ในขณะที่แต่ละคนกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น ประตูรั้วบ้านก็เปิดออกอีกครั้ง เด็กชายอายุประมาณแปดเก้าขวบคนหนึ่งถือกะละมังไม้ วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาในลานบ้าน
"ท่านย่า น้องเล็ก ข้าจับปลาจี้ได้แล้วขอรับ! ได้มาไม่น้อยเลยด้วย เที่ยงนี้จะต้มซุปปลาให้น้องเล็กดื่ม!"
เ้าเด็กแสบคนนี้ สั่งให้เฝ้าน้องอยู่ที่บ้าน แต่กลับแอบหนีไปจับปลา เติ้งอาเหลียนยกขาขึ้นถอดรองเท้าแล้วเหวี่ยงใส่หลานชายตัวดี
"ข้าสั่งให้เ้าไปจับปลาหรือ? บ้านโดนโจรเข้าจนน้องสาวเ้าเกือบจะเสียท่า รู้หรือไม่! ปลามันสำคัญกว่าน้องสาวเ้าหรืออย่างไร! เ้าเด็กบ้า วันนี้ข้าจะถลกหนังเ้าให้ได้ ให้สมกับที่เ้าทำตัวไม่เหมือนคน!"
การด่ากระทบกระเทียบใคร ๆ ก็ทำเป็ เมื่อก่อนเติ้งอาเหลียนไม่เคยลดตัวลงไปทำเช่นนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าจ้าวรั่วจือจะอาศัยจังหวะที่ไม่มีคนอยู่บ้าน แอบเข้ามาคิดจะทำร้ายหลานสาวของนาง
์มีตาที่ทำให้หลานสาวรอดพ้นจากเคราะห์ร้าย ส่วนเสวี่ยชิวเยี่ยนกลับต้องเสียฟันหน้าไปสองซี่อย่างน่าประหลาด หากหลานสาวของนางต้องเสียท่า นางคงจะสู้ตายกับสองแม่ลูกคู่นี้แน่
เด็กชายเพิ่งจะสังเกตเห็นสองแม่ลูกจ้าวรั่วจือ "ไอ้หยา! มีโจรเข้าบ้านจริง ๆ ด้วย น้องเล็กโดนทำร้ายหรือเปล่า"
เขาวางกะละมังไม้ไว้ที่หน้าห้องครัว ตอนที่หันหลังกลับเขาก็หยิบก้อนหินขึ้นมาถือไว้ในมือ ท่านย่าใหญ่กับอาหญิงมาหาแบบนี้ต้องไม่มีเื่ดีแน่ ผู้ชายในบ้านไม่อยู่กันหมด เขาต้องรับหน้าที่ปกป้องท่านย่าและน้องสาว
เสวี่ยฮุ่ยวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปจับแขนเด็กชาย แล้วลองเรียกเบา ๆ ว่า "พี่ อย่าใจร้อน ใจร้อนคือปีศาจ เราต้องใช้เหตุผลสยบคน!"
สองแม่ลูกจ้าวรั่วจือคิดจะปัดความรับผิดชอบแต่ยังหาข้ออ้างไม่ได้ หากเขาลงมือตี อีกฝ่ายคงไม่ยอมจบง่าย ๆ และต้องขุดเื่เก่ามาคิดบัญชีรวมกับเื่ใหม่แน่นอน
"พี่รองฟังฮุ่ยฮุ่ยเถิด ท่านย่า ข้าจะไปช่วยเก็บรองเท้าให้เ้าค่ะ ตอนนี้อากาศหนาว เดี๋ยวเท้าท่านย่าจะแข็งเอา"
เด็กชายคนนี้คือพี่รองของเสวี่ยฮุ่ย ชื่อว่าเสวี่ยเจี้ยนหลิน แม้การเรียนจะไม่เอาไหน แต่สมองนั้นใช้การได้ดีเยี่ยม ปกติเป็คนปากหวานกะล่อน ชอบจับปลาหากุ้ง และมีความคล่องตัวสูงมาก
เติ้งอาเหลียนนั่งบนม้านั่ง ยื่นเท้าให้หลานชายสวมรองเท้าให้ จ้าวรั่วจือที่ถูกตราหน้าว่าเป็โจรก็ทนไม่ได้
"เติ้งอาเหลียน เ้าสอนลูกหลานอย่างไร ถึงได้พูดจาต่อหน้าผู้ใหญ่เช่นนี้? บ้านเ้าจนจนแทบไม่มีอะไรจะกิน มีอะไรให้ขโมยกัน? เ้าลองชี้มาซิว่าในบ้านขาดเหลืออะไร หากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าพวกข้าขโมย ข้าจะชดใช้ให้ แต่ถ้าพูดจาไม่มีหัวนอนปลายเท้าเช่นนี้ เรามาคุยเื่ฟันของชิวเยี่ยนดีกว่า เ้าเตรียมจะชดใช้อย่างไรเล่า!"
