บทที่ 7 ดินแดนรัตติกาล
"ลูกมู่ เ้าไม่ใช่ตัวคนเดียว อย่าลืมว่าเ้ามีพ่อกับแม่อยู่" เฉิงม่อพูดเสียงดัง
"ใช่แล้วลูกมู่ เ้าลืมพ่อแม่ไปได้อย่างไร" ไป่ฉิงปลอบเฉิงมู่อยู่ด้านข้าง
แม้ว่าเฉิงมู่ไม่ใช่เืเนื้อเชื้อไขแท้ๆ แต่ทุกคนก็รักใคร่และเอ็นดูเสมือนลูกชายแท้ๆ คนนึง
"ท่านพี่ อย่าลืมว่ายังมีข้าคนนี้อยู่ด้วย!" เฉิงซินเปล่งเสียงดัง นางไม่ค่อยพอใจที่จู่ๆพี่ชายของนางกลับลืมตัวตนของน้องสาวคนนี้
เมื่อได้ยินและเห็นสีหน้าของทุกคนในครอบครัว เฉิงมู่รู้สึกถึงความอบอุ่นและความจริงใจที่มีให้แก่ตนเอง
ใช่แล้ว มันไม่ได้ตัวคนเดียวเสียหน่อย ตอนนี้มันมีครอบครัว มีน้องสาวอยู่ข้างกาย!
ทุกคนที่นี้แม้ว่าไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริงของเฉิงมู่ แต่ทุกคนปฏิบัติต่อมันราวกับเป็คนในครอบครัวจริงๆ
อารมณ์ของเฉิงมู่เริ่มสงบลง
"ท่านพ่อ บุคคลลึกลับคนนั้นกลับมาหาท่านอีกไหม ท่านพ่อเคยเจอบุคคลนั้นที่ไหนอีกไหม" เฉิงมู่หวังว่าบิดาพอมีเบาะแสให้มันสืบหาได้บ้าง
เฉิงม่อเห็นความกระตือรือร้นของบุตรชาย มันลอบถอนหายใจในใจ มันรู้ว่าบุตรชายอยากเจอพ่อแม่มากแค่ไหน มันทำได้แต่ตอบคำถามบุตรอย่างใจเย็นด้วยน้ำเสียงเบา "ั้แ่ตอนนั้นข้าก็ไม่พบเห็นเขาอีกเลย"
เฉิงม่อรู้สึกว่าบุคคลลึกลับคนนั้นหายตัวไปจากโลกนี้เรียบร้อยแล้ว แต่มันตัดสินใจไม่พูดออกมา มันกลัวว่าคำพูดนี้จะกลายเป็บั่นทอนจิตใจบุตรชาย นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐาน มันเป็เพียงแค่สมมุติฐานอย่างเดียวเท่านั้น
...
เฉิงมู่เศร้าและหม่นหมองเล็กน้อย มันพอคาดเดาคำตอบไว้บ้างแล้ว แต่จะให้ทำใจปุบปับคงเป็เื่ยาก
เฉิงม่อที่มองเงียบๆ รอให้บุตรชายปรับสภาพจิตใจ มันจึงปลอบว่า "ข้าเชื่อว่าสักวันเ้าต้องได้เจอพวกเขา"
"ใช่แล้ว แม่ก็คิดแบบนั้น" ไป่ฉิงยืนยันด้วยอีกคน นางไม่้าเห็นบุตรชายเศร้าโศกแบบนี้อีกต่อไป
"ข้าก็คิดแบบเดียวกับท่านพ่อท่านแม่" เฉิงซินพูดเสริมด้วยอีกคนทันที
เฉิงมู่ยิ้มและตอบทุกคน "ข้าไม่เป็ไรแล้วท่านพ่อ ท่านแม่ น้องซิน"
แม้สีหน้าเฉิงมู่ไม่แสดงออก แต่ทุกคนรู้ว่าข้างในจิตใจมันเป็อย่างไร
"เอาละลูกมู่จากนี้ไปเ้าต้องระวังตัวให้มากขึ้น แม้ว่าข้าจะไม่รู้เื่ชาติตระกูลของครอบครัวเ้า แต่ข้าคิดว่า ครอบครัวของเ้าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับดินแดนรัตติกาล" เฉิงมู่อธิบายและย้ำเตือน "เ้าอย่าพยายามใช้พลังปราณธาตุมืดโดยไม่จำเป็ ถ้าเมื่อไรที่เ้าเผลอปลดปล่อยปราณมืดออกมา คนอื่นอาจสงสัยในตัวตนของเ้าได้"
"ดินแดนรัตติกาล! " เฉิงมู่ที่ได้ฟัง มันฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที "ใช่แล้ว ดินแดนรัตติกาล ข้าลืมไปได้อย่างไงกัน! "
ตามบันทึกในตำราประวัติศาสตร์ ดินแดนรัตติกาลคือแหล่งที่อยู่ของเหล่าอสูรปีศาจร้าย หรือเรียกให้ชัดเจนว่าเป็สถานที่อาศัยของเหล่าผู้มีพลังปราณธาตุมืดทั้งหลาย
"ข้าต้องเดินทางไปที่นั่น!" เฉิงมู่กำหมัดแน่น มันตั้งเป้าหมายและตัดสินใจเรียบร้อย
ดินแดนรัตติกาล!
