บทที่ 54 สามคนบนหนึ่งเตียงรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?
การปรากฏตัวของโจวจื้อหย่วนทำให้กู้เหยารู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า เขาเข้ามาจากข้างนอกได้ยังไง? เขาไม่ได้กำลังอยู่ในห้องนี้เพราะฤทธิ์ยาที่ถูกผสมอยู่ในแก้วสุราเหรอ?
กู้เหยามองไปที่โจวจื้อหย่วน กัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวสนิม ก่อนจะร่ำร้องออกมาว่า “โจวจื้อหย่วน เป็นคุณเองใช่ไหม? คุณคือคนที่อยู่บนเตียงใช่ไหม? คุณมีอะไรกับฉันไปแล้วใช่ไหม?”
เธอร้องออกมาด้วยความหวังสุดท้าย
คนถูกถามส่ายหน้า และตอบกลับไปว่า "ฉันยังไม่เคยเหยียบเข้ามาในห้องนี้เลย!”
ประโยคนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย
กู้เหยาไม่อยากจะเชื่อ เธอไม่อยากเชื่อว่าตนเองพยายามถึงขนาดนี้แล้ว แต่สุดท้ายกลับยังคว้าน้ำเหลวอยู่ดี เธอลุกขึ้นยืนชี้หน้าโจวจื้อหย่วน "เป็นคุณนั่นแหละ คุณดื่มเหล้าเมามากเกินไป…” มาถึงจุดนี้ ถ้ายังมีใครไม่เข้าใจเหตุการณ์อีก คนคนนั้นก็คงโง่เกินไปแล้ว
ปรากฏว่าเป็นกู้เหยาที่ต้องการจะมอมเหล้าโจวจื้อหย่วน แต่สุดท้าย คนที่ถูกมอมเหล้ากลับกลายเป็นโจวเหวินเยี่ยน
เรียกได้ว่ากรรมตามสนองอย่างแท้จริง
หากกู้เหยาเอาแต่ยืนยันคำเดิมจริง ๆ โจวจื้อหย่วนอาจจะต้องมีปวดหัวกันบ้าง กู้หนิงที่ยืนอยู่ข้างกายเขาจึงถามขึ้นทันทีว่า "เธอบอกว่าเป็นฝีมือของคุณอา งั้นเธอมีหลักฐานหรือเปล่า?”
"มีสิ! เขาเป็นคนที่ลากฉันขึ้นเตียง” กู้เหยาจ้องมองกู้หนิงด้วยความเกลียดชัง น้ำเสียงของเธอหนักแน่น เธอจำภาพเหตุการณ์นั้นได้ดี
กู้หนิงสวนกลับมาว่า "แต่ว่าก่อนหน้านี้ คุณอาอยู่กับฉันตลอดเวลาเลยนะ เขาแค่ออกไปซื้อน้ำตาลเท่านั้น ทุกคนในร้านค้าของสหกรณ์ก็เห็นเขา นี่คือหลักฐานที่ยืนยันได้ชัดเจนที่สุด” หลังจากนั้น เธอก็หัวเราะเยาะและเปลี่ยนเรื่องว่า “กู้เหยา เธอไม่รู้เหรอว่าคนที่อยู่บนเตียงเดียวกับเธอเป็นใคร?”
เมื่อกู้หนิงถามออกมา กู้เหยาก็ถูกกระชากกลับคืนสู่ความจริง ดูเหมือนเธอจะเข้าใจแล้วว่าตนเองมองข้ามอะไรบางอย่างไป และเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคนพวกนี้ถึงมองเธอแปลก ๆ
หญิงสาวหันหน้ามองไปทางด้านหลังของตน เห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดกัน กู้เหยาก็ผงะไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ “โจวเหวินเยี่ยน นี่คุณกำลังทำอะไรอยู่?”
แล้วผู้หญิงที่อยู่บนเตียงเป็นใครกัน?
เสียงของโจวจื้อหย่วนช่วยดึงสติโจวเหวินเยี่ยนกลับคืนมา เขาไม่สามารถทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองได้อีกต่อไป
ใบหน้าอันหล่อเหลาเต็มไปด้วยความดุร้าย โจวเหวินเยี่ยนหยิบหมอนบนเตียงขึ้นมาปาลงบนพื้น "ออกไปนะ! ออกไปให้พ้น!”
