“ปู่จะสังหารคนที่ไม่คิดสู้งั้นเหรอ? ทำแบบนั้นแล้วปู่จะต่างอะไรกับพวกนั้นกันล่ะ?”
ชายชราหยุดมือของมันลงทันทีก่อนที่จะหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้หนึ่งด้วยความรู้สึกตื่นตัวเต็มที่ ชายหนุ่มผู้ที่อยู่ๆ ปรากฏเื้ัมันอย่างกะทันหันนั้นโดยที่มันไม่อาจรู้ตัว ทำให้มันรู้สึกถึงความอันตรายที่ไม่สามารถอธิบายได้ ชายหนุ่มคนนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็เซนนั่นเอง
“เ้ายุ่งอะไรด้วย หรือว่าเ้าเป็พวกเดียวกับพวกมัน?”
ชายชราครึ่งมนุษย์กล่าวถามด้วยท่าทางและน้ำเสียงตึงเครียด เนื่องจากชายชรานั้นไม่มั่นใจว่าเซนนั้นเป็มิตรหรือเป็ศัตรู แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือนกับมนุษย์ทุกประการแต่อย่างไรก็ตามชายชรายังไม่เชื่อสนิทใจว่าชายหนุ่มนั้นจะเป็มนุษย์ เนื่องจากมีมอนสเตอร์มากมายหลายเผ่าพันธุ์ที่สามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้
ส่วนทางด้านเซนนั้นเมื่อได้ยินชายชราถามว่าเป็พวกเดียวกันกับไรน์ฮาร์ทหรือไม่ ชายหนุ่มก็ได้แต่ส่ายหน้าเท่านั้นก่อนจะกล่าวตอบออกมาว่า
“ผมไม่ใช่พวกเดียวกันกับพวกนั้น เพียงแต่แค่รับไม่ได้เท่านั้นที่คนอื่นรังแกคนไม่มีทางสู้ อีกอย่างพวกทหารที่เหลือพวกนั้นแค่ทำตามคำสั่งไม่ใช่เหรอ ปู่ไม่เห็นต้องไปฆ่าพวกเขาเลย…”
ชายชราขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจก่อนจะกล่าวสวนออกมาว่า
“แล้วยังไง? ทีพวกมันเองยังสามารถทำกับเผ่าพันธุ์ของข้าเป็เหมือนกับของเล่น เ้าไม่ใช่พวกข้าเ้าจะเข้าใจพวกข้าได้อย่างไร?”
เซนไร้ข้อโต้แย้ง อย่างไรก็ตามชายหนุ่มนั้นยังคงไม่้าจะปล่อยให้พวกทหารเหล่านี้ตาย เขาเหลือบไปมองทหารคนหนึ่งที่ถูกออร่าดาบของชายชราตัดขาทั้งสองข้างจนขาดและไม่สามารถวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเหมือนกับเพื่อนทหารคนอื่นๆ ได้ น่าแปลกที่ชายผู้นี้กลับไม่ได้เลือกที่จะอ้อนวอนชายชราเลย เขากลับหยิบภาพวาดเหมือนจริงใบหนึ่งออกมาจ้องมองทั้งน้ำตา ภายในภาพวาดนั้นมีหญิงวัยกลางคนที่ดูอบอุ่นและงดงามคนหนึ่ง กับเด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับเธอ และมีภาพของตัวเขาเองที่ฉีกยิ้มกว้างและลูบหัวของเด็กสาวคนนั้นอยู่
เซนไม่สงสัยเลยว่ามันต้องเป็รูปของครอบครัวเขาอย่างแน่นอน เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็ไม่มีความจำเป็อีกต่อไปที่จะมองข้ามการกระทำของชายชราเบื้องหน้า และมีเหตุผลเพียงพอที่จะหยุดยั้งอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตามการกระทำของชายชรานั้นว่องไวกว่าความคิดของเซนหลายเท่านัก ชายชราเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของทหารพิการขาคนนั้น พร้อมกับสร้างออร่าดาบจากแขนข้างเดียวก่อนที่จะฟันไปที่ร่างของชายผู้นั้น อย่างไรก็ตามก่อนที่ชายชราจะสามารถกระทำการใดๆ ร่างของเซนก็เปลี่ยนกลายเป็ภาพเลือนราง และค่อยๆ เลือนหายไปจากจุดเดิม
“เคร้ง!”
