ยามเช้าตรู่บนยอดเขาทรุดโทรมอันแสนเงียบเหงา หมอกควันสีขาวนวลลอยระเรี่ยไปตามแปลงสมุนไพร เยี่ยเฟยิในชุดเครื่องแบบผ้าฝ้ายสีครามซีด เก่า ๆ นั่งขัดสมาธิอยู่บนลานหินเบื้องหน้าหม้อหลอมเหล็กทมิฬ ชายหนุ่มรวบผมสีดำสนิทมัดตึงไปด้านหลังอย่าง ลวก ๆ ด้วยเศษผ้าทื่อ ๆ แขนเสื้อที่ถูกถกขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนที่มีรอยแผลเป็ จาง ๆ จากการทำงานหนักในอดีต ในฝ่ามือของเขามีเม็ดยาสีเขียวมรกตที่ส่องประกายเรืองรอง มันคือ 'โอสถรวมปราณระดับมนุษย์' ที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน ไร้ซึ่งสิ่งเจือปน ใด ๆ
แม้โอสถเม็ดนี้จะทรงคุณค่ามหาศาลสำหรับผู้ฝึกตนระดับล่าง ทว่าในสายตาของเฟยิ มันเป็เพียงแค่ก้อนกรวดที่จะใช้เบิกทางไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงเท่านั้น เขากำขวดหยกที่บรรจุเม็ดยาเอาไว้แน่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินไปหาชายชราอู๋มู่ ที่ยังคงนอนเอกเขนกจิบสุราอยู่บนโขดหินใต้ต้นไม้ใหญ่
"ท่านอาจารย์" เฟยิประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม แผ่นหลังของเขาตั้งตรงผ่าเผย "ศิษย์ทำความเข้าใจในปรัชญาแห่งรากเหง้า และสามารถสกัดโอสถบริสุทธิ์ได้สำเร็จแล้ว ทว่าสมุนไพรบนยอดเขาแห่งนี้มีจำกัดและระดับพลังของศิษย์ยังคง้าทรัพยากรที่สูงกว่านี้ วันนี้ศิษย์จึงมาขออนุญาตลงจากยอดเขา เพื่อไปยัง 'หอภารกิจ' ของสำนักขอรับ"
อู๋มู่แง้มเปลือกตาที่เหี่ยวย่นขึ้นมองศิษย์ซอมซ่อของตนเล็กน้อย กลิ่นสุราคละคลุ้งออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่า
"หึหึ... ไอ้หนู เ้าคิดว่าโลกภายนอกยอดเขานี้มันเป็ทุ่งดอกไม้ที่เต็มไปด้วยแสงสว่างงั้นรึ?" อู๋มู่กระดกน้ำเต้าสุราดื่มอึกใหญ่ "สำนักวายุครามที่พวกปุถุชนยกย่อง แท้จริงแล้วมันก็แค่บ่อโคลนที่เต็มไปด้วยฝูงปลิงดูดเื การบำเพ็ญเพียรในเก้าชั้นฟ้าไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคุณธรรม แต่มันขับเคลื่อนด้วย 'ความโลภ' และ 'ทรัพยากร' ... หากเ้าก้าวเท้าออกจากยอดเขานี้ไป เ้าจะต้องเผชิญหน้ากับกฎเกณฑ์อันเน่าเฟะที่พวกมันสร้างขึ้น เ้าพร้อมที่จะเอาตัวรอดในบ่อโคลนนั้นแล้วรึ?"
