จริงๆ แล้วจางซื่อทำได้ดีมากแต่เมื่อก่อนไม่มีเครื่องปรุงมากมาย ชีวิตลำบากเงินที่หามาไม่สามารถใช้ได้โดนบ้านใหญ่เอาไปทั้งหมด มีเพียงเกลือเป็เครื่องปรุงจะอร่อยได้เท่าไหร่กันเชียวอาหารการกินไม่ต้มก็ย่างเท่านั้นเอง แม้การทอดยังไม่เคยทำเพราะน้ำมันหมูเป็ของแพง
หลังจากจ้าวอิงล้างสมองของคนในบ้านด้วยการทำของอร่อยให้กินแล้วตอนนี้ทุกคนในบ้านไม่สามารถกลับไปกินข้าวต้มเกลือเปล่า ๆได้อีกแล้ว
เมื่อมีเงินเพิ่มจางซื่อก็ไม่กลัวที่จะใส่เครื่องปรุงอีกจึงสนุกสนานกับการทำอาหารยิ่งนัก รสมือของนางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
การเลี้ยงอาหารค่ำมื้อนี้แบ่งเป็สองกลุ่ม แยกสำหรับผู้ชายและผู้หญิงเนื่องจากที่บ้านมีโต๊ะเพียงตัวเดียว เก้าอี้ไม่ครบ จึงนั่งพื้นร่วมกันทั้งหมดจ้าวอิง จางซื่อและเสี่ยวเป่ากินด้วยกันในครัว
อาหารมื้อนี้หมดลงอย่างรวดเร็วแทบไม่มีเสียงคุยมีแต่เสียงตะเกียบและเสียงซดน้ำแกงทุกคนลูบพุงที่ป่องของตัวเองอดชื่นชมฝีมือการทำอาหารของจางซื่อไม่ได้พ่อลู่ได้รับคำชื่นชมที่มีมาอย่างล้นหลาม ก็ทั้งยินดีและภูมิใจยิ่งนัก
“อร่อยมากจริง ๆฝีมือพี่สะใภ้ไม่เป็สองรองใครเลยจริง”
“หากพี่ลู่มีงานดี ๆเช่นนี้อีกอย่าลืมเรียกพวกเรามาอีกนะ”
“เ้าจะบอกว่ามีอาหารดี ๆก็พูดมาถะอาคัง”
“นั้นก็จริงปีๆหนึ่งจะได้กืนเนื้อแถมยังมีรสชาติดีขนาดนี้ได้สักกี่ครั้งเอง”
“เ้ามันตะกละต่างหากเล่า”
“ฮ่า ๆ”
เสียงสนทนาและเสีงหัวเราะชอบใจดังขึ้นไม่หยุด
หลังส่งทุกคนกลับแล้ว ล้างจานเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วทุกคนมานั่งรวมกันที่ห้องโถงจัดการเื่เงินที่นำมาซ่อมแซมบ้านขุดบ่อน้ำทำรั้วและอาหาร
รวมแล้วใช้เงินไปทั้งหมด ยี่สิบสองตำลึงนี่เท่ากับครอบครัวธรรมดาใช้กันทั้งปีเลยทีเดียวพ่อลู่และจางซื่ออดทอดถอนใจให้กับอดีตไม่ได้ วันคืนอันขมขื่นได้ผ่านไปแล้วจริงๆ
และพวกเขาทั้งสองยังรู้สึกขอบคุณจ้าวอิงที่นางนำเงินส่วนตัวออกมาใช้จ่ายเพื่อส่วนรวมทั้งยังรู้จักสมุนไพร รู้จักเห็ดหลินจือ จนนำมาขายได้เงินมาอีกไม่น้อย
มองไปรอบ ๆตัว ตอนนี้ถึงแม้บ้านยังเก่า เครื่องเรือนยังคงน้อยนิดแต่ดีกว่าตอนที่ย้ายเข้ามาครั้งแรกมากโข ไม่มีหลังคารั่ว ประตูหน้าต่างปิดมิดชิดเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็ของใหม่
“ตอนนี้บ้านเรายังมีเงินอยู่ที่ข้าอีกส่วนที่ท่านแม่ก็ให้ท่านเก็บไว้เมื่อท่าน้าซื้อหาสิ่งใดก็ซื้อตามใจชอบได้เลยเ้าค่ะ เราจะใช้เงินส่วนที่ข้าเก็บในชีวิตประจำวันก่อน และพรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปที่ตำบลเพื่อสอบถามเมล็ดพันธุ์สมุนไพรส่วนแปลงผักของบ้านเรานี่เป็เมล็ดพันธ์ต้องรบกวนท่านพ่อเพาะปลูกวันพรุ่งนี้ ….”
