เย่หลี่จวินลืมตาขึ้นมาก่อนลุกขึ้นนั่งยกฝ่ามือกุมหน้าผากก่อนจะหลับตานึกถึงสถานการณ์ก่อนหน้า
ในยุทธภพการมีวรยุทธ์เป็การเเสดงถึงความแข็งแกร่งอำนาจและรุ่งโรจน์จึงมีการคิดวรยุทธ์และเกิดพรรคต่างๆมากมายแต่พรรคที่แข็งแกร่งจริงๆกลับมีไม่ถึงสิบ
และพรรคที่เป็อันดับหนึ่งคือพรรคกระบี่เงา์รองลงมาก็พรรคกระบี่เคลื่อนเมฆาต่อมาก็พรรคกระบี่ฝ่าโลกา
เย่หลี่จวินเป็ว่าที่ประมุขพรรคกระบี่เงา์คนต่อไปเพราะเป็ศิษย์สายตรงของท่านประมุขพรรค
จริงๆก็จะได้ตำแหน่งแต่รองประมุขกลับคัดค้านเพราะจะยกบุตรชายตัวเองซึ่งก็คือจางสุ่ยเฟิงศิษย์สายรองขึ้นเป็ประมุข
พรรคจึงแบ่งฝ่ายสนับสนุนเป็สอง ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนเย่หลี่จวินอีกฝ่ายสนับสนุนจางสุ่ยเฟิง
ท่านอาจารย์จึงมอบภารกิจให้เขากับจางสุ่ยเฟิงแต่กลับไม่คิดว่าจะเจอคนของพรรคกระบี่เคลื่อนเมฆาล้อมไว้รอบทิศเขาจึงพลาดท่าโดนพิษกำหนัดเข้าและยังได้สตรีนางนั้นช่วยไว้
เื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดูจะบังเอิญเกินไปจนน่าสงสัยเห็นทีกลับไปคราวนี้คงต้องสืบหาแล้ว
ดวงตาสีอำพันลืมขึ้นมองไปยังกองไฟก่อนจะเก็บก้อนสีดำขนาดเท่าลูกปัดที่ไหม้ก็ไม่หมดขึ้นมาสำรวจ
นี่เป็ยาสลบชนิดก้อนแต่กลับไร้กลิ่น
'ข..ข้า ข้าเป็หมอเเค่มาเก็บสมุนไพรเเล้วติดฝนแค่เพียงอยากมาหลบฝน'
'ข้าขอหลบที่นี่จนกว่าฝนจะหยุดข้าสัญญาว่าจะไม่รบกวนท่านเเน่นอน'
นางเป็หมากตัวนึงหรือเเค่ผ่านทางมาจริงๆกันแน่หากนางถูกวางเป็หมากเขาจะจัดการกับนางแต่หากนางแค่ผ่านมาจริงๆเขาจะรับผิดชอบนางเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็คนแรกของนางและนางก็ช่วยเขาไว้ ยิ่งไปกว่านั้น
ตุ๊บตุบ ตุ๊บตุบ ตุ๊บตุ๊บ
ฝ่ามือกำแน่นที่หน้าอกตรงตำแหน่งดวงหฤทัยสิ่งนี้กำลังเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งยามที่นึกถึงนาง
ยังคงจำครั้งแรกที่เจอนางได้ดีหลังจากที่เขาถูกพิษก็หลบมาอยู่ที่บ้านร้างแห่งนี้พอดีกับที่ฝนตกแรงจึงไม่มีใครตามมา คงคิดว่าอีกไม่นานเขาคงตายกระมั้งมันคงจะเป็เช่นนั้นถ้าไม่เจอนาง ต่อให้เขาปรับลมปราณสกัดแล้วขับพิษออก ก็อาจจะอยู่ได้สามสี่ชั่วยาม
คราแรกที่ััได้ว่ามีคนกำลังเดินเข้ามาเย่หลี่จวินก็คว้ากระบี่พุ่งออกไป ก่อนที่เขาจะลุกตาม