ดาบที่ซึ่งแหลมคมและสร้างจากออร่านั้นถูกหยุดเอาไว้ด้วยเซน ชายชราเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า เนื่องจากชายหนุ่มเบื้องหน้ามันนั้นั้แ่เมื่อไหร่กันไม่รู้ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ามัน แถมชายหนุ่มเบื้องหน้ามันยังสามารถใช้มือรับดาบของมันอย่างหน้าตาเฉย โดยที่มือของเซนนั้นไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“เป็ดาบที่เกิดจากคลื่นพลังงานความร้อนสินะ…”
เซนกล่าวขึ้นในขณะที่จ้องมองดาบออร่าของชายชรา มันมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูงมาก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของเซนมันก็ยังไม่สามารถตัดผ่านิัของเขาไปได้ อย่างไรก็ตามเพียงแค่นี้นั้นก็สามารถเรียกได้ว่าน่าทึ่งแล้ว
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าปู่ไปเจออะไรมา ถึงได้จงเกลียดจงชังมนุษย์ขนาดนั้น…แต่การกระทำของปู่มันผิด ผมไม่สามารถปล่อยให้ปู่ทำมันสำเร็จแน่ๆ”
“เ้ามันจะไปรู้อะไร! เ้ามันก็แค่พวกเห็นแก่ตัว! เหมือนกับพวกนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยเ้าต้องเป็มนุษย์แน่ๆ จึงได้เข้าข้างเผ่าพันธุ์เดียวกัน!”
ชายชราสลายออร่าเดิมของตนเองออกไป ก่อนที่จะรวบรวมออร่าใหม่ พร้อมกับสร้างดาบสีทองจำนวนสามเล่มลอยอยู่กลางอากาศรอบตัวของชายชรา เซนที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกทึ่งอย่างมาก ทักษะออร่านั้นทำได้ดีมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก มันเหมือนกับจอมยุทธจากนิยายจีนไม่มีผิด
แน่นอนว่าชายชรานั้นไม่ลังเลอีกต่อไปเนื่องจากเขาได้ตัดสินไปแล้วว่าเซนนั้นอยู่ข้างเดียวกับมนุษย์ ดาบสีทองอร่ามทั้งสามเล่มเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง เข้าหาเซนที่กำลังยืนทึ่งอยู่กับที่อยู่
“ตูมมมมมมมมมมมมมมม!”
การโจมตีของชายชรานั้นนับว่ารุนแรงอย่างมาก เนื่องจากทำให้กำแพงหินแตกกระจาย และเกิดฝุ่นปกคลุมไปทัวบดบังวิสัยทัศน์ไปหมด หลังจากชายชราจู่โจมเสร็จแล้วมันก็ได้หลับตาพร้อมกับหันหลังและกล่าว
“เ้าจงโทษตัวเองเสียเถอะที่เลือกข้างผิด!”
“เฮ้ออออออ…”
ชายชราถึงกับหยุดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาจากกลุ่มฝุ่นผงที่ยังลอยตลบอบอวลอยู่ ณ ตอนนี้ก่อนที่จะมีเสียงของเซนดังขึ้นอีกครั้งว่า
“การที่ต่างฝ่ายต่างฆ่ากันสุดท้ายแล้ว ความขัดแย้งมันก็ไม่มีวันจบหรอก มนุษย์ก็ไม่มีทางที่จะให้อภัยพวกครึ่งมนุษย์ สุดท้ายก็จะเกิดากัน ไหนปู่ลองตอบผมหน่อยสิ ถ้าเกิดาระหว่างสองเผ่าพันธุ์ขึ้น เผ่าพันธุ์ไหนจะเป็ฝ่ายชนะ?”
