“คือเราสองคนยังไม่ได้กินข้าวกันเลย”
“เื่กินเอาไว้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้ข้ามาเื่ที่ต้องทำ สองคนกับเ้า”
“จินเซ่อเล่า”
“วันนี้จ้นเซ่อไปค้างที่ตำหนักชิงหนิงกงของเสด็จแม่”
“ท่านแสร้งส่งองค์ชายน้อยไปที่นั่นใช่ไหม”
“หือ เ้ามองข้าในด้านร้ายเช่นนั้นเชียวหรือ”
“ก็ครั้งก่อนเื่สระผม”อมยิ้ม
“มีมี่ ช่างหลักแหลมเื่นี้ข้าไม่เคยแพร่งพราย”อยากจะบอกว่าแกล้งโง่
วางร่างเล็กในอ้อมแขนลงบนแท่นนอน
“เราสองคนมีเื่ต้องคุยกัน”
“องค์ชาย คือมีมี่อยากจะบอกว่ามีมี่ยังไม่พร้อม”จะบอกเขาอย่างไรดีตอนนี้ทั้งเขินทั้งอาย เข้ามาในกห้องสองคนเพื่อจงใจมาทำเื่อย่างว่ากัน ใครบ้างจะไม่อาย
“ข้าไม่เข้าใจ ต้องอาศัยความพร้อมด้วยหรือ ข้ายินดีทำให้เ้าพร้อมเอง”
“องค์ชายตอนนี้เราพูดถึงเื่ ถึงเื่ คือมีมี่ มะมะมไม่...”ใจสั่น ก็ั้แ่เป็สาวเต็มกาย ยังไม่เคย...ต้องมือชายใดฮาาา ก็มีแต่ถูกเรียกว่าอีอ้วนๆๆ แล้วอีกอย่างมีมี่มี สิ่งที่ต้องทำจนเป็งานหลักคือตามกรี๊ดคนหล่อ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยมีใครเหลียวแล
“ฮองเฮาให้เราสองคนทำความคุ้นเคย กันเฉยๆ ”อ้างบัญชาฮองเอาที่ได้ยินพร้อมกัน
“เสด็จแม่ เพียงพูดเป็นัยๆ ข้าไม่อยากขัดบัญชาอีกทั้งหากเื่นี้แพร่งพรายออกไปผู้คนย่อมติฉินหาว่าข้าไร้น้ำยา ชายาเอกทั้งสาวทั้งสวยแต่กับต้องให้เสด็จแม่คอยจัดสรรให้”อ้างแม่น้ำทั้งห้าสาย ขยับเข้าใกล้ดวงตาเป็ประกาย
“มีมี่ว่า เราทำความคุ้นเคยกันก่อนไว้วันหลังค่อย ๆๆ ทำเื่อย่างว่ากัน”เทียนหลันเซ่อยิ้มกับท่าทีเขินอายของมีมี่ นึกเอ็นดูสาวน้อยคนนี้นักเื่อื่นนาง สามารถแต่เื่นี้อ่อนหัดจนเขานึกเอ็นดู
“ข้าก็อยากตามใจเ้า แต่… ในเมื่อ ทุกอย่างพร้อมแล้ว ข้าว่าเราอย่ารีรออีกเลย ”คลานเข้าหามีมี่บนแท่นนอน สบตากลมด้วยสายตาสื่อความหมายบางอย่าง
“องค์ชายใจเย็นๆ คือๆๆ อย่าเพิ่งใจร้อน”ยกมือดันอกกว้างไว้ หันหน้าหนีเสีย ไม่กล้าสบตาที่มีความหมายชวนให้อายม้วน
“หากจะขอดี เ้าจะยินยอมไหม”อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมา
“เราสองคนแต่งกันมาหลายเดือนแล้วอีกอย่างตอนนี้ข้าก็มิได้ ดื่มสุรา ปอหลุนเคี่ยวให้ดื่มเมื่อบ่าย ดื่มเข้าไปแล้วกลับรู้สึกคิดถึงเ้าอย่างที่สุด คงอย่างที่เสด็จแม่ว่าสุราทำให้ความเป็ชายหดหาย พอดื่มย่าเข้าไป มันจึงกลับมาอีกครั้ง” ตายแล้ว ฮองเฮาให้ยาอะไรปอหลุนมาเคี่ยว
“องค์ชายว่า มันถึงเวลาแล้วหรือ”ถาม เสียงอ่อยๆ
โน้มร่างบางลงบนแท่นนอน จุมพิตหวานที่ริมฝีปากแทนคำตอบมีมี่ทำตัวไม่ถูก เมื่อร่างสูงทาบเสียเต็มตัว จะยอมแล้ว นะจะยอมจริงๆแล้วนะ ร่างอ่อนระทวยเหมือนที่เขาว่าอ่อนระทวยไม่ต่อต้านขัดขืนมือไม้อ่อนจะดันกลับกอด จะผลักกลับรั้ง ไม่ยอมไม่ได้นี่มันตอนที่สิบสี่แล้ว
“ไม่ดิ้นหน่อยหรือ”ถามยิ้มๆ
“หา”ต้องดิ้นด้วยหรือ ตายลืมไปเสียสนิทต้องดิ้นด้วยจริงสิต้องดิ้นเสียหน่อยไม่อย่างนั้นเขาหาว่ายอมเขาง่ายเกินไป
“เ้าไม่ดิ้น แสดงว่า ยอมให้ข้าทำตามใจชอบอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้ว”มีมี่หลับตาลงช้าๆ ไม่ดิ้นก็ได้วะ จูบหวานกับ ฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ไปทั่วสรรพร่าง ใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียอยู่ที่ลำคอระหงกับเสียงกระซิบที่หูแ่เบา
“ ข้ารักเ้า”
อารมณ์สาวเตลิดไปไกล เมื่ออาภรณ์ถูกปลดออกอย่างง่ายดาย ซุกตัวอยู่กับอกกว้างปล่อยให้เขา ซอกซอนค้นหาไปทั่วร่างบางระหงที่นอนใต้ร่างเขา มีมี่ ยืดอกภูมิใจอย่างน้อยในครั้งแรกก็เป็คนหล่อระดับเทพล่ะวะ
“เ้ายินดีเป็ของข้าไหม”คำฑุดเหมือนจะขออนุญาต มีมี่ ซุกหน้ากับอกกว้างพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ อายจนต้องหลับตาไม่กล้าสบตาคมนั้น เทียนหลันเซ่ออมยิ้ม มีมี่กลับสะดุ้งสุดตัวเมื่อร่างสูงแทรกกายตรงกลางลำตัวมีมี่ แต่อีกคนกลับจูบปลอบ อย่างหวานสุดหวาน เทียนหลันเซ่อรู้สึกอิ่มเอมใจเมื่อรู้ว่านี่เป็ครั้งแรกของมีมี่ทั้งๆ ที่เขากังวลว่ามีมีจะทอดกายให้กับหยินเซ่อไปเสียแล้ว
“ข้าสัญญาจะอ่อนโยนกับเ้า”