"ต่อให้เป็บ่อโคลนโลหิต หรือขุมนรก ศิษย์ก็พร้อมจะเหยียบย่ำมันเพื่อสิ่งที่ศิษย์้าขอรับ" เฟยิตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาสีม่วงหม่นกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
"ดี! ความทะเยอทะยานคือสันดานดิบของสิ่งมีชีวิต ไปเถอะไอ้หนู แต่อย่าลืมล่ะ... ห้ามใช้ชื่อข้าไปเบ่งทับใครเด็ดขาด ข้าี้เีฟังพวกตาเฒ่ายอดเขา อื่น ๆ มาบ่นให้รำคาญหู!" อู๋มู่สะบัดมือไล่ ลวก ๆ ก่อนจะดึงหมวกฟางลงมาปิดหน้าและกรนเสียงดังตามเคย
เฟยิโค้งคำนับอาจารย์อีกครั้ง ก่อนจะหันหลังก้าวเดินลงจากยอดเขาไร้นาม มุ่งหน้าสู่ใจกลางของสำนักวายุครามทันที
ตลอดเส้นทางที่ทอดยาวลงมา ทัศนียภาพเบื้องหน้าของเยี่ยเฟยิ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปราวกับก้าวข้ามจากโลกหนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่ง 'สำนักวายุคราม' แห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลดุจเมืองขนาดั์ มียอดเขาหลักทั้งสิ้นเจ็ดลูกที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า เหล่าศิษย์ในชุดแพรไหมหรูหราต่างเดินขวักไขว่ บางคนเหาะเหินขี่กระบี่บินไปมาด้วยท่วงท่าที่หยิ่งยโสและสูงส่ง
ขณะที่เฟยิกำลังกวาดสายตามองผู้ฝึกตนเ่าั้ เสียงทุ้มต่ำของ 'อัคคีนิล' ก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาท เพื่อเปิดโลกทัศน์และอธิบายโครงสร้างอันแท้จริงของสถานที่แห่งนี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้
"ไอ้หนู... เ้าจงเบิกตาดูให้ดี สำนักวายุครามแห่งนี้แม้ในสายตาของปุถุชนทั่วไปจะดูยิ่งใหญ่อลังการและสูงส่งปานเทพเซียน ทว่าในความเป็จริงของเก้าชั้นฟ้า... ที่นี่เป็เพียงแค่ 'สำนักระดับกลาง' เท่านั้น" อัคคีนิลแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน "และในสำนักระดับกลางเช่นนี้ กฎเกณฑ์การแบ่งชนชั้นนั้นถูกกำหนดด้วย 'ระดับลมปราณ' อย่างตายตัวและเด็ดขาดที่สุด!"
เฟยิก้าวเดินไปตามทางเดินศิลาอย่างเยือกเย็น พลางตั้งใจฟังคำชี้แนะของจิติญญาา
"สำหรับพวกศิษย์สายนอกและศิษย์รับใช้นับหมื่นคนที่อยู่ตีนเขา พวกมันคือเศษสวะใน 'แดนควบแน่นปราณ' ขั้นต้นถึงระดับกลาง พยายามตะเกียกตะกายเพื่อแย่งชิงเศษทรัพยากร ทว่า... หากผู้ใดก้าวข้ามไปสู่ 'แดนเปิดชีพจร' ได้สำเร็จ ในสำนักระดับกลางแห่งนี้ ผู้นั้นจะถูกยกย่องให้เป็ 'ศิษย์ชั้นยอด' ทันที!"
เปลวไฟสีม่วงดำในห้วงจิตไหววูบ อัคคีนิลอธิบายต่อ "และหากผู้ใดสามารถแปรเปลี่ยนลมปราณสถานะแก๊สให้กลายเป็ของเหลว บรรลุเข้าสู่ 'แดนสร้างฐานราก' และสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ บุคคลผู้นั้นจะก้าวพ้นจากการเป็ศิษย์ และได้รับการแต่งตั้งให้เป็ 'อาจารย์เล็ก' คอยคุมกฎทันที! สูงขึ้นไปอีกคือ 'แดนแกนทองคำ' ในสำนักระดับกลาง ตัวตนระดับแกนทองคำถือเป็เสาหลักของสำนัก พวกเขาคือ 'ผู้าุโ' ผู้คุมยอดเขา ต่าง ๆ รวมถึงเ้าสำนักก็มักจะอยู่ในระดับนี้!"
