
ตอนที่93 คุณชายต้วนจี้
องค์หญิงเจ้าเฟิงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม? คนชุดดำถึงดั้นด้น ลักลอบมาทำร้ายกริชเพชรถึงสมรภูมิเก็บเกี่ยว เพราะไข่บรรพกาลใบนี้ มันมีธาตุแท้คาถาวิชาอสูรร้ายระดับเทพที่สถิตเป็นบอลดวงจิตแก่นแท้ที่มีความโหดอยู่ในนั้นนั่นเอง
กริชเพชรบินค้างอยู่กลางอากาศแม้แต่จะเรียกชื่อหนิงหนิงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้า ดูนางยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ เหมือนจอมทัพจากทวยเทพที่ลงมาปัดเป่าทุกข์เข็ญ เพียงพลิกฝ่ามือเดียวก็สูบเอาศัตรูหายลงท้องไปหมดสิ้น
"นายน้อยท่านเป็นอะไร? มองตาค้างเชียว..."
หนิงหนิงถามชายหนุ่มเสียงราบเรียบแจ่มใส กริชเพชรสะดุ้งเฮือก ฟื้นคืนสติกลับมา
"เออ.! ข้าไม่เป็นอะไร? หรอก..."
เสียงของกริชเพชรสั่นเล็กน้อยเมื่อประจันหน้ากับหนิงหนิง
"นายน้อยท่านทำไม? ถึงหน้าซีดจังเลย เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ..."
เสียงของนางถามด้วยความเป็นห่วงกังวล สะบัดข้อมือออกเร่งเร้าบอลดวงจิตแก่นแท้ สลายร่างที่บินอยู่กลางอากาศ ของมังกรเขียวที่กลายเป็นผ้าแพร ก่อนที่จะกลับไปเป็นเส้นผมของหญิงสาวดังเดิม หนิงหนิงเข้าประคองกริชเพชร ที่ตอนนี้ยังบินค้างแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ
"นายน้อยข้าว่าอาการของท่านไม่ดีถูกละอองความเย็นกัดกร่อนหรือไม่ เดี๋ยวพวกเราเข้าไปหลบในม่านบาเรียเพื่อความปลอดภัยก่อนดีไหมเจ้าคะ..."
เสียงของหนิงหนิงกล่าวด้วยความเป็นห่วงนายน้อยของนาง
ที่จริงแล้วกริชเพชรเขาไม่เป็นอะไรเพียงแต่ตกใจ ตกตะลึงกับการกระทำของหนิงหนิงเมื่อก่อนเขาเห็นนาง เป็นภูตอสูรที่เข้มแข็งและโหดร้ายต่อศัตรู แต่นั่นมันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น
เมื่อเทียบกับการกระทำของนางครั้งนี้ นับว่าห่างไกลกันราวฟ้ากับดิน แต่ท่าทีที่ใสซื่อบริสุทธิ์ เหมือนสาวน้อยไม่บ่งบอกถึงความอำมหิตในดวงตา และใบหน้าของนาง
ทำให้กริชเพชรรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกเข้าไปทั่วสันหลัง ตอนนี้เหมือนเขาอยู่กับยมบาล ที่คลาดชีวิตคนอื่น โดยไม่ทันกะพริบตา
'นี่เราทำอะไรกับดวงจิตแก่นแท้ของหนิงหนิงไปแล้วหรอ เราส่งเสริมนางเป็นอสูรที่เข่นฆ่าชีวิตโดยไม่สะทกสะท้าน กับสิ่งที่ตายไปต่อหน้าต่อตา นางเป็นหลายพันชีวิต..'
กริชเพชรคิดทอดถอนใจ เขาไม่ต้องการให้หนิงหนิงเป็นแบบนี้เลย
"หนิงหนิง ข้าอยากขอร้องเจ้าสักคำได้หรือไม่ เจ้าอย่าทำแบบนี้อีกเลย ถ้าข้าไม่ได้สั่งเจ้า ห้ามฆ่าผุ้อื่นอีกรู้หรือไม่.."
