ซูลั่วพูดอย่างใจเย็น “เขามีธุระ เลยออกไปก่อนแล้วค่ะ พวกเราขึ้นไปบนเวทีก็ได้”
“อ้อ ๆ” วอลเลซกับจินแอนนี่ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เจียงชูหลีกลับมองตามไปหลายครั้ง เขารู้สึกว่า...ผู้บัญชาการสือคนนี้ดูลึกลับนิดหน่อย?
เมื่อขึ้นไปรับรางวัล แม้ว่าทีมคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทจะมีสมาชิกถึงสี่ในห้าคนที่ติดสิบอันดับแรก แต่กลับไม่มีใครยิ้มออกมาเลยสักคน
ในทางกลับกัน ทีมของซูลั่วมีแค่เธอคนเดียวที่ติดสิบอันดับแรก แต่ทุกคนกลับดูดีใจกันมาก ก็แน่ล่ะ ได้ที่หนึ่งประเภททีมนี่นา
หลังจากมอบรางวัลให้เด็ก ๆ เสร็จ เหลยหย่วนก็พูดขึ้น “การฝึกทหารครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนแรกหลังจากที่ทุกคนได้มาเป็นนักรบดวงดาว ฉันหวังว่าทุกคนจะเก็บเกี่ยวประโยชน์จากบทเรียนแรกนี้ไปให้เต็มที่ ในอนาคตเมื่อพวกเธอจบการศึกษาไปเป็นนักรบดวงดาวแล้ว พวกเธอก็จะรู้ว่าบทเรียนแรกนี้มีความสำคัญมากขนาดไหน!”
“เอาล่ะ ทุกคนมีเวลาพักผ่อนอีกสองชั่วโมง สองชั่วโมงหลังจากนี้ พวกเราจะออกเดินทางกลับดาวอัลฟ่า!”
“รับทราบ!”
บนยานอวกาศขากลับ นักศึกษาทุกคนต่างก้มหน้าจ้องสมองกลของตัวเอง หลังตัดขาดจากโลกภายนอกมานาน พวกเขาก็อยากติดต่อคนอื่นเต็มแก่แล้ว
จินแอนนี่นั่งอยู่ข้างซูลั่วเธอรีบอวดให้ครอบครัวฟังว่าเธอเอาชนะจินเวยเวยลูกพี่ลูกน้องของตัวเองได้ยังไง!
คนตระกูลจินพร้อมใจกันตอบกลับมาว่า ‘ไม่เชื่อ!’
จินแอนนี่พูดอย่างหัวเสีย "เดี๋ยวพวกท่านกลับไปถามจินเวยเวยเองก็รู้แล้วนี่คะ!"
เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่น ๆ ก็กำลังส่งข้อความบอกครอบครัวและเพื่อน ๆ ว่าปลอดภัยดี ซูลั่วถือสมองกลไว้ในมือ เธอส่งข้อความไปหาผู้อำนวยการไป๋ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และส่งข้อความไปหาท่านอาจารย์ด้วย บอกว่าเธอฝึกทหารเสร็จแล้ว
ท่านอาจารย์ยังคงไม่ตอบกลับเธอเหมือนเดิม แต่ข้อความของผู้อำนวยการไป๋กลับตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
[ผู้อำนวยการไป๋: ลั่วลั่วเก่งที่สุดเลย! ไว้ว่าง ๆ เมื่อไร กลับมาเยี่ยมบ้างนะ น้อง ๆ ทุกคนคิดถึงหนูมาก]
[ซูลั่ว: ค่ะ]
ซูลั่ววางสมองกลลง มองจินแอนนี่ที่อยู่ข้าง ๆ ที่ยังคงคุยกับครอบครัวอย่างออกรส เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย สายตากวาดผ่านรายชื่อในสมองกล สุดท้ายก็หยุดลงที่ชื่อของ ซูหนานจิ่น
คนตระกูลซูไม่ใช่ครอบครัวของเธออีกต่อไปแล้ว แต่โชคดีที่ซูหนานจิ่นยังคงเป็นพี่ใหญ่ของเธอ
[ซูลั่ว: พี่ใหญ่คะ หนูฝึกทหารเสร็จแล้ว]
วันหยุดพักร้อนของซูหนานจิ่นสิ้นสุดลงพอดี เขากลับไปรายงานตัวที่กองบัญชาการทหาร และได้รับข้อความของซูลั่วทันทีที่ไปถึง จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วมุ่น