"ลูกมู่ พ่อจะไม่ห้ามเ้า แต่เ้าต้องรอให้มั่นใจเสียก่อนว่าเ้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว" เฉิงม่อรู้ว่าบุตรชายคิดอะไรอยู่
"ข้าทราบท่านพ่อ" เฉิงมู่พยักหน้า
เฉิงม่อยิ้มเล็กน้อย "โชคดีที่ทุกคนคิดว่าเ้าเป็ลูกชายข้าที่เกิดมาพร้อมกับเฉิงซิน ทำให้ไม่มีใครสงสัยตัวตนของเ้า"
เฉิงมู่พยักหน้าอย่างเข้าใจ
ถ้ามีคนรู้ความลับเกี่ยวกับตัวของมันเมื่อไหร่ หายนะได้มาเยือนแน่นอน!
...
"ท่านพ่อ แล้วเื่การแข่งประลองของตระกูล..." เฉิงมู่ฉุกคิดและรีบถาม
"เื่นั้น..." เฉิงม่ออ้ำอึ้งและครุ่นคิดหนัก หากบุตรชายมีปราณธาตุอื่น มันไม่ลังเลที่จะรีบตอบคำถาม
ในขณะที่เฉิงม่อกำลังอ้ำอึ้ง ไป่ฉิงเข้ามาตอบแทนทันที "ลูกมู่ เ้าไม่สามารถลงแข่งประลองได้" นางไม่อยากให้ชีวิตบุตรชายตกอยู่ในอันตราย นางจึงรีบกล่าวออกมาเพื่อหยุดยั้งความคิดบ้าๆของบุตรชายทันที
"ท่านแม่..." เฉิงมู่ได้ยินต้องผิดหวัง
ทันใดนั้นเฉิงม่อหันมามองบุตรสาว "แม้เ้าลงแข่งไม่ได้ แต่พวกเรายังมีเฉิงซินที่สามารถลงแข่งเป็ตัวแทนเ้าได้ เ้าไม่จำเป็ต้องใส่ใจงานแข่งเลย"
การแข่งขันของตระกูลสาขา ไป่ฉิง เฉิงม่อ ทั้งสองต่างไม่ให้ความสนใจั้แ่แรกแล้ว แล้วตอนนี้ทั้งคู่มองว่าความลับเกี่ยวกับตัวตนของบุตรชายสำคัญยิ่งกว่า
"ท่านพ่อ..." เฉิงมู่มองบิดาชั่วขณะ ก่อนหันไปมองเด็กสาว ปากของมันขยับเล็กน้อยคล้ายจะกล่าวอะไรบางอย่าง ท้ายสุดมันตัดสินใจไม่เอ่ย
"หวังว่าคงไม่มีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้น" สิ่งเดียวที่เฉิงม่อกังวลในการแข่งคือการการต่อสู้กันรุนแรงจนเกิดการปะทะกันถึงขั้นเืตกยางออกมหาศาลแล้วได้รับาเ็สาหัสสากรรจ์
เพราะงานประลองทุกครั้งล้วนมีของรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขันเป็ตัวล่อ มันสามารถดึงดูดเหล่าบรรดารุ่นเยาว์ที่มีความสามารถได้
หากบุตรของใครที่ได้รับชัยชนะ มีโอกาสได้รับเลือกเข้าไปฝึกฝนที่ตระกูลหลัก พ่อแม่บุตรคนนั้นจะมีสถานะที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับค่าตอบแทนจำนวนมากลับการส่งเสริมเลี้ยงดูให้บุตรแข็งแกร่งจนเป็ผู้ชนะเลิศได้และยังมีการยกเว้นการเก็บส่วยของตระกูลสาขาที่สังกัดอีกหนึ่งปีด้วย
ซึ่งไม่ว่าจะเป็ของรางวัลชิ้นไหน ล้วนล่อตาล่อใจเหล่าผู้เฒ่าผู้แก่มาก พ่อแม่หลายคนพยายามผลักดันบุตรหลานของตัวเองให้ลงแข่งขันกันแน่