เป็อีกวันที่หงส์สิตาต้องมาเรียนรู้มารยาทในการวางตัวและฝึกการเป็สนม ลูกสาวของเหล่าขุนนางแทบทุกเรือนต้องส่งบุตรสาวมาที่นี่น่าเบื่อเหลือเกินหงส์สิตาคิดในใจ
"ข้าได้ข่าวว่าฮ่องเต้ชมชอบหญิงงามข้างามเพียงนี้ข้าต้องได้รับคัดเลือกและเป็ที่โปรดปรานอย่างแน่นอน"หญิงสาวชุดสีชมพูพูดจีบปากจีบคอกับเพื่อนสาวอีกสองคน
ปึก "โอ๊ย!" หงส์สิตากำลังคิดเพลินๆก็ต้องล้มลงอย่างแรง ใช่! มีคนชนเธอจากด้านหลังทำให้ร่างเล็กของเธอล้มกลิ้งอยู่ที่พื้น
"อุ๊ย!นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็คุณหนูหนี่ว์เองหรอกหรือ"หญิงสาวร่างเล็กสองคนยืนหัวเราะคิกคักมาดเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวถ้าเ้าสองคนเป็นางร้าย สวยๆ อย่างหงส์สิตาต้องเป็นางเอกสินะคนมันสวยช่วยไม่ได้ใครก็อิจฉาเป็ธรรมดา วันนี้เธอจะเล่นบทนางเอกละกัน
"โอ้ย!! เจ็บจังเลย" หงส์สิตาลุกขึ้นและใช้มือหยิกหลังแขนตัวเองให้น้ำตาคลอเบ้าดูน่าสงสาร แต่เธอคงออกแรงหยิกหนักมือเกินไปหน่อย...เจ็บชะมัดเธอได้แต่สบถในใจ
"นี่เ้า!"หญิงสาวสองนางถึงกับทำหน้าไม่ถูก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาไม้นี้ ปกติแล้ว หนี่ว์หลินเฟิ่งต้องเอาคืนพวกตนแต่ครั้งนี้กับบีบน้ำตาให้ดูน่าสงสารคนอื่นๆ เริ่มหันมาสนใจยิ่งทำให้ทั้งสองทำหน้าเหรอหรา หงส์สิตาพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นปากของสตรีสองนางหุบอ้าใบหน้าแดงสลับเหลืองไปมาทำตัวไม่ถูก
"ฝากไว้ก่อนเถิด"ทั้งสองไม่รู้จะทำเช่นไรหากกูกูมาเห็นพวกตนอาจโดนลงโทษและอาจถึงขั้นไม่มีโอกาสคัดตัวเลยก็เป็ได้
"หึหึ"หงส์สิตาหัวเราะในลำคอที่ได้กลั่นแกล้งคน วันนี้หงส์สิตาคิดว่าจะอยู่อย่างเงียบๆแบบไม่มีตัวตนแล้วเชียว
"ไม่คิดว่าคุณหนูหนี่ว์จะยอมมาเรียนรู้มารยาทชั้นสูงและเข้ารับฝึกการเป็สนม คราแรกข้าเห็นว่าท่านมิ้าจะเข้าเป็สนมมิใช่หรือ...สงสัยข้าต้องมองท่านใหม่แล้วกระมัง"หญิงสาวสวมอาภรณ์สีกลีบบัวเนื้อดี ผมยาวดำราวกับเส้นไหมนุ่มสลวยใบหน้าเย้ายวนงดงามมองหงส์สิตาด้วยหางตาและเดินชนไหล่ผ่านไป
'ว่าแต่นางเป็ใครอยู่ดีๆ ก็มาแขวะเธอเสียงั้นหน้าตางดงามประหนึ่งเทพธิดาแต่วาจาจิกกัดเช่นนี้ เฮ้อ หงส์เพลีย' สมองของหงส์ต้องมาแปลภาษาดอกไม้เช่นนี้ หงส์สิตาได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ
"เอาล่ะทุกคนเข้าที่ได้"เสียงกูกู ร่างท้วมเสียงดุท่าทางน่าเกรงขามเอ่ยขึ้น
"เ้าค่ะ" เสียงหวานของเหล่าคุณหนูตอบรับอย่างพร้อมเพรียงและรีบกลับเข้าไปนั่งที่ของตนเองทันที