กริชเพชรตัดสินใจเด็ดเดี่ยวออกคำสั่งต่อนาง ชายหนุ่มเชื่อว่า ด้วยความจงรักภักดีที่หนิงหนิงมีต่อชายหนุ่ม นางคงต้องรับปากเขาแน่
"ได้สินายน้อยทำไม? จะไม่ได้ละเจ้าคะ..ถ้านายน้อยสั่งหนิงหนิงก็จะทำตามทุกอย่าง เว้นแต่ว่า....."
สาวน้อยหยุดคำพูดฉีกยิ้มสูงใบหน้านางสดใส เหมือนฉาบด้วยฤดูดอกไม้ผลิ
"ถ้าพวกมันผู้นั้นไม่มีเจตนาทำร้ายนายน้อยหนิงหนิงจะไม่เข่นฆ่าพวกเขาแม้สักคนเดียว แต่ถ้าใครคิดจะทำร้ายนายน้อยต่อหน้าหนิงหนิง พวกมันต้องตายแบบไร้ที่ฝัง....."
เสียงของนางแม้สดใสก็จริง แต่มันเย็นยะเยือกเข้าไปสู่หัวใจของกริชเพชร
'โอ้นี่เรา..สร้างเครื่องจักรสังหารตัวร้าย หนักกว่าหยกหยกหลายเท่าเสียอีก ทำไม? นางโหดเกินพิกัดขนาดนี้..เฮ่ออ.'
กริชเพชรพยักหน้ารับเขาคงจะเปลี่ยนความคิดของหญิงสาวไปไม่ได้ นางจงรักภักดีและห่วงความปลอดภัยของชายหนุ่ม อย่างยิ่งยวดตั้งแต่ผูกสัญญา เป็นภูตอสูรประจำตัวของเขา
"พวกเรากลับกันเถอะ.."ปีกสีขาวของเขาบินถลา นำหนิงหนิงกลับมาที่หอคอยประตูหน้าตลาดมืด ประชากรของสำนักและคนที่ติดอยู่ในตลาดมืด ต่างโห่ร้องยินดีด้วยเสียงดังกึกก้อง กองทัพที่กดดันพวกเขามาสองวันเต็มๆ สูญสลายไปในพริบตา
"องค์ชายสิบสี่ท่านเป็นยังไงบ้างได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงถามแล้ว ถลาเข้ามากอดแขนชายหนุ่มอย่างสนิทสนม
"ขอบคุณองค์ชายสิบสี่ข้าขอบคุณท่านมากๆ ..."
เสียงที่ราบเรียบบนใบหน้าที่เมินเฉยไร้ความรู้สึกของหลงไป๋..."กล่าวพร้อมกับยกมือคำนับขอบคุณชายหนุ่ม กริยาของหญิงหน้าน้ำแข็งยังคงเหมือนเดิม
"ไม่เป็นไรแม่นางไป๋ข้ายินดี เพราะข้าเป็นเหตุทำให้อาวุธเทพของสำนักท่านสูญเสียใช้การไม่ได้
วันนี้ข้าจึงต้องรับผิดชอบปกป้องสำนักหลงให้สุดกำลัง..."
เสียงของชายหนุ่มกล่าว
"ฮ่าๆ ..ในฐานะข้าเจ้าสำนักหลง ขอบคุณองค์ชายสิบสี่มากๆ .."
เสียงของเจ้าสำนักที่โดนพยุงมา ท่าทางของเขาบาดเจ็บหนัก ขนาดแขนขวาขาดไปข้างหนึ่ง แต่ก็ยังอุตส่าห์มาแสดงความเคารพ ต่อองค์ชายสิบสี่
"เกรงใจไปแล้วท่านเจ้าสำนักพวกเราคนกันเอง ข้าได้เซ็นสัญญาปกป้องสํานักท่านและบุตรสาว ยังไงข้าก็ต้องดั้นด้นมาช่วย..."
ชายหนุ่มกล่าวแบบจอมยุทธ์ ผู้ที่มีธรรมะแบบเนียนๆ เหมือนหนังจีนโบราณ
"พวกเราสำนักหลงขอคารวะองค์ชายสิบสี่.."
