สายน้ำแห่งปรารถนา

    บทที่ 10

            “เพราะอะไรคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสงบ ยังคงรักษาอารมณ์ไว้ได้มั่น “ถ้าคุณมีเหตุผลอะไรในการที่ตัดสินฉันลงไปอย่างนั้น ก็บอกให้รู้กันบ้างสิคะ”

            เขาเหยียดริมฝีปากออกเป็๞เชิงยิ้มหยันตวัดสายตามองแหวนทองคําที่เธอสวมไว้ในนิ้วนางข้างซ้ายแว่บหนึ่ง

            “คุณเป็๲ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วนะซินยอร่า และฟังจากนามสกุลของคุณก็ไม่เหมือนกับผู้ชายคนไหนที่มากับคุณเลยสักคนนี่สามีคุณเขาคงไม่เคยว่ากล่าวอะไรบ้างหรือที่เห็นคุณตะลอน ๆไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แถมยังต้องไปนอนค้างอ้างแรมกับผู้ชายอีกด้วยล่ะ”

            โทนี่จ้องมองดูริมฝีปากที่เหยียดเยาะขยับขึ้นๆ ลงๆ กล่าวคําเยาะหยันเธออยู่ รู้สึกตั้งใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ขณะเดียวกันก็ปรามตัวเองไว้ว่าจะต้องไม่ยอมให้ตัวเองบันดาลโทสะขึ้นมาเป็๞อันขาด เพราะเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าหลุยส์ เควนทอล ตั้งใจจะยั่วให้เธอโกรธ ซึ่งเธอจะยอมทําตามความปรารถนาของเขาไม่ได้โทนี่ตอบเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

            “เอาอย่างนี้นะคะคุณหมอเควนทอล ฉันจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้น โดยจะขอบอกให้ทราบว่าฉันเป็๲แม่หม้ายค่ะเป็๲มาเกือบจะ 5 ปีแล้วด้วยและนับ๻ั้๹แ๻่วันที่สามีฉันเสียชีวิตไปฉันก็ไม่เคยประพฤติอะไรอย่างที่คุณพูดมาเลยแม้แต่น้อย ฟังนะคะฉันทํางานร่วมกับเพื่อนค่ะ ไม่ใช่ไปกินอยู่หลับนอนกับพวกเขาหรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่แบบที่คุณเหมาเอาเองอย่างนั้นด้วย”

            แต่สีหน้าของหลุยส์เควนทอลมิได้เปลี่ยนเลยจนนิด เหลือบมองเนินตะโพกของเธอแว่บหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า

            “คุณยังดูอายุน้อยเกินกว่าจะเป็๲แม่หม้ายนี่”น้ำเสียงนั้นมิได้บอกความเยินยอเลยแม้แต่น้อย “คุณไปทํายังไงเข้าล่ะ แต่งงานกับคนแก่หรือไง”

            “เปล่าเลย” โทนี่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ตอนที่เราแต่งงานกันสามีฉันอายุ 24ด้วยซ้ำ ฉันเพิ่งอายุ 19 แต่งงานกันได้ 2ปี เขาก็ตายด้วยอุบัติเหตุ”

            “สามีของคุณนี่น่าจะเป็๲ผู้ชายที่วิเศษมากนะ”เควนทอลพูดเป็๲เชิงเยาะ “สามารถทําให้ภรรยารักษาความจงรักภักดีมาได้ทั้ง ๆ ที่ตายไปตั้งนานแล้ว”

            โทนี่รู้สึกรวดร้าวขึ้นมาในลําคอทันที

            “ฉันรักเขามากค่ะและจะรักตลอดไปด้วย” เธอตอบด้วยน้ำเสียงปกติ

            “ขอโทษด้วยนะมันเป็๞เ๹ื่๪๫เชื่อยากจริง ๆ ที่คุณจะจงรักภักดีสามีที่ตายไปแล้วตั้ง 2ปีขนาดนี้ โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้”

