บทที่ 12 เทคนิคการหายใจพยัคฆ์คำราม
จงหยางเห็นดาว จนน้ำตาร่วง "ผมจำไม่ผิด พ่อพูดแบบนั้นจริง ๆ นะ..."
เพียะ!
โดนตบอีกครั้ง
"ฉันบอกว่าแกจำผิดไปเอง"
หลี่เซี่ยวเฟยจ้องมองอีกฝ่าย
ใบหน้าของจงหยางบวมเหมือนหัวหมู แต่ก็ยังไม่เข้าใจ
แต่เขาก็ไม่กล้าจะโต้เถียงอีก "ครับ ๆ ผมจำผิดเอง คุณพ่อไม่ได้พูดแบบนั้นจริง ๆ"
"ดีมาก อย่าเชื่อข่าวลือ และอย่ากระจายเื่นี้"
หลี่เซี่ยวเฟยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "คุณหนูจงหลิงแสนบริสุทธิ์ เป็สตรีผู้สูงส่ง ฉันนั้นไม่คู่ควร อาจารย์ไม่มีทางยกลูกสาวสุดที่รักให้กับคนอย่างฉันแน่นอน"
ตอนนี้จงหยางถึงเพิ่งเข้าใจ
นี่มันไอ้พวกขี้ประจบชัด ๆ
เลียจนถึงดาวอันไกลโพ้นแล้ว
หลี่เซี่ยวเฟยพูดต่อ "เื่นี้ ห้ามพูดอีกเป็อันขาด"
ฉากนี้ทำให้จงหลิงยิ่งประหลาดใจ
เธอมีความมั่นใจในรูปโฉมของตัวเอง
เธอคิดเสมอว่าตนเองเปรียบเสมือนดอกบัวขาวบริสุทธิ์ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางโคลนตมของสลัมแห่งนี้
ผุดขึ้นมาจากโคลนตมโดยไม่เปรอะเปื้อน
ลอยอยู่บนลำธารที่ใสสะอาด โดยไม่เหี่ยวเฉา
จงหลิงเหยียดหยามทุกสิ่งในสลัม
แผนการในอนาคตของเธอนั้นไม่มีหลี่เซี่ยวเฟยอยู่เลย
รวมถึงสลัมแห่งนี้
เธอปรารถนาจะออกไปจากที่นี่ แล้วกลายเป็คนชั้นสูงที่เดินท่ามกลางแสงแดด
ถูกต้องแล้ว หลี่เซี่ยวเฟยเคยดูแลเอาใจใส่จงหลิงเป็อย่างดี
แต่แล้วอย่างไร?
เธอไม่ได้สนใจกบในกะลาอย่างเขาเลย
แต่เมื่อหลี่เซี่ยวเฟยถอนหมั้นเธออย่างไม่ใยดี ไม่รู้ทำไม หัวใจของจงหลิงถึงรู้สึกสับสนขึ้นมา
เมื่อรวมกับการโจมตีสายฟ้าแลบที่หลี่เซี่ยวเฟยจัดการจงหยวนป๋อ...
ยิ่งทำให้เธอสับสนมากขึ้น
จงหลิงจำต้องยอมรับว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
แล้วอย่างไร?