“มีใครอยู่หรือไม่”
ยังพูดไม่ทันจบที่รั้วหน้าบ้านมีเสียงคนเรียก ขานพวกเขาที่หน้าบ้านเสี่ยวเป่าและจ้าวอิงลุกไปดูพบว่าเป็ท่านปู่เซี่ยแวะมานั้นเอง
“เชิญด้านในก่อนเ้าค่ะท่านปู่เซี่ย”
จ้าวอิงเชิญปู่เซี่ยเข้าบ้าน แล้วพาเดินไปทางห้องโถงที่พ่อลู่และแม่จางนั่งอยู่ทุกคนลุกขึ้นมาต้อนรับปู่เซี่ยทันที
ต้องบอกว่าปู่เซี่ยเป็คนหนึ่งที่มีหน้ามีตาในหมู่บ้านมากทีเดียวนอกจากเปิดร้านค้ารับซื้อของป่าจากชาวบ้านยังนำของจากในเมืองมาขายอีกด้วยคนที่มีเครดิตดีเชื่อถือได้หากเดือดร้อนจริง ๆยังสามารถรับของไปก่อนจ่ายทีหลังได้ แต่ก็เพียงบางคนเท่านั้น
“เชิญ ๆ ท่านลุงเซี่ย ไม่ส่งคนมาบอกสักคำข้าเดินไปหาท่านที่บ้านได้”
พ่อลู่พูดขึ้นมา
“ไม่เป็กระไร ข้าอยากเดินมาดูบ้านเ้าสักพักแล้วแต่เวลาไม่อำนวย วันนี้สบโอกาสจึงเดินมาเอง ถือว่าได้ออกกำลังด้วย เห้อแต่บ้านเ้านี่ไกลจริง ๆ ”
ปูเซี่ยบอกกล่าว
ระหว่างนี้จ้าวอิงเดินได้ยกน้ำเก็กฮวยต้มใส่น้ำตาลมาให้ทุกคนที่โต๊ะปู่เซี่ยที่เดินมาไกล ก็ให้เหนื่อยและกระหายแล้วจริง ๆ จึงยกน้ำดื่มทันที
‘โอ้ใส่น้ำตาลเสียด้วยดื่มแล้วสดชื่นยิ่งนักและยังมีกลิ่นหอมอีก’
“หืม นี่ชาอันใดหรือทำไมหอมเช่นนี้”
เขาอดไม่ได้จึงถามออกมา
“เป็ดอกจวี๋ฮวาป่าเ้าค่ะ ข้าเก็บมาจากูเาแล้วตากแห้งไว้ดื่มแทนน้ำชาดอกจวี๋ฮวาช่วยบำรุงสายตา ลดร้อนในได้ดีอีกด้วยหากท่านปูชอบประเดี๋ยวนำกลับไปทำชาดื่มด้วยสิเ้าคะ ข้าเก็บมามากทีเดียว”
จ้าวอิงตอบ
“ขอบคุณน้ำใจเ้าแล้วของดี ๆแบบนี้ข้ากไม่ปฏิเสธแล้ว ”
ปู่เซี่ยไม่ปฏิเสธเขาชื่นชอบการดื่มชาอยู่แล้ว หลังจากตอบรับจ้าวอิงแล้วเขาก็หันไปทางพ่อและแม่ลู่
“วันนี้ข้ามาบอกเื่ของเหวินเหยาด้วยวันที่ต้าหลางบ้านข้าไปถึงอำเภอก็เป็วันสุดท้ายของการสอบของระดับอำเภอพอดีจึงได้รอเจอเขาที่หน้าสถานที่สอบ และมอบเงินพร้อมจดหมายให้เรียบร้อยแล้วและนี้เป็จดหมายที่เขาเร่งเขียนและฝากมาให้”
ทุกคนรีบขอบคุณท่านปู่เซี่ยที่นำคำกลับมาบอกจางซื่อถามถึงลู่เหวินเหยา
“แล้วต้าหลางได้บอกไหมเ้าคะว่าอาเหยาเป็อย่างไรบ้าง”
ปู่เซี่ยรู้ว่านางต้องถาม