หงส์สิตานั่งอยู่แถวหน้าสุดเพราะร่างใหม่นี้ตัวเล็กนักสูงไม่มาก ข้างซ้ายเป็คุณหนูชุดสีกลีบบัววาจาจิกกัดเมื่อครู่ถัดไปด้านขวาเป็นางร้ายในละครหลังข่าวสองนางที่กำลังมองมาอย่างจะกินเืกินเนื้อ'นี่ฉันมีศรัตรูกี่คนแล้วนะ!' หงส์สิตาได้แต่รำพึงในใจ
"วันนี้เราจะฝึกเดินให้อ่อนช้อยงดงามประหนึ่งเหยียบย่างอยู่บนกลีบบัวและการชงน้ำชาให้มีท่วงท่าอ่อนหวานงดงาม ส่วน่บ่ายนี้ฮ่องเต้จะเสด็จมาที่นี่เพื่อให้กำลังใจพวกเ้าทุกคน"กูกูพูดจบเสียงอื้ออึงปนดีใจของเหล่าหญิงสาวก็ดังขึ้นอย่างตื่นเต้นวันนี้ช่างโชคดีนักที่จะได้พบพระพักตร์ของฮ่องเต้ หญิงสาวต่างยิ้มอย่างขวยเขินและพยายามวางตัวให้โดดเด่นที่สุดคนที่นั่งด้านหลังก็พยายามยืดหลังให้สูงเด่นเข้าไว้ส่วนคนที่อยู่ด้านหน้าก็เชิดจนคอแทบหัก
ส่วนหงส์สิตาได้แต่คิดในใจว่ามีฮ่องเต้แบบนี้ด้วยหรือที่จะทรงเสด็จมาให้กำลังใจหรือมาดูเหยื่อไว้ล่วงหน้า..ไม่แน่ผู้เป็ฮ่องเต้อาจเป็ตาแก่พุงย้วยอยากกินหญ้าอ่อนและชอบหาของเล่นใหม่ๆ เหอะ!
"วันนี้เป็โอกาสดีข้าจะทำให้สุดความสามารถเพื่อให้ฝ่าาสนพระทัยในตัวข้าให้ได้เมื่อยามเข้าวังข้าจะได้มีตำแหน่งที่สูงไม่แน่นะข้าอาจไปถึงตำแหน่งนั้นก็ได้" หญิงสาวบิดตัวขวยเขินไปมา
"นี่เ้าหวังสูงถึงตำแหน่งนั้นเชียวหรือข้าได้ยินว่าขนาดหลินกุ้ยเฟยที่พระองค์โปรดปรานนักหนาถวายงานั้แ่ฮ่องเต้ยังทรงดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาทยังยากที่จะได้ตำแหน่งนั้นมา" หญิงสาวอีกคนกระซิบ ซึ่งหงส์สิตาเองก็ไม่ได้อยากได้ยินเท่าใดแต่บังเอิญนั่งใกล้พวกนางจึงได้ยินแว่วๆอย่างไม่ตั้งใจ
"ข้าจะทำให้ได้ คอยดูตำแหน่งแม่ของแผ่นดิน ต้องเป็ของข้า" หญิงสาวพูดอย่างมาดมั่น
หงส์สิตาได้ยินเหล่าคุณหนูต่างซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปากบางคนก็ฝันเฟื่องไปไกล แต่ที่แน่ๆ ทุกคนที่อยู่ในโถงนี้ล้วนอยากเข้าไปเป็สนมทุกนางคงยกเว้นเพียงเธอกระมังที่ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้เพราะ ‘หน้าที่’ ที่ไม่ได้เต็มใจ หากครอบครัวใหม่ของเธอไม่ต้องรับผลหากเธอหนีการคัดเลือกเธอคงไม่มานั่งอยู่ที่นี่แน่นอน
'นางสนมคงเป็อาชีพๆ หนึ่ง ที่มีเงินเดือนให้ทุกเดือนมีเสื้อผ้าอาหารการกินให้อย่างสมบูรณ์' หงส์สิตาคิดในใจ ต่อไปนี้นางจะคงจะทำตามหน้าที่เหมือนพนักงานคนหนึ่งก้แล้วกัน
"ข้าคิดว่าคุณหนูไป๋ต้องได้รับคัดเลือกอย่างแน่นอนและต้องเป็ตำแหน่งที่สูงสมกับเป็บุตรสาวของท่านเสนาบดีไป๋อย่างแน่นอน"หญิงสาวสองนางพูดกระเซ้าเยินยอ ซึ่งดูท่าทางของคุณหนูไป๋ผู้นั้นก็ชอบใจไม่น้อย