สี่จตุรเทพผู้อาวุโสของสำนักหลง ต่างยกมือคารวะพร้อมเพรียงกัน
"ข้าคุณชายต้วนจี้ขอคารวะองค์ชายสิบสี่ ได้เห็นท่านออกรบช่างเป็นบุญตายิ่งนัก สมกับคำร่ำลือว่าท่าน เป็นเหมือนเทพนักรบลงมาจุติ...."
เสียงนุ่มเบาแสนสุภาพดังขึ้น
กริชเพชรหันไปมองขมวดคิ้วเห็นชายหนุ่มใส่ชุดเกราะรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาเสียอย่างเดียวหางตาของเขาชี้สูงเป็นลักษณะที่กริชเพชร ไม่ค่อยชอบคนประเภทนี้สักเท่าไหร่ มันเหมือนแฝงความเจ้าเล่ห์อยู่ยังไงบอกไม่ถูก
"เกรงใจไปแล้วไม่ทราบว่าคุณชายต้วนจี้แห่งตระกูลต้วน ที่ยิ่งใหญ่ในนครอสูรวารีน้ำจืดใช่หรือไม่..."
กริชเพชรกล่าวทักทาย
"ฮ่าๆ ๆ ..องค์ชายสิบสี่ข่าวคราวของท่านช่างรวดเร็วจริงๆ ข้านับถือข้านับถือ..."
เสียงของชายสูงใหญ่ไว้หนวดเคราเดินเข้ามาหน้าตาของเขาคล้ายคุณชายต้วนจี้เกือบเจ็ดส่วน
"คารวะท่านผู้นี้คงจะเป็นเจ้าสำนักต้วนแล้ว กระมั้ง..."
เสียงของกริชเพชรยกมือคารวะ
"นี่คือท่านเจ้าสำนักต้วน..องค์ชายสิบสี่รู้จักท่านไว้สิ ถ้าไม่ได้บิดาและบุตรทั้งสอง ช่วยส่งพลังสร้างค่ายกล มันคงจะต้องถูกทำลายไปตั้งแต่เมื่อช่วงเช้านี้แล้ว..."
เจ้าสำนักกล่าวขณะยกมือข้างเดียวของเขาคารวะสองพ่อลูก
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกท่านเจ้าสำนักหลงข้ายินดีช่วยเหลือเต็มที่ เห็นน้องหลงไป๋ถูกโจมตีจน พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางเกือบหดหายไปทั้งหมด ทำให้หัวใจของข้าเหมือนถูกขยี้ทำลายดาวดิ้นไป มีหรือที่ข้าจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางสุดกำลัง..."
เสียงของคุณชายต้วนจี้กล่าวอย่างยิ้มแย้มเดินไปเคียงคู่กับคุณหนูตระกูลหลง ที่ยืนหน้านิ่งเหมือนพอกไว้ด้วยน้ำแข็งนางไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
'หึ! หึ! ..นึกว่าผู้กล้าที่ไหน..เฮ่ย..มันมาหลีสาวนี่เอง..'
กริชเพชรคิดในใจถือโอกาสอวยชายหนุ่มต่อไปเลย
"เยี่ยมยอดมากคุณชายต้วนบุคลิกของท่าน ช่างสมกับเป็นคุณชายตระกูลใหญ่.."
องค์หญิงเจ้าเฟิงงยกยิ้มสูง ชำเลืองมองกริชเพชรอย่างรู้ทัน
เขาคงจะผลักคุณหนูหน้าน้ำแข็งไปให้องค์ชายต้วนจี้แหงๆ งานนี้ เพราะรู้สึกว่าองค์ชายสิบสี่ไม่ปลื้มในตัวหญิงสาว ที่บิดาของนางหมายมั่นปั้นมือยกให้เป็นภรรยา
"พวกเราทักทายปราศรัยกันแค่นี้ก่อนเชิญไปพักผ่อน..."