ฝุ่นค่อยๆ จางลงก่อนที่เซนจะปรากฏออกมาให้ชายชราได้เห็น สภาพของเซนนั้นไม่ได้มีาแหรือรอยขีดข่วนใดๆ เลย จะมีก็เพียงแต่รอยเลอะบนเสื้อผ้าที่เกิดจากฝุ่นเท่านั้น ชายชราอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างเมื่อพบว่าเซนนั้นสามารถรอดชีวิตจากท่าโจมตีอันแสนภาคภูมิใจของมันไปได้
ก่อนที่สายตาตกตะลึงของมันจะเปลี่ยนเป็คมกริบ พร้อมกับเอามือไขว้ไว้ข้างหลัง และกล่าวตอบเซนไปว่า
“แน่นอนย่อมเป็มนุษย์อย่างพวกเ้าที่จะชนะา แต่ว่า…ข้าไม่้าที่จะถูกข่มเหงแบบนี้อีกต่อไป!”
“แล้วการฆ่าฟันคนพวกนั้น มันช่วยหยุดการข่มเหงได้ด้วยเหรอ?”
เซนกล่าวประโยคนี้ขึ้น ซึ่งชายชราเองก็พยายามจะโต้ตอบอย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับเลือกที่จะพูดขัดขึ้นก่อนว่า
“การที่ปู่จะฆ่าหัวหน้าของพวกเขา หรือฆ่าพวกคนไม่ดีฉันเองก็เห็นด้วย เพราะพวกนี้แหละเป็ต้นเหตุของการกดขี่ข่มเหงพวกต่างเผ่าพันธุ์ แต่ฉันไม่เห็นด้วยนะที่คุณจะไปฝืนฆ่าทหารที่ทำตามคำสั่งพวกนั้นอย่างไม่มีทางเลือก คุณเคยคิดบ้างไหมว่าบางทีพวกเขาอาจจะไม่อยากทำ แต่พวกเขาถูกบังคับ? บางทีชีวิตของครอบครัวเขาอาจจะถูกนำมาต่อรองกับเื่ความจงรักภักดีก็ได้…”
ชายชรามีสีหน้าเปลี่ยนเป็ตกตะลึง มันรับฟังเซนอย่างเงียบๆ และเมื่อฟังจบมันก็ไม่กล่าวเถียงใดๆ ออกมาเลย ตอนนี้ในใจของมันนั้นเกิดความรู้สึกขัดแย้งกันระหว่างการแก้แค้นมนุษย์กับความถูกต้อง แม้ว่าชายชราจะมีความคิดที่ดื้อรั้นและเปลี่ยนแปลงยากเพียงใด แต่เมื่อเื่ใดที่เกี่ยวกับความถูกต้องแล้วมันย่อมสามารถแยกแยะได้
“พวกเ้าถูกบังคับเช่นนั้นจริงๆ?”
ชายชราได้หันไปกล่าวถามทหารนายนั้นที่กำลังมองดูรูปของครอบครัวอันแสนสำคัญพร้อมทั้งน้ำตาอยู่ ทหารนายนั้นละความสนใจจากภาพสักพักก่อนที่จะกล่าวตอบชายชราว่า
“ผะ…ผมถูกบังคับให้เข้าร่วมกองทัพเนื่องจากฝีมือในการใช้ดาบที่ดี…ลูกสาวของผมถูกส่งไปเรียนในวังเพื่อเป็ตัวประกันจริงๆ เพื่อไม่ให้เกิดฏขึ้น ซึ่งระบบนี้ในกองทัพอัศวินโลหิตนับว่ามีมาช้านานแล้ว”
เมื่อได้ยินทหารนายนั้นกล่าววาจาเซนเองก็พยักหน้าหนึ่งที จริงๆ แล้วชายหนุ่มนั้นเคยสอบถามเื่ราวของกองอัศวินโลหิตจากปากของยูริแล้ว แต่ในกรณีของยูรินั้นแตกต่างออกไปเพราะเธอนั้นไม่ได้ถูกกดดันเหมือนกับทหารคนอื่นๆ เธอเพียงได้รับข้อเสนอที่ดีในการให้ความช่วยเหลือพวกเด็กกำพร้าที่เกิดในโบสถ์เดียวกับเธอเท่านั้น ตราบใดที่เธอยังทำหน้าที่ได้ดีในฐานะอัศวินโลหิต พวกเด็กกำพร้าก็จะได้รับการดูแลเป็อย่างดี
“พวกคนอยู่เื้ัเลวจริงๆ”
ชายชรากล่าวออกมาด้วยท่าทีที่เดือดดาล ซึ่งแม้แต่เซนเองก็ยังแปลกใจที่ชายชราคนนี้นั้นเปลี่ยนความคิดของตนได้รวดเร็วเป็อย่างมาก เมื่อเหตุการณ์ได้สงบลงแล้วยูริกับมาเรียทั้งสองสาวก็ได้ออกมาจากที่ซ้อนทันที ซึ่งมาเรียนั้นก็ได้เข้าไปดูแลอาการาเ็ของทหารก่อนเป็อันดับแรกส่วนยูรินั้นมายืนอยู่ข้างเซนพร้อมกับจ้องมองไปที่ชายชราครึ่งมนุษย์ครึ่งหมาป่าอย่างพิจารณาและท่าทางอยากรู้อยากเห็น เนื่องจากเพราะว่าทักษะการใช้ออร่าของชายชรานั้นอยู่ในระดับที่สูงมากๆ และหาได้ยากในดินแดนของมนุษย์
“นักบุญหญิง?”