เติ้งอาเหลียนแค่นเสียงหึ หลังจากหลานชายสวมรองเท้าให้เสร็จ นางก็ลุกขึ้นยืนกระทืบเท้าแล้วกล่าวว่า
"มาโดยไม่ได้รับเชิญก็คือโจร บ้านข้าจนก็จริง ต่อให้จนจนไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียว ข้าเคยเอ่ยปากยืมเงินเ้าสักครั้งหรือไม่? ในเมื่อไม่เคย เช่นนั้นเ้าก็หุบปากไปเสีย
ลูกสาวเ้าฟันร่วงเกี่ยวอะไรกับพวกข้า เ้าบอกว่าฮุ่ยฮุ่ยเป็คนตี มีหลักฐานหรือไม่? เ้าบอกให้ข้าชดใช้ ข้าต้องชดใช้อย่างนั้นหรือ! เราไม่ต้องมาพูดไร้สาระที่นี่ ไปแจ้งทางการกันเลย!"
เติ้งอาเหลียนเชื่อมั่นว่าหลานสาวไม่ได้เป็คนตีเสวี่ยชิวเยี่ยนแน่นอน จึงไม่กลัวที่จะให้แจ้งทางการ
เสวี่ยเจี้ยนหลินเดินวนรอบตัวเสวี่ยชิวเยี่ยนหนึ่งรอบ "ข้าว่าตอนนี้อาหญิงดูเจริญหูเจริญตาขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย"
อย่างน้อยหูก็ได้พัก ไม่ต้องทนฟังเสวี่ยชิวเยี่ยนกับแม่ของนางรับส่งมุกกันให้โมโหเล่น
"เ้า..." เสวี่ยชิวเยี่ยนใช้มือหนึ่งปิดปาก อีกมือหนึ่งพยายามจะคว้าตัวหลานชาย เสวี่ยฮุ่ยจึงดึงพี่รองออกไปด้านข้าง
"พวกท่านจะแจ้งทางการหรือไม่ หากจะแจ้งก็รีบไปเสีย แต่ถ้าไม่แจ้ง รบกวนไสหัวออกไปจากบ้านข้าด้วย!"
เสวี่ยฮุ่ยชี้ไปที่ประตูบ้านอย่างวางอำนาจ ต่อให้ไปถึงทางการนางก็ไม่กลัว เพราะคนที่มีสามัญสำนึกย่อมไม่มีทางเชื่อคำพูดของพวกนาง ใครจะไปคิดว่านางเป็เด็กที่ไม่เดินตามเส้นทางปกติกันเล่า!
จ้าวรั่วจือและเสวี่ยชิวเยี่ยนถึงกับไปไม่เป็ หากแจ้งทางการจะอธิบายอย่างไรเื่ที่แอบลอบเข้ามาในห้องของเสวี่ยฮุ่ยในขณะที่บ้านฝ่ายรองไม่มีคนอยู่ และหากเื่ที่เสวี่ยชิวเยี่ยนฟันร่วงสองซี่แพร่ออกไป จะเอาหน้าไปสู้ใครได้
ที่สำคัญที่สุดคือ ทางการไม่มีทางเชื่อคำพูดของพวกนางแน่นอน!