เสียงของผู้อาวุโส สี่จตุรเทพกล่าวขึ้น
"ใช่แล้วข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันเพราะข้ากับองค์ชายสิบสี่ ต้องกลับไปช่วยท่านแม่ของข้ากับท่านป้าคาดคิดว่าพวกนางถูกฮองเฮาฝ่ายซ้ายกักบริเวณไว้แน่..."
องค์หญิงเจ้าเฟิง พูดขึ้นพร้อมกับยกมือคารวะกล่าวลาเจ้าสำนักหลง
"ข้าก็ต้องเดินทางเดี๋ยวนี้แล้วล่ะเป็นห่วงเสด็จแม่เหลือเกิน.."
กริชเพชรสวมรอยตามทันที
"องค์ชายสิบสี่ท่านไม่นําไป๋เอ๋อไปด้วยหรือ.."
เสียงเจ้าสำนักหลงพูดขึ้นอย่างรีบร้อน กลัวชายหนุ่มจากไปอย่างกะทันหัน ตอนนี้เขาอยากให้บุตรสาวตามองค์ชายสิบสี่ไปเพราะห่วงความปลอดภัยของนาง อย่างน้อยอยู่ใกล้องค์ชายเขาต้องปกป้องบุตรสาวคนเดียวของตนเองได้แน่
"เอายังไงดี..คือว่าข้าจะลักลอบเข้าไปช่วยท่านแม่ ไม่รู้ว่าจะถูกลอบโจมตีทำร้ายหรือไม่คราวที่แล้ว ที่พวกเราออกจากที่นี่ไป ก็ถูกลอบทำร้ายจากกองทัพองครักษ์ทมิฬ และอีกอย่างตอนนี้ นางก็ยังได้รับบาดเจ็บด้วยพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ยังไม่ฟื้นฟูข้าว่านำนางไปด้วยจะไม่ปลอดภัยเท่าที่ควรนะ..."
กริชเพชรรีบปฏิเสธ ไม่อยากให้หลงไป๋สาวหน้าน้ำแข็งติดตามเขาไปด้วย
"ท่านพ่ออย่าไปบังคับองค์ชายสิบสี่เลยเขาไม่อยากให้ข้าไป...ข้าก็ยังไม่ไปก็ได้ให้ข้าฟื้นฟูร่างกายเรียบร้อยแล้ว แม้เราจะอยู่ที่ไหนสัญญาของพวกเรา ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมข้าจะติดตามเขาไปเอง..."
เสียงของนางกล่าวราบเรียบแต่จริงจังจนคุณชายต้วนจี้ ยกคิ้วสูงหน้าตาเย็นชาอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่รู้ถึงว่าคุณหนูแห่งตระกูลหลงมีคำสัญญา เป็นคนขององค์ชายสิบสี่ไปเสียแล้ว
หัวใจที่หลงรักสาวหน้าน้ำแข็งที่นานแสนนานอยากจะเกี่ยวดองกัน เป็นปึกแผ่นเพื่อสร้างอำนาจในสำนักของทั้งสองที่พวกเขาไม่เข้าข้างองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย เพราะถูกคัดค้านจากคุณชายต้วนจี้นี่เอง ดังนั้นจึงทำให้ตระกูลของเขาถูกรุกรานจนต้องหนีกระเซอะกระเซิงมาถึงสำนักหลง
"ก็ตกลงตามนี้แล้วกันข้าไปล่ะ.."กริชเพชรพูดสั้นๆ ก็คว้ามือหนิงหนิง และองค์หญิงเจ้าเฟิงหายวับไปต่อหน้าต่อตา ของจอมยุทธตระกูลหลงและตระกูลต้วน
ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างเพราะชายหนุ่มไม่ได้ร่ายคาถา เปิดม่านมิติแม้แต่หนิดเดียวเพียงจับแขนทั้งสองสาวคนทั้งสาม ก็หายวับไปกับตา เหมือนพวกจอมเวทย์ยังไงยังงั้น
"องค์ชายสิบสี่เขาเป็นจอมเวทย์เหรอ.."คุณชายต้วนจี้กล่าวขึ้นอย่างตกใจ ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาและบุรุษหนุ่มที่พึ่งหายตัวไป ก็มีระดับวิทยายุทธแตกต่างกันไปไกลแล้ว