ทีแรกคิดว่าเป็คนจากพรรคกระบี่เคลื่อนเมฆาเเต่พอเห็นว่าเป็สตรีนางหนึ่งก็จึงได้เเต่จ่อกระบี่ไปที่คอของนางซักถาม
ยังจำได้แม้กระทั่งวินาทีที่ใบหน้าของนางเปิดเผยต่อหน้าเขา แม้จะซีดเผือกเพราะโดนพายุฝนแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านางงดงามนักหญิงงามที่ใครชมมานัดต่อนัดหากนำมาเทียบกับนางก็ยังสู้ความงามของนางไม่ได้ด้วยซ้ำยิ่งดวงตากลมโตสีมรกตคู่นั้นที่เปล่งประกายชวนหลงใหลจนไม่อาจละสายตาริมฝีปากเล็กซีดเซียวแต่ยังคงน่าัั
พอคิดได้แค่นี้เืในกายกลับสูบฉีดเร็วจนส่งผลให้พิษที่ถูกสกัดกำเริบจนต้องกระอัก
บัดซบ!!เขาลืมไปได้อย่างไรนะว่าตัวเองถูกพิษกำหนัด
แม้ความรู้เื่ยาพิษเขาจะสู้อาจารย์ไม่ได้แต่นับว่าเป็ไม่เป็รองใครในยุทธภพ
แต่กลับไม่มีใครล่วงรู้ความลับนี้ท่านอาจารย์เคยบอกว่าคนรู้น้อยจะยิ่งดี
คราแรกก็ไม่คิดจะเเตะต้องสตรีผู้นี้เพราะความระวังแต่ทว่าความไร้เดียงสาของนางทำเขาตบะแตกพิษกำเริบอีกรอบ
เเละหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่างเขาได้ตายจริงเย่หลี่จวินจึงได้ฝืนใจอีกฝ่ายแต่พอััผิวกายที่เย็นเฉียบของนางเข้าเขาก็เข้าใจได้ทันทีหากเขาไม่ทำนางก็อาจจะไม่รอด
พอยิ่งได้ัันางก็ยิ่งอยากได้เพิ่มหลังจากที่รู้ว่าพิษถูกถอนได้สติคืนแต่กลับไม่อาจควบคุมความปรารถนาในใจเขาจึงได้ตักตวงความสุขจากนางครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างมิรู้จักเบื่อ
กว่าจะรู้ตัวก็เห็นนางสลบไปแล้วร่างกายของนางบอบบางขนาดนั้นแต่เขากลับทำนางบอบช้ำไปทั้งตัวความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาได้เเต่เอ่ยขอโทษนางอยู่ในใจ
คืนนั้นทั้งคืนเขานอนไม่หลับเพราะนางไข้ขึ้นสูงเย่หลี่จวินจึงดูแลคอยโชคดีที่ก่อนมาทำภารกิจพกยาติดตัวมาบ้างเขาจึงเช็ดตัวและป้อนยาให้จนรุ่งสางเห็นว่าอาการนางดีขึ้นจึงได้วางใจ ก่อนจะสร้างตะข่ายอาคมป้องกันการรุกรานแล้วจึงออกไปล่าไก่ป่า
จู่ๆก็รู้สึกอยากแกล้งนางขึ้นมายิ่งเห็นว่าท่าทางของนางก็ยิ่งนึกเอ็นดูราวกับกระต่ายที่กำลังไม่พอใจแล้วกระทืบเท้าก็มิปาน
แต่แล้วกลับต้องใสตรีนางนี้หลังจากที่ทำเื่เช่นนั้นกับเขานางไม่เพียงไม่โวยวายไม่ขอให้เขารับผิดชอบไม่พอยังคิดจะจากไป