"ข้า้าพบเสวี่ยไห่ ลูกสาวถูกรังแกถึงเพียงนี้ ในฐานะพ่อแท้ ๆ เขาจะดูแลหรือไม่!"
จ้าวรั่วจือเท้าสะเอวเชิดหน้า นางให้กำเนิดลูกกับเสวี่ยไห่ถึงสามคน ส่วนเติ้งอาเหลียนมีลูกชายเพียงคนเดียว ดูท่าเสวี่ยไห่น่าจะยังมีเยื่อใยให้กับนางที่เป็ภรรยาเอกอยู่บ้าง
"พวกเ้าออกประตูไปเลี้ยวขวา ไปรอเขาที่ป่าละเมาะนั่นเถิด ทางที่ดีพากันจากไปแล้วไม่ต้องกลับมาที่หมู่บ้านสือหลิ่งอีก เื่บาดหมางในอดีตของจ้าวรั่วจือข้าไม่อยากพูดถึง ต่อไปข้าจะอยู่ดูแลครอบครัวลูกชายเพื่อใช้ชีวิตยามแก่เฒ่าในหมู่บ้านนี้ เราต่างคนต่างอยู่ หากเ้ากล้ามาหาเื่อีก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ" เติ้งอาเหลียนเตือนจ้าวรั่วจือ
"อาเหลียน..." เสวี่ยไห่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในประตูบ้าน ได้ยินบทสนทนาของหญิงสองคนจึงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเรียก
ด้านหลังของเขามีคู่สามีภรรยาหนุ่มตามมาด้วย ฝ่ายชายดูซื่อสัตย์และเรียบง่าย ฝ่ายหญิงดูเหมือนจะมีพลังงานล้นเหลือ แบกตะกร้า สะพายกระบุง และยังแบกจอบมาด้วย
"ฮุ่ยฮุ่ย เ้าดีขึ้นหรือยัง? ยังปวดหัวอยู่ไหม?"
หญิงสาวรีบวางของในมือและบนหลังลงอย่างคล่องแคล่ว แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเสวี่ยฮุ่ย ฝ่ายชายก็เร่งฝีเท้าตามมา ทั้งสองคนล้อมรอบตัวเสวี่ยฮุ่ยเพื่อสำรวจอาการ
"เสี่ยวเม่ย ฮุ่ยฮุ่ยดูเหมือนจะใกลัว เ้าพานางไปที่ห้องข้า แล้วชงน้ำตาลแดงร้อน ๆ ให้ดื่มสักถ้วยเถิด!"
เติ้งอาเหลียนไม่ได้สนใจครอบครัวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ข้าง ๆ ญาติของนางมีเพียงครอบครัวลูกชายเท่านั้น ส่วนกับเสวี่ยไห่... ไม่สามารถเปิดใจให้กันได้เหมือนสามีภรรยาคู่อื่น เพราะเขายังมีครอบครัวของตัวเอง มีภรรยาปากร้ายอย่างจ้าวรั่วจือและลูก ๆ อีกหลายคน
โจวเสี่ยวเม่ยหยิบไม้ท่อนหนึ่งจากมุมกำแพง ชี้ไปที่เสวี่ยเจี้ยนหลินแล้วดุว่า "เ้าลูกแสบ ข้าบอกให้เ้าเฝ้าน้องอยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือ? เ้าหายไปไหนมา!"
เสวี่ยเจี้ยนหลินเดินเลียบกำแพงเพื่อหลบไม้ที่ชี้มาทางเขา "ท่านแม่ อย่าใจร้อน ใจร้อนคือ... น้องเล็ก ใจร้อนคืออะไรนะ รีบมาช่วยพี่รองเร็ว!"