“ต้าหลางบอกว่า ดูเขาอิดโรย ซีดเซียวลงเล็กน้อย แต่ยังสามารถพูดคุยกับเขาได้ปกติซึ่งทุกคนที่ออกมาจากประตูก็มีลักษณะเช่นนั้นเหมือนกันหมด”
เขาตอบจางซื่อ
จ้าวอิงเห็นหน้าจางซื่อซีดลงจึงรีบปลอบ
“ท่านพี่มิเป็อันใดหรอกเ้าค่ะท่านแม่การเข้าไปอยู่ในพื้นที่สอบหลายวันย่อมไม่สะดวกสบาย จะเหน็ดเหนื่อยก็ไม่แปลก อีกอย่างตอนนี้ท่านพี่ได้รับเงินเพิ่มแล้วจากนี้ข้าคิดว่าเขาต้องได้กินอาหารดีๆ และแข็งแรงแน่นอนเ้าค่ะ”
“ใช่ๆลูกสะใภ้เ้าพูดถูกเหวินเหยาเป็คนฉลาดไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องลำบากจนกระทบการสอบแน่นอน”
ปู่เซี่ยรีบเสริมเขาพูดจบก็อดมองจ้าวอิงให้มากขึ้นอีกหน่อยว่านางเสแสร้งหรือไม่แต่ที่เขาเห็นนางดูปกติดีไม่มีพิรุธใด ๆ
“ได้ๆ ท่านพูดถูกแล้ว”
จางซื่อตบมือจ้าวอิงเบาๆ
แล้วนั่งลงตามเดิม ทราบว่าเงินถึงมือลูกชายนางก็สบายใจขึ้นเยอะ
“เอาล่ะ วันนี้ก็มืดค่ำแล้วข้าต้องกลับก่อน ”
ปู่เซี่ยเมื่อเสร็จกิจธุระแล้วเขาก็จะลุกออกไป
“ท่านปู่เซี่ยรอสักครู่เ้าคะ ”
จ้าวอิงหยุดเขาไว้แล้วออกไปในครัวแล้วรีบนำกระดาษห่อดอกเก็กฮวยแห้งให้เขาทันที
พวกเขาทั้งครอบครัวออกมาส่งปู่เซี่ยที่หน้าบ้านกันหมดแต่เพราะแสงใกล้จะหมดแล้วจึงไม่ได้รั้งกันไว้เพราะกลัวจะมืดค่ำเสียก่อน
พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้งจางซื่อส่งจดหมายให้กับจ้าวอิงเพื่อให้นางอ่านให้ทุกคนฟัง
จ้าวอิงรับมาแล้วเปิดมันออกทันทีสิ่งแรกที่เห็นคือตัวอักษรของเขาที่งดงาม เป็ระเบียบ ลื่นไหลในยุคปัจจุบันน้อยนักที่จะได้เห็นฝีมือเขียนพู่กันที่งดงามเช่นนี้นี่ขนาดเขาเร่งมือเขียนมานะ หากตั้งใจจะงามขนาดไหน
จ้าวอิงข่มอารมณ์ชื่นชมอักษรของเขาไว้แล้วเริมอ่าน
“ถึง ท่านพ่อ ท่านแม่ ได้โปรดวางใจข้า ‘ลู่เหวินเหยา’สุขสบายดีทุกประการ และได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว ข้าสัญญาว่าจะใช้ให้ดีที่สุดและจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำเกียรติคุณมามอบแด่พวกท่านลงชื่อ ลู่เหวินเหยา บุตรชายของพวกท่าน”