ทำไมล่ะเขาไม่ดีพอที่จะดูแลนางหรือ หรือว่านางไม่พอใจเขาที่ใดกันก็เห็นอยู่ชัดๆว่านางมีใจให้เขาอยู่บ้างหาไม่เช่นนั้นแล้วพิษกำหนัดของเขาจะถูกกำจัดออกไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร
พิษชนิดนี้ยิ่งโดนนานก็จะยิ่งแก้นานแต่เย่หลี่จวินกลับใช้เวลาแก้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปด้วยซ้ำหากไม่ใช่เพราะต่างคนต่างมีใจจะเเก้ได้ง่ายเช่นนี้หรือแต่ทำไมกันนางถึงได้ไร้เยื่อใยกับเขา
ทั้งที่คิดว่าเก่งแต่เขากลับลืมไปว่านางเป็หมอความไม่ระวังทำให้เขาโดนยาสลบของนาง
เ้าช่างใจร้ายนักแต่ไม่เป็ไรไว้ข้าตื่นข้าจะต้องหาเ้าเจอเเน่
"เ้าเป็ของข้าแล้วคิดจะหนีไปไหนงั้นหรือ"เสียงที่ได้ยินทำนางขนลุกซู่
"เ้าไม่มีวันหนีข้าพ้นหรอก"น้ำเสียงเหมือนจะโกรธกริ้วกำลังเอ่ยขึ้น
"ใบหน้านี้ร่างกายนี้ทุกอย่างของเ้าล้วนเป็ของข้าหากเ้ายังคิดหนีข้าจะตัดขาเ้าทิ้งซะ เ้าจะได้อยู่กับข้าตลอดไปเสิ่นเฟยอวี้"น้ำเสียงที่กำลังโกรธเอ่ยขึ้นมาอย่างคนวิปริต ท่าทางคุกคามั์ตาสีอำพันจดจ้องมาที่นาง เผยให้เห็นสีหน้าที่บิดเบี้ยวพร้อมกับเสียงเย็นๆที่ดังข้างหู
"เสิ่นเฟยอวี้"
"เสิ่นเฟยอวี้"
"เสิ่นเฟยอวี้"เสียงเรียกชื่อทุ้มต่ำกลับกลายเป็เสียงเเหลมน่าฟังน้ำเสียงที่คุ้นเคยดูเหมือนร้อนรนมาพร้อมกับแรงเขย่า
"เฮือก!!"เสิ่นเฟยอวี้ลืตาขึ้นมาก็เห็นมารดากำลังปลุกนางด้วยสีหน้าเป็ห่วงฝ่ามืออบอุ่นลูบหัวทุยพลางเอ่ยถาม
"เสี่ยวเฟยอวี้ เป็อะไรไป"
น้ำเสียงที่อ่อนโยนของมารดาทำให้นางขอบตาร้อนผ่าวก่อนจะเอื้อมไปกอดมารดาแน่น ฝ่ามือของท่านยังคงลูบหัวนางอย่างแ่เบา
"ท่านแม่ข้าไม่เป็ไรเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น"
ฝ่ามืออบอุ่บเพียงเปลี่ยนมากอดปลอบถึงจะไม่รู้ว่าหนึ่งคืนที่เสิ่นเฟยอวี้หายไปนางไปเจออะไรมา
แต่การที่นางกลับมาพร้อมร่องรอยที่ปรากฏตามร่างกายไม่จำเป็ต้องอธิบายก็รู้แล้ว
เสิ่นเฟยอวี้ไม่ใช่เด็กเหลวไหลแต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าจะทำอะไรนางล้วนมีเหตุผลเชื่อว่าการกระทำของเสิ่นเฟยอวี้ในครานี้ก็เช่นกัน
"ไม่ต้องกลัวนะมันก็แค่ความฝัน"
เสิ่นเฟยอวี้หลับตานิ่งปล่อยให้มารดากอดและลูบหัวไปเรื่อยๆ
"ท่านแม่ก่อนหน้านี้ข้ารู้สึกแย่แต่พอได้อ้อมกอดของท่านข้าสบายใจแล้วขอเเค่มีท่านในทุกวันข้าก็ไม่้าอะไรแล้ว"