"อย่าพึ่งมั่นใจเลย..ข้าคิดว่าในที่แห่งนี้ยังมีหญิงงามหลายนางนักข้าอาจมิถูกเลือกก็เป็ได้"ไป๋ฮวายิ้มหวานใช้วาจาอย่างถ่อมตนตรงข้ามกับใบหน้างามที่เชิดขึ้นอย่างมั่นใจ
"ถ้าคุณหนูไป๋มิงดงามในที่แห่งนี้...ไม่สิ!แคว้นมู่นี้จะมีใครงดงามละเ้าคะ" จิ้งลู่อิงเอ่ยขึ้น แม้ปากของนางจะพูดเช่นนั้นแต่แววตาของนางหาได้คิดแบบนั้นไม่สตรีประเภทนี้ย่อมเป็คนหน้าไหว้หลังหลอกและเข้าหาผู้อื่นเพื่อหวังผลประโยชน์ทั้งสิ้น
"นั่นสิเ้าคะ" ชางผิงเอินสบทบสนับสนุนยิ่งทำให้ไป๋ฮวากระหยิ่มพึงพอใจเป็อย่างมากหากลอยได้ร่างบางคงล่องขึ้นเหนืออากาศแล้วกระมัง
"อาจจะเป็คุณหนูจวงผู้สง่างามหรือจะเป็คุณหนูหนี่วว์อย่างไรเล่" ไป๋ฮวาเอ่ยเสียงอ่อนหวานพลางส่งสายตาจิดกัดมายังหงส์สิตา
'นี่ยังไม่เลิกจิกกัดฉันอีกหรือนี่เมื่อเช้านี้เธอก้าวขาไหนออกจากจวนกันนะ' หงส์สิตาคิดว่าเธอจะนั่งอยู่เงียบๆแล้วเชียวแต่ก็ไม่วายถูกมองหาเื่อยู่ดี
ส่วนจวงลู่ฟางที่ถูกกล่าวถึงก็ได้แต่มองผู้ที่นินทาตนด้วยสายตาที่เรียบเฉยประหนึ่งผู้สูงส่งไม่เกลือกกลั้วกับสิ่งสกปรกนางวางตัวสูงส่งนั่งจิบน้ำชาต่อไปยิ่งทำให้กลุ่มที่นินทาตนแทบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจะกินเืกินเนื้อที่อีกฝ่ายนิ่งเฉยและเ็าไม่ทุกข์ร้อนกับคำส่อเสียดที่ถูกพ่นออกมา
หลังจากฝึกเดินย่างบนกลีบบัว และขั้นตอนการชงชาแล้วจึงรอเพียงฮ่องเต้เสด็จมาเท่านั้นตอนนี้หงส์สิตาง่วงนอนเป็อย่างมากบ่ายๆ เช่นนี้เธออยากงีบเอาแรงเสียก่อนไม่รู้ว่าฮ่องเต้จอมเ้าชู้ผู้นั้นจะเสด็จมายามใดบางที่เธออาจจะหลับได้หลายตื่นแล้ว คิดได้เช่นนั้นหงส์สิตาจึงเดินเลี่ยงผู้คนออกมาที่ม้านั่งใต้ร่มไม้ด้านนอกที่ห่างจากโถงไปไม่มากสายลมยามบ่ายพัดเอื่อยกระทบเข้าหน้างามพาให้ร่างบางอดไม่ได้ที่จะงีบหลับอย่างมีความสุขขณะที่กำลังหลับอย่างสบายนั้นหงส์สิตารู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังจ้องเธออยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมาดูขนตาหนางอนกระพริบถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสง เมื่อสายตาชัดแล้วจึงมองเห็นบุรุษร่างสูงใหญ่ยื่นหน้าหล่อเหลาอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าของนางใบหน้าหล่อเหลาดุดันเช่นนี้เธอเคยเจอที่ไหนนะ พยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
"เ้าคนอัปลักษณ์”หงส์สิตาเบิกตากว้างสมองน้อยๆ ของเอประมวลอย่างรวดเร็วคนที่เรียกเธอว่าอัปลักษณ์มีเพียงคนเดียวเท่านั้น..