จ้าวอิงอ่านจบก็ส่งจดหมายให้พ่อลู่ดูถึงแม้เขาจะอ่านไม่ออกแต่ก็จำตัวหนังสือของเขาได้
“มีเพียงเท่านี้หรืออาอิง” จางซื่อถาม
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ท่านพี่เขียนมาเพียงเท่านี้”
“น่าเสียดายที่ข้อความสั้นไปหน่อยเขาน่าจะเล่าเื่ของเขาให้มากอีกนิด”
จางซื่อพูดอย่างเสียดาย
“ท่านพี่มีเวลาเขียนน้อยนี่เ้าคะแต่เขาได้รับเงินแล้วท่านแม่ก็สบายใจได้แล้วนะเ้าคะ”
“ก็จริงของเ้า ดีแล้วล่ะ ”
จางซื่อยกมือขึ้นพนมเขย่ามือไปมา ราวกับกำลังไหว้บรรพบุรุษอยู่
“ท่านย่าท่านทำอะไรขอรับ”
เสี่ยวเป่าถามพร้อมกับเอียงคอมอง
“ย่ากำลังขอบคุณบรรพบุรุษ ขอบคุณ์แล้วขอร้องให้พวกเขาคุ้มครองพ่อของเสี่ยวเป่าให้ปลอดภัย มาสิเสี่ยวเป่ามาทำแบบย่า”
จางซื่อเรียกเขา
“ไม่ดีกว่าขอรับท่านย่าขอไปแล้วหากข้าขออีกคน์จะสับสนได้ว่าต้องทำของใครก่อน”
“พรวด”
จ้าวอิงที่กลั้นหัวเราะไม่ไหว น้ำชาเกือบจะพุ่งออกมาแล้วนางรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้แต่ไหล่ของนางก็สั่นอยู่อย่างนั้นเพราะพยายามกลั้นมันไว้อย่างเต็มที่
พ่อลู่ก็ไม่สามารถกลั้นได้เช่นกันเขาหัวเราะออกมาเสียงดัง ตอนนี้เองที่ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อม ๆกันทั้งหมด
แม้แต่เสี่ยวเป่าที่ไม่เข้าใจเขายังหัวเราะตามผู้ใหญ่ทุกคน
ห่างออกไปหลายร้อยลี้ลู่เหวินเหยาที่ทุกคนกำลังพูดถึงอยู่นั้น กำลังนั่งอยู่บนเตียงในมือถือกระดาษไว้แต่ไม่ได้อ่านเพียงมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
•─────❅❀❅─────•
สาระ :
เหล้าเหลือง : เป็เหล้าที่เก่าแก่มากใช้ข้าวเหนียวเป็วัตถุดิบ ผ่านกระบวนการย่อยสลายจนกลายเป็น้ำตาล หมักและคั้นน้ำหลังจากคั้นน้ำต้องเก็บไว้หลายปีจึงนำออกมาลิ้มรส สีของเหล้าจึงเป็สีเหลืองโดยทั่วไปมีดีกรีต่ำ อยู่ที่ระดับ 10-20%
https://www.matichonacademy.com/content/article_27906
ฮื่อแชเฉ่า : พลูคาว ผักคาวทอง หรือ คาวตอง
ดอกจวี๋ฮวา :จวี๋ฮวา (菊花) ชื่ออื่น ๆ ดอกเบญจมาศ (ไทย) จวี๋ฮวา (จีนกลาง) เก๊กฮวย (จีนแต้จิ๋ว)