ชายหนุ่มไม่อยากยอมรับความจริงที่ว่ามีคนมากมายเห็นภาพอุจาดตาของเขา
นี่เป็นภาพที่ดึงดูดสายตาชาวบ้านได้เป็นอย่างดี บ้านนอกที่เงียบสงบแบบนี้คงจะมีเรื่องให้นินทากันไปอีกนาน โจวเหวินเยี่ยนไม่รู้เลยว่าตนเองควรจะทำอย่างไรต่อไป
ถึงกับมีคนจากกองการผลิตบางคนพูดออกมาว่า "คุณก็ทำหน้าที่ของคุณไปสิ เดี๋ยวพวกเราจะดูอยู่เฉย ๆ เอง”
"นักศึกษาโจว ผมไม่รู้เลยว่าคุณมีรสนิยมชอบเล่นสามคนแบบนี้”
พวกเขาอยู่มานาน แต่ยังไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนเลย
ชายหญิงเริงรักอยู่บนเตียง และกู้เหยาที่นอนอยู่ด้านข้างก็สวมชุดเนื้อผ้าบางเบา เปิดเผยส่วนที่ไม่ควรเปิดเผยที่สุด
หญิงสาวที่มีอายุได้สิบแปดหรือสิบเก้าปีถือว่าเป็นบุปผาที่บานสะพรั่งแล้ว ย่อมดึงดูดสายตาของผู้คนได้เป็นอย่างดี
โจวเหวินเยี่ยนอยากจะมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด กู้เหยาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน เธออับอายเป็นอย่างมาก เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ทำไมถึงไม่เป็นไปตามที่เธอวางแผนเอาไว้? เธอมองไปยังผู้หญิงที่อยู่บนเตียงไม้ด้วยความเกลียดชัง…หล่อนเป็นใครกัน?
คนสามคนบนเตียงเดียวกัน ถ้าข่าวนี้หลุดรอดออกไป ชีวิตของเธอคงจบสิ้นแน่…
หวังเอ้อร์นีซึ่งก้มหน้าก้มตามุดอยู่ใต้ผ้าห่ม อยู่ดี ๆ ก็โผล่ศีรษะขึ้นมา แย้มยิ้มราวกับคนโง่ทั้งที่น้ำลายยังคงไหลยืด แล้วชี้ไปที่โจวเหวินเยี่ยนพลางพูดว่า "หอมมาก…ตัวของเขาหอมมาก!”
การเผยโฉมหน้าของหวังเอ้อร์นียิ่งทำให้เรื่องราวร้อนระอุมากขึ้น
ขณะที่ร่างเปลือยของหวังเอ้อร์นีลุกขึ้นยืน โจวจื้อหย่วนก็รีบยกมือปิดตากู้หนิงไม่ยอมให้เธอได้เห็นภาพนี้ หญิงสาวพูดอะไรไม่ออก ในเวลาแบบนี้ เขาควรจะยกมือปิดตาตัวเองไม่ใช่เหรอ?
"แย่แล้ว… นั่นมันลูกสาวปัญญาอ่อนของบ้านตระกูลหวังไม่ใช่เหรอ? เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” ต่อให้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะเห็นโจวเหวินเยี่ยนกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ตอนนั้น พวกเขาไม่เห็นใบหน้าของฝ่ายหญิง จึงไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงมีหน้าตาเป็นอย่างไร
แต่พวกเขาก็คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าบุตรสาวผู้มีความผิดปกติทางสมองของตระกูลหวัง ผู้ที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วถึงสามครั้ง กลับเป็นคนที่มาอยู่บนเตียงพร้อมกับโจวเหวินเยี่ยน
และร่องรอยที่อยู่บนตัวของหวังเอ้อร์นีก็คือหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนว่าการต่อสู้ดุเดือดมากแค่ไหน
นี่มัน…
นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากเกินไป ลูกเขยของตระกูลกู้มีรสนิยมแปลกประหลาดพิสดารถึงขนาดนี้เชียวเหรอ? พวกเขารับไม่ไหวแล้ว!
เมื่อเห็นหน้าหวังเอ้อร์นี กู้เหยาซึ่งตอนแรกไม่ได้ร้องไห้ก็ต้องร้องไห้ออกมาด้วยความโกรธ
โจวเหวินเยี่ยน… เขาทำแบบนี้ได้ยังไง?
เขาไปลากหญิงหน้าตาอัปลักษณ์ สติปัญญาบกพร่อง ผ่านการแต่งงานมาแล้วสามครั้งอย่างหวังเอ้อร์นีให้มาอยู่บนเตียงเดียวกับเธอ เขาอยากให้เธอตายหรือไง?
ไม่ต้องรอให้กู้เหยาตั้งคำถามอีกต่อไป
เมื่อได้ยินข่าว เหยาฮุ่ยหรูก็วิ่งมาจากข้างนอกด้วยสีหน้าคลุ้มคลั่ง เธอไม่สนใจรักษามาดผู้ดีอีกแล้ว หญิงวัยกลางคนวิ่งเข้าไปตบหน้าโจวเหวินเยี่ยนพร้อมกับดุด่า “โจวเหวินเยี่ยน! แกดื่มเหล้าเมาฉันก็ไม่ว่าอะไร ปล่อยแกเต็มที่ แต่นี่แกกล้าพาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นเตียงงั้นเหรอ? ฉันสอนให้แกเป็นคนดี ฉันส่งแกไปเรียนมหาวิทยาลัย สอนให้แกรู้จักผิดชอบชั่วดี แต่แกกลับพาผู้หญิงขึ้นเตียงถึงสองคนเนี่ยนะ!?”
นับตั้งแต่สามีของเธอเกิดอุบัติเหตุ เหยาฮุ่ยหรูก็ถือว่าโจวเหวินเยี่ยนเป็นแก้วตาดวงใจของเธอตั้งแต่นั้นมา
เธอไม่คิดเลยว่าบุตรชายที่เธอภาคภูมิใจจะทำเรื่องน่าอายแบบนี้ได้ลงคอ
เหยาฮุ่ยหรูมีอายุสี่สิบปี แต่เธอไม่เคยเห็นอะไรที่น่าอับอายขนาดนี้มาก่อน อีกทั้งคนที่เกี่ยวข้องยังเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอกับว่าที่ลูกสะใภ้ของเธออีกด้วย
เมื่อถูกตบหน้าไปสองครั้ง โจวเหวินเยี่ยนพลันฟื้นคืนสติโดยสมบูรณ์ เขาไม่กล้าสบตามองหน้าเหยาฮุ่ยหรู เพราะสมองของเขากลับมาปลอดโปร่งแล้ว
ชายหนุ่มจดจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ดี จึงรีบแก้ตัวเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของตน และป้ายความผิดทั้งหมดให้คนอื่น "เป็นฝีมือของกู้หนิง…กู้หนิงมอมเหล้าผม เธอให้ผมดื่มเหล้าทั้งสองแก้วนั้น หลังจากที่ผมดื่มเข้าไปแล้ว ผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย”
สิ้นคำพูดของเขา
สายตาของทุกคนในห้องก็มองมาที่กู้หนิง
เหยาฮุ่ยหรูแทบจะปรี่เข้าไปขย้ำคอกู้หนิง "ทำไมเธอถึงร้ายกาจได้ขนาดนี้!!!”
"หุบปาก!” กู้หนิงตอบกลับไปอย่างเย็นชา “คุณหูหนวกตาบอดหรือไง? ลองใช้สมองที่มีอยู่น้อยนิดของคุณนึกทบทวนดูดี ๆ ว่าใครเป็นคนส่งแก้วเหล้าพวกนั้นให้คุณ?”
โจวเหวินเยี่ยนชะงักไปเมื่อถูกตวาดเสียงดังลั่น เขานึกทบทวนความทรงจำ แล้วก็ต้องตัวแข็งทื่อ เพราะว่าแก้วสุราพวกนั้น…
ชายหนุ่มหันไปมองกู้เหยาทันที แล้วยกนิ้วอันสั่นเทาขึ้นมาชี้หน้าเธอ "เธอทำร้ายฉัน!!!”