"ท่านมาทำอะไรที่นี่"สมองน้อยๆ ประมวลเื่ราวไปมาเหมือนหนังที่กำลังฉายซ้ำไปซ้ำมา ทำไมโลกถึงกลมขนาดนี้กัน
"บ้านข้าอยู่ที่นี่แล้วเหตุใดข้าจะมาไม่ได้"ถ้อยคำยียวนของชายหนุ่มทำให้หงส์สิตาแอบมองค้อนไม่ได้
"เ้าคนโรคจิต ที่แห่งนี้มิอนุญาตให้บุรุษเข้ามาหรือเ้าเป็ขันที" ในวังมีขันทีหล่อเหลาขนาดนี้เชียวหรือ
"โรคจิตคือสิ่งใด"ัหนุ่มสงสัยในคำพูดของหญิงสาวนัก เมื่อคราก่อนนางก็พูดจาประหลาดเช่นนี้จึงทำให้เขาต้องใช้ความคิดอยู่นานสองนาน
"ก็ท่านมาแอบมาดูเหล่าคุณหนูถ้าไม่โรคจิตจะให้เป็สิ่งใด" หงส์สิตาถลึงตาใส่เ้าคนบ้ากามอย่างไม่เกรงกลัว
"ฝ่าาทททท " เสียงหม่ากงกงร้องขึ้นพลางทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ปนดีใจที่พบองค์เหนือหัวเสียที
"ฝ่า...ฝ่าางั้นหรือ ท่าน...ท่านเป็ฮ่องเต้หรือ"หงส์สิตากระพริบตาปริบๆ พลางใช้มือเรียวยกขึ้นมากุมที่คอไว้ ขนกายลุกซู่ พลางคิดในใจว่าหัวของเธอจะหลุดออกจากบ่าหรือไม่อะไรจะซวยขนาดนี้ไม่คิดว่าเ้าหน้าหล่อ วาจาก่อกวนจะเป็ถึงฮ่องเต้ผู้สูงส่งมิน่าล่ะกลิ่นอายรอบตัวเขาจึงดูน่าเกรงขามแปลกๆ ั้แ่พบเจอกันครั้งแรกตอนนั้น
"ใช่เจิ้นเป็ฮ่องเต้"ัหนุ่มยิ้มมุมปากสะใจที่ได้เห็นท่าทางใของสตรีตรงหน้าและนัยย์ตาที่เบิกกว้างของนางดูตลกยิ่งนัก
"ถวายพระพรฝ่าาขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆ ปี แต่!!อย่าคิดว่าเป็ท่านฮ่องเต้แล้วข้าจะต้องกลัวนะเพคะ "หงส์สิตารีบโค้งคำนับและเดินจากไปอย่างรวดเร็วด้วยขาที่สั่นพร่าราวจะหลุดออกจากตัวนี่แหละเขาเรียกว่า 'ใจดีสู้เสือโว้ย' หงส์สิตาปลอบตัวเอง
"เ้า!" กรอดดดเสียงกัดพระทนต์ (ฟัน) ของโอรส์ดังก้องกรามปรากฏสันนูนขึ้น หึหึ!นางช่างอัปลักษณ์ไม่เปลี่ยนทั้งวาจายังเชือดเฉือนเช่นเคย
"ฝ่าาเสด็จเข้าไปด้านในเถอะพะยะค่ะ"เมื่อหม่ากงกงเดินเข้ามาถึงก็ทูลเชิญเสด็จทันที หากตาไม่ฝาดเมื่อครู่เขาเห็นฝ่าายืนคุยกับคุณหนูน้อยสักนางท่าทางเ้าเหนือหัวพึงพอใจมิน้อยหม่ากงกงเองก็มองไม่ชัดจึงไม่รู้ว่านางเป็คุณหนูจากตะกูลใด
"ฝ่าาททท เสด็จจจจ"เสียงเล็กแหลมของหม่ากงกงประกาศเสียงดังก้อง เหล่าสตรีทุกนางในโถงโค้งถวายคำนับอย่างพร้อมเพรียงตามที่ได้ฝึกกันมาอย่างไม่มีใครยอมใคร