เฟยิขมวดคิ้ว "เดี๋ยวก่อน อัคคีนิล... ถ้าเ้าบอกว่าผู้าุโและเ้าสำนักอยู่ที่แดนแกนทองคำ... แล้วท่านอาจารย์อู๋มู่ของข้าล่ะ?"
อัคคีนิละเิเสียงหัวเราะดังก้อง "ฮ่า ๆ ๆ ! เ้าเพิ่งจะสะกิดเจอความลับที่น่ากลัวที่สุดของสำนักสวะแห่งนี้แล้วไอ้หนู! ข้าจะบอกอะไรให้ฟัง... ปกติแล้วสำนักระดับกลางจะไม่มีทางมีตัวตนที่อยู่เหนือกว่าแดนแกนทองคำให้เห็นเด็ดขาด ทว่าสำนักวายุครามแห่งนี้กลับซ่อน 'สัตว์ประหลาด' เอาไว้หนึ่งคน! ตาเฒ่าขี้เมาที่ให้เ้าไปรดน้ำพรวนดินถอนหญ้านั่นแหละ... คือตัวตนระดับ 'แดนิญญาก่อกำเนิด' เพียงหนึ่งเดียวที่หลบซ่อนอยู่ในสำนักแห่งนี้!"
ฝีเท้าของเฟยิชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาสีม่วงหม่นเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด! บัดนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ว่าเหตุใดการที่ขยะปุถุชนอย่างเขาได้เป็ศิษย์สายตรงของเฒ่าสุรา ถึงทำให้พวกคุณชายตระกูลใหญ่ถึงกับอิจฉาตาร้อนจนแทบกระอักเื!
ชายหนุ่มก้าวเดินต่อไป แผ่นหลังตั้งตรงอย่างผ่าเผย มุ่งหน้าสู่ "หอภารกิจ" อาคารขนาดั์รูปทรงเจดีย์เก้าชั้น ศูนย์กลางแห่งความโลภและการแย่งชิงทรัพยากรของสำนักวายุคราม
เฟยิก้าวเดินเข้าไปภายในโถงชั้นหนึ่ง บรรยากาศด้านในอึกทึกครึกโครม ตรงกลางโถงมีกระดานหยกขนาดมหึมาลอยอยู่กลางอากาศ บนกระดานนั้นมีตัวอักษรเรืองแสงและป้ายภารกิจนับพันแผ่นแขวนเรียงรายอยู่
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังกวาดสายตามอง เสียงของอัคคีนิลก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาทเพื่ออธิบายกฎเกณฑ์แห่งความตายของสถานที่แห่งนี้ให้เขาฟัง
"เบิกตาดูให้ดีไอ้หนู... ป้ายภารกิจบนกระดานนั้นไม่ใช่ว่าจะสุ่มหยิบได้ตามใจชอบ มันถูกแบ่งระดับความอันตรายไว้อย่างชัดเจนถึง 5 ระดับ หากศิษย์คนใดประเมินระดับพลังของตัวเองพลาดและหยิบป้ายผิดไป... สิ่งที่รออยู่ก็คือจุดจบ!"