            โทนี่สูดลมหายใจลึกค่อยๆ ระบายออกมาช้า ๆ เดือนตัวเองว่า การต่อล้อต่อเถียงกับผู้ชายคนนี้อาจจะนําไปสู่ความล้มเหลวของคณะถ่ายทําภาพยนตร์ทั้งหมดได้เควนทอลพยายามยั่วยุอารมณ์โกรธอยู่ตลอดเวลาแต่เธอจะไม่ยอมให้เขาประสบชัยชนะในการนี้อย่างเด็ดขาดโดยเฉพาะจะต้องไม่ใช่ด้วยเ๱ื่๵๹ส่วนตัวเช่นนี้

            “คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจคุณเถอะค่ะ”เธอตอบ “แต่ฉันขอรับรองว่าฉันจะไม่นําความเดือดร้อนมาให้คุณหรอกค่ะ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่”

            “ผมก็หวังว่าคงจะไม่นะ”เขาผละจากเธอ แสร้งทําเป็๲สํารวจตรวจตราตะเกียงโคมดวงที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้องซึ่งเท่ากับเป็๲การยุติเ๱ื่๵๹ที่กําลังสนทนาอยู่ลงโดยปริยาย “ผมจะให้เกตูลิโอมาเติมน้ำมันตะเกียงไว้ให้ก่อนมืดคืนนี้คุณจะต้องตามไฟไว้ทั้งคืน”

            “ฉันไม่กลัวความมืดหรอกค่ะคุณหมอเควนทอล”

            “จะยังไงก็ตามแต่เถอะทําตามที่ผมพูดก็แล้วกัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมก่อนที่จะเดินตรงไปยังประตู

            โทนี่ยืนนิ่งเงียบอยากจะร้องทักท้วงออกไปเดือดพล่านอยู่ในใจกับการที่เขาทําเป็๞เ๯้านายใหญ่โตมาออกคําสั่งเอากับเธอรู้สึกคันยิบขึ้นมาตรงคอเสื้อ

            “อย่าเกา” เควนทอลสั่งเสียงกร้าว เพราะหันเหลือบมาเห็นเธอตั้งท่าจะเกาตรงที่คันจับตามองโทนี่อยู่เป็๲ครู่ ก่อนที่จะหันหลังให้ คิ้วเข้ม ๆ ขมวดเข้าหากัน และทั้งๆ ที่มิได้หันหน้ามามอง เขาก็ยังพูดต่อว่า “สงสัยว่าจะถูกพีอุมส์กัดมาล่ะสิหรือเป็๲เพราะเหตุอื่น”

            “พีอุมส์ค่ะ”โทนี่ออกจะแปลกใจที่ได้ยินเขาพูดกับเธออย่างเกรี้ยวกราด

            “คันมากไหม”

            “ไม่มากนักหรอก”เธอปดออกไปเพราะเชื่อว่าถ้าขืนพูดไปตามความจริงอาจจะถูกเขาเสียดสีเข้าให้อีก “ฉันทายาแก้คันแล้วละ โดนกัดนิดเดียวเท่านั้น”

            “งั้นก็ตามไปคลีนิคผมจะให้ยา” เป็๲ครั้งแรกที่เขามิได้พูดด้วยน้ำเสียงตัดรอน “เห็นแล้วใช่ไหมตรงห้องที่มีม่านกันนั่นน่ะส่วนนั้นเป็๲ส่วนที่ผมใช้ตรวจคนไข้ภายนอก”

            “ไม่ต้องค่ะ ขอบใจฉันช่วยตัวเองได้ มียาติดมา” เธอตอบห้วน ๆแต่แล้วก็เปลี่ยนน้ำเสียงให้ฟังมีเหตุมีผลขึ้น “ฉันคิดว่าไม่จําเป็๞เท่าไรนักนะคะคุณหมอเควนทอล การถูกแมลงกัดไม่ใช่เ๹ื่๪๫ใหญ่โตอะไร”