เสิ่นเฟยอวี้พูดจาออดอ้อนร่างบางผละออกจากอ้อกอดมารดาเเล้วยิ้มให้
"เ้านี่นะปากหวานจริงเชียว"
"ข้าก็ได้มาจากท่านนี่แหละ จริงสิท่านแม่ตอนนี้ยามใดแล้วข้าต้องรีบไปส่งสมุนไพร"
แม้เสิ่นเฟยอวี้จะเป็หมแต่ไม่มีทุนเปิดโรงหมอจึงทำได้เพียงนำยาสมุนไพรที่ได้ไปขายที่โรงหมอแลกเงินแล้วโรงหมอจะคอยหาคนไข้ให้
นอกเหนือจากนี้นางก็ไปรักษาคนยากไร้ที่ไม่มีเงินไปโรงหมอได้รับของตอบเเทนบ้างคำขอบคุณ
แต่เเค่ได้เห็นเหล่าคนที่นางรักษาอาการดีขึ้นเพียงเท่านี้นางก็ดีใจแล้ว
แม้นางมิใช่พระจันทร์ที่ส่องสว่างยามกลางคืนหากแต่ขอเป็หิ่งห้อยน้อยที่มีแสงร่ำไรให้ผู้คนมองเห็นแค่นั้นก็พอแล้ว
"เ้าพึ่งฟื้นไข้นอนต่ออีกหน่อยเถอะ"
ถึงเสิ่นเฟยอวี้พึ่งหายแต่หากนอนต่ให้ฝันร้ายเช่นนั้นจะให้นางนอนต่ออีกได้อย่างไรไม่สู้ลุกขึ้นมาช่วยท่านแม่ทำงานเช่นนี้ถึงจะมีประโยชน์
"ข้านอนมาเยอะแล้วให้ข้าช่วยงานท่านเถอะหากให้ข้านอนอีกแล้วปล่อยให้ท่านทำงานงกๆอยู่คนเดียวข้าก็อกตัญญูเกินไปแล้ว"
ไม่ว่าอย่างไรเสิ่นเฟยอวี้จะไม่ยอนอนอีกเด็ดขาดเว้นเสียแต่ว่าจะให้นางทำงานจนเหนื่อยพอหัวถึงหมอนก็ผล็อยหลับนั่นแหละ
หลังจากที่ดื้อดึงไม่ยอมพักผ่อนท่านแม่จึงได้ยอมเลยตามเลยให้เสิ่นเฟยอวี้ลุกมาช่วยงาน
หลังเสร็จงานเสิ่นเฟยอวี้ก็เข้าเมืองนำสมุนไพรที่พึ่งเก็บได้เมื่อสองวันก่อนไปขายที่โรงหมอ
จะว่าไปยาที่เย่หลี่จวินเคยยัดเยียดให้นางกินบอกว่าเป็ยาแก้ช้ำดูเหมือนจะเป็ยาชั้นดีผ่านมาเพียงสองวันอาการของนางก็ดีขึ้นร่องรอยที่เขาสร้างไว้ก็ดูจางลงไปมากคาดว่าไม่เกินมะรืนนี้คงหายเป็ปกติ
พอคิดมาถึงตรงนี้ก็หวนนึกถึงวันนั้นหลังจากที่โดนนางวางยาสลบไม่รู้ว่าตื่นมาจะเป็อย่างไรเขาจะเสียใจหรือโกรธนางแบบในฝันไหม แต่พอคิดไปคิดมาอีกทีนางควรเลิกนึกถึงเขาซะ
เื่ของนางกับเขามันก็เเค่ละครบทหนึ่งแรกเริ่มไม่รู้จักต่อมาก็เร่าร้อนหลังจากนั้นล่ะหากท้ายที่สุดเเล้วนางกับเขาต้องจากลา...หากเป็เช่นนั้นก็ให้นางถอยออกมาั้แ่ตอนนี้จะได้ไม่เจ็บมาก
ในขณะที่เสิ่นเฟยอวี้กำลังวุ่นวายกับควาคิดภายในหัวเสียงร้องะโก็ดังขึ้น
"ระวัง!!!"
เสิ่นเฟยอวี้หันไปมองก็เห็นว่ามีม้าพยศกำลังวิ่งมาใกล้นางในระยะประชิดก่อนที่ดวงตาสีมรกตจะเปิกกว้างด้วยความใ ทำอะไรไม่ถูกแม้กระทั่งแขนขาก็เเข็งทื่อไม่ขยับ
หมับ!!!