อัคคีนิลแผ่ประกายไฟในห้วงจิต พลางอธิบายต่ออย่างฉะฉาน "ระดับที่ต่ำต้อยที่สุดคือ 'ป้ายเหล็ก' เป็ภารกิจทั่วไปที่แทบไม่มีอันตรายถึงชีวิต เช่น การดูแลสวนสมุนไพร ขัดลานประลอง หรือเก็บแร่พื้นฐาน ผลตอบแทนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เหมาะสำหรับศิษย์สายนอกที่เพิ่งก้าวเข้าสู่แดนควบแน่นปราณ ขั้นต้น"
"สูงขึ้นมาคือ 'ป้ายทองแดง' เป็ภารกิจที่เริ่มมีความเสี่ยง ต้องออกไปล่าสัตว์อสูรระดับต่ำ หรือเก็บสมุนไพรในป่าตีนเขาที่มีหมอกพิษ หากประมาทก็อาจาเ็หนักกลับมาได้"
"ถัดไปคือ 'ป้ายเงิน' นี่คือเส้นแบ่งของความตาย! เริ่มเป็ภารกิจคุ้มกันขบวนสินค้า หรือล่าอสูรที่ดุร้าย ศิษย์ที่รับภารกิจนี้มักต้องจัดตั้งกลุ่ม และมีอัตราการตายให้เห็นอยู่เสมอ แนะนำสำหรับผู้ที่อยู่แดนควบแน่นปราณ ขั้นปลายเท่านั้น"
เฟยิกวาดสายตามองไล่ระดับสูงขึ้นไปบนกระดานหยก แววตาของเขาสงบนิ่งทว่าตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
"และระดับสูงขึ้นไปอีกคือ 'ป้ายทอง' ! " อัคคีนิลเน้นเสียงหนัก "นี่คือภารกิจระดับหัวกะทิสำหรับศิษย์ชั้นยอดที่ทะลวงเข้าสู่แดนเปิดชีพจรแล้วเท่านั้น ผู้รับภารกิจต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสูง สำรวจโบราณสถานสุดอันตราย หรือกวาดล้างโจรูเาที่มีวรยุทธ์ อัตราการรอดชีวิตมีเพียงครึ่งต่อครึ่ง!"
"แล้วระดับที่อยู่บนสุดของกระดานนั่นล่ะ?" เฟยิเอ่ยถามในใจ ดวงตาสีม่วงหม่นของเขาจับจ้องไปยังป้ายสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายคาวเื จาง ๆ ออกมา
"ฮ่า ๆ ๆ ! นั่นแหละคือของจริง!" อัคคีนิลหัวเราะลั่น "บนยอดสุดของกระดานนั่นคือ 'ป้ายดำ' หรือที่พวกศิษย์ในสำนักเรียกกันว่า 'ป้ายมรณะ' ! ภารกิจสีเืที่มีอัตราการตายสูงกว่าเก้าในสิบส่วน! ส่วนใหญ่เป็ภารกิจกวาดล้างระดับหายนะที่ถูกแขวนทิ้งไว้นานนับเดือนนับปีโดยไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้ แต่ผลตอบแทนของมันก็มหาศาลจนสามารถพลิกชะตาชีวิตและยกระดับพลังได้ในงานเดียว!"
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังทำความเข้าใจกับโครงสร้างความเสี่ยงเ่าั้ หูของเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันคุ้นเคยดังมาจากด้านข้าง
"โอ๊ะโอ๋! ข้าตาฝาดไปหรือไม่? นั่นมันไอ้ขยะปุถุชนที่ฟลุ๊คได้เป็ศิษย์สายตรงนี่!"
ร่างที่ก้าวเข้ามาคือ 'คุณชายหาน' ลูกหลานขุนนางชั้นสูงจากเมืองหลวง บัดนี้มันสวมชุดเครื่องแบบศิษย์สายในสีขาวขลิบทอง ดูสูงส่งและหยิ่งยโสขีดสุด
"เ้ามาทำอะไรที่หอภารกิจล่ะ? จะมารับภารกิจระดับ 'ป้ายเหล็ก' อย่างการไปขัดส้วมหรือถอนหญ้างั้นรึ? ช่างเหมาะกับรากเหง้าของเ้า จริง ๆ !" คุณชายหานแค่นเสียงหยัน
ทว่า... เยี่ยเฟยิกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง แผ่นหลังของชายหนุ่มตั้งตรงผ่าเผย ใบหน้าที่หล่อเหลาและคมคายนั้นไม่มีร่องรอยของความโกรธแค้นเลยแม้แต่น้อย เขาเลือกที่จะเมินเฉยต่อพวกมันโดยสิ้นเชิง แล้วก้าวเดินแหวกฝูงชนมุ่งหน้าไปยัง 'กระดานภารกิจระดับป้ายดำ' ซึ่งเป็โซนที่แผ่กลิ่นอายมรณะจนไม่มีใครกล้าแตะต้อง
ดวงตาสีม่วงของเขาไปสะดุดเข้ากับป้ายภารกิจแผ่นหนึ่งที่แขวนทิ้งไว้นานกว่าครึ่งปี!