ชายชราเมื่อเห็นนักบุญหญิงอย่างมาเรียเขาก็ได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก พร้อมกับทำความเคารพนักบุญหญิงอย่างนอบน้อม ต้องบอกก่อนว่าไม่ว่าจะเป็เผ่าพันธุ์ใดๆ ในโลกนี้ หากฝักใฝ่ในความถูกต้อง ย่อมต้องเคารพและเชื่อใจนักบุญอย่างแน่นอน เนื่องจากนักบุญนั้นได้รับพลังมาจากเทพที่พวกเขาล้วนแล้วแต่นับถือ และการที่นักบุญติดตามเซนมานั้นเป็ที่ยืนยันแน่ชัดแล้วว่าเซนนั้นเป็คนดี ดังนั้นชายชราจึงไม่ต้องกังวลเื่ที่เซนจะหักหลังเขาตอนที่ไม่ทันตั้งตัวอีก
“ขอบคุณเ้ามากหนุ่มน้อย หากไม่มีเ้าเตือนสติข้า บางทีข้าอาจจะต้องทำบาปดั่งเช่นนี้ไปตลอดชีวิตไม่มีวันคิดได้…”
ท่าทางของชายชรานั้นปลอดโปร่งเป็อย่างมาก เซนรู้สึกได้ว่าจิตสั่งการและความแค้นก่อนหน้านี้ของชายชรานั้นได้หายไปแล้วราวกับกลายเป็คนละคน ตอนนี้ชายชราดูเหมือนกับคนแก่ใจดีที่แสนอบอุ่น ที่เฝ้ารอที่จะกอดหลานๆ ของตนที่จะมาหานานๆ ครั้งอย่างไงอย่างงั้น
“ไม่เป็ไร ปู่ไม่ต้องขอบคุณผมก็ได้ ที่ผมทำไปเพราะความ้าของผมที่ไม่อยากให้พวกเขาถูกฆ่าแค่นั้น…”
เซนกล่าวตอบ ก่อนที่ชายชราจะยิ้มและพยักหน้าพร้อมกับกล่าวแนะนำตัวเอง
“ยินดีที่ได้รู้จักข้ามีนามว่าเฉิน เ้าเรียกข้าว่าตาเฒ่าเฉินก็ได้ ข้าหวังว่าข้าจะสามารถเป็เพื่อนกับเ้าได้”
“แน่นอน! ผมชื่อเซนยินดีที่ได้รู้จัก ตาเฒ่าเฉิน”
เซนกล่าวพร้อมกับยื่นมือของตนออกไปเพื่อจับมือกับอีกฝ่าย ก่อนที่ตาเฒ่าเฉินนั้นจะรู้สึกตกตะลึงหลังจากจับมือกับเซน เขาถึงกับกล่าวออกมาว่า
“เ้าแข็งแกร่งมาก…ผิดกับอายุของเ้า”
เซนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนการััมือกันของสองฝ่ายนั้นจะทำให้ชายชรานั้นรับรู้บางอย่าง แต่อย่างไรก็ตามความสามารถที่แท้จริงของเซนนั้นก้าวล้ำเกินกว่าชายชราจินตนาการเอาไว้หลายเท่านัก