"ถวายพระพรฝ่าาทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" เสียงอ่อนหวานของเหล่าคุณหนูดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงย่อกายถวายบังคมได้อย่างงดงามอ่อนช้อย
"ลุกขึ้นเถิด อย่าได้มากพิธี"สายพระเนตรคมกวาดมองเหล่าคุณหนูที่เข้ามาฝึกฝนเพื่อเข้ามาเป็สนมของพระองค์และสายพระเนตรหยุดที่หญิงสาวนางหนึ่งที่ก้มหน้าก้มตามองพื้นอยู่ตลอดเวลามิยอมเงยหน้าเหมือนสตรีนางอื่นที่ต่างเชิดใบหน้าขึ้นเกรงว่าพระองค์จะมองไม่เห็น
"ขอบพระทัยเพคะฝ่าา"เสียงหวานของเหล่าคุณหนูที่ต่างพากันเอียงอาย ฮ่องเต้หนุ่มทรงรูปงามสมคำร่ำลือต่างคนต่างคิดในใจว่าตนต้องได้นั่งบัลลงก์หงส์เคียงข้างัรูปงามผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
"เจิ้นมาวันนี้เพื่อมาให้กำลังใจพวกเ้าทุกคนและเจิ้นจะเป็ผู้คัดเลือกนางสนมด้วยตัวเจิ้นเอง"เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ตรัสขึ้นพร้อมโปรยรอยยิ้มแบบหนุ่มเ้าสำราญ ทำให้เหล่าคุณหนูต่างพากันหน้าแดงเอียงอายยิ่งกว่าเดิม
'กะล่อนนัก เ้าคนมักมากในกาม' เป็ฮ่องเต้มีสนมหลายพันยังคิดจะเพิ่มอีก วันๆคงคิดว่าจะเสด็จไปตำหนักไหนดีหญิงงามมีมาให้เลือกไม่ขาดสักวันเถอะจะติดโรคตายก่อนแก่แน่นอนหงส์สิตาคิดในใจพร้อมเบะปากนิดๆ
"หม่อมฉันไป๋ฮวาบุตรสาวเสนาบดีไป๋หลานกงเพคะ เป็พระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งเพคะที่พระองค์เสด็จมาหม่อมฉัน เอ่อ พวกหม่อมฉันจะทำเต็มที่เพื่อได้ถวายการรับใช้ฝ่าาเพคะ"ไป๋ฮวาส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มเสนอตัวขอบพระทัยแทนเหล่าคุณหนู ที่จริงแล้วนางอยากจะแสดงตัวตนให้โอรส์ได้เห็นถึงความงามของตนต่างหาก
"ดี ดี" ตรัสเพียงแค่นี้ฮ่องเต้ก็เสด็จกลับทันที
ฟู่!!! หงส์สิตาถอนหายใจอย่างโล่งอก นี่คงเป็เวรกรรมหรือสิ่งใดกันที่ทำให้เธอมาต้องเจอผู้ชายเ้าชู้เช่นนี้หงส์สิตาเกลียดผู้ชายเ้าชู้และตนก็กำลังจะกลายเป็เมียของผู้ชายเ้าชู้ที่มีเมียมากมายหลายพันคน เวรกรรมเวรกรรม! นี่คือสิ่งที่หงส์สิตาคิดในใจ