สุดท้าย เขาก็เป็เพียงพวกอันธพาลข้างถนนในสลัมคนหนึ่งเท่านั้น
ยังไม่คู่ควรกับเธอ
จงหลิงถอนหายใจแ่เบา "ขอบคุณพี่เซี่ยวเฟย"
"อืม วางใจเถอะ ฉันจะเป็ศิษย์ของอาจารย์ตลอดไป แค่เธอเต็มใจเรียกฉันว่าพี่ชาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ฉันจะปกป้องเธอเอง"
หลี่เซี่ยวเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ
ถือว่าเป็วิธีเดียวที่จะตอบแทนอาจารย์ได้ในตอนนี้
จงหลิงพยักหน้า แล้วมองไปทางจงหยางที่กำลังอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา สุดท้ายเธอก็ยังไม่พูดความจริงเื่สาเหตุการตายของพ่อออกมา
ประการแรก เพราะว่า จงหยวนป๋อผู้ที่เป็ฆาตกรตัวจริงได้ตายไปแล้ว และจงหยางก็ยังเป็น้องชาย เธอจึงเริ่มใจอ่อนอีกครั้งเพราะคิดน้อยเหมือนคนโง่
ประการที่สอง ในมุมมองของจงหลิง แม้หลี่เซี่ยวเฟยจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตู๋กูเชวีย อัจฉริยะหน้าใหม่ผู้ทรงพลังแห่งกองกำลังโลหิตทมิฬ
หาก้าแก้ไขปัญหานี้ เธอต้องคิดหาวิธีด้วยตนเอง
ถ้าหากไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องไปหาเหล่ารุ่นพี่ที่มีเส้นสายในโรงเรียนแล้ว
"งานเร่งด่วนในตอนนี้คือการจัดงานศพของอาจารย์ให้เสร็จสิ้น"
หลี่เซี่ยวเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา
เขาไม่อยากคาดเดาความคิดของจงหลิง
เด็กสาวคนนี้งดงามจริง ๆ เ้าของร่างเดิมก็เคยสนใจในตัวเธอ
แต่ในปี 2022 เมื่อห้าร้อยปีก่อน หลี่เซี่ยวเฟยได้เข้าใจกฎข้อหนึ่ง…
การเป็พวกเลียแข้งเลียขาไม่มีทางได้ดี
โดยเฉพาะหลี่เซี่ยวเฟย ผู้ที่ใฝ่ฝันจะโลดแล่นในยุทธภพ การฝึกวิทยายุทธ์ต่างหากคือเป้าหมายอันสูงสุด
สตรีเป็เพียงเครื่องประดับบนเส้นทางแห่งยุทธ์
เครื่องประดับเหล่านี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่สำคัญอะไร
ที่จงหยวนซานทิ้งพินัยกรรมไว้ให้จงหลิงแต่งงานกับเขา ก็เพื่อปกป้องลูกสาวของตัวเองเท่านั้น
ในสายตาของหลี่เซี่ยวเฟย ตราบใดที่เขาดูแลจงหลิงให้ดี ก็ถือว่าทำตามความปรารถนาของจงหยวนซานแล้ว ส่วนจะแต่งงานหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
หลังจากที่สถานการณ์เริ่มคงที่ หลี่เซี่ยวเฟยก็เดินออกจากห้องโถง แล้วบังเอิญเจอกับหยางเฉิงที่วิ่งหอบเข้ามา
"พี่เฟย ผมยังไม่ได้ขึ้นรถเมื่อกี้ ผม..."
หยางเฉิงหอบลิ้นห้อย หายใจแรงเหมือนปอดจะะเิ
"คราวหน้าก็เร็วหน่อย"
หลี่เซี่ยวเฟยไม่แสดงอาการใด ๆ และพูดขัดจังหวะ "เรียกหัวหน้ากลุ่มทั้งหมดของกองกำลังมาประชุมเดี๋ยวนี้"
"ครับ"
น่าสงสารหยางเฉิงที่ต้องรีบไปจัดการเื่ต่าง ๆ อย่างเหนื่อยหอบ
การประชุมฉุกเฉินเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อหลี่เซี่ยวเฟยได้ทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันของกองกำลังเมฆา ก็อดใไม่ได้
สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คิดเอาไว้
หลังจากที่โดนกองกำลังโลหิตทมิฬเข้าโจมตีเมื่อคืนที่ผ่านมา กองกำลังเมฆาได้สูญเสียหัวหน้าฟางเซิ่งและหัวหน้าอีกสองคน รวมถึงสมาชิกเกือบร้อยคน
ด้วยการจากไปของจงหยวนซานและจงหยวนป๋อ สมาชิกระดับสูงของกองกำลังเมฆาที่เหลืออยู่มีเพียงหลี่เซี่ยวเฟยและหัวหน้าอีกคนชื่อฉู่อวิ๋นเทียน
ทุกคนต่างมองออกว่ากองกำลังเมฆาจบสิ้นแล้ว
เมื่อต้นไม้ใหญ่ล้ม ลิงก็กระจาย
ในเวลาเพียงครึ่งวัน สมาชิกกองกำลังอีกครึ่งหนึ่งก็ลาออกแยกย้ายกันไป
ปัจจุบัน สมาชิกที่เหลืออยู่มีไม่ถึงห้าสิบคน
นอกจากผู้าุโเพียงที่มีความซื่อสัตย์ไม่กี่คนแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็เฝ้าดูสถานการณ์และพร้อมที่จะจากไปทุกเมื่อ
เพราะพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งของหลี่เซี่ยวเฟยที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้ เขาจึงกลายเป็แกนนำหลักของทุกคนโดยปริยาย
ในห้องประชุม สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังหลายคู่จับจ้องมาที่เขา
"ฉันจะพูดแค่สามประเด็น"
"ประการแรก ทุกคนจงทำหน้าที่ของตน อย่าให้เกิดความวุ่นวาย"
"ประการที่สอง ภัยคุกคามจากกองกำลังโลหิตทมิฬ ฉันจะเป็คนจัดการเอง"
"ประการที่สาม พวกพี่น้องที่้าออกจากกองกำลังสามารถไปได้ทุกเมื่อ แต่ถ้ากล้าฉกฉวยสมบัติของกองกำลังไป ก็อย่ามาโทษว่าฉันเป็คนใจร้าย"
"ประการที่สี่ ั้แ่นี้เป็ต้นไป กองกำลังเมฆาเป็ของฉัน"
"ประการที่ห้า..."
หลี่เซี่ยวเฟยกล่าวทีละประโยค
ทุกคนต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน ไม่ใช่ว่าจะพูดแค่สามประเด็นหรอกเหรอ?
สุดท้าย หลี่เซี่ยวเฟยก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ "โอเค ฉันพูดจบแล้ว มีใครจะคัดค้านไหม?"
ทุกคนไม่กล้าพูดอะไร
หัวหน้ากองกำลังทั้งสาม นำโดยฉู่อวิ๋นเทียนกล่าวสนับสนุนเป็คนแรก "ผู้นำคนเก่า้าจะสละตำแหน่งให้คุณมานานแล้ว เมื่อคุณยินดีฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ พวกเราก็จะเชื่อฟังคุณ"
คนอื่น ๆ ก็ไม่มีข้อโต้แย้ง
"ดีมาก"
หลี่เซี่ยวเฟยพยักหน้าด้วยความพอใจ "ทุกคนไม่ต้องรีบ รอให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ก่อน แล้วค่อยจัดการเลือกตั้งผู้นำอย่างเป็ทางการอีกครั้ง"
ทุกคนไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ อีก
ด้วยเหตุนี้ หลี่เซี่ยวเฟยจึงได้รับกุญแจสำหรับเข้าถึงความลับสูงสุดของกองกำลังเมฆา
ทางเลือกแรก ก็คือ ไปที่ห้องทำงานของจงหยวนซาน
ห้องทำงานกว้างขวางมาก ด้านในมีห้องฝึกฝนขนาดเล็ก โต๊ะน้ำชา โต๊ะเขียนอักษรจีน ฯลฯ พร้อมครบครัน
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบตั้งโต๊ะรุ่น ‘สตาร์ฟีลด์ 3’
มันเป็เป้าหมายของหลี่เซี่ยวเฟย
เ้าสิ่งนี้กินพื้นที่ภายในห้องราวห้าตารางเมตร
รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับห้องนักบินเสมือนจริงในปี 2022
มีแขนโลหะโค้งครึ่งวงกลมห้าแขนยื่นออกมาจากด้านหลังของห้องนักบิน โดยแขวนจุดโฮโลแกรมสีฟ้าขนาดเท่าเหรียญสี่จุดในลักษณ์เอียงสามสิบองศาอยู่เหนือห้องนักบิน
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เป็ทรัพย์สินหลักของกองกำลังเมฆา