[ ภารกิจระดับป้ายดำ (มรณะ): กวาดล้างอสูรกลายพันธุ์ และเก็บเกี่ยวสมุนไพริญญาหยิน ]
"ฮ่า ๆ ๆ ! ภารกิจป้ายดำนี้เหมาะกับเ้าที่สุดเลยไอ้หนู!" เสียงอัคคีนิลหัวเราะสะใจ "อสูรพยัคฆ์เงาทมิฬ มันคือสัตว์อสูรธาตุมืด! สำหรับเ้าผู้สืบทอดสายเืจักรพรรดิแห่งอนธการ พลังความมืดของมันก็เป็ได้แค่อาหารเสริมรสเลิศที่จะช่วยเร่งการบ่มเพาะของเ้าเท่านั้น! จงรับมันซะ!"
เฟยิไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว ชายหนุ่มยื่นมือออกไปปลดป้ายหยกสีดำปะทุแดงแผ่นนั้นลงมาจากกระดานทันที!
"เฮ้ย! ไอ้บ้า! แกทำอะไรลงไป!" คุณชายหานแผดเสียงลั่นด้วยความตกตะลึงจนหน้าถอดสี "นั่นมันป้ายมรณะนะเว้ย! แกอยู่แค่ระดับขั้นที่ 3 คิดจะฆ่าตัวตายรึไง!"
ผู้าุโคุมหอภารกิจรีบเดินแหวกฝูงชนเข้ามาและตวาดเสียงแข็ง "ศิษย์ใหม่! เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าถืออะไรอยู่? ภารกิจป้ายดำไม่ใช่งานที่เด็กเมื่อวานซืนจะหยิบไปเล่นได้! วางมันกลับคืนไปซะ!"
ท่ามกลางแรงกดดันและคำสบประมาทของคนนับร้อย เยี่ยเฟยิยังคงสงบนิ่งดั่งขุนเขา ชายหนุ่มเดินตรงไปที่โต๊ะลงทะเบียน วางป้ายหยกสีดำลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง!' พร้อมกับล้วงเอา 'ป้ายไม้ เก่า ๆ ' ที่สลักชื่อผู้าุโอู๋มู่ วางกระแทกลงไปเคียงคู่กัน
"ข้าน้อยเยี่ยเฟยิ ศิษย์สายตรงของยอดเขาไร้นาม..." เฟยิเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจลึกล้ำที่บีบคั้นจนอากาศรอบตัวหนักอึ้ง "ข้าขอรับภารกิจป้ายดำนี้ ห้ามผู้ใดคัดค้าน และข้าจะลุยเดี่ยวโดยไม่้ากลุ่มปาร์ตี้ ใด ๆ ทั้งสิ้น... โปรดลงทะเบียนให้ข้าด้วยขอรับ!"
ความเด็ดขาดและกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชุดปะชุน ทำให้ทั้งโถงภารกิจตกอยู่ในความเงียบกริบดุจป่าช้า การเดินทางลงเขาครั้งแรกของเยี่ยเฟยิ เพื่อเผชิญหน้ากับอสูรร้ายและกระชากความมั่งคั่งจากระบบอันโสมม ได้เปิดม่านขึ้นแล้วอย่างเป็ทางการ!