ถึงว่าเจ้าสำนักหลงจึงยกบุตรสาวของตนให้องค์ชายสิบสี่ ทั้งๆ ที่เขาแอบหลงรักหลงไป๋มานานแสนนาน บุตรหลานคนรุ่นใหม่ห้าสำนักใหญ่ในย่อมรู้เรื่องนี้ดี
กริชเพชรไม่ได้ไปไหนเขาหายเข้าไปในกล่องนิลกาฬ ที่อยู่ในถุงนิมิตของเขาเองเพื่อเข้าไปเพิ่มพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ และฟื้นฟูร่างกายในห้องสีชมพู ก่อนจะข้ามทะลุไปประตูบานที่แปด เพื่อจะออกไปกลายร่างเป็นหนอนชิเมโจได๋ ข้ามกระสวยมิติกลับไปยังตำหนักของตนเองในวัง
"พวกเราเดินทางกันเถอะ..ข้าเป็นห่วงท่านแม่เหลือเกิน..."
เสียงองค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าวขึ้นขณะที่ก้าวออกจากประตูบานที่แปด ในอาณาจักรลี้ลับ ดินแดนของอสูรวารีน้ำจืด หลังจากที่พวกเขา ใช้เวลาหนึ่งก้านธูปไปรักษาตัว แล้วเตรียมออกเดินทาง
"คาถาชิเมโจได๋ขั้นสี่.."กริชเพชรร่ายคาถาส่งกระสวยมิติ หมายที่จะเข้าไปในตำหนักของตัวเองเพื่อลักลอบเข้าไปช่วยมารดาที่ถูกกักบริเวณไว้
ตูม!! โครมๆ ๆ!!
"อ๊ากกก!! "
เสียงตูมดังสนั่นร่างของหนอนชีเมโจได๋ที่ล่องหนถูกพลังกระแทกจนกระสวยสั่นสะเทือน ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสามต่างกระเด็นออกไปคนละทิศละทางกริชเพชรกายร่างเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขึ้นป้องกันตัว
พวกเขาถูกม่านบาเรียที่ปกคลุมตำหนักป้องกันผู้ลักลอบเข้ามา ช่วยองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาและพระนางเจ้าเฟย
องค์หญิงเจ้าเฟิงทะลึ่งพรวดกระอักเลือดออกมา ขยับตัวหลบเข้าหลังกริชเพชรที่ตอนนี้ยืนตระหง่าน เขาก็ได้รับบาดเจ็บจนเลือดลมตีขึ้น แทบจะกระอักเลือดออกมาเช่นกัน
แต่ต้องสะกดกลั้นมันลงไปจนได้ ไม่ให้ตัวเขาอยู่ในสภาพอนาถ ส่วนหนิงหนิงตอนนี้นางยืนจังก้าอยู่หน้านายน้อย ใบหน้าที่แสนน่ารักและอบอุ่นของนางในร่างดรุณีน้อย
แต่ต้องสะกดกลั้นมันลงไปจนได้ ไม่ให้ตัวเขาอยู่ในสภาพที่อนาถ ส่วนหนิงหนิงตอนนี้นางยืนจังก้าอยู่หน้าพวกเขา ใบหน้าที่แสนน่ารักและอบอุ่นของนางในร่างดรุณีน้อย
"สุดท้ายเจ้าก็มาจนได้.."
เสียงขององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายดังขึ้น ขณะที่ปรากฏตัวด้านหลังของนางยืนด้วยชายชุดดำถึงห้าคน
คนที่ยืนใกล้นางที่สุดนั้น องค์หญิงเจ้าเฟิงจำได้อย่างแน่นอน มันคือคนที่นางใช้เหรียญดอร์แอบถ่ายคลิปไว้นั่นเอง ..........................................................................................................................................................................................