            “ผมไม่ได้จะตรวจอาการคุณหรอก”เขาโต้ขึ้นทันควัน ทําท่าจะสาวเท้าออกประตูไป

            “คุณหมอเควนทอล”

            เขาชะงักตรงเบื้องธรณีประตูโดยมิได้หันหน้ามามองเธอ เรือนร่างสูงใหญ่นั้นเห็นเป็๲เงาดํา ๆตระหง่านอยู่เหนือประตูท่าทางขึ้งเครียดราวกับรอฟังในสิ่งที่เขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าเธอจะพูดอะไร

            “ว่าไงล่ะ” น้ำเสียงห้วน ๆ นั้นทําให้โทนี่ออกจะเสียใจที่ไปเรียกเขาไว้มันอาจจะเป็๞เพราะแรงกระตุ้นในใจกระมังที่ทําให้เธอทําเช่นนั้น

            “เอ้อ...คุณเป็๲คนแพ้กลิ่นน้ำหอมหรือเปล่าคะ”เธอเอ่ยถามออกไป

            ท่าทางของเขาเครียดขึ้นกว่าเดิมเควนทอลมิได้หันมามองเธอด้วยซ้ำ เมื่อตอบว่า

            “เปล่า”

            “แต่เมื่อ 8เดือนก่อนคุณเข้าไปริโอใช่ไหมล่ะคะ”

            “ก็ประมาณนั้น”เขาตอบอย่างไม่เต็มใจเลย

            “แล้วคุณยังไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง...ฉันเองก็ลืมชื่อไปแล้วละแต่เป็๞ร้านที่ตบแต่งแบบบราซิลเลียนโบราณ มีของเก่า ๆ ประดับไว้เยอะแยะเลยด้วย”

            “ผมจําไม่ได้หรอก”เควนทอลตอบด้วยน้ำเสียงชาเย็น

            สีหน้าของโทนี่บอกความพึงใจด้วยรู้ว่าการรุกของเธอทําให้เขาต้องป้องกันตัวขึ้นแล้ว

            “ฉันจําได้ค่ะว่าคุณยังสั่งกุ้งอบมาทาน”เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

            “งั้นรึฟังนะซินยอร่า ผมคิดว่าความจําของคุณเลิศกว่าผมมาก”

            โทนี่อยากจะเห็นสีหน้าเขานักแต่เธอก็เห็นเพียงเรือนผมหนา ๆ ที่ปกคลุมศีรษะทางด้านหลังปอยผมตรงต้นคอที่ปรกอยู่กับปกเสื้อสีกากีเท่านั้นอยากจะให้เขาหันมามองแต่ก็ไม่สําเร็จ

            “ที่ฉันจําได้ว่าคุณสั่งกุ้งอบมารับประทานก็เพราะคุณเดินออกจากร้านก่อนที่อาหารจะทันเสิร์ฟเท่านั้นละค่ะ” โทนี่บอก “ฉันทันเห็นคุณเพราะคุณนั่งห่างจากฉันไม่ถึง 2 ฟุตด้วยซ้ำวันนั้นคุณมาคนเดียวด้วย”

            ความเงียบของเขาเท่ากับเป็๲การรับรองความถูกต้องในคําพูดจากความทรงจําของเธออยู่แล้วโทนี่จึงรีบพูดต่อว่า

            “วันนั้นคุณผลุนผลันออกไปทิ้งเงินวางไว้บนโต๊ะเป็๞ค่าอาหารฉันได้ยินหัวหน้าพนักงานต้อนรับบอกกับบริกรว่าคุณแพ้กลิ่นน้ำหอมที่ฉันใส่วันนั้นร้านแน่นมากเขาเลยหาโต๊ะว่างให้คุณนั่งคนเดียวไม่ได้”

            อีกครั้งหนึ่งที่ความเงียบเข้าครอบงำไว้หลุยส์ เควนทอลมิได้ปฏิเสธแต่ก็มิได้ยอมรับอะไรออกมา โทนี่จึงพูดต่อด้วยความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะต้องขุดรากถอนโคนให้ได้

            “คุณหมอเควนทอลคะถ้าคุณไม่ได้เป็๞โรคแพ้กลิ่นน้ำหอม บางทีคุณอาจจะแพ้อะไรสักอย่างละมัง” เช่นตัวฉันเป็๞ต้น เธอพูดในใจ “คือฉันเสียใจจริงๆ ค่ะ ที่เป็๞ตัวการทําให้คุณไม่ได้ทานอาหารค่ำวันนั้น”

            “รู้สึกว่าคุณจะยอตัวเองมากไปนะ”เขาโต้มาด้วยน้ำเสียงชาเย็น

            “แต่คุณก็ไปที่ร้านนั้นแน่”เธอยืนยันอย่างตั้งใจแน่ใจด้วยว่าความสงสัยที่ว่าเคยเห็นหน้าเขาที่ไหนมาก่อนถูกขจัดลงแล้ว

            “ผมไปจริง” เขายอมรับเสียงกร้าว “แต่ถ้าคุณจะบอกว่าคุณนั่งใกล้ผมละก็ ผมเห็นจะต้องบอกว่าไม่ได้สนใจเลยไม่รู้ บางทีผมอาจจะหาข้ออ้างส่งๆ ไปเพื่อจะออกจากร้านก็ได้ ผมจําไม่ได้หรอก...จริง ๆ”

            “อาจจะเป็๞เพราะคุณเกิดไม่สบายขึ้นมาละมังคะ”โทนี่ยังแคลงใจ “เพราะฉันจําได้ว่าตอนนั้นดูหน้าคุณออกจะเซียวๆ อยู่นี่” และดูเหมือนจะมีเหงื่อซึมอยู่ตรงแนวคิ้วด้วยเช่นวันนี้...ใช่แล้ว...เช่นวันนี้...ก็เพราะเม็ดเหงื่อมั่นเองที่ทําให้เธอนึกถึงเ๹ื่๪๫ที่เกือบจะลืมไปแล้วขึ้นมาได้

            “ดูคุณจะเพ้อฝันมากไปเ๱ื่๵๹ที่พูดมาคิดไปเองทั้งนั้น” หลุยส์ เควนทอล ว่า “ผมมีเหตุผลของผมที่จะออกจากร้านนะ”

            “เช่น...นึกขึ้นมาได้ว่าลืมนัดสําคัญไปเสียสนิทสินะคะคุณหมอเควนทอล” โทนี่พยายามรักษาน้ำเสียงไว้มิให้ดูเป็๞ว่าเธอกําลังสอดรู้สอดเห็นในเ๹ื่๪๫ของเขามากเกินไปแต่ถ้าหลุยส์ เควนทอล จะเข้าใจผิดในอะไรก็ตามซึ่งบังเอิญเกิดขึ้นในระหว่างที่จําเป็๞จะต้องนั่งรับประทานอาหารร่วมกับเธอมันก็น่าจะเป็๞ความผิดของเขาไม่ใช่ของเธอแน่

            “ก็ทํานองนั้น”เขาตอบอย่างไม่แยแสก่อนที่จะสาวเท้าออกไปจากกระท่อม “โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเธอโทนี่ได้แต่มองตามจนร่างของเขาหายลับไปในระหว่างแมกไม้ซึ่งกําบังอาคารหลังอื่นไว้จากสายตาอีกครั้งหนึ่งที่โทนี่ตั้งท่าจะยกมือขึ้นเกาตรงที่ถูกตัวพีอุมส์กัดไว้ เธอรีบทรุดตัวลงเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าออกหายาทาแก้คันซึ่งอย่างน้อยก็พอจะบรรเทาอาการลงได้โดยไม่ต้องเกา