เสวี่ยเจี้ยนหลินประสานมือขอร้องน้องสาว หากเป็ท่านย่า อย่างมากก็แค่โดนปารองเท้าใส่หรือโดนตบสองที แต่ถ้าเป็ท่านแม่นั้นต่างออกไป นางตีจริง! บางครั้งไม้ท่อนหนา ๆ ยังหักได้ รอยตีบนตัวใช้เวลาหลายวันกว่าจะจางหาย ตอนนี้มีเพียงน้องสาวเท่านั้นที่ช่วยเขาได้
เสวี่ยฮุ่ยไม่รู้ว่าคำพูดของตนจะใช้ได้ผลหรือไม่ แต่ต้องลองดู นางวิ่งเข้าไปกอดแขนโจวเสี่ยวเม่ย
"ข้าเป็คนบอกว่าอยากกินปลา จึงให้พี่รองไปจับเ้าค่ะ ท่านแม่ อย่าตำหนิพี่รองเลยนะเ้าคะ?"
"ฮุ่ยฮุ่ย เ้าอยากกินปลาหรือ! แต่เ้ามีแผลที่หัว ปลาเป็ของแสลงกินไม่ได้ เราต้องอดทนก่อน รอให้แผลของเ้าหายดีแล้ว จะให้พ่อของเ้าจับปลามาให้เยอะ ๆ ต้มซุป นึ่ง แล้วทำเป็โต๊ะใหญ่เลย!"
โจวเสี่ยวเม่ยทิ้งไม้ในมือ แล้วถลึงตาใส่ลูกชายสั่งให้เอาปลาไปขูดเกล็ดและทำปลาแห้ง ในเมื่อลูกสาวกินปลาไม่ได้ คนในบ้านก็ต้องอดทนกันให้หมด!
เสวี่ยเจี้ยนหลินเดินมาตบไหล่น้องสาวเบา ๆ หนึ่งที ยอดเยี่ยมมาก! เื่วันนี้เป็ความผิดของเขาจริง ๆ หากรู้ว่าสองแม่ลูกนั่นจะมา ต่อให้ตายเขาก็จะไม่ยอมห่างจากบ้าน
"ท่านแม่ ปลาพวกนั้นพวกท่านเอาไปตุ๋นกินเถิดเ้าค่ะ! ข้ากินอย่างอื่นก็ได้" เสวี่ยฮุ่ยไม่อยากให้ทุกคนเสียโอกาสในการปรับปรุงอาหารเพียงเพราะนางมีแผล
เติ้งอาเหลียนถกแขนเสื้อเตรียมก่อไฟ เมื่อได้ยินคำพูดของหลานสาวก็รีบบอกว่า "ไม่ได้เด็ดขาด วันนี้บ้านเราจะไม่กินปลา รอจนกว่าแผลที่หัวของฮุ่ยฮุ่ยหายดีก่อนค่อยกิน เสี่ยวหลิน เดี๋ยวไปขนฟืนมาให้ย่าด้วย!"
"ดูแลน้องไม่ดี ตอนบ่ายข้าจะทำโทษให้เ้าตัดหญ้าเลี้ยงหมูหนึ่งตะกร้า ถ้าไม่เต็มห้ามกลับมา!" โจวเสี่ยวเม่ยมอบหมายงานให้ลูกชายเช่นกัน
เสวี่ยเจี้ยนหลินรับคำทุกอย่าง ขอเพียงรอดพ้นจากการโดนตีในวันนี้ จะให้ทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
เอ๊ะ! ทำไมรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลก ๆ นะ! ไหนว่ายุคโบราณให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงไม่ใช่หรือ? ทัศนคติที่คนตระกูลเสวี่ยมีต่อตนเองและพี่รองนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน นี่นางหยิบสคริปต์ผิดเื่ หรือว่าถูกรางวัลใหญ่ที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในครอบครัวที่รักเด็กผู้หญิงกันนะ!
หากเป็อย่างหลัง เสวี่ยฮุ่ยคงจะหัวเราะจนตื่นแม้แต่ในความฝัน