โดยปกติแล้ว มีเพียงผู้นำจงหยวนซานคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ได้
หลี่เซี่ยวเฟยเข้าไปในห้องนักบินอย่างชำนาญ เปิดคอมพิวเตอร์ ป้อนรหัสผ่าน และเปิดเครื่องได้สำเร็จ
-กรุณายืนยันม่านตา-
เสียงสังเคราะห์ของคอมพิวเตอร์ดังขึ้น
แขนโลหะทรงโค้งตรงกลางเคลื่อนที่มาด้านหน้าหลี่เซี่ยวเฟย พร้อมปรากฏแสงสีเงินจาง ๆ ส่องออกมา
เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วจ้องมองไปยังเคอร์เซอร์
แสงสแกนส่องผ่านไป
-ยืนยันม่านตาสำเร็จ สวัสดีตอนบ่าย ผู้ควบคุมหมายเลขสอง-
การทำงานทั้งหมดของคอมพิวเตอร์เปิดใช้งาน
จุดเคอร์เซอร์ทั้งสี่ปล่อยพลังงานออกมา ก่อตัวเป็ม่านแสงสีเงินอ่อน ขนาดร้อยนิ้ว เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของวิทยาศาสตร์
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หลี่เซี่ยวเฟยก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของอนาคต
ภาพก่อนหน้าในสลัม ทำให้เขารู้สึกถึงความโกลาหลในเซี่ยงไฮ้ตอนต้นศตวรรษที่ 20
ส่วนสาเหตุที่หลี่เซี่ยวเฟยสามารถใช้สิทธิ์ทั้งหมดของคอมพิวเตอร์นี้ได้
ก็เพราะจงหยวนซานได้ตั้งค่ามันเอาไว้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนั่นเอง
ความลับนี้มีเพียงพวกเขาที่รู้
อาจกล่าวได้ว่า จงหยวนซานปูทางให้กับหลี่เซี่ยวเฟย
ทว่า จงหยวนซานเคยกล่าวไว้ว่า หลังจากหลี่เซี่ยวเฟยกลายเป็ผู้นำกองกำลังเมฆาแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ได้
ตอนนี้ เงื่อนไขถือว่าบรรลุแล้ว
ไม่ว่าจะเป็ทรัพย์สมบัติที่สั่งสมมานานหลายสิบปี เอกสารลับและช่องทางต่าง ๆ ล้วนจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องนี้
กองกำลังเมฆายืนหยัดอยู่ในสลัมมายาวนานกว่าสามสิบปี ทรัพย์สินของกองกำลังนั้นจึงมีไม่น้อย รวมถึงเงินฝากที่ถูกต้องตามกฎหมายจำนวนหนึ่ง
หลังจากเรียกดูและสำรวจการทำงานไปสักพักหนึ่ง หลี่เซี่ยวเฟยก็เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของกองกำลังเมฆามากยิ่งขึ้น
แต่เขายังไม่ได้แตะต้องเงิน
สุภาพบุรุษรักในทรัพย์สิน แต่ต้องได้มาโดยชอบธรรม
ไม่นาน แฟ้มเข้ารหัสสองชั้นที่มีเครื่องหมายพิเศษก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
จงหยวนซานเตรียมสิ่งนี้ไว้เป็พิเศษสำหรับหลี่เซี่ยวเฟย ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
หลี่เซี่ยวเฟยป้อนรหัสผ่านที่จงหยวนซานเคยบอกไว้ เมื่อใส่รหัสเสร็จก็ใช้การสแกนม่านตาจึงสามารถเปิดเข้าไปได้สำเร็จ
ภายในมีไฟล์วิดีโอสามไฟล์
ได้แก่ [เทคนิคการหายใจพยัคฆ์คำราม] [วิชากระบี่สายลม] และ [ย่างก้าววายุ]
ล้วนเป็คัมภีร์ลับทั้งสิ้น
เมื่อหลี่เซี่ยวเฟยเห็นดังนั้นก็ดีใจเป็อย่างมาก
สิ่งที่เขากำลังขาดแคลนมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ เทคนิคการหายใจเพื่อฝึกพลังดวงดาว
น้าสาวเคยบอกว่าหาก้าควบคุมพลังหมัดวัชระได้อย่างสมบูรณ์ จำเป็ต้องเพิ่มขีดจำกัดพลังดวงดาวโดยเร็วที่สุด
เขาอดทนรอไม่ไหว จึงรีบเปิดวิดีโอ [เทคนิคการหายใจพยัคฆ์คำราม] ขึ้นมาดู