วินาทีที่ร่างของนางถูกใครบางคว้าเป็วินาทีที่ม้าพยศวิ่งถึงมานางพอดีแล้ว ทำให้นางรอดพ้นจากกับเท้าของเ้าม้าพยศอย่างหวุดหวิด
เหตุการณ์ทุกอย่างดูจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสิ่นเฟยอวี้ที่พึ่งได้สติถึงกับเข่าอ่อนล้มทรุดลงแต่ถูกฝ่ามือหนึ่งประคองไว้เสิ่นเฟยอวี้เงยหน้าขึ้นไปมอง
"ข..ขอบคุณ"
คนผู้นี้ร่างกายสูงโปร่งใบหน้าคมคายแต่ไม่รู้ทำไมเสิ่นเฟยอวี่ถึงรู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาคู่นี้นักมันสวยเหมือนลูกปัดหยกเลย
พอรู้ตัวว่าเผลอทำตัวเสียมารยาทก็จึงก้มหน้าลง
"แม่นางไม่ทราบว่าเราเคยพบกันมาก่อนหรือไม่"
เสิ่นเฟยอวี้ชะงัก นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย
"หากข้าเคยพบคุณชายมาก่อนไหนเลยจะต้องแสร้งไม่รู้จักท่านเล่า"
ถึงนางจะรู้สึกสงสัยอย่างที่อีกคนว่ามาแต่เท่าที่จำได้นางไม่เคยเจอคนผู้นี้มาก่อนอย่างแน่นอน
แต่อีกคนกลับเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อนางเท่าไรทำให้เสิ่นเฟยอวี้จำต้องเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"หากคุณชายมั่นใจว่าเคยพบข้ามาก่อนเช่นนั้นท่านลองเรียกชื่อข้ามาสิ"
พอได้ยินเช่นนั้นเขาก็ทำท่าลังเลเหมือนไม่แน่ใจอะไรสักอย่างก่อนจะกล่าว
"ขออภัยแม่นางเป็ข้าที่จำสับสน ข้ามีนามว่าซ่งฟางเหยียนเ้าล่ะ"
เขาเปลี่ยนท่าทีจากที่ดูคุกคามแล้วพูดแนะนำตัวเองอย่างสุภาพแทน ถึงเสิ่นเฟยอวี้จะไมยากบอกแต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ถึงยังไงเขาก็ช่วยนางไว้
"ข้ามีนามว่าเฟยอวี้"
แต่ไหนแต่ไรมาเสิ่นเฟยอวี้ล้วนปิดหน้าปิดตาไม่เผยแซ่เสิ่นให้ใครรู้ หากใครถามนางมักจะบอกปักเสมอ
"แซ่เล่า"
นั่นไงล่ะ พูดจบไม่ทันไรเขาก็ถามแล้ว
"ขออภัยคุณชายข้าเกิดมาล้วนไม่มีแซ่ ที่เข้าเมืองก็เพื่อเอาสมุนไพรที่หามาได้ไปแลกกับเงินเท่านั้น"
นางว่าพร้อมทั้งเปิดย่ามที่ใส่สมุนไพรหลายชนิดให้เขาดู
เขามองนางท่าทางอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนคำพูด
"แม่นางข้ามีธุระต้องไปหากว่าเ้าพึ่งเข้าเมืองมาก็โปรดระวังตัวด้วยหากมีโอกาสเราคงได้เจอกัน"
หลังกล่าวจบก็เตรียมหันหลังจะจากไป
"ช้าก่อนคุณชาย"
เสิ่นเฟยอวี้เอ่ยรั้งไว้ก่อนที่นางจะหยิบยาขวดหนึ่งจากในย่ามออกมายื่นให้ชายตรงหน้า
"นี่เป็ของเล็กๆน้อยๆตอบแทนที่คุณชายช่วยข้าเมื่อกี้ข้าไม่มีเงินทองจึงขอมอบยาขวดนี้หวังว่าคุณชายจะไม่รังเกียจแล้วรับน้ำใจของข้าไว้"
นางไม่ใช่คนที่ชอบติดค้างหนี้บุญคุณใคร เขาหันกลับมามองก่อนที่นางจะอธิบายเพิ่มเติม
"นี่เป็ยาใช้รักษาอาการาเ็ภายนอกข้าเห็นคุณชายพกกระบี่หากข้าเดาไม่ผิดคุณชายคงเป็จอมยุทย์ที่มีชื่อเสียงในยุทธภพข้าหวังว่ายาขวดนี้จะช่วยคุณชายได้ในอนาคต"
เขาสบตานางเพียงครู่ก่อนจะพยักหน้าแล้วยื่นมือรับขวดยานั้นไป
"ขอบคุณ"
เสิ่นเฟยอวี้มองบุรุษผู้นั้นเดินจากไปก่อนจะเลิกสนใจแล้วไปที่โรงหมตามจุดประสงค์