พัสดุชิ้นนั้นของซูลั่ว...จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ที่ซูเสี่ยวซี
ซูเสี่ยวซีกับคุณนายซูผู้เป็นมารดา พากันไปเที่ยวที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นเกือบเดือน เพิ่งจะกลับมาถึงวันนี้
ระหว่างนั้น ไม่ว่าซูหนานจิ่นจะส่งข้อความไปถามเธอเรื่องพัสดุมากี่ครั้ง เธอก็เอาแต่หลีกเลี่ยงไม่ยอมตอบ
และตอนนี้ เมื่อเจ้าตัวกลับมาแล้ว ซูหนานจิ่นจึงตัดสินใจว่าจะถามต่อหน้าให้รู้เรื่อง
เขาตอบข้อความซูลั่วกลับไป บอกว่ารอเธอกลับมาถึงก่อนแล้วค่อยนัดเจอกัน จากนั้นพอเคลียร์งานเสร็จ ซูหนานจิ่นก็เก็บข้าวของแล้วรีบตรงกลับบ้านทันที
เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ถึงกับล้อเลียนเขา “ไม่ค่อยเห็นใครติดบ้านเหมือนนายเลยนะ ยังไงล่ะ น้องสาวกำลังจะแต่งงาน เลยใจหาย อยากใช้เวลากับน้องสาวให้มาก ๆ หน่อยเหรอ?”
คนอื่น ๆ ต่างก็รู้เรื่องที่ครอบครัวเขาตามหาซูเสี่ยวซีเจอและพาตัวกลับมาแล้ว รวมถึงเรื่องที่ซูเสี่ยวซีหมั้นหมายกับเจียงเฉินก็เป็นที่พูดถึงกันไปทั่วในหมู่ขุนนางชั้นสูง
แต่ซูหนานจิ่นกลับหัวเราะไม่ออก เขาไม่เห็นด้วยเลยที่เสี่ยวซีจะแต่งงานกับ เจียงเฉิน
อีกอย่าง ก็เป็นเพราะเสี่ยวซีทำให้ลั่วลั่วไม่ยอมกลับบ้านเลยตั้งแต่เปิดเทอมจนถึงตอนนี้
แถมตอนนี้ยังจะมีเรื่องพัสดุอีก! มีแต่เรื่องน่าปวดหัวทั้งนั้น
ซูหนานจิ่นแบกความหนักใจกลับมาถึงบ้าน ก็เจอซูเสี่ยวซีกับคุณนายซูเพิ่งกลับมาถึงพอดี ข้าวของมากมายที่พวกเธอชอปปิงมาก็เพิ่งมาส่ง กองสุมกันอยู่ในห้องนั่งเล่นจนละลานตา
ข้าวของหลายอย่างเป็นสีแดง ถ้าเดาไม่ผิด ของเหล่านี้น่าจะเป็นของที่เตรียมไว้สำหรับงานแต่งงานของซูเสี่ยวซี
และของเหล่านี้...ล้วนซื้อมาจากเงินที่ซูลั่วให้มา
ซูหนานจิ่นรู้สึกว่าภาพตรงหน้าขัดตาอย่างบอกไม่ถูก แต่เขาก็ไม่อยากให้สถานการณ์มันแย่ลง เลยพยายามกดเสียงให้ต่ำแล้วพูดกับซูเสี่ยวซี “เสี่ยวซี ในเมื่อเธอกลับมาแล้ว ก็เอาพัสดุชิ้นนั้นของลั่วลั่วมาให้พี่เถอะ พี่จะได้รีบเอาไปให้เธอ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเสี่ยวซีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “พี่ใหญ่คะ พี่พูดถึงพัสดุอะไรเหรอ?”
“ก็พัสดุที่คนอื่นส่งมาให้ลั่วลั่ว แล้วเธอเป็นคนเซ็นรับไว้นั่นแหละ”
“หนูไปรับพัสดุของซูลั่วตอนไหนกันคะ? อีกอย่าง พี่เขาก็ออกจากบ้านซูไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
“...” ซูหนานจิ่นมองท่าทีแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องของซูเสี่ยวซี ความโกรธก็พุ่งจี๊ดขึ้นมาอย่างฉับพลัน!
เขาเผลอขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัว “พ่อบ้านบอกว่าพัสดุชิ้นนั้นเธอเป็นคนเอาไป ทำไมตอนนี้เธอถึงไม่ยอมรับ?!”
คุณนายซูได้ยินเสียงก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันที เธอเอ่ยถาม “หนานจิ่น นี่แกเป็นอะไรไป? มีอะไรทำไมไม่พูดกันดี ๆ?”
ซูหนานจิ่นกำลังจะอ้าปากพูด แต่ซูเสี่ยวซีที่อยู่ข้าง ๆ ก็ร้องไห้โฮออกมาตัดหน้า
ดวงตาของเธอแดงก่ำ สะอื้นไห้ไม่หยุด ดูเสียใจสุด ๆ
“คุณแม่คะ หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอกลับมาถึง พี่ใหญ่ก็มาตะคอกใส่หนูเพราะซูลั่วหนูยังไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมพี่เขาถึงทำกับหนูแบบนี้ หรือว่าซูลั่วไปฟ้องอะไรพี่เกี่ยวกับหนู?”
ซูหนานจิ่นโกรธจนขมับเต้นตุบ ๆ “ลั่วลั่วไม่ได้พูดอะไรให้พี่ฟังทั้งนั้น!”
“แล้วพี่มาหาเรื่องหนูทำไมล่ะคะ?”
“เพราะเธอเอาพัสดุของลั่วลั่วไป!”
คุณนายซูฟังแล้วก็ยังงง ๆ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังหันไปตำหนิลูกชาย “หนานจิ่น แกจะตะคอกใส่เสี่ยวซีทำไม? แกเป็นพี่นะ ทำไมถึงทำตัวไม่เหมือนพี่เลย? พัสดุอะไรกัน อาจจะเป็นเพราะพ่อบ้านจำผิดก็ได้ เสี่ยวซีเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแกนะ แกจะดีกับน้องหน่อยไม่ได้หรือไง?”
เมื่อเห็นแม่ไม่แยกแยะผิดถูกแบบนี้ ซูหนานจิ่นก็รู้สึกผิดหวัง เขาหันกลับไปมองซูเสี่ยวซี “พี่ไม่รู้ว่าเธอไปเป่าหูอะไรแม่ แต่เรื่องอื่นช่างมัน...เธอขโมยพัสดุของลั่วลั่วไป ยังไงก็ต้องเอามาคืน!”
ซูเสี่ยวซีร้องไห้จนน้ำตานองหน้า โถมตัวเข้ากอดคุณนายซูเหมือนจะหมดสติไปเดี๋ยวนั้น
คุณนายซูรีบกอดปลอบลูกสาว แล้วหันไปดุลูกชาย “หนานจิ่น แกขึ้นไปบนห้องเดี๋ยวนี้ อย่ามายืนรังแกน้องอยู่ตรงนี้!”
“แม่ครับ!”
“ทำไม แม้แต่คำพูดของแม่ แกก็ไม่ฟังแล้วเหรอ?!”
ซูหนานจิ่นมองแม่ของเขาอย่างตกตะลึง สุดท้ายเขาก็มองน้องสาวแท้ ๆ ที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นชั้นบนไปด้วยความโกรธ
ในตอนนั้น ซูลั่วที่ยังอยู่บนยานอวกาศ กำลังเดินทางกลับมหาวิทยาลัย โดยไม่รู้เลยว่าที่คฤหาสน์ของดยุกซูมีเรื่องวุ่นวายรออยู่
สมองกลของเธอเงียบสนิท
นอกจากข้อความที่ซูหนานจิ่นตอบกลับมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีข้อความอื่นเด้งเข้ามาอีก
ฉู่ซิงหลานเองก็เงียบกริบไม่มีความเคลื่อนไหว
เขาคงจะพ้นช่วงเวลาอ่อนไหวแล้วสินะ
องค์ชายเก้าผู้หยิ่งทะนง พอนึกถึงว่าตัวเองเคยคิดจะยืดช่วงเวลาอ่อนไหวให้อยู่ตลอดไป ก็คงจะทั้งอายทั้งโมโห ป่านนี้คงกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ล่ะมั้ง
ซูลั่วเอนกายพิงพนัก หันไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิทนอกหน้าต่าง
เงาของเธอที่สะท้อนอยู่บนกระจก แววตาดูอ้างว้างเล็กน้อย
อีกหลายชั่วโมงต่อมา ซูลั่วก็เดินทางกลับมาถึงมหาวิทยาลัยจักรวรรดิพร้อมกับนักศึกษาคนอื่น ๆ