสิ่งออกมา
เฒ่าชิงเต้าััได้ทันที
“ไม่ดี!”
ชายชรากัดปลายนิ้วตนเอง ก่อนวาดอักขระด้วยเืกลางอากาศอย่างรวดเร็ว
“ค่ายกลผนึกิญญา!”
อักขระสีแดงสว่างวาบ
ทันใดนั้น ลานวัดทั้งแห่งก็เกิดแสงขึ้น เสาหินเก่าแก่รอบวัดเริ่มสั่น ก่อนอักขระโบราณจำนวนมหาศาลจะปรากฏทั่วพื้นดิน
ค่ายกลตื่นขึ้นแล้ว
เสียงกรีดร้องของิญญาดังสนั่นไปทั่วูเา
เงาร่างใต้หมอกชะงักทันที
“ชิง… เสวียน…”
เสียงนั้นแหบต่ำลงอย่างน่ากลัว
“นิกายนี้… ยังไม่สูญสิ้นอีกหรือ…”
เฒ่าชิงเต้ายืนอยู่หน้าหลินเซวียน แม้ร่างจะสั่น แต่สายตากลับแน่วแน่
“ตราบใดที่ข้ายังอยู่”
“เ้าจะออกมาไม่ได้”
ลมอัปมงคลพัดรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่ใต้พื้นดิน เสียงหัวใจยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุด
ราวกับบางสิ่งที่ไม่ควรตื่น…
กำลังค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากความมืดของยุคโบราณ…