เมื่อไคท์เปิดดูเควสที่ได้รับจากหน้าจอระบบ เขาเบิกตากว้างอย่างแปลกใจในสิ่งที่เห็น
“โอ้โหภารกิจระดับ SSเลยเหรอ ไม่น่าเชื่อเลยตอนเล่นเบต้าอย่างมากก็แค่เควสระดับ S”ชายหนุ่มรู้สึกทันทีว่าเควสนี้ไม่ใช่เื่หมูๆ เขาจะต้องหาข้อมูลและพรรคพวกมาช่วยเหลือเพราะเขาเป็ผู้เล่นรุ่นแรก ๆ ใน่ทดสอบที่รู้ดีว่า เกมนี้ไม่ง่ายเหมือนชื่อ
(Super Supreme -การแบ่งขั้นระดับความแข็งแกร่ง-ผู้เขียน)
สถานะตัวละคร
ชื่อ :ไคท์
อาชีพ : Shenji
Shenji เป็ปรมาจารย์แห่งหอกหรือที่เรียกว่าเทพเ้าแห่งหอกเป็พลหอกที่ใช้หอกตาม้า จัดการกับการโจมตีที่บางครั้งรวดเร็วว่องไว หนักและทรงพลัง
สกิล :
Advancing Spear(การใช้หอกขั้นสูง) ๑๐
Light as a Feather(วิชาตัวเบา) ๑๐
เคลื่อนที่หลบหลีกต่อสู้ไวกว่าปกติหลายเท่าตัว
Painting with aSpear (การรำหอก) ๑๐
ท่าที่ใช้โจมตีต่อเนื่อง
Fall of the AscendingDragon (พลังหอกแห่งดาราั) ๑๐
บัฟเสริมพลังของตัวเองทุกค่าสถานะและ ทำให้เกิดพลังสายฟ้าได้ขณะโจมตี
Charisma(ค่าเสน่ห์) : ๓
"อืม ค่าเสน่ห์ คงได้รับจากการพูดหรือปฎิบัติกับ NPC " ชายหนุ่มสรุปยังคงเปิดหน้าจอค่าสถานะ ขณะเดินไปที่โบสถ์ด้านทิศเหนือของเมือง
“เป็ไปได้ไหมว่า เกมนี้จะมอบค่าสถานะตามพฤติกรรมของผู้เล่นหมายถึง ใช้ระบบความชำนาญ หรือ จากทักษะของผู้เล่นเอง เช่นเราเสี่ยงมากก็ได้สกิลที่เหมาะกับการเสี่ยงระบบไม่ได้มาจากระบบสกิลอย่างเดียวเหมือนเกมอื่นๆ ที่มีค่าความเร็วหรือพลังโจมตีแต่เน้นไปที่ความช่ำชองในการต่อสู้ และนิสัยที่เราปฎิบัติกับผู้คน”
ชายหนุ่มคิดวิเคราะห์จากประสบการณ์ซึ่งส่วนมากระบบและข้อมูลเกมบางอย่าง อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทเพราะระบบควบคุมเป็เอไอซุเปอร์คอมพิวเตอร์ ที่มีการคิดวิเคราะห์ควบคุมระบบตัวมันเองทำให้แต่ละเกมแตกต่างกัน
(Charisma -ทักษะด้านของการพูด และการแสดง ถ้ามีค่านี้มากตัวละครจะเกลี้ยกล่อม, โกหก, ข่มขู่, หรือ แม้กระทั่งแสดงละคร เล่นดนตรี สร้างความบันเทิงที่เก่งมากๆ -ผู้เขียน)
สถานะตัวละคร
ชื่อผู้เล่น : อัคคี
อาชีพ : นักธนู(Archer)
เลเวล : ๑๐
สกิล :
Concentration (สมาธิตั้งมั่น) : ๑๐
ตั้งสมาธิเพื่อเพิ่มอัตราคริติคอลชั่วขณะ
Swift Step (วิ่งยิง) : ๘
ผู้เล่นโจมตีได้ในขณะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วความเร็วในการหลบหลีก และความเร็วในการเคลื่อนที่ การโจมตีปกติและทักษะบางอย่าง
Leap (เผ่น) : ๑๐
ทำการะโถอยหลัง ไม่เสียหายขณะะโไม่อยู่ในสถานะต่อสู้อีกต่อไปหลังจากลงถึงพื้น
Twin Arrow (ลูกศรคู่)
ยิงธนู ๒ ดอกใส่ศัตรูพร้อมกันสร้างความเสียหาย + ๕๐ % แก่ศัตรูที่เป็เกราะเบา
ตอนถึงจุดพัก ผมเปิดดูหน้าต่างสถานะขณะนั่งหอบหายใจผมไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้วัน ไม่รู้คืน ผมไม่หิว ไม่ป่วย ไม่ปวดอะไรผมไม่รู้ว่าตัวเองตายไปกี่ครั้ง ผมเลิกนับไปแล้ว
ผมรู้ตัวว่ายังอยู่ในเกมแต่สถานที่ที่อยู่ อาจจะอยู่นอกเหนือกฎของเกม ไม่ใช่แค่ดันเจียนธรรมดาเพราะทุกครั้งที่ผมตาย ผมจะกลับไปสู่จุดเดิม แล้วเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด มอนสเตอร์กับดักทุกอย่างเหมือนเดิม
ท่ามกลางความมืดมนอนธการผมแทบมองอะไรไม่เห็น มีเพียงิญญาที่สิ้นหวัง หวาดกลัว และสับสนเหลืออยู่จนกระทั่งเรียนรู้จะต่อสู้ อันเป็หนทางเดียวที่จะพาผมออกไปจากที่นี่
และตอนนี้ประสาทััของผมตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ผมจำได้ ผมไม่รีบ ต้องใจเย็น อดทน และรอคอยเรียนรู้ว่าต้องจัดการอย่างไร แม้ไม่รู้ว่าข้างหน้ามีอะไร อาจไม่เหมือนเดิมและสิ่งที่ผมเจอ มอนสเตอร์พวกนี้มีชีวิต พวกมันรับมือผมได้ หากมันรู้ตัวและพวกมันคือก๊อบลิน !
สกิลตรวจสอบ

ก็อบลินเลเวล ๕
P.ATK : ๕๒ ~ ๙๗
M.ATK : ๒๗ ~ ๕๐
P.DEF : ๙๒
M.DEF : ๖๑
HP : ๒๑๓
SP : ๕๒
คำอธิบาย
ก็อบลินเป็สิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งมันปรากฏในตำนานและเทพนิยายไม่รู้จบ เรียนรู้ได้ แต่ไม่ค่อยฉลาดนัก และ อาศัยอยู่รวมกันเป็กลุ่มไม่สามารถทนต่อแสงของดวงอาทิตย์ได้ ดังนั้นพวกมันจึงอาศัยอยู่ในถ้ำใต้ดินต่อสู้ด้วยธนู เพื่อปกป้องป้อมปราการศักดินาอันศักดิ์สิทธิ์
ก็อบลินมีรูปร่างอัปลักษณ์ ลำตัวผอมแห้ง สูงประมาณ๗๐ Cm คางและจมูกแหลม ดวงตาเรียวยาวเหมือนแมว และใบหูแหลมยาว
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นประมาณสี่ชั่วโมง
อัคคีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดโดยไม่มีเสียงร้อง ไม่มีการโอดครวญ ร่างที่นอนอยู่บนพื้นค่อย ๆ ลุกอย่างช้า ๆด้วยฝีเท้าเบากริบ พร้อมกับกระชับอาวุธในมือแน่นชายหนุ่มขึ้นคันธนูแล้วน้าวสายเล็งไปยังศัตรูที่มองไม่เห็น เพียงแค่หูกระดิกเสียงบางอย่าง เขาก็ปล่อยลูกศรออกไปโดยทันที ว่องไว รวดเร็ว และต่อเนื่องบ่งบอกถึงความชำนาญของผู้ใช้เป็อย่างดี
“ฉั๊ว”เสียงลูกศรหนี่งในสองดอกกระทบกับวัตถุบางอย่างทำให้อัคคีกลิ้งตัวหลบไปที่มุมผนังแห่งหนึ่งพร้อมกับขึ้นสายธนูไปด้วย
“ฟ้าว”เสียงลูกศรจากฝั่งตรงข้าม(ที่มองไม่เห็น)เฉียดผ่านหน้าเขาไปอย่างหวุดหวิด
“ดีที่หลบมาทางนี้ หากกลิ้งไปไกลอาจโดนกับดักพวกมันหรือหากไปอีกฝั่งก็ชนผนังจนเกิดเสียงดัง ครั้งนี้นับว่ากะได้พอดี” เขาอุทานในใจริมฝีปากเม้มแน่น รู้สึกตื่นตัวเต็มที่ กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่เขาตายแล้วฟื้นขึ้นที่นี่ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาจนจำได้ขึ้นใจ
“ฟ้าวววว” อัคคีเหนี่ยวคันศรแล้วปล่อยธนูอย่างต่อเนื่องพร้อมกับพุ่งไปข้างหน้า
“กิ๊ซซซ”เสียงแหลมเล็กดังขึ้นจนแสบแก้วหู
“ผู้เล่นสังหารก็อบลิน ๒ ตัว”เสียงจากระบบดังขึ้นในหัวอัคคียืนนิ่งอยู่กับที่ เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งใกล้เข้ามา
“ปัก” เสียงทำงานของกับดักหมีดังขึ้น มันเกาะติดกับอะไรบางอย่างสิ่งมีชีวิตนั้นยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ร่างของมันก็ลอยละลิ่วตกลงมาข้าง ๆ เขา
อัคคีใช้สกิลตรวจสอบก็พบว่ามันคือร่างของก็อบลินตนหนึ่ง ที่เข้ามาจู่โจมเขาแต่ถูกกับดักหมีเสียก่อน
“เป็ไปตามคาด” ชายหนุ่มนึกในใจขณะดึงคันธนูยาวโค้งจนสุดแขนก่อนปล่อยลูกศรครั้งละสองดอกออกจากแล่ง ไปยังทิศทางของเสียงที่อาจจะมีก๊อบลินตัวอื่น ๆ หลงเหลืออยู่ จากนั้นก้มตัวเดินในท่ายอง ๆ ด้วยฝีเท้าแ่เบา
แม้ไร้แสงสว่างแต่ประสาทััตื่นตัวเต็มที่ เขามองเห็นได้เพียงลาง ๆ แค่ระยะมือตัวเองเท่านั้นเริ่มคุ้นชินเส้นทาง อัคคีหยุดเดินหลังก้อนหินก้อนหนึ่ง ไม่ห่างจากจุดเดิมมากนักอาศัยเพียงการได้ยิน และการดมกลิ่น
เสียงฝีเท้าแว่วมาอีกครั้ง
“สองตัว” ชายหนุ่มคาดคะเน ขณะเสียงนั้นเข้ามาใกล้ เขาดึงลูกศรออกมาเพิ่มอีกสี่ดอก
"๑- ๒- ๓” อัคคีนับเลขในใจก่อนปล่อยลูกศรคราวละสองดอกอย่างชำนาญธนูแทงทะลุร่างก็อบลินอย่างแม่นยำ พร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ชายหนุ่มย่องอย่างเงียบๆ อีกครั้ง
เขามองเห็นแสงสลัวจากคบไฟคล้ายดวงิญญาส่องสว่างวูบไหวพอให้เห็นทั่วโถงถ้ำอันกว้างขวาง เสียงฝีเท้าซอยถี่ ๆ ผสานกับเสียงร้องของสัตว์นับสิบสะท้อนก้องมาตามโถงทางเดิน
เสียงนั้นใกล้เข้ามาภายในกระบอกสีเขียวบรรจุลูกศรไว้แน่น อัคคีน้าวธนูพร้อมกับลูกศรสี่ดอกด้วยสายตาแน่วนิ่งไร้ความกังวลเขาออกจากที่กำบัง แล้วยกคันธนูเล็งยิงไปที่ร่างอสูรตนนั้นอย่างบ้าระห่ำ รวดเร็วต่อเนื่อง ยาวนาน ด้วยทักษะอันชำนาญ ผิดกับตอนก่อนหน้าที่คว้าน้ำเหลว แม้เพียงระยะประชิด
หากภารกิจพิชิตหอคอยอเวจีล้มเหลวเขาจะกลับบ้านไม่ได้ สำนึกบอกเขาเช่นนั้น เขาต้องแข็งแกร่งกว่านี้คงเหมือนกับลูกธนูหาก้าจะพุ่งไปไกล ๆ ต้องรู้จักง้างมาข้างหลัง ต้นไม้ที่อยากจะแทงยอดสูงก็ต้องหยั่งรากลงไปในดินให้ลึก
“ฟ้าว” เสียงธนูของก็อบลินยิงสวนมาอัคคีโยกตัวหลบขณะมือยังน้าวลูกศร ยิงสวนไม่หยุดยั้ง ดอกแล้ว ดอกเล่ากระทั่งก็อบลิน ๔-๕ ตัวล้มลงพร้อมกับโลหิตค่อย ๆไหลซึมออกจากร่างที่มีลูกศรแทงทะลุ บ่งบอกว่าทักษะของเขาก้าวหน้าเพียงใด
ผมเคยคิดว่าระบบตรวจสอบสามารถตรวจจับศัตรู เมื่อมันเข้ามาในระยะของสกิลได้แต่กลายเป็ว่าสกิลตรวจสอบใช้ได้ต่อเมื่อ ผมรับรู้ได้จากประสาทััเท่านั้นผมเคยตายนับครั้งไม่ถ้วน เพราะไม่รู้ว่าไอ้ที่เจอคืออะไร และยังใช้สกิลต่างๆไม่ชำนาญ กระทั่งผมสังหารมันได้ จึงรู้ว่ามันคือ
ก็อบลิน !
ร่างสีเขียวของมันไม่ได้มีขนาดใหญ่นักพวกมันใช้ธนูเป็อาวุธ เรียนรู้ และ สื่อสารได้ ถ้าเจอหนึ่งตัวแสดงว่ายังมีอีกตัวอยู่ใกล้ ๆ หากมันเกิดความสงสัย ตัวหนึ่งจะไปตรวจสอบส่วนอีกตัวคอยคุ้มกัน และกลุ่มของมันมีประมาณ ๒ - ๓ ตัว
แต่ไอ้พวกนี้คือหน่วยย่อยหรือหน่วยสอดแนม และหากเจอหน่วยลาดตะเวน พึงรู้เลยว่าข้างหน้าเราจะเจอกลุ่มใหญ่
อัคคีสืบเท้าต่อไปเขาไม่ได้ถือคบไฟส่องทาง เพราะเคยทำแบบนั้นแล้ว แม้จะช่วยให้มองเห็นได้สะดวกแต่ศัตรูก็มองเห็นเขาง่ายเช่นกัน เขาเดินด้วยฝีเท้าแ่เบา ท่ามกลางความมืดและคอยกำจัดก็อบกลุ่มใหญ่แบบนี้ ด้วยทักษะตอนนี้ เขาแทบไม่กังวลอะไรเลย
เพราะปัญหาคือสิ่งที่อยู่ข้างหน้า มันคือหมู่บ้านก็อบลินถึงจะเรียกว่าหมู่บ้าน แต่มันไม่ได้ฉลาดพอจะทำสิ่งปลูกสร้างขึ้นมาพวกมันมีแค่รั้วล้อมที่นั่ง คล้ายบัลลังก์ของาา และ าาก็อบลินมีขนาดร่างที่ใหญ่โตกว่าก็อบลินอื่น ๆ
สกิลตรวจสอบ
Boss_Goblin_Warrior

P.ATK : ๘๒ ~๑๕๓
M.ATK : ๔๐ ~๗๔
P.DEF : ๑๔๓
M.DEF : ๙๕
HP : ๒,๓๑๕
SP : ๗๙
คำอธิบาย
าาก็อบลินได้รับการฝึกฝน และมีความถนัดตามธรรมชาติในการต่อสู้
ที่น่าสนใจคือตรงคำอธิบายตอนแรกไม่ได้ระบุจุดอ่อนหรือ การโจมตีอะไรให้เราทราบแต่หลังจากที่ผมลงตายครั้งแล้วครั้งเล่า คำอธิบายก็ถูกเขียนเพิ่มเข้าไป
คำอธิบาย
าาก็อบลินได้รับการฝึกฝน และมีความถนัดตามธรรมชาติในการต่อสู้ เืเยอะ โจมตีรุนแรง แต่เคลื่อนที่ได้เชื่องช้า รอยยิ้มของมันน่ากลัวซะจนสามารถทำให้เืแข็งตัวได้ เสียงหัวเราะทำให้นมบูด และด้วยเสียงนั้นยังทำให้ผลไม้ที่ยังไม่สุกตกลงมาจากต้นได้
นั่นคือคำอธิบายใหม่ หลังจากที่ผมตายไป ผมรู้ว่าระบบสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับเรา หากเราสามารถวิเคราะห์ และโจมตีได้มากพอระบบจะสามารถอธิบายข้อมูลไปพร้อมกับผู้เล่นที่เติบโตขึ้น
นอกจากาาก็อบลินแล้ว ยังมีก็อบลินนักธนูและ ก็อบลินนักรบ แม้มันไม่ได้เืเยอะ หรือโจมตีเก่ง แต่จำนวนของพวกมันทำเอาผมตายก่อนที่จะได้สู้ด้วยซ้ำ
Novice Goblin_Archer ก็อบลินนักธนู
P.ATK : ๕๔~๘๒
M.ATK : ๒๗ ~๔๑
P.DEF : ๘๐
M.DEF : ๕๓
HP : ๒๒๑
SP : ๖๖
คำอธิบาย
อาวุธของพวกมันคือหน้าไม้แม้มันจะเชื่องช้า แต่พลังโจมตีรุนแรง ความสามารถในการใช้ธนูนี้ บ่งชี้ให้เห็นว่าก็อบลินมีวิวัฒนาการ เืน้อยตายง่าย
ที่ ๆ ผมอยู่ตอนนี้ ไม่น่าจะเป็เหมืองร้าง แต่มีพวกก็อบลินอาศัยอยู่จึงไม่แปลกหากไม่พบมนุษย์คนอื่นที่นี่ และไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ผมเคยตายหลายต่อหลายครั้ง ระหว่างหาทางเข้าไปในค่ายของพวกมันแต่ยังไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ ปัญหาคือ แม้ผมจะหลบเร้นไปได้ แต่ประตูที่จะไปต่อยังมีก็อบลินระดับหัวหน้าเฝ้าอยู่
จากประสบการณ์ตายแล้วเกิดอยู่หลายครั้งผมพบว่า การเอาชนะเป็ทางเดียวที่จะผ่านไปได้ ผมเคยลอบสังหารไปเรื่อย ๆแต่กลายเป็ว่าถ้าเพื่อนตัวหนึ่งของมันตายระบบจะแจ้งเตือนพวกมันมารุมฆ่าผมจนตายเช่นกัน
หรือจู่โจมระยะประชิด ยิงธนูใส่หน้ามันเพราะผมใช้มีดไม่ได้ (ไม่มี) ถ้าในอาณาเขตนั้น มีพวกมันตาย ระบบจะแจ้งเตือนแต่สุดท้ายผมก็จะไปตายที่บอส เพราะยังมีก็อบลินจำนวนมาก จากไหนไม่รู้มารายล้อมผมและ แน่นอนการตายแบบถูกธนูแทงทั่วร่าง ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี
ยังมีทางเลือกหนึ่ง ที่ผมไม่เคยลอง คือในค่ายของมัน มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งถูกขังไว้ ท่าทางมันดุร้ายมากและดูเหมือนมันได้รับาเ็จากพวกก็อบลิน ผมคิดว่าคราวนี้จะปล่อยสัตว์ร้ายนั้นออกไป เพื่อดึงความสนใจจากก็อบลินที่อยู่รอบ ๆในขณะที่ผมจะไปต่อสู้กับบอสของมันตัวต่อตัว เอาละ
ลุย !
ผู้เล่นอัคคีเสียชีวิต ๓๙๗ ครั้ง
......
หลังจากนั้นไม่นานไคท์ก็มาถึงโบสถ์ประจำเมือง เขาเห็น NPCสองคนในชุดเกราะโรมันถือดาบและโล่ที่ด้านหน้า พวกเขาต่างจากทหารที่อยู่รอบนอกกำแพงและน่าจะเป็อัศวินของโบสถ์
ชายหนุ่มนึกถึงอัศวินเทมพลาร์อัศวินแห่งความลี้ลับในตำนานเป็กลุ่มอัศวินคริสเตียนในาครูเสดที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดแต่มีจุดจบอันเศร้าสลด แม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีข่าวลือและตำนานเกี่ยวกับอัศวินกลุ่มนี้
อัศวินเทมพลาร์อาศัยอยู่ในสถานที่สำคัญทางศาสนาอย่างยิ่งยวดเช่นนี้ทำให้ภายหลัง กลายเป็บ่อเกิดของตำนานต่าง ๆ นานา ของ Knights Templar ที่ว่ากันว่าพวกเขา "พบ"อะไรบางอย่างใต้ซากวิหาร
เมื่อไคท์เข้าไปใกล้ อัศวินที่สวมเกราะเหล็กก็ยื่นอาวุธออกมาขวางแล้วพูดด้วยเสียงดุดัน
“ที่นี่ยังไม่เปิดให้คนนอกเข้า”
“ขออภัย เราคือผู้ส่งสารของหัวหน้าอัศวิน”ไคท์พูดแล้วค้อมศีรษะลง ยื่นมือออกไปข้างหน้า ทันใดนั้นก็เกิดแสงประกายวูบวาบเผยให้เห็นม้วนกระดาษหนังแกะ เขาส่งให้หนึ่งในสองอัศวินอย่างนอบน้อมเพราะรู้ว่าการปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยเพิ่มค่าสเตตัสให้ตัวละคร
อัศวินคนนั้นรับม้วนกระดาษหนังแกะไปโดยไม่ปริปากพูดอะไร
“ดูเหมือนว่าจดหมายจะมีตราประทับ” หนึ่งในอัศวินของโบสถ์กล่าวพร้อมเปิดทางให้ไคท์เดินไปข้างใน
เมื่อไคท์ผ่านซุ้มประตูรอบบริเวณล้วนร่มรื่นด้วยต้นไม้ จัดแต่งอย่างสวยงาม สนามหญ้าเขียวขจี และสวนดอกไม้กว้างสุดสายตาเขาก้าวไปตามทางเดินที่ปูลาดด้วยหินอ่อนสีขาวนวลทอดยาวสู่ตัวโบสถ์
โบสถ์เมืองแคนทาลอสนับเป็วิหารที่โดดเด่นที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ตกแต่งด้วยหลังคามุงกระเบื้องสีสันสดใสเป็สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ซุ้มโค้งมน กำแพงหนา และเสาที่แข็งแรงและสถาปัตยกรรมโกธิคซึ่งเกิดในยุคต่อมา ลักษณะเด่นคือส่วนโค้งแหลม คานบินหน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ ทั้งสองรูปแบบตกแต่งด้วยลวดลายหรูหราสลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง
อากาศเบาสบาย แม่น้ำเงียบสงบแสงแดดจากภายนอกส่องผ่านช่องแสงที่เป็กรอบโค้งประดับกระจกสีสเตนกลาสรูปนักบุญต่างๆ งดงามจับใจ
ไคท์หยุดมองอย่างสนใจแม้ไม่เกี่ยวกับเกมที่เล่น ไม่ว่าจะเป็รูปปั้นจากศตวรรษที่๑๕ ภาพวาดจากศตวรรษที่ ๑๖ และ ๑๗ เช่น ภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพอันชวนตะลึงของเทพธิดาองค์หนึ่ง
หล่อนอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้อารมณ์ภายในซ่อนอยู่ในท่วงท่า สะท้อนผ่านดวงตาและรอยยิ้มอันอ่อนโยน สัดส่วน แสงเงา ทางทัศนธาตุ จิตรกรบรรจงวาดผ่านการตวัดพู่กันอย่างอิสระทำให้เกิดความรู้สึกชวนหลงใหล ในการใช้แสงอันเจิดจ้า และสีสันอันเอิบอิ่มชุ่มฉ่ำทำให้หญิงสาวในภาพค่อยๆ กลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมและหลอมรวมเข้าหากันกันอย่างนุ่มนวล
เขามองอย่างเพลิดเพลินราวกับต้องมนต์สะกด โดยไม่รู้ตัวว่าด้านหลังมีใครคนหนึ่งมองมาที่เขา
"นั่นคืออัครเทวฑูตเทพธิดาไลมา"
เสียงนั้นทำให้ไคท์สะดุ้งโหยงหันขวับไปมอง จึงเห็นชายหนุ่มในอาภรณ์อันศักดิ์สิทธิ์สีดำตลอดร่าง สวมแหวนที่นิ้วมือและสวมสร้อยกางเขน
"คุณพ่อ"
เขาค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม
"สวัสดีครับคุณพ่อ"
“ท่านผู้กล้า ดูเหมือนท่านสนใจเื่ราวของเทพธิดา”บาทหลวงหนุ่มยิ้มน้อย ๆ
“อัครเทวฑูตธิดาเทพแห่งโชคชะตาไลมา(Laima) ครั้งหนึ่งเคยทิ้งคำพยากรณ์ไว้...“ เขานิ่งแล้วไม่กล่าวอะไรต่อ
“เทพธิดาไลมา พยากรณ์ว่าอะไรเหรอครับ” ไคท์เอ่ยด้วยท่าทีระวัง
“พูดถึงการล่มสลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์”
( Laima - เทพีแห่งโชคชะตาในทะเลบอลติก เธอเกี่ยวข้องกับการคลอดบุตรการแต่งงาน และความตาย และยังเป็ผู้อุปถัมภ์ของสตรีมีครรภ์ ในตำนานลิทัวเนียไลมาเกี่ยวข้องกับโชคชะตา พรหมลิขิต และเวทมนตร์